ตอน ลองของ
“เขียนวันเดือนปีเกิดลงไปแค่นั้นใช่ไหมคะ”
“ใช่เร็วเข้าสิฉันจะได้เอาขึ้นไปให้พ่อหมอ”
“ค่ะ”
น้ำหวานเขียนวันเดือนปีเกิดลงไปในกระดาษแผ่นนั้นแล้วยื่นคืนไปให้เดือนแรมจากนั้นหญิงสาวในชุดขาวก็เดินหายขึ้นไปบนเรือน
“คุณน้ำหวานครับผมว่าที่นี่มันดูแปลกๆนะครับ”
สีหน้าของลุงสันต์ยามที่เอ่ยขึ้นบ่งบอกว่าไม่ค่อยแน่ใจว่าสำนักแห่งนี้จะเป็ของจริงหลายต่อหลายที่แล้วที่เขาพาเ้านายสาวไปพบเพื่อหวังจะช่วยแก้ปัญหาชีวิตแต่กลายเป็ว่าเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียเงินเสียงทองโดยเปล่าประโยชน์
“ฉันรู้รับรองว่าฉันจะไม่เป็ไก่อ่อนให้พวกสิบแปดมงกฏหลอกเอาเงินเหมือนที่ผ่านมาได้อีกถ้าที่นี่ไม่ใช่ของจริงเราจะรีบกลับกันในทันที”ด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านการเข้าไปในสำนักทรงเ้าเข้าผีมาหลายที่ทำให้น้ำหวานมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น
“ครับ”
เสียงเดินบนลงบันไดไม้ด้วยส้นเท้าหนักๆดังมาก่อนร่างของเดือนแรมจะปรากฏตัว ใบหน้าของหล่อนบูดบึ้งเหมือนเด็กถูกพ่อแม่ขัดใจ
“พ่อหมอบอกให้เธอขึ้นไปพบได้”
“ไปกันเถอะครับคุณน้ำหวาน”
“เดี๋ยวก่อน! พ่อหมอให้แค่ผู้หญิงคนนี้ขึ้นไปได้เพียงคนเดียวส่วนลุงรออยู่ข้างล่างกับฉัน”
สองเ้านายกับลูกน้องต่างวัยหันมองหน้ากัน
“ว่าไงจะขึ้นไปไหมถ้าไม่ขึ้นก็รีบๆกลับไปเหอะฉันจะได้ปิดบ้านนอนเสียที” เดือนแรมเท้าเอวมองแขกทั้งสองคน
“ขึ้นค่ะขึ้นลุงสันต์รออยู่นี่แหละฉันขึ้นไปคนเดียวได้”
“ครับ”
“เดินตรงไปเลี้ยวซ้ายตรงมุมห้องนั้นแล้วขึ้นบันไดไปพ่อหมอนั่งรออยู่ในห้องทำพิธี”
เ้าถิ่นบอกทางก่อนจะทิ้งก้นลงนั่งกอดอก
“ขอบคุณค่ะ”
น้ำหวานเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนก็พบกับห้องโถงโล่งๆ้าแบ่งซอยเป็อีกสองสามห้องขนาดใหญ่ ห้องหนึ่งเปิดประตูเอาแง้มเอาไว้บรรยากาศ้าเงียบวังเวง รอบตัวเสมือนมีสายตาที่มองไม่เห็นหลายคู่จับจ้องเธออยู่ตลอดเวลาเพียงก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นมาเธอก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวไล่มาั้แ่ปลายเท้าจรดหัวยืนนิ่งมองสำรวจไปรอบๆ ความกล้าที่เคยมีหดหายไปจนหมดสิ้น
กระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น
“เข้ามาสิ”
เสียงนั้นเหมือนมีมนต์ดลใจให้เท้าของเธอเดินก้าวเข้าไปในห้องนั้นทั้งที่หัวใจเต้นระรัวอยู่ในอก ในห้องพิธีมีโต๊ะหมู่บูชา ทว่าไร้ซึ่งเทวรูป หรือเศียร์เคารพใดๆมีเพียงศิวลึงค์ขนาดใหญ่ประมาณเสาเรือน ยากจะมองด้วยตาเปล่าออกว่าแกะสลักหรือทำขึ้นมาจากวัสดุชนิดใดปิดทองคำเปลวเหลืองอร่ามตั่งเด่นเป็สง่าท่ามกลางเครื่องสักการะบูชาด้านล่างสุดมีกระถางธูปตั้งอยู่ควันลอยกรุ่น
“สวัสดีค่ะพ่อหมอ”
น้ำหวานนั่งพับเพียบยกมือขึ้นไหว้ทักทายผู้ชายตรงหน้าเขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงสดทั้งชุดแตกต่างจากพ่อหมอหรือร่างทรงที่เคยผ่านตามาก่อน ใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์แววตาสดใสดูมีอำนาจแฝงเร้นอยู่จนหญิงสาวไม่กล้ามองสบตากับเขาตรงๆ
“คุณมาที่นี่้าอะไร”
ใบหน้านั้นสงบนิ่งราวกับรูปสลัก
“ฉัน… เอ่อ…คือว่าฉันอยากให้พ่อหมอช่วยค่ะ”
“้าให้ช่วยหรือแค่อยากจะมาลองของ”
ชายในชุดแดงโยนกระดาษที่น้ำหวานเพิ่งเขียนวันเดือนปีเกิดลงไปมาตรงหน้าของหญิงสาว
“เอ๊ะ” หญิงสาวมองกระดาษแผ่นนั้นจู่ๆ เธอก็ขนหัวลุกซู่
“วันเดือนปีเกิดในกระดาษแผ่นนี้เป็ของผู้ชายไม่ใช่ของคุณเดาว่าคงเป็สามีของคุณสินะ ผู้ชายคนนี้เกิดในตระกูลที่มั่งคั่งร่ำรวย เป็ลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลชีวิตสุขสบายั้แ่เด็กเคยประสบอุบัติเหตุจนเกือบตายมาสองครั้งแต่รอดมาได้เพราะดวงยังไม่ถึงฆาต นิสัยใจคอเป็คนมุทะลุใจร้อน เ้าชู้ มักมาก ชะตาชีวิตจะตกต่ำจนถึงชะตาขาดเพราะผู้หญิง”
สิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าบอกเล่ามาทำให้น้ำหวานขนลุกซู่เพราะมันตรงกับความเป็จริงทุกอย่างเธออยากจะลองดูว่าพ่อหมอที่มาหาจะเก่งขนาดไหนเลยแกล้งเขียนวันเดือนปีเกิดของสามีเธอลงไปแทนที่จะเขียนวันเดือนปีเกิดของตัวเธอเอง
“คราวนี้ก็กลับไปได้แล้ว”
“พ่อหมอคะฉันขอโทษฉันไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่พ่อหมอเลยนะคะเพียงแต่ที่ผ่านมาฉันเจอแต่พวกหลอกลวงต้มตุ๋นมาตลอด พ่อหมอยกโทษให้ฉันด้วยนะคะฉันมันโง่เอง”น้ำหวานยกมือไหว้หวังได้รับการให้อภัยจากพ่อหมอ