ตอนที่ 2
เข้าใจสถานการณ์รึยัง
ระหว่างที่ระบบกำลังดำเนินการ ไป๋เซี่ยหนิงก็หันมาสนใจสภาพความเป็อยู่โดยรอบ
ห้องพักขนาดไม่เกินยี่สิบตารางเมตรเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง แสงแดดอ่อนตอนสายส่องลอดผ้าม่านลงมาตรงปลายเตียง คล้ายมีใครตั้งใจเปิดทิ้งไว้ บนเตียงขนาดควีนผ้าปูสีอ่อนยับยู่ยี่เหมือนเ้าของดิ้นพล่านอยู่ทั้งคืน
ไป๋เซี่ยหนิงนั่งนิ่งอยู่ตรงกลางเตียง เธอยังไม่ขยับ ไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อน เธอควรจะทำความรู้จักกับเ้าของร่างเดิมก่อนสินะ แต่ยิ่งพยายามนึกเท่าไหร่ ก็นึกอะไรเกี่ยวกับร่างนี้ไม่ออกเลย ทั้งที่เธอควรจะได้รับความทรงจำที่ฝังอยู่ในร่างนี้สิ
มนุษย์คนนี้ใช้ชีวิตอย่างไรกัน ทำไมไม่มีอะไรในหัวเลย!
ปลายเตียงมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ บนโต๊ะนั้นมีกระดาษโพสต์อิทเขียนไว้ว่า ‘ไม่ต้องร้องไห้’ ไป๋เซี่ยหนิงกระชากโพสต์อิทออก ขย้ำอย่างแรงแล้วโยนทิ้งถังขยะทันที
“เ้าคงเป็คนจิตใจอ่อนแอสินะ แต่ข้าไม่อ่อนแอเหมือนเ้าหรอก วางใจได้ ร่างนี้ของเ้าจะไม่ร้องไห้อีกต่อไป” พูดจบก็เหลือบมองรูปภาพที่ถูกคว่ำเอาไว้ มือเรียวค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาดู
น่าจะเป็รูปถ่ายครอบครัว…ในรูปมีด้วยกันห้าคน ทุกคนมีเค้าโครงใบหน้าคล้ายเ้าของร่างมาก ผู้ชายแก่สุดน่าจะเป็พ่อ แต่งตัวดูภูมิฐาน ทว่าใบหน้านั้นบึ้งตึง ไม่รู้ว่าถูกบังคับให้มาถ่ายรูปหรืออย่างไร ผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างน่าจะเป็แม่ เธอมีใบหน้าเรียวยาวดูงดงามมาก ทว่าเ้าของใบหน้าก็ไม่ได้แย้มยิ้ม เธอยืนนิ่งเหมือนหุ่นไร้ซึ่งความรู้สึก ผู้ชายอีกคนในรูปดูจากอายุน่าจะราวๆ 20 ต้นๆ เขาเป็คนเดียวในรูปที่ดูร่าเริง ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ คนนี้ดูท่าทางใจดี ถ้าจะต้องติดต่อกับคนในครอบครัวเดิม ไป๋เซี่ยหนิงคิดว่าคนนี้น่าจะคุยง่ายที่สุด
หญิงสาวสองคนที่เหลือก็คือเ้าของร่างเดิมและพี่สาว พวกเธอสองคนหน้าตาคล้ายกันมาก มีเพียงคิ้วที่คนพี่จะหนากว่าเล็กน้อย มองผิวเผินอาจจะคิดว่าเป็ฝาแฝดกันด้วยซ้ำหาก เสียแต่ว่ารูปร่างของทั้งสองแตกต่างกันเกินไป พี่สาวรูปร่างสูงโปร่ง ผอมเพรียวอย่างคนสุขภาพดี ผิวพรรณก็ขาวผ่อง ผิดกับเ้าของร่างลิบลับ เธอเตี้ยกว่าพี่นิดหน่อย รูปร่างอวบอ้วน ผิวก็ขาวซีดเหมือนคนที่ขังตัวเองอยู่ในห้องไม่เคยโดนแดดเลยมาทั้งชีวิต เธอยืนแยกตัวออกจากทุกคน ใบหน้าช่างดูอมทุกข์ ไม่มีประกายความสุขในแววตาเลยสักนิด
“ดูไม่สู้คนสักนิด”
ติ๊ง เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหน้าจออีกครั้ง
[เริ่มต้นใช้งาน
ภารกิจเริ่มต้น : สะสมชื่อเสียงระดับ F
ค่าชื่อเสียงที่ต้องได้รับ : 10000
รางวัล : เปิดฟังก์ชั่นร้านค้าแลกไอเทม]
“อา…” ไป๋เซี่ยหนิงงึมงำตอบรับในลำคอ เธออ่านข้อความตรงหน้าช้าๆ พยายามทำความเข้าใจสุดพลัง แต่ดูเหมือนจะเกินความสามารถของงูตัวหนึ่งที่อยู่แต่ในป่าเขามาทั้งชีวิต
[โฮสต์ไม่เข้าใจตรงไหน]
“เ้าเรียกตัวเองว่าระบบกอบกู้โลก…ก็คือข้าจะต้องทำสิ่งที่เ้าสั่งทั้งหมดเพื่อกอบกู้โลกใบนี้อย่างนั้นหรือ แต่ว่า…กอบกู้จากอะไร”
[ซอมบี้ ไวรัส โรคระบาด การกลายพันธุ์ หรือสิ่งที่เราเรียกว่าวันสิ้นโลก]
ไป๋เซี่ยหนิงเหมือนงูที่ถูกทุบหัว ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง
ซอมบี้คืออะไร ไวรัสคืออะไร อาจจะเป็สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ โรคระบาดพอเข้าใจได้ คงเหมือนโรคติดต่อในสัตว์ การกลายพันธุ์ก็พอเข้าใจได้ ที่หุบเขาอสรพิษเคยมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นอยู่หลายครั้ง แม้แต่ตัวเธอเองก็มีการกลายพันธุ์นิดหน่อยเหมือนกัน ฟังดูก็พอเข้าใจ แต่ทำไมพอเอาทุกอย่างมารวมกันแล้วกลับไม่เข้าใจเลย
หากระบบเอไอมีความรู้สึกก็คงจนปัญญากับเ้างูเงอะงะตัวนี้เช่นกัน มันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะส่งเสียงออกมาอีกครั้ง
[กำลังเริ่มต้นคอร์สทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกมนุษย์ในปัจจุบัน กรุณาตั้งใจฟัง…] เสียงเอไอฟังดูเรียบแต่แฝงความอ่อนใจเอาไว้
จากนั้นก็มีภาพมากมายปรากฏในหน้าจอตรงหน้าอธิบายถึงสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เทคโนโลยีที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ไอ้กล่องสี่เหลี่ยมนี่เรียกโทรทัศน์ ที่เล็กกว่าเรียกโทรศัพท์ อันนี้เรียกคอมพิวเตอร์ โอ้โห…มีอะไรน่าสนุกในนี้เยอะแยะเลย
นี่อะไร กรี้ด! นี่คือนิยาย! หญิงสาวตื่นเต้นมากที่ได้เจอหนังสือนิยายรักๆ ใคร่ๆ ในรูปแบบต่างๆ ที่ง่ายต่อการเข้าถึงมากทั้งยังอ่านได้สะดวกนัก สมัยยังเป็ปีศาจ ตอนนั้นกว่าจะหามาอ่านสักเล่มต้องเลื้อยข้ามหุบเขาไปหลายลูก ตบตีกับนักพรตหลายคนกว่าจะหามาอ่านได้สักเล่ม
แล้วนี่อะไรอีก…ภาพยนตร์ ซีรีส์ โอ้โห มีหลายแอพพลิเคชั่นสำหรับดูพวกนี้ทั้งหมด
ไป๋เซี่ยหนิงยิ้มกว้าง บางทีเธออาจจะตายได้น่าสงสารเกินไปนรกเลยส่งเธอมาอยู่ในโลกใบนี้ให้เธอเสพสุขกับสื่อบันเทิงชดเชยความน่าอนาถที่ได้รับ
[และนี่คือวันสิ้นโลกที่ระบบพูดถึง กรุณาเปิดภาพยนตร์เื่ world war z]
หญิงสาวพยักหน้ารับคำ เธอเพิ่งเรียนรู้การใช้โทรศัพท์มือถือ แทปเลต และคอมพิวเตอร์มา กำลังมีความกระตือรือร้นที่จะทดลองพอดี แต่มองไปรอบกายยังไม่พบแทปเลตและคอมพิวเตอร์จึงเปิดโทรศัพท์มือถือ และเข้าแอพพลิเคชั่นดูหนังที่เ้าของร่างเคยสมัครไว้ เปิดภาพยนตร์ที่ระบบแนะนำด้วยความตื่นเต้น
สองชั่วโมงผ่านไป ภาพยนตร์จบแล้วแต่ความรู้สึกยังค้างคาไม่จบ
[เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่รึยัง]
ไป๋เซี่ยหนิงอึ้งงัน อุตส่าห์ได้มีชีวิตอยู่แถมยังจะได้ดูซีรีย์อ่านนิยายได้อย่างจุใจ ไฉน์ถึงกลั่นแกล้งเธอแบบนี้ล่ะ แต่เอาน่า ก็ไม่ได้แย่ท่าไหร่ อย่างน้อยในเื่นี้ ไฟฟ้าก็ยังใช้งานได้ เธอยังอ่านนิยายดูซีรีย์ได้อยู่
[โฮสต์ยังไม่เข้าใจ กรุณาเปิดภาพยนตร์เื่อื่น The sadness ตามด้วย Braindead และตามด้วย…] ระบบร่ายชื่อภาพยนตร์เกี่ยวกับซอมบี้มาอีกหลายชื่อแต่สมองอันน้อยนิดของงูสาวฟังไม่ทัน เธอเปิดภาพยนตร์ที่ระบบบอกมาเื่แรกก่อน
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ไป๋เซี่ยหนิงรู้สึกพะอืดพะอมเหลือเกิน เธอนั่งอยู่บนเตียงนี่มาสี่ชั่วโมงติดและดูแต่อะไรน่าขยะแขยงแบบนี้จนแทบทนไม่ไหวแล้ว แต่ที่น่าโมโหยิ่งกว่าก็คือตอนนี้ร่างกายเหมือนจะเรียกร้องขออาหาร ส่งเสียงร้องโครกครางออกมาอย่างน่ากลัว แต่แค่หลับตานึกว่ากำลังกินซอมบี้พวกนั่นเข้าไป ปีศาจงูก็อยากจะขย้อนออกมาแล้ว
[โฮสต์เข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์รึยัง]
“เข้าใจแล้วๆ” เธอรีบตอบ กลัวเหลือเกินว่าจะต้องอดทนดูซอมบี้ไปอีกหลายเื่
[ดังนั้นโฮสต์จะต้องรีบสะสมค่าชื่อเสียงเพื่อใช้ในวันข้างหน้า]
“อา…แล้วฉันมีเวลาอีกนานแค่ไหนกว่าวันสิ้นโลกจะมาถึง”
[50ปี]
หา! อีก50ปี ป่านนั้นร่างนี้ก็แก่หง่อม หนีซอมบี้ไม่ไหวแล้วมั้ง งั้นก็ช่างมันเถอะ เอาชีวิตวันนี้ให้อยู่รอดมีความสุขกับซีรีย์และนิยายสนุกๆ ก่อนแล้วกัน
ไป๋เซี่ยหนิงคิดได้ก็เพิกเฉยระบบทันที
[สะสมชื่อเสียงเดี๋ยวนี้! ไม่เช่นนั้นฉันจะส่งเธอกลับไปเป็งูย่าง] พูดไม่พูดเปล่า ระบบยังส่งกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้องูที่ถูกไฟเผามาให้หญิงสาวสูดดมอีกด้วย
บ้าเอ๊ย! ไป๋เซี่ยหนิงกลัวจับใจ เธอไม่อยากเป็งูย่าง งูปิ้งก็ไม่เอา ดังนั้นเธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากตอบรับระบบ
“อย่าขู่สิ ข้ายอมแล้ว บอกข้ามาเลยว่าข้าต้องทำอย่างไร”
[เปิดบัญชีเว่ยป๋อ โพสภาพเซลฟี่ พิมพ์ข้อความว่า ฉันมาแล้ว]
ไป๋เซี่ยหนิงชะโงกหน้าสำรวจเงาตัวเองที่สะท้อนผ่านกระจกปลายเตียงแล้วได้แต่ข้องใจ
หญิงสาวตัวอ้วนกลม ยังไม่ได้อาบน้ำล้างหน้าแต่งตัว หัวหูก็ดูยุ่งเหยิง เสื้อผ้ายับยู่ยี่แบบนี้น่ะเหรอ จะเป็คนดังกอบโกยชื่อเสียงไปกู้โลก เอาตาข้างไหนมองก็ดูจะเป็ไปไม่ได้
แง๊ว!~
เสียงร้องแหลมสูงของแมวตัวหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้อง หญิงสาวสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองตามเสียงก่อนจะสบตากับแมวสีส้มขนฟูตัวหนึ่งที่จ้องมาด้วยดวงตาเบิกกว้าง มันยืนอยู่ใกล้ประตู หน้าท้องติดพื้น หางชี้ตรงพองฟูราวกับแปรงขัดห้องน้ำ ขณะที่เสียงคำรามต่ำๆ ดังลอดออกมาจากลำคอเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง
มันกำลังขู่เธอ...
อยู่ในห้องนี้ร่วมกันมาตั้งสี่ชั่วโมงกว่าแล้วเพิ่งจะส่งเสียงขู่ สติยังดีอยู่รึเปล่า ไม่ใช่แมวตัวนี้ปัญญาอ่อนหรอกนะ เธอปรายตามองมันเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ไม่สนใจมันอีก
ในหุบเขาอสรพิษเธอเป็ผู้ล่าสูงสุด ไม่แปลกใจที่พวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยจะกลัวเธอกัน เธอหันกลับมามองเ้าแมวตัวนั้นอีกครั้ง น่าแปลกที่เปลี่ยนร่างแล้วแต่ปฏิกิริยาของสัตว์เล็กๆ พวกนี้ยังเหมือนเดิม มันคงััได้ว่าตอนนี้เธอไม่ใช่เ้าของคนเดิมของมันแล้ว
“ข้าไม่โกรธเ้าหรอกที่ะโทับหน้าอกข้าเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน เลิกขู่ข้าได้แล้ว จะไปไหนก็ไป น่ารำคาญ” พูดจบเ้าเหมียวก็ะโหนีออกจากหน้าต่างออกไปทันทีราวกับว่ามันไม่กลัวจะตกตึกตายเลยสักนิด
ไป๋เซี่ยหนิงเลิกสนใจมัน ลุกขึ้นไปสำรวจส่วนต่างๆ ในบ้าน วนกลับมาคุ้ยหาเสื้อผ้าในตู้แล้วไปอาบน้ำให้สบายตัว เธอยังมีภารกิจถ่ายเซลฟี่รออยู่อีกนะ จะมาเสียเวลามากมายไม่ได้หรอก