พี่สาวต่างมารดามีสีหน้าโกรธเกรี้ยว นางไม่พูดไม่จาเดินตรงมาผลักหน้าอก จิงหลัวจนกระเด็นไปติดกำแพงแล้วหันมากระชากผมน้องสาว กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็นที่เสียดแทงทะลุไปถึงกระดูกสันหลัง “เ้ากล้าหาญดีนักนะ! ถึงกลับพูดจาให้ท่าคุณชายลู่ต่อหน้าข้า”
ชิวหนิงอันไม่ยอมเป็ฝ่ายถูกกระทำ หญิงสาวรวบรวมกำลังบิดข้อมือพี่สาวเต็มแรงจนนางร้องลั่น ยอมปล่อยเส้นผมที่กระชากติดมือนั้นออกพอหลุดรอดจากเงื้อมมือคนไร้สติ ชิวหนิงอันรีบวิ่งเข้าไปดูจิงหลัว
บ่าวสาวคนสนิทโดนผลักอย่างไม่ทันระวังตัวหน้าผากกะแทรกเข้ากับกำแพง เกิดรอยช้ำบวมปูดเป็รอยแดงขึ้นทันตา ชิวหนิงอันถึงกับงงไปหมดว่านางไปพูดจาให้ท่าคุณชายลู่เมื่อใดกัน จึงถามพี่สาวกลับด้วยความไม่เข้าใจ
“น้องไปพูดจา...ให้ท่าคุณชายลู่เมื่อใดกันเ้าคะ”
“เลิกทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์สักทีวันนี้ในห้องกินข้าว ทุกคนต่างได้ยินกันหมด ว่าเ้าทำตัวใกล้ชิด สนิทสนมกล่าวชื่นชมคุณชายลู่จนออกนอกหน้า” พูดไปชิวหย่งเล่อก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาอีกนางยืนมือเข้าไปหมายจะทำร้ายชิวหนิงอันอีกครั้ง เพื่อระบายความโกรธที่ฝืนทนเก็บงำเอาไว้
แต่ครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะจิงหลัวเริ่มเข้าใจสถานการณ์ จึงลุกขึ้นมาปกป้องคุณหนูของตนจิงหลัวยืนเอาตัวบังชิวหนิงอันเอาไว้ จ้องตาชิวหย่งเล่อกลับอย่างเอาเื่“นังขี้ข้าชั้นต่ำ...กล้าดีอย่างไรมาขวางทางข้า อยากจะลองดีกับข้าใช่หรือไม่!”
“หากคุณหนูรองกล้าลงมือกับคุณหนูสามจิงหลัวก็ขอสู้ตายเ้าคะ อยากรู้เหมือนกันว่ามือขี้ข้ากับมือผู้ดีมือของใครมันจะหนักกว่ากัน”
ชิวหย่งเล่อเดือดดาล ไฟโทสะลุกโหมไปทั่วร่างมือสองข้างกำหมัดแน่น อารมณ์ของนางในเวลานี้ะเิถึงขีดสุด“เ้ากล้าลองดีกับข้าอย่างนั้นรึ! นังไพร่!”
“พี่หญิง...หากท่านพี่ ไม่ยอมพูดจากันดีๆจะลงไม่ลงมือท่าเดียว ก็อย่าหาว่าน้องไม่เกรงใจนะเ้าคะ”
“กล้ากำเริบทั้งนายทั้งบ่าวดี!...วันนี้ข้าจะสั่งสอนพวกเ้า ให้หลาบจำ ที่กล้าอวดดีใส่ข้า”
จิงหลัวเอาตัวเองบังชิวหนิงอันเอาไว้ไม่ให้ชิวหย่งเล่อเข้าทำร้าย ชิวหย่งเล่อทั้งตบ ทั้งถีบจิงหลัวแต่จิงหลัวก็ทำเพียงปัดป้องเท่านั้น
เพราะหากชิวหย่งเล่อได้รับาเ็แม้เพียงเล็กน้อยด้วยมือตน เกรงว่าแม้แต่นายหญิงก็คงปกป้องนางไว้ไม่ได้เมื่อครู่นางแค่พูดจา ข่มขู่ชิวหย่งเล่อเท่านั้นคาดไม่ถึงว่าชิวหย่งเล่อจะกล้าลงมือจริงๆ
ชิวหนิงอันพยายามเข้าไปช่วยห้ามปรามพี่สาวที่กำลังทำร้ายจิงหลัวแต่นางก็ไม่อาจสู้แรงของชิวหย่งเล่อได้ชิวหนิงอันถูกผลักจนกระเด็นกระดอนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอยู่หลายๆ ต่อหลายครั้งทว่าชิวหนิงอันก็ไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นไปขัดขวางพี่สาวไม่ให้ลงมือกับจิงหลัวได้ถนัดนัก
บ่าวไพร่ที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทดังออกมาจากเรือนคุณหนูสาม แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปรามเพราะต่างก็หวาดกลัวคุณหนูรองกันทั้งสิ้นพวกบ่าวไพร่ทำได้เพียงไปเรียนฮูหยินใหญ่ให้มาช่วยห้ามทัพ
ฮูหยินใหญ่ได้รับรายงานจากบ่าวรับใช้กลับไม่มีท่าทีร้อนใจแต่อย่างใด นางค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ โดยมีบ่าวเฒ่าข้างกายช่วยประคองร่างพาสตรีผู้เป็ใหญ่ในจวนสกุลชิว เดินตรงไปที่เรือนของชิวหนิงอันพอมาถึงนางส่งสายตาให้บ่าวเฒ่าผู้รู้ใจเข้าไปดึงตัวชิวหย่งเล่อที่กำลังลงมือทุบตีจิงหลัวอย่างเอาเป็เอาตายแยกออกมาเสียก่อน
จิงหลัวเห็นว่าผู้ใดเข้ามานางจึงรีบย่อตัวลงคุกเข่า ประสานมือโค้งตัวก้มหน้าลงกับพื้นส่วนชิวหนิงอันก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าด้วยเช่นกันฮูหยินใหญ่ชำเลืองสายตามองสำรวจร่างกายบุตรสาวตัวเองอย่างละเอียดเมื่อเห็นว่าชิวหย่งเล่อไม่ได้รับาเ็นางก็ยกยิ้มที่มุมปากที่บุตรสาวไม่ได้รับอันตรายใดๆจากนั้นก็หันไปจ้องมองคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
“พวกเ้าสองคนช่างบังอาจนักกล้ารวมหัวกันทำร้ายบุตรสาวของข้าอย่างนั้นรึ”
“เปล่านะเ้าค่ะบ่าวกับคุณหนูสามไม่ได้ทำร้ายคุณหนูรอง คุณหนูรองต่างหาก ที่ลงมือทำร้ายคน”จิงหลัวเล่าไปตามความจริง ขณะนี้ใบหน้าของจิงหลัว มีรอยแผลบวมช้ำที่หน้าผากที่แก้มขึ้นริ้วสีแดงเป็รอยนิ้วมือ อันเกิดจากโดนฝ่ามือตบเข้าไปที่ใบหน้า
“เรียนท่านแม่ใหญ่ที่จิงหลัวพูดเป็ความจริงทุกประการพี่หญิงรองไม่ทันพูดจาให้รู้เื่ก็ลงไม้ลงมือเ้าคะ”
“ข้าไม่สนใจว่าพวกเ้ามีเื่อะไรกันแต่ที่ข้าเห็นคือนังบ่าวชั้นต่ำของเ้ากล้าลงมือทำร้ายลูกข้า พรุ่งนี้ข้าจะขายมันไปหอนางโลมมันจะได้ลิ้มรสความอัปยศ ที่มันกล้าลบหลู่บุตรสาวสกุลชิว ส่วนเ้า!นังเด็กอวดดีไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่...ให้โคกศีรษะขอโทษบุตรสาวข้าก่อนแล้วค่อยเอาตัวไปโปรยยี่สิบไม้จะได้หลาบจำ”
“ใครกล้าลงมือกับคนของข้าก็ลองดู!”น้ำเสียงแข็งกร้าวเด็ดขาดดังมาจากด้านหลัง ทำให้ทุกคนต้องหันกลับไปมองเป็ตาเดียว
ฮูหยินรองเดินเข้ามาพยุงตัวบุตรสาวให้ลุกขึ้นนางยกแขนบุตรสาวขึ้นมาดู ก็พบว่ามีรอยเขียวช้ำเป็จ้ำๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิงในขณะที่คู่กรณีไม่ได้รับาเ็เลยแม้แต่น้อย
หันมองไปที่จิงหลัวเห็นชัดว่าถูกเล่นงานจนสะบักสะบอม ใบหน้าบวมเป่งบริเวณริมฝีปากมีเืไหลออกมาซิบๆนายหญิงรองเห็นแล้วก็อดเวทนานางไม่ได้ยังดีที่จิงหลัวฉลาดพอตัวที่ยอมให้ตัวเองเป็ผู้ถูกกระทำเพียงปัดป้องตนเองโดยไม่ตอบโต้คุณหนูรองให้นางได้รับาเ็
“น้องหญิง เมื่อครู่เ้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เ้าไม่เห็นว่านังบ่าวคนนี้กำเริบมากเพียงใดหนิงอันก็เป็ไปด้วยสองคนช่วยกันรุมทำร้ายหย่งเล่ออย่างป่าเถื่อนหากเ้าได้เห็นกับตาว่ามีคนกำลังลงมือทำร้ายบุตรสาวเ้าต่อหน้าถ้าเ้าเป็ข้า...เ้าก็ต้องสั่งลงโทษพวกนางเช่นเดียวกัน”
“รุมทำร้ายหรือเ้าคะ จากาแที่ข้าเห็นฝ่ายที่ลงมืออย่างป่าเถื่อนน่าจะเป็บุตรสาวของพี่หญิงมากกว่า”
“ฮูหยินรอง..นี่เ้า!” ฮูหยินใหญ่ถึงกับอึ้งที่วันนี้ฮูหยินรองกล้าฉีดหน้านางต่อหน้าบ่าวไพร่อย่างที่ไม่เคยมีความกล้าเช่นนี้มาก่อน
ฮูหยินรองชำเลืองสายตาไปที่ชิวหย่งเล่ออย่างเอาเื่“พี่หญิงลองคิดดูดีๆ อีกครั้งดีหรือไม่...ว่าจะให้จบลงเพียงเท่านี้หรือจะให้นายท่านชิวเป็ผู้ตัดสิน”
พอได้ยินคำขู่นี้กรามของฮูหยินใหญ่ก็คบเข้าหากันแน่นนางรู้ดีว่าถ้าเื่ถึงหูนายท่านชิว บุตรสาวตนต้องถูกลงโทษอย่างหนักาแที่หน้าจิงหลัวเห็นได้ชัดว่าใครเป็ผู้ลงมือเกินกว่าเหตุ
แต่ไหนแต่ไรมานายท่านชิวก็ลำเอียงรักและเอ็นดูชิวหนิงอันมากกว่าชิวหย่งเล่ออยู่แล้วต่อให้ครั้งนี้เป็การลงไม้ลงมือกับบ่าวไพร่ ก็ใช่ว่านายท่านชิวจะปล่อยผ่าน
ถึงแม้ว่าบนร่างกายชิวหนิงอัน จะไม่ได้รับาเ็อะไรมากก็จริงแต่ก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวหลังจากที่ฮูหยินใหญ่ชั่งน้ำหนักดูแล้วเห็นว่าฝ่ายตนมีแต่จะเสียเลยแสดงท่าทีว่าตนนั้นเป็ผู้ใหญ่ใจกว้าง
“ก็ได้!...เื่วันนี้ ข้าจะไม่เอาความแต่ถ้ามีครั้งต่อไปก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน” นางสะบัดหน้าเดินออกจากเรือนไปชิวหย่งเล่อกะแทรกส้นเท้าเดินตามออกมาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักที่มารดายอมปล่อยเื่นี้ให้ไปผ่านไปง่ายๆ
“ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงได้ยอมปล่อยพวกมันไปง่ายๆ ล่ะเ้าค่ะทั้งที่พวกมันรวมหัวกันทำร้ายลูกชัดๆ”
ฮูหยินใหญ่หันมาต่อว่าบุตรสาวที่ยังอ่านเกมนี้ไม่ออก“นี่เ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือ?....ว่าการกระทำของเ้ามันช่างโง่เง่าสิ้นดีทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมือแล้วไหนล่ะาแของเ้า...ไม่มี!เช่นนี้แล้วจะเอาอะไรไปโต้เถียง แล้วถ้าเื่นี้ไปถึงหูบิดาเ้าเ้าคิดหรือว่าบิดาของเ้า จะมองไม่ออกรึ! ว่าใครกันที่ลงมือทำร้ายคน มีหัว!ก็หัดใช้หัวคิดเสียบ้าง”
ชิวหย่งเล่อชะงักไป่ครู่นางใช้อารมณ์มากเกินไปจริงๆ นางจึงตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบเื่ที่ทะเลาะกันวันนี้นางเองก็ไม่สามารถ บอกเล่าเหตุผลที่แท้จริงให้มารดาฟังหากมารดารู้เข้าต้องสั่งห้ามไม่ให้ตนไปที่จวนสกุลลู่อีกเป็แน่
“ลูกขออภัยท่านแม่เ้าคะต่อไปจะกระทำการสิ่งใดลูกจะระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้”
“เป็เพราะเ้าคนเดียว ที่ทำให้ข้าต้องเสียหน้าโดนนังลูกพ่อค้าชั้นต่ำ หยามเกียรติ ทั้งที่ข้าเป็ถึงบุตรีท่านแม่ทัพ”
ค่ำคืนที่ฝนตกลงมาไม่ขาดสาย แสงเทียนสะท้อนเงาร่างชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังแนบกับริมหน้าต่าง ภายในเรือนพักฝั่งทิศตะวันออกของจวนสกุลลู่ ลู่ปิงหยวนยืนมองเม็ดฝน ที่กำลังโปรยปรายลงสู่พื้นเบื้องหน้า ด้วยอาการเหม่อลอย
คำพูดชื่นชมคุณหนูสามสกุลชิวที่มารดาพูดให้บิดาฟัง เมื่อ่หัวค่ำ ขณะที่นั่งกินข้าว ทำให้ชายหนุ่มรู้ตัวว่ามารดากำลังคิดจะจับคู่ให้เขา
มารดากำลังพยายามยัดเยียดชิวหนิงอันให้กับเขาชายหนุ่มไม่ได้รังเกียจนาง เพียงแต่รู้สึกอึดอัดที่มารดากับบิดาทำเช่นนี้ทั้งที่เคยตกลงกันไว้แล้วว่าจะไม่บังคับ ให้เขาแต่งภรรยาอีกอย่างเด็กคนนั้นก็พึ่งจะอายุสิบสี่ถ้าเขาคิดไม่ซื่อกับนางได้เขาจะไม่ถูกคนตราหน้าว่าเป็ไอ้โรคจิต คลั่งใคร่หญิงสาวที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นหลอกหรือ
ด้วยความไม่พอใจ จึงพูดจาไม่ดีออกไปว่าเขาไม่ได้คิด กับชิวหนิงอันเป็อย่างอื่น นอกจากเห็นนางเป็เพียงน้องสาวพูดจบเขาก็เสียมารยาท ลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าว ไม่สนใจคำทักท้วงใดๆจากบุพการีทั้งสอง ที่เอ่ยขอโทษเขาที่พูดถึงเื่ชิวหนิงอันแล้วทำให้เขาไม่สบายใจ
ลู่ปิงหยวนเฝ้าครุ่นคิดถึงเื่เมื่อตอนมื้อค่ำวนไปมาอยู่ในหัวชิวหนิงอันนางยังเด็กไม่รู้ประสีประสาจึงพูดไปเรื่อย นางคงเห็นว่าเขาเปรียบเสมือนพี่ชายจึงห่วยใยและอยากเอาใจเขาเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็อย่างอื่น
ชายหนุ่มยอมรับว่าคำพูดและท่าทีของชิวหนิงอันสร้างความหวั่นไหวภายในจิตใจเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อนั้นอาจเกิดจากที่เขามักเก็บเนื้อเก็บตัว ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังจนเกิดความเคยชินอีกทั้งไม่เคยได้รับความห่วงใยจากผู้ใดมานานเกินไป
ถึงอย่างนั้นเขาก็แน่ใจว่าสิ่งที่นางแสดงออกต่อเขาก็เป็เพียงความรู้สึกดีๆ ที่เขาเคยช่วยชีวิตนางเอาไว้เท่านั้นสายตาชื่นชมนับถือมีหรือเขาจะดูไม่ออก ว่านางคิดกับเขาเช่นไรพอคิดได้ถึงตรงนี้ก็เริ่มเบาใจขึ้นมาได้บ้าง ชายหนุ่มมั่นใจว่าชิวหนิงอันไม่มีทางคิดกับเขาเป็อย่างอื่นแน่นอน
*****
k.p.stom ฝากถึงนักอ่าน
ฝากกด ‘ติดตาม’ ‘กดหัวใจ’ เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกด ‘เก็บเข้าชั้น’ ไว้จะได้ไม่พลาดนิยายตอนใหม่จ้า
***อัพนิยาย 1ตอนเวลาเที่ยงคืนของทุกวัน (จนจบค่ะ)***