ค่ำคืนในอาณาจักรจันทราสว่างยังคงเงียบสงบแต่ในความเงียบนั้นกลับแฝงด้วยแรงสั่นะเืบางอย่างที่ยากจะอธิบายอรัญญานั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างในห้องพักสายตาของเธอทอดมองไปยังพระจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าเส้นผมสีดำของเธอสะท้อนแสงจันทร์อ่อน ๆ คล้ายกับดวงจันทร์เองกำลังเฝ้าดูเธออยู่
เธอครุ่นคิดถึงคำพูดของเ้าชายราธันที่กล่าวกับเธอก่อนหน้านี้มันเป็คำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงใจและพลังบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหวความอบอุ่นที่เธอััได้จากแววตาของเขายังคงติดอยู่ในความทรงจำของเธอแต่ลึกลงไปในใจ อรัญญากลับรู้สึกถึงความสงสัยที่เธอไม่อาจเพิกเฉยได้
"ทำไมเ้าชายถึงสนใจในตัวฉันมากขนาดนั้น?" เธอพึมพำกับตัวเองขณะเดียวกันภาพความทรงจำจากคำบอกเล่าของผู้คนเกี่ยวกับเ้าชายผู้กล้าหาญก็ผุดขึ้นในใจเธอได้ยินมาว่าเ้าชายราธันเคยหายสาบสูญไปจากอาณาจักร่หนึ่งก่อนจะกลับมาอีกครั้งอย่างลึกลับ ทำให้เขากลายเป็บุคคลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในบรรดาเชื้อพระวงศ์
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านนอก
"ท่านหญิงอรัญญาขออภัยที่มารบกวนในยามค่ำคืน" เสียงของมาลิน่า สาวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ดังขึ้น
"เข้ามาได้ มาลิน่า"อรัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสงบ
มาลิน่าเปิดประตูเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบดวงตาของเธอดูเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
"ท่านหญิงข้ามีบางอย่างต้องบอกท่าน" เธอกล่าวพลางเหลียวมองไปรอบ ๆราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน
"เกิดอะไรขึ้น?" อรัญญาถามพลางขมวดคิ้ว
มาลิน่าปิดประตูอย่างเบามือ"ข้าได้ยินว่ามีกลุ่มคนแปลกหน้าแอบเข้าไปในวิหารแห่งแสงจันทร์และดูเหมือนพวกเขาจะทำอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับขุนนางชั้นสูงข้าเกรงว่าพวกเขาอาจกำลังวางแผนร้าย"
ดวงตาของอรัญญาเบิกกว้าง"ขุนนางหรือ? หมายความว่ายังไง?"
มาลิน่าลดเสียงลง"ข้าบังเอิญได้ยินบางคนพูดถึงการสนับสนุนเ้าหญิงเซรีสแทนเ้าชายราธันขุนนางบางคนเชื่อว่าการให้เ้าหญิงขึ้นปกครองจะทำให้อาณาจักรมั่นคงกว่า"
อรัญญาอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยินเธอรู้ว่าเ้าหญิงเซรีสมีชื่อเสียงในด้านความงามและความเฉลียวฉลาด และที่สำคัญเ้าหญิงดูเหมือนจะมีความรู้สึกพิเศษต่อเ้าชายราธัน
"มาลิน่า ข้าไม่เข้าใจหากเ้าหญิงเซรีสชื่นชอบเ้าชาย ทำไมเธอถึงจะคิดทรยศเขา?"
มาลิน่าขมวดคิ้วอย่างลังเลก่อนจะเอ่ยเบา ๆ "ข้าก็สงสัยเช่นกัน บางที...อาจมีบางสิ่งที่เ้าหญิง้ายิ่งกว่าความรักบางสิ่งที่เกี่ยวกับอำนาจหรือหน้าที่..."
อรัญญานิ่งงันไปกับคำพูดนั้นเธอรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ในราชวงศ์แห่งนี้ซับซ้อนกว่าที่เธอเคยจินตนาการ
เมื่อทั้งสองมาถึงวิหารแห่งแสงจันทร์ในยามค่ำคืนพวกเธอซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของเสาหินใหญ่เสียงกระซิบดังมาจากกลุ่มชายชุดดำที่ยืนล้อมวงอยู่
"การสนับสนุนเ้าหญิงเซรีสเป็ทางออกเดียวที่จะทำให้อาณาจักรนี้พ้นจากความยุ่งเหยิงเ้าชายราธันไม่มีวันเข้าใจวิธีการปกครองที่แท้จริง"
"อย่าเพิ่งด่วนตัดสินเราต้องมั่นใจว่าไม่มีใครล่วงรู้เื่นี้" ชายอีกคนกล่าวอย่างระมัดระวัง
อรัญญาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดเ่าั้
"เ้าหญิงเซรีส...นี่มันแผนฏชัด ๆ" เธอกระซิบกับมาลิน่า
มาลิน่าพึมพำเสียงเบา"บางทีเ้าหญิงอาจถูกบีบบังคับจากขุนนางก็ได้ หรือไม่...นี่อาจเป็แผนของเธอเอง"
คำพูดนั้นทำให้อรัญญารู้สึกไม่มั่นใจในสิ่งที่เธอรับรู้เกี่ยวกับเ้าหญิงอีกต่อไป
แต่ก่อนที่พวกเธอจะถอยหนีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืด "ใครอยู่ที่นั่น!"
อรัญญาและมาลิน่าหันขวับไปเห็นชายคนหนึ่งจ้องมาทางพวกเธอด้วยแววตาคมกริบ
"หนีเร็ว!" อรัญญากระซิบก่อนจะดึงมาลิน่าออกวิ่ง
ค่ำคืนในอาณาจักรจันทราสว่างยังคงเงียบสงบแต่ในความเงียบนั้นกลับแฝงด้วยแรงสั่นะเืบางอย่างที่ยากจะอธิบายอรัญญาและมาลิน่าหนีรอดออกมาจากวิหารแห่งแสงจันทร์หลังพบการสมคบคิดของกลุ่มคนที่้าผลักดันเ้าหญิงเซรีสขึ้นครองอาณาจักรแทนเ้าชายราธันทั้งสองรีบกลับมาที่พระราชวังเพื่อแจ้งเื่นี้แก่เ้าชายราธัน
"แผนการโค่นบัลลังก์?"เ้าชายราธันกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมดวงตาของพระองค์เปล่งประกายไปด้วยความมุ่งมั่น
"ใช่เพคะพวกเขาพูดถึงเ้าหญิงเซรีส และดูเหมือนขุนนางบางคนสนับสนุนเธอพวกเขาเชื่อว่าการมีเ้าหญิงขึ้นปกครองจะทำให้อาณาจักรมั่นคงกว่า"อรัญญารายงานเสียงหนักแน่น
ขณะนั้น เ้าหญิงเอวิน่าเปิดประตูเข้ามาในห้องสนทนาดวงหน้างดงามของเธอแฝงไว้ด้วยความกังวล
"ข้าได้ยินทุกอย่างแล้ว"เ้าหญิงตรัสด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น ก่อนจะเดินเข้ามายืนข้างเ้าชายราธัน"แต่สิ่งที่ข้าไม่เข้าใจคือ ทำไมเซรีสถึง้าบัลลังก์? นางเป็คู่หมั้นของเ้าชายแล้วทำไมถึง้าทรยศพระองค์?"
คำถามของเ้าหญิงเอวิน่าทำให้อรัญญาและมาลิน่ามองหน้ากันด้วยความสงสัย
"นั่นสิข้าก็สงสัยเหมือนกัน" มาลิน่าพูดขึ้น"ในเมื่อเ้าหญิงเซรีสแสดงออกว่าชื่นชอบเ้าชายราธันมานานนางจะหักหลังไปเพื่ออะไร?"
"บางทีเื่นี้อาจเกี่ยวกับอดีต" เ้าหญิงเอวิน่ากล่าวพลางทอดสายตาไปไกล"อันที่จริง... ก่อนที่เซรีสจะกลายมาเป็คู่หมั้นของราธัน นางเคยเป็คู่หมั้นของราฟาเอลพี่ชายของเรา"
คำพูดนั้นทำให้อรัญญาและมาลิน่าถึงกับตะลึง
"คู่หมั้นของเ้าชายราฟาเอล?"อรัญญาถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
เ้าหญิงเอวิน่าพยักหน้า "ใช่ราฟาเอลคือรัชทายาทที่แท้จริงของอาณาจักรจันทราสว่างแต่พระองค์กลับมีจิตใจโเี้ ชอบทำร้ายเข่นฆ่าประชาชน ไม่มีจิตใจเมตตาจึง ไม่มีคุณสมบัติที่จะปกครองบ้านเมืองพระาาจึงสั่งลงโทษและขับไล่ราฟาเอลออกจากอาณาจักร...ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหนหลังจากนั้น"
"และเ้าหญิงเซรีสก็ถูกถอนฐานะคู่หมั้นเพราะเหตุนี้?"อรัญญาถามต่อ
"ถูกต้องหลังจากนั้นไม่นาน นางก็ถูกวางตัวให้เป็คู่หมั้นของเ้าชายราธันแทนเพื่อสร้างความมั่นคงในสายสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์และขุนนาง"เ้าหญิงเอวิน่าอธิบาย
"บางที...นั่นอาจเป็เหตุผลที่เซรีสไม่พอใจ" มาลิน่ากล่าวแทรก"การสูญเสียฐานะคู่หมั้นของราฟาเอลอาจทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกหักหลังโดยราชวงศ์"
"แต่เซรีสก็ไม่ได้ปฏิเสธการเป็คู่หมั้นของข้า"เ้าชายราธันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า "ถ้านางมีความไม่พอใจจริงนางก็เลือกจะปฏิเสธได้ แต่นางกลับเลือกที่จะยอมรับ"
เ้าหญิงเอวิน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย"บางที นางอาจรอเวลาอยู่ก็ได้...การมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์ช่วยให้นางมีอำนาจและโอกาสในการเคลื่อนไหว"
"หรืออาจเป็ไปได้ว่าเซรีสยังคงมีความเกี่ยวข้องกับราฟาเอลอยู่" อรัญญาแสดงความเห็นพลางครุ่นคิดถึงเงื่อนงำที่ได้พบในวิหาร
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องเงียบลงความคิดถึงราฟาเอลและความเป็ไปได้ที่เขาจะยังมีชีวิตอยู่ทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด
"ถ้าราฟาเอลยังมีชีวิตและเซรีสร่วมมือกับเขา... นี่จะเป็ปัญหาที่ใหญ่หลวงมาก"เ้าชายราธันกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"ข้าจะต้องหาความจริงเกี่ยวกับเื่นี้ให้ได้"
เ้าหญิงเอวิน่าหรี่ตาลงและมองไปยังมุมมืดของห้องเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ยังไม่ได้พูดออกมา"บางที... เขาอาจกำลังเฝ้ามองเราอยู่"
เ้าหญิงเอวิน่าเหลือบมองพี่ชายก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหวัง "ราธันเราจะต้องไม่ปล่อยให้ความโกลาหลนี้ทำลายอาณาจักรของเรา ข้าจะช่วยท่านเอง"
"และฉันก็จะช่วยเช่นกัน"อรัญญากล่าวเสียงมั่นคง ความตั้งใจที่จะแก้ไขสถานการณ์ครั้งนี้ฉายชัดในดวงตาของเธอ
การสนทนาในคืนนี้จบลงด้วยความแน่วแน่ที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับเ้าหญิงเซรีสและการสมคบคิดครั้งนี้แต่สิ่งที่ยังเป็ปริศนาก็คือ ราฟาเอลยังมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่ และหากใช่เขากำลังวางแผนอะไรอยู่?
ทันใดนั้นเงาของชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นในมุมมืดของห้อง ร่างสูงใหญ่ของเขาลาง ๆ ในแสงจันทร์ปล่อยให้ความรู้สึกแปลกประหลาดปะทุขึ้นในใจของทุกคน