เดินมาจนถึงร้านรับซื้อของเก่าของเมิ่งหลาน เธอก็เปิดประตูเข้าไปพร้อมกับรอยยิ้ม
เมิ่งหลานเบนสายตามามองลูกค้าเล็กน้อยก่อนจะชะงักไป หน้าตาของเฉินม่อไป๋ในตอนแต่งหน้ากับตอนปกติไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก ถ้าถูกมองว่าเป็ญาติหรือพี่น้องกันก็ไม่แปลก
ชายวัยกลางคนดูกระตือรือร้นขึ้นมาถนัดตา "ไม่ทราบว่าคุณหนูท่านนี้รู้จักเฉินม่อไป๋รึเปล่า"
"ศิษย์พี่ ผมเอง" เฉินม่อไป๋ดัดเสียงให้ทุ้มต่ำทำเอาเมิ่งหลานอึ้งไปชั่วขณะขึ้น
"นาย..." เมิ่งหลานไม่รู้จะพูดอะไรแต่มองหญิงสาวตรงหน้าขึ้นลง "มีรสนิยมแบบนี้หรอกหรือ"
"แค่ก แค่ก แค่ก"
ิญญาของเสิ่นอันอยากจะหัวเราะดัง ๆ แต่ก็พยายามกลั้นไว้จึงไอออกมาแทน
เฉินม่อไป๋ตวัดสายตาคาดโทษชายชราก่อนจะหันมายิ้มแห้งให้เมิ่งหลานแล้วเปลี่ยนเสียงพูดให้เป็ปกติ "ศิษย์พี่ ฉันเป็ผู้หญิงค่ะ แต่มีเหตุผลที่แต่งตัวเป็ผู้ชายเท่านั้น"
"อ่า อย่างนั้นเหรอ" ไม่รู้ว่าเื่จริงหรือไม่ แต่เมิ่งหลานก็ยังพยักรับรู้ไป วัยรุ่นสมัยนี้ช่างเข้าใจยากจริง ๆ
หญิงสาวเกาแก้มเขิน ๆ แล้วเริ่มสำรวจชายวัยกลางคนตรงหน้าก่อนจะยิ้ม "ดูเหมือนว่าศิษย์พี่จะทำตามคำแนะนำของฉันนะ"
เมื่อพูดถึงเื่นี้ เมิ่งหลานก็นึกขึ้นได้ "ใช่ ใช่ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว ขอบคุณอาจารย์เฉินมาก"
เมิ่งหลานนับถือหญิงสาวตรงหน้าเป็อาจารย์ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงเปลี่ยนคำเรียกเพื่อแสดงความเคารพ
เฉินม่อไป๋ส่ายศีรษะ "ขอบคุณตัวเองดีกว่าค่ะ ถ้าตัวคุณไม่ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของฉัน คำทำนายก็เป็แค่คำพูดไร้ประโยชน์เท่านั้น"
ชายวัยกลางคนยิ้ม "แต่ยังไงก็ขอบคุณอาจารย์เฉินอยู่ดี จริงสิ ก่อนหน้านี้ภรรยาของผมอยากจะดูดวงให้ลูกแต่ผมดันลืมขอช่องทางติดต่อไป เธอเกือบตีผมตายแหนะ"
"งั้นเรามาแลกช่องทางติดต่อกันค่ะ" เฉินม่อไป๋หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา จากนั้นก็แลกช่องทางติดต่อกันอยู่ครู่หนึ่ง
"ไม่ทราบว่าอาจารย์เฉินว่าง่ไหนหรือเปล่าครับ ผมจะได้นัดมาดูดวงให้ลูกกับภรรยา" เมิ่งหลานตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย เขาอยากจะเห็นการทำนายที่แม่นยำแบบนั้นอีก
"อันที่จริงแล้ว ถ้าเป็เด็กที่อายุต่ำกว่า5ปีฉันจะไม่รับดูดวงค่ะ เพราะอาจกระทบกับดวงชะตาของเด็กในอนาคต ส่วนภรรยาคุณ ไว้หลังจากคลอดสักครึ่งปีก็สามารถดูได้ค่ะ" เฉินม่อไป๋ตอบ
"อ่า แบบนี้เอง ได้ครับ" เมิ่งหลานถอนหายใจอย่างเสียดาย แต่เพียงไม่นานก็กลับมาเป็ปกติ "แล้ววันนี้อาจารย์เฉินมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ หรืออยากจะขายของโบราณอีก"
เฉินม่อไป๋ส่ายศีรษะก่อนจะตอบ "ไม่ค่ะ วันนี้ฉันมาขอให้คุณเมิ่งช่วยพาไปโรงพนันหยกได้ไหมคะ"
"ได้แน่นอนครับ!" เมิ่งหลานตอบรับอย่างรวดเร็ว เขาโทรรายงานภรรยาสุดที่รักก่อนถูกไล่ให้รีบปิดร้านเพื่อพาอาจารย์เฉินไปโรงพนันหยก หลังจากวันนั้นภรรยาของเขาก็เป็แฟนคลับของอาจารย์เฉินไปเรียบร้อย
เมิ่งหลานปิดร้านเสร็จก็ขับรถพาเฉินม่อไป๋ไปยังโรงพนันหยก โดยที่ในระหว่างนั้นเมิ่งหลานก็ชวนพูดคุยเื่สัพเพเหระไปเรื่อย จึงได้รู้ว่าอาจารย์เฉินที่เขาเคารพไม่ใช่แค่นักทำนายเท่านั้นแต่เป็ถึงนักพรต เขารู้สึกสนใจมากจึงเอ่ยถามเล่น ๆ ว่าเคยมองเห็นิญญาหรือไม่
"เคยค่ะ ตอนนี้ก็มีิญญาสองตนติดตามมาด้วย" เฉินม่อไป๋ขยับยิ้มลึกลับ
ได้ยินแบบนั้นเมิ่งหลานก็กำพวงมาลัยแน่น พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "ละ ละ แล้ว พะ พวกเขาเป็อันตรายไหมครับ"
"คุณคิดว่าอาจารย์เสิ่นจะทำอันตรายลูกศิษย์ของตัวเองเหรอคะ" เฉินม่อไป๋หัวเราะ
"อะไรนะครับ ิญญาที่ตามมาคืออาจารย์เสิ่น!" เมิ่งหลานใยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
"ใช่ค่ะ ความจริงแล้วฉันไม่ได้รู้จักอาจารย์เสิ่นตอนมีชีวิตหรอก..."
เฉินม่อไป๋พูดเพียงแค่นั้นเขาก็เข้าใจได้ทันที
"อาจารย์เฉิน ผมอยากพูดคุยกับอาจารย์เสิ่นได้ไหมครับ" จากความกลัวแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นเต้นเมื่อิญญาที่ติดตามมาด้วยคืออาจารย์เสิ่น
"ฉันเองก็อยากจะคุยกับเ้าลูกศิษย์อีกสักครั้ง" เสิ่นอันที่นั่งเงียบอยู่นานกล่าวขอร้องเช่นกัน
"งั้นก็ได้ค่ะ แต่การรับรู้ถึงิญญาจะคงอยู่ประมาณ3นาที คุณแวะจอดรถก่อนก็ได้ค่ะ"
เมิ่งหลานรีบทำตามที่หญิงสาวพูดทันที เขาหาที่จอดรถอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากเจอแล้ว เฉินม่อไป๋ก็ท่องคาถาเปิดดวงตาชั่วคราวให้แก่เมิ่งหลาน ถ้าเธอวาดยันต์เปิดดวงตาหยินจะสามารถคงการมองเห็นได้นานกว่านี้แต่เพราะไม่มีอุปกรณ์จึงได้แต่ท่องคาถาที่สะดวกกว่าแต่ก็เปลืองพลังมากตามเช่นกัน
เมื่อเมิ่งหลานได้รับการเปิดดวงตาหยิน เขาก็เห็นใบหน้าคุ้นเคยที่เบาะด้านหลัง ชายวัยกลางคนมองิญญาตรงหน้าดวงตาแดงก่ำก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดัง
เสิ่นอันเปรียบเสมอบิดาของเขา ไม่แปลกที่จะแสดงความรู้สึกออกมาเช่นนี้
"ฮึก อา จารย์" เมิ่งหลานสะอื้น
"เ้าเด็กคนนี้นี่ โตจนมีลูกเมียแล้วยังร้องไห้เป็เด็ก ๆ ไปได้ ถึงแกไม่อาย แต่ฉันอาย!" เสิ่นอันพูดบ่นแต่มือก็ยังเอื้อมไปลูบศีรษะของลูกศิษย์แม้มันจะทะลุผ่านไปก็ตาม
เมิ่งหลานรับรู้ได้ถึงกระแสความเย็นบนศีรษะ เขาจึงรีบปาดน้ำตาแล้วกล่าว "อาจารย์เป็อย่างไรบ้าง..."
สองศิษย์อาจารย์พูดคุยกันจนครบเวลา จากนั้นเมิ่งหลานก็หันไปมองเฉินม่อไป๋ด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจจริง "ขอบคุณนะครับอาจารย์เฉิน"
"ยินดีค่ะ" เฉินม่อไป๋พยักหน้ายิ้ม ๆ
จากนั้นเมิ่งหลานก็ขับรถพาเฉินม่อไป๋ไปยังโรงพนันหยกต่อ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าจึงจะมาถึง
โรงพนันหยกอยู่บริเวณชานเมืองถานดังนั้นจึงไม่มีรถขับสวนกันวุ่นวายเหมือนในเมือง หญิงสาวก้าวเท้าลงจากรถพร้อมกับมองไปรอบ ๆ อย่างสนอกสนใจ ที่นี่ตรวจตราและมีการควบคุมที่แ่ามา ไม่ว่าจุดไหนก็จะพบชายร่างใหญ่ในชุดเครื่องแบบยืนคุมอยู่เสมอ
"ปกติที่นี่ตรวจตราเข้มงวดขนาดนี้เลยเหรอคะ" เฉินม่อไป๋เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ไม่หรอกครับ วันนี้มีรถจอดมากกว่าปกติน่าจะมีหินหยกล็อตใหม่มาลงเลยต้องใช้คนจับตามองมากสักหน่อย" เมิ่งหลานมองไปยังรถหรูมากมายที่จอดอยู่ในลานกว้าง
"ดูจากรถแล้วน่าจะเป็คนใหญ่คนโตน่าดู อาจารย์เฉินก็ระมัดระวังตัวหน่อยนะครับ" เมิ่งหลานพูดเตือนด้วยความเป็ห่วง เนื่องจากเฉินม่อไป๋เป็หญิงสาวที่งดงามอยู่พอสมควร อาจไปถูกใจคนใหญ่คนโตเ่าั้ ถึงเขาจะมีเส้นสายอยู่พอสมควร แต่ก็จำกัดอยู่ในแวดวงของโบราณ ไม่ใช่นักธุรกิจพันล้านอะไรแบบนั้น
"ได้ค่ะ" เฉินม่อไป๋หยักหน้ารับ
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เข้าไปภายในโกดัง จำเป็ต้องตรวจบัตรประชาชนและเข้าเครื่องสแกนเสียก่อนว่ามีของอันตรายหรือไม่ แน่นอนว่าพวกเธอย่อมผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
หญิงสาวมองเข้าไปในโกดังอย่างสนใจ ที่นี่มีก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ วางเรียงรายอยู่อย่างเป็ระเบียบ ผู้คนนับสามสิบชีวิตแยกเป็กลุ่ม ๆ กำลังเลือกดูก้อนหินอย่างขะมักเขม้น ส่วนใหญ่จะเป็ชายมีอายุสักหน่อย พวกเขาใส่ชุดจีนประยุกต์หรือไม่ก็สูทหรูหรา บางกลุ่มถึงขั้นมีบอดี้การ์ดเดินตามหลัง
"ผู้หญิงมีไม่เยอะเลยนะคะ" เฉินม่อไป๋พูดขึ้น เธอลองนับดูจากสายตาแล้ว มีผู้หญิงแค่สามคน ทั้งยังอยู่ในวัยกลางคนหมดแล้ว
"ปกติครับ นอกจากหินที่วางอยู่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ถ้าไม่ใช่คนที่ชื่นชอบการพนันหรือบ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับอยู่แล้ว พวกเธอเดินไปซื้อที่ร้านน่าจะง่ายกว่า" เมิ่งหลานหัวเราะเบา ๆ เขาเองก็เคยพาภรรยามาที่นี่ครั้งหนึ่ง เธอเอาแต่บ่นว่าทั้งร้อนทั้งสกปรก แถมยังบอกอีกว่าต่อไปนี้จะไม่มาอีกแล้ว
"แบบนี้เอง" เฉินม่อไป๋พยักหน้า สายตาจับจ้องไปที่ชายคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น พลังหยางที่แผ่ออกมาจากตัวเขาดูคุ้นเคยราวกับเคยพบมาก่อน...
อ่า น่าจะเป็คนในรถคันนั้นที่เคยขับตามเธอ
หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อย เนื่องจากเขาหันหลังอยู่จึงไม่เห็นหน้าชัด ๆ เธอััได้ถึงพลังชั่วร้ายเบาบางที่กำลังกัดกินพลังชีวิตบนตัวเขา
ทำไมคนที่มีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้ถึงถูกพลังงานชั่วร้ายเล่นงานเอาได้?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เมิ่งหลานที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยถามขึ้น "อาจารย์เฉิน้าเลือกหินหยกด้วยตัวเองหรือว่าจะรอประมูลจากคนที่ตัดหยกได้ครับ"
เฉินม่อไป๋ได้สติ เธอหันไปยิ้มตอบ "เลือกเองดีกว่าค่ะ"
หญิงสาวฟังข้อมูลต่าง ๆ มาจากเสิ่นอันที่ติดตามมาด้วยแล้ว เขาบอกว่าถ้าเลือกหินหยกด้วยตัวเองจะประหยัดกว่า แต่ก็ต้องใช้ความชำนาญมาก ส่วนถ้าประมูลก็ต้องจ่ายแพงขึ้นแต่ได้หยกกลับบ้านไปแน่นอน ซึ่งราคาหยกที่ประมูลกันอย่างต่ำก็หมื่นกว่าหยวนเข้าไปแล้ว ยิ่งถ้าอยากได้หยกดี ๆ ก็ต้องใช้เงินเยอะขึ้น เธอไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก
อีกอย่างคือหยกมีพลังในตัวของมันเอง แค่เธอกวาดสายตาก็รู้แล้วว่าก้อนไหนมีหยกไม่มีหยก
"้ารถเข็นไหมครับ เดี๋ยวผมไปเอาให้" เมิ่งหลานเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
เฉินม่อไป๋ครุ่นคิดครู่หนึ่งก็พยักหน้า "รบกวนด้วยนะคะ"
"ไม่มีปัญหาครับ" เมิ่งหลานพยักหน้า เขาเต็มใจทำตามคำขอของอาจารย์เฉินอย่างยิ่ง
ถ้าไม่ได้ฟังคำทำนายของเฉินม่อไป๋ เขาก็คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ภรรยาจะเสียใจแค่ไหนแล้วลูกจะเป็อย่างไร...อ่า ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งเคารพอาจารย์เฉินมากขึ้น