เมื่อเห็นท่าทางของซูเฟย ฉินเฉาหันไปมองตาของผู้อำนวยการสาวโดยไม่รู้ตัว เธอทำแค่เพียงยืนกอดหน้าอกมองมาทางเขาพร้อมกับส่งยิ้มให้แฝงไว้มีความหมายบางอย่าง
‘ผู้หญิงคนนี้ช่างเืเย็น นักเรียนตีกันต่อหน้าต่อตาแท้ ๆ ยังทำเป็เฉยอยู่ได้ยังไง’
‘เธอไม่แคร์ แต่ฉันแคร์!’
“มานี่ ตามฉันไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยจะได้รักษาแผลนาย” ฉินเฉาขมวดคิ้วขณะพยุงเด็กอ้วน เขาไม่สนว่าจะมีนักเรียนมากแค่ไหนข้างหน้าเขา
ขาของเด็กอ้วนอ่อนแรงไม่สามารถเดินได้แม้แต่เพียงก้าว นักเรียนเ่าั้กางมือของพวกเขาขวางทางของฉินเฉา
“ฉันบอกให้แกหยุด แกยังไม่หยุดอีก!” นักเรียนผมฟ้าจับไหล่ของฉินเฉา “เป็แค่การ์ดอย่ามาทำตัวยุ่มย่าม ฉันจะบอกให้ ในโรงเรียนนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งเื่ของฉัน”
“ปล่อยมือของนายซะ” ฉินเฉาหันกลับไป แล้วมองนักเรียนผมฟ้าอย่างเ็า จิตใจของมันสั่นสะท้านรู้สึกเหมือนกำลังถูกสัตว์ป่าจ้อง จิตใต้สำนึกสั่งให้มันเอามือกลับ
“กะอีแค่การ์ดมาใหม่อยากโชว์พาว!” เด็กคนนี้ปากดีจริง ๆ เมื่อเห็นเครื่องแบบของฉินเฉาก็เลยพูดจาดูถูกคิดว่าเขาเป็แค่การ์ด มันะโอย่างภูมิใจว่า “ถ้าแกอยากเสือกนัก เดี๋ยวฉันจะจัดให้!”
“หืม?” ฉินเฉาฉีกยิ้มขึ้นที่มุมปากแล้วพูดว่า “ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกัน กลัวแกจะจัดการฉันยังไงไอ้หนู!”
“เชี่ยเอ๊ย...” เป็ครั้งแรกที่มีคนบังอาจยั่วโมโหมัน มันะโเหมือนคนเสียสติทันที “หักขามันเดี๋ยวนี้ ดูสิมันจะยังทำงานได้อีกไหม!”
สิ้นเสียงคำสั่งเหล่านักเรียนต่างพุ่งเข้าใส่เขา ประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าใส่ฉินเฉา
มีนักเรียนแอบเตะฉินเฉาจากข้างหลัง เขา้ากระทืบให้ฉินเฉาเป็เหมือนกับเด็กอ้วนคนนั้น
แต่ฉินเฉาโมโหนักเรียนผมฟ้าคนนั้น เป็แค่นักเรียนยังเรียนไม่จบ แต่กลับทำตัวเลวทรามข่มเหงคนอื่นขนาดนี้
“หลบไปข้าง ๆ ” เขาผลักเด็กอ้วนออกไปจากดงพายุหะบาทา ในขณะเดียวกันเขายกเท้าเตะสวนเด็กที่ย่องเข้ามาจัดการด้านหลัง ส่งผลให้ร่างของมันลอยกระเด็นตกไปในแอ่งโคลน
แค่นักเรียนมือเปล่า พวกเขาจะเทียบกับฉินเฉาที่มีพลังพิเศษได้อย่างไร ด้วยพลังนี้เขาน็อกนักเรียนที่เข้ามาด้วยหมัดล้วนๆ ทำให้ท่ามกลางสายฝนโคลนสาดกระจาย นักเรียนหมาหมู่เริ่มหวาดกลัวพลังของฉินเฉาจนต้องถอยหลังอย่างลังเล
“แก แกบังอาจลงไม้ลงมือกับนักเรียนงั้นเหรอ?” ทันใดนั้นนักเรียนผมฟ้าถึงแม้จะหวาดกลัว แต่ก็ยังปากดีไม่เลิก
“บังอาจ?” ฉินเฉาหัวเราะจากนั้นกลายเป็โกรธ “ฮ่า ๆ ๆ นายสิบังอาจ เป็แค่เด็กนักเรียนแต่ยังกล้าทำร้ายนักเรียนคนอื่น ทำไมฉันจะทำบ้างไม่ได้?”
“แกรู้มั้ยฉันเป็ใคร?” นักเรียนผมฟ้ารวบรวมความกล้าของเขาแล้วถาม
“ฉันไม่สนว่านายเป็ใคร!” ฉินเฉาขมวดคิ้วหลังจากจำบางสิ่งได้ บางสิ่งที่เฉินหยิงหยางพูดกับเขา “นักเรียนในโรงเรียนนี้ ต่างเป็เสือหมอบัซ่อน คุณไม่รู้หรอกว่าเื้ัของครอบครัวพวกเขาใหญ่แค่ไหน”
เมื่อคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ ความกังวลปรากฏบนหน้าของฉินเฉา งาน 4000 หยวนต่อเดือนใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ เขาเพิ่งจะเกลี้ยกล่อมเ้าของห้องเช่าขยายเวลาจ่ายค่าเช่าออกไปเมื่อวานนี้เอง ถ้าเขาสูญเสียงานในวันนี้ เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาจะไปหางานจากที่ไหน?
เมื่อเห็นฉินเฉาดูกังวล นักเรียนผมฟ้าก็หัวเราะ “ตอนนี้รู้จักความกลัวแล้วสินะ ถ้าแกคุกเข่าแล้วเรียกฉันว่าปู่ ฉันถึงจะปล่อยแกไป!”
“ฉันคิดแล้ว ว่ามันต้องกลายมาเป็แบบนี้” ซูเฟยผู้เห็นเหตุการณ์ ทันใดนั้นก็ยิ้มเยาะแล้วหมุนตัวเดินไปด้านตรงข้าม สำหรับนักเรียนที่ถูกทำร้าย ไม่ใช่ว่าเธอไม่ห่วง แต่เธอไม่สามารถจัดการได้ นักเรียนบางคนที่นี่ เื้ัของพวกเขามีอำนาจมากกว่าเธอ เธอจะจัดการได้อย่างไร? อย่างมากก็แค่เสียเงินให้นักเรียนที่โดนทุบตี แต่ทันใดนั้นเหตุการณ์ได้เปลี่ยนไป ทำให้เธอหยุดเท้าลงช้า ๆ
ได้ยินประโยคที่นักเรียนผมฟ้าพูดทำให้ฉินเฉาโมโห ความกังวลของเขาหายไป
“ครอบครัวของนายร่ำรวยมีอำนาจมาก นักใช่ไหม” ฉินเฉาถามกลับอย่างเ็า
“หึ ใช่น่ะสิ” นักเรียนผมฟ้ายกยิ้ม “ครอบครัวของฉันร่ำรวยมากทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แกก็แค่ยามตัวเล็ก ๆ จะไปเข้าใจชีวิตของคนรวยได้ยังไง ถ้าฉัน้าแค่ใช้เศษเงินฟาดหัวใครสักคน เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้แกหายไปได้แล้ว”
“ดี ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ของนายที่ทำให้นายร่ำรวยอย่างนี้” ฉินเฉาพับแขนของเขา ยิ้มเยาะไม่หยุด “แต่ดูเหมือนหูของนายจะได้ยินไม่ชัดนะ พอ ๆ กับหูลิง หูเป็อวัยวะที่ใช้ฟัง ตัดสินใจว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว แต่ด้วยหูลิงของนาย ชะตาของนายจะกลายเป็คนยากจน ก่อนนายจะอายุ 40 สถานะครอบครัวของนายจะเสื่อมลง ทีละคนทีละคน ครอบครัวของนายจะล้มละลายแตกแยกพังพินาศ
ยังไงก็ตาม ฉันคาดว่านายคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงตอนนั้น ปัจจัยเกิดจากจมูกของนาย ดูจมูกของนายสิ จมูกยุบ ๆ นั่นกำหนดไว้ว่าชะตาของนายล้มเหลว นอกจากนี้นายยังอาจจะมีอายุไม่ถึงวัยกลางคน แม้กระทั่งเมียของนายก็จะตายต่อจากนาย นายจะมีสภาพน่าสังเวช ชีวิตของนายมันไร้ความหมาย มันจะดีกว่าถ้านายจะหาหลุมฝังศพฝังตัวเองแล้วตาย ๆ ไปซะจะได้ไม่รกโลกแบบนี้!”
“กะ แก...” นักเรียนผมฟ้าคนนี้จะรู้ได้ยังไง ว่าฉินเฉาเรียนเกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยจากปู่ของเขา แค่คำพูดไม่กี่คำถึงกับทำให้เขาไม่มีหวัง จนเขาอยากจะกระอักเื “นายเชื่อเื่ไสยศาสตร์มั้ย ฉันเชื่อว่าอย่างน้อยนายยังเชื่อเื่ผี!”
“เหลวไหล...” ซูเฟยได้แต่หัวเราะ “ผู้ชายคนนี้ชอบทำให้เื่มันยุ่ง”
“เอาล่ะ จะเชื่อหรือไม่เชื่อ” ฉินเฉาพับแขนของเขา ยิ้มเยาะ “ถ้านายรอดไปถึง 40 นะ ชื่อฉันจะเขียนอยู่ข้างล่างนาย”
“ดี...” นักเรียนผมฟ้าจ้องเขม็งไปที่ฉินเฉา เขารู้ว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของการ์ดตรงหน้าเขา จากนั้นพูดว่า “ให้ฉันบอกอะไรสักอย่างให้รู้นะ พ่อทูนหัวของฉันคือเฉินสี ฉันจะรอดูว่าแกจะตายยังไง!”
จากนั้นนักเรียนผมฟ้าพร้อมกับนักเรียนจำนวนหนึ่ง เดินกลับออกไปพร้อมกับความโกรธ
เหมือนเหตุการณ์น่าตื่นเต้นจะจบลงแล้ว เหล่านักเรียนต่างแยกย้าย
“เช้อะ ทำตัวเป็ฮีโร่ ทั้ง ๆ ที่หายนะกำลังรออยู่” ปากของซูเฟยพึมพำ จากนั้นมองฉินเฉาด้วยสายตาที่ซับซ้อน แล้วเดินจากไป
“มากับฉัน” ฉินเฉาไม่รู้ว่าใครคือเฉินสี เขาไม่อยากคิดเกี่ยวกับมันมากนัก เขาพาเด็กอ้วนที่ถูกทำร้ายอย่างหนักไปที่ห้องรักษาความปลอดภัย
“หืม...” เมื่อเข้าไปในห้องรักษาความปลอดภัย กระบองไฟฟ้าหวังมองเขาเหมือนมองคนตาย มองเขาด้วยหางตาจากนั้นก็ออกไปจากห้อง เหล่าการ์ดคนอื่นก็หลีกห่างจากฉินเฉาเหมือนกับโรคระบาด มีแค่ไม่กี่คนที่มองฉินเฉาด้วยความเห็นใจ
“เกิดอะไรขึ้นกับพวกนายกัน?” ฉินเฉารู้สึกไม่ดีจึงรีบถามออกไป
“เฮ้อ...” เฉินหยิงหยางถอนหายใจ พูดด้วยเสียงต่ำว่า “ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าสอดรู้สอดเห็น ลูกพี่ไม่ฟังคำเตือนผมดันไปทำให้ลูกบุญธรรมของเฉินสีโกรธ!”
“เฉินสีคือใคร ทำไมพวกนายถึงกลัวกันจัง” ฉินเฉาวางเด็กอ้วนลงบนเก้าอี้ จากนั้นเอาน้ำร้อนมาล้างแผลให้เขา
“เฉินสีคือใคร คุณไม่รู้เหรอ?” เฉินหยิงหยางมองฉินเฉาเหมือนมองเอเลี่ยนจากต่างโลก “เขาคือเ้าพ่อของเมืองซู่หนานที่เราอยู่นี่...”
เมื่อได้ฟัง ฉินเฉาตะลึงและหันกลับไป ไม่แปลกใจที่ชื่อนี้เป็ที่รู้จัก แต่เขาเป็แค่นักศึกษาเพิ่งจบ มีหลายสิ่งที่เขาต้องรู้
“อำนาจของเฉินสีสามารถทำให้โลกใต้ดินต้องสั่นะเื ผู้คนในถนนต่างเรียกเขาว่า เ้าพ่อเฉินสี ลูกพี่ยังไปสร้างปัญหาให้กับลูกบุญธรรมของเขา...โอ๊ยกะเทยอย่างเดี้ยนล่ะปวดหัวจริง ๆ ขอให้อย่าได้เกิดเื่ร้าย ๆ เล้ย”
“ฉันไม่เชื่อ!” ฉินเฉารู้สึกกลัวเข้าไปในหัวใจ สุดท้ายแล้วเขาตัดสินใจ ทำใจแข็งแล้วพูดว่า “เฉินสีคนนี้ไม่ว่าจะมีพลังเท่าไหร่ก็ไม่สามารถฆ่าฉันได้!”
เฉินหยิงหยางไม่พูดอะไรแต่คิดในใจว่า ‘กับพวกองค์กรใต้ดินพวกนี้กะอีแค่ฆ่าการ์ดตัวเล็ก ๆ อย่างลูกพี่มันง่ายดายราวคลิกมือขวาเลยนะฮ้าาา∼’
“ผะ ผมขอโทษ...” เด็กอ้วนอดทนต่อความเ็ป ขณะที่ฉินเฉากำลังล้างแผลให้เขาด้วยน้ำแล้วตามด้วยยาแดง เขาก้มหัวลงแล้วพูดกับฉินเฉา “ที่ทำให้คุณต้องมีปัญหา”
“เออ ๆ ไหนเล่าเื่ของนายมาสิ้” ฉินเฉามองไปที่เด็กอ้วนคนนั้น “นายชื่ออะไร ทำไมไอ้เด็กเกรียนผมฟ้านั่นถึงตามตื้บนายแบบนี้?”
“ผมชื่อหลิวชวน...” เด็กอ้วนเริ่มพูด เสียงของเขายังคงสั่นเครือ “ผะ ผม กับหยูเชี่ยนรู้จักกันั้แ่เด็ก เคยเป็แฟนกันตอนมัธยม ความสัมพันธ์ของเราเป็ไปด้วยดี...แต่ ไอ้ฟางหัวก็มาจีบเธอแล้วเธอก็ไปกับมัน ผะ ผมยอมรับไม่ได้ ผมเลยไปหาหยูเชี่ยนเพื่อขอคำอธิบาย แต่ฟางหัวก็มาแล้วบอกว่าผมไปยุ่งกับแฟนของมัน ทั้งหมดนี้คือสาเหตุที่มันยกพวกมาทำร้ายผม”
“เื่มันเป็อย่างนี้นี่เอง!” ฉินเฉามองเด็กอ้วนั้แ่หัวจรดเท้า “นายจะยัง้าคำอธิบายอะไร กับผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนั้นอีก!”
“ตะ แต่ผมชอบเธอจริง ๆ เราคบกันนานกว่า 3 ปี...” หลิวชวนคร่ำครวญ เืบริเวณหางตาของเขาหยุดไหลแล้ว เหลือเพียงแค่รอยถลอกขนาดใหญ่ ไม่อย่างนั้นเขาก็ยังดูน่าสงสารอยู่ดี
ฉินเฉาเงียบ เขากับแฟนคบกันมานาน 3 ปี ความสัมพันธ์เป็ไปด้วยดี...แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ลงเอยแบบเดียวกัน
“อย่าเศร้าไปเลย ยังมีผู้หญิงดี ๆ อีกเยอะ” ฉินเฉาตบบ่าปลอบหลิวชวน
“คะ คุณเป็หมอดูจริง ๆ เหรอ?” ทันใดนั้นหลิวชวนจับแขนฉินเฉา แล้วถามอย่างอดไม่ได้
“แน่นอน ธุรกิจครอบครัวน่ะ”
“ถ้างั้นคุณช่วยดูผมได้มั้ย ว่าแฟนผมจะเปลี่ยนใจมั้ย”
“ไปซะ!” ฉินเฉาทำเป็ตีเขา “ดูนายตอนนี้สิ มันคงจะดีกว่าถ้าฉันตีนาย!”
พอมองเด็กอ้วนท่าทางยากจนที่กำลังจะร้องไห้ ฉินเฉาก็อดปลอบใจไม่ได้ “อย่าห่วงเลย นายรีบกลับห้องของนายไปซะ ถ้าเ้าผมฟ้า...เอ่อ ฟางหัวสร้างปัญหาให้นายอีก นายมาหาฉันทันทีเลย ฉันจะปกป้องนายเอง”
ฉิงเฉาพูดในใจ ‘ในเมื่อขี่หลังเสือไปแล้วเป็ไงเป็กันวะ ไอ้พวกลูกคุณหนูแบบนี้มันมักชอบทำเื่ชั่ว ๆ แต่ไม่ยอมให้มือของตัวเองสกปรก ถ้าจะต้องเจอกับพวกอันธพาลอีกก็มาเลย ดูสิว่าใครจะแน่กว่ากัน!’
“ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...” หลิวชวนขอบคุณเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เหล่าการ์ดที่อยู่รอบ ๆ ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ เพราะคิดว่าสุดท้ายแล้วคนหนุ่มเืร้อนหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างเขา กับ ลูกบุญธรรมเฉินสี จะไปทำอะไรได้
พวกมันไม่รู้ว่า ฉินเฉาได้เปิดประตูเข้าสู่หนทางแห่งการฝึกตนที่แท้จริงแล้ว การฝึกตนของเขาในอนาคตคนธรรมดาจะไปเข้าใจได้ยังไง
............
“พี่ฟาง ไอหยามกระจอกนั่นมันทำตัวกร่างมากเลยนะพี่ เราจะจัดการกับมันยังไงดี?” ฟางหัวกับลูกน้องของมันกำลังสุมหัวอยู่ภายในร้านอาหารหรู แขนของฟางหัวกอดนักเรียนหญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าหรูหรา กำลังหยอกล้อกับเธอ
“เฮ้ย อย่ามากวนฉันตอนนี้ แกถามว่าจะให้มันชดใช้ยังไงงั้นเหรอ?” ฟางหัวแสยะยิ้ม คิดเกี่ยวกับผลลัพธ์ในวันนี้ก็ไม่อาจควบคุมความโกรธลงได้ มันเผลอตัวฟาดมือเข้าที่ก้นของหญิงสาวคนนั้นอย่างแรง จนเธอส่งเสียงคราง
“ฉันจะไปบอกพ่อบุญธรรมของฉัน ให้เขาหาคนมาดักรอเล่นงานมันตอนค่ำนี้ หึหึ...”
“ฮ่า ๆ ๆ แหล่มไปเลยลูกพี่...”
“พอ ๆ เลิกพูดเื่ไอ้ยามกระจอกนั่นสักที แล้วพวกนายก็ไสหัวไปซะนายน้อยมีบางอย่างต้องทำ”
“ครับ ครับ...”
หลังจากนั้นชั่วขณะ ก็มีเสียงรัญจวนะเิออกมาจากห้อง...
จบตอน#