ตอนที่1
บึงจระเข้ตอน1
ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีบึงน้ำขนาดกลางซึ่งเป็สถานที่เล่นน้ำของเด็กๆและผู้ใหญ่ใน่วันหยุดก็จะมีคนไปนั่งเล่นกันหลายครอบครัว อยู่มาวันหนึ่งมีเด็กไปเล่นน้ำและจมหายไป คนในหมู่บ้านช่วยกันงมหา แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอเสียทีพ่อแม่เด็กซักถามเพื่อนที่ไปเล่นน้ำด้วยกัน เด็กเ่าั้บอกแค่ว่าจู่ๆน้อยก็หายไป เลยพากันขึ้นแต่รอเท่าไหร่ก็ไม่เห็นน้อยกลับมา จึงพากันมาบอกพ่อแม่พวกเขาจึงตัดสินใจว่าจะดูดน้ำออกจากบึงเพื่อหาร่างลูกสาว ใช้เวลาหลายวันกว่าจะดูดน้ำออกจากบึงได้หมดพอน้ำเริ่มลดลง ก็พบว่ามีจระเข้อาศัยอยู่ในบึง ทุกคนคิดว่า เด็กน้อยคนนั้นคงโดนจระเข้กินไปแล้วเป็แน่ พ่อของเด็กโกรธแค้นมากจึงจับจระเข้ตัวนั้นมาผ่าท้องเพื่อหาร่างลูกสาว แต่ก็ไม่พบซากคนในท้องมีเพียงแต่พวกปลาเท่านั้นพวกเขาจึงคิดว่าเด็กคนโดนกินไปหลายวันแล้วจนถูกย่อยไปหมดไม่เหลือเศษซากทิ้งไว้แค่ความสงสัยว่า จระเข้นั้นมาอยู่ในบึงได้อย่างไร ใครเป็คนเอามาปล่อยและมันอาศัยอยู่ที่บึงนี้นานแค่ไหน พวกเขาปล่อยน้ำออกจนหมดบึงเพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติอีกครั้งแต่ก็ไม่พบอะไรในบึง ตำรวจสรุปคดีการหายตัวไปว่าโดนจระเข้กิน พ่อแม่ของน้อยเสียใจและทนรับการตายของลูกไม่ได้ จึงย้ายหนีออกไป
หลายเดือนผ่านไปฝนตกอย่างหนักติดต่อกันเป็เดือนน้ำในบึงก็กลับมาเต็มอีกครั้ง ความกลัวก็เริ่มซาลงชาวบ้านก็เริ่มลืมเหตุการณ์ะเืขวัญนั้นไปแต่แล้วในปีถัดมาก็เกิดเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำ มีเด็กจมน้ำหายไปเด็กที่ไปเล่นน้ำด้วยกันบอกว่าเห็นจระเข้ตัวใหญ่อยู่ในน้ำเลยพากันหนีขึ้นมา แต่บัวขึ้นมาไม่ทันเด็กยืนยันว่าเห็นจระเข้ในบึงจริงๆพ่อแม่เด็กจึงคิดว่าอาจจะมีคนเอาจระเข้มาปล่อยอีกเป็แน่จึงได้ดูดน้ำออกจากบ่อเพื่อค้นหา แต่ครั้งนี้กลับไม่พบอะไรเลย ไม่พบจระเข้ ไม่พบร่างของบัวทางตำรวจเข้ามาตรวจสอบ และสอบถามเด็กๆอีกครั้งว่าเกิดเหตุใดขึ้นแต่เด็กทุกคนก็ยืนยันว่าเห็นจระเข้ในบึง ทางตำรวจก็สงสัยแต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้จึงสรุปคดีว่าเด็กจมน้ำ และไม่พบศพ ชาวบ้านต่างลือกันไปต่างๆนานาว่าเป็เพราะความเคียดแค้นของจระเข้ที่ถูกฆ่าผ่าท้อง จึงสร้างศาลขึ้นเพื่อขอขมา และล้อมรั้วบึงนั้นไม่ให้คนเข้า
10 ปีผ่านไป มีถนนตัดผ่าน หมู่บ้านเจริญขึ้นส่วนที่เป็บึงนั้นจะโดนถมเพื่อทำหมู่บ้านจัดสรรศาลที่ตั้งไว้ถูกรื้อออก พื้นที่ส่วนที่เป็บึงนั้นถูกทำเป็สวน ชวนเป็ผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างหมู่บ้านนี้ชื่อโครงการว่าบ้าน ฝันดี ชวนต้องเข้ามาดูแลช่างทำการก่อสร้างทุกวันโดยเขาจะพาลูกและเมียของเขาชื่อ นวย มาด้วยทุกวันเขาปลูกห้องเล็กๆไว้ในโครงการเพื่อให้ลูกเมียได้พักผ่อนที่นั่นพิมลูกสาวของเขาเป็เด็กซน เขาชอบเล่นกับเพื่อนที่เป็ลูกคนงานก่อสร้างประจำโดยแม่ของเธอจะเป็คนคอยดูแลเสมอ แต่ในวันนั้น พิมไปเล่นใกล้กับบึงที่กำลังถมแม่ได้ห้ามไม่ให้เข้าไปเล่นแถวนั้น แต่พิมไม่ฟังพิมและเพื่อนวิ่งเข้าไปเล่นตมในบ่อ แล้วจู่ๆเธอก็โดนตมดูดลงไปแม่เห็นแบบนั้นรีบวิ่งลงไปเพื่อดึงขึ้นมา แม่ะโเรียกคนให้มาช่วย เพราะตัวแม่เองก็กำลังโดนดูดลงไปด้วยเช่นกันพ่อเห็นเช่นนั้นสั่งให้คนงานเอาเชือกมา พ่อวิ่งลงไปเอาเชือกมัดลูกกับแม่ไว้ทุกคนช่วยกันดึงพิมกับแม่ขึ้นมา แต่พิมร้องด้วยความเ็ป จนดึงเธอขึ้นมาได้ก็พบว่าขาขวาของพิมนั้น ขาดไปข้างหนึ่งแล้ว แม่ใจนสลบไปพ่อรีบพาพิมกับแม่ไปโรงพยาบาล
พิมอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวันจนอาการดีขึ้น พ่อจึงพาพิมกลับบ้านจากนั้นเขาก็มาที่บึงที่กำลังถมนั้นอีกครั้ง ให้คนงานเอารถตักมาขุดลงไปไม่ว่าจะขุดลึกแค่ไหน ตักดินออกไป ควานหาต้นต่อที่ทำให้พิมขาขาดก็ไม่พบสิ่งได้ตำรวจมาตรวจสถานที่เกิดเหตุก็จนใจ ได้แต่บอกกับชวนว่า นี้เป็ครั้งที่ 3แล้วที่เกิดเหตุประหลาดแบบนี้ ชาวบ้านเล่าเื่ต่างๆให้ชวนฟัง แต่ชวนคิดว่าเป็เื่ไร้สาระและไม่เชื่อหลังจากออกจากโรงพยาบาลมา ทุกคืนพิมจะร้องไห้ด้วยความเ็ปบอกว่าเจ็บแผลชวนพาลูกไปหาหมอ หมอก็ให้แต่ยาแก้ปวดมา พิมบอกกับพ่อว่ามีจระเข้อยู่ในบึงนั้นกลางคืนเธอก็ฝันเห็นมันตลอด มันมาอยู่ที่หน้าประตูบ้าน และเธอกลัวมาก พ่อคิดว่าเป็เพราะพิมเจอเื่ร้ายๆมาเยอะจึงพาเธอไปหาหลวงพ่อที่นับถือ เพื่อทำการเรียกขวัญและสะเดาะเคราะห์หลวงพ่อผูกสายสิญจน์และรดน้ำมนต์ให้หลวงพ่อบอกชวนว่าให้พาลูกกลับอยู่ที่ใกล้ๆบึงนั้น อย่าให้เขาไปไกลจากบึงมีสัตว์บางอย่างคอยจองเวรเขาอยู่ และมันไม่เลิกจนกว่าพิมจะตาย หลังจากนั้นชวนจึงได้ขอซื้อบ้านหลังหนึ่งในโครงการที่ใกล้กับบึงนั้นเ้าของก็ยินดีขายให้ในราคาถูก เพราะโครงการยังทำไม่เสร็จชวนรีบปลูกบ้านหลังนั้นขึ้นเป็แบบชั้นเดียวเพื่ออยู่อาศัย่ที่พิมอาการยังไม่ดีทุกๆวันที่พิมอยู่บ้านอาการจะปกติไม่เป็ไร แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องไปหาหมอหรือต้องออกจากบ้านไปพิมจะมีอาการหลอนว่ามีจระเข้ตาม มีไข้ และปวดหัวอย่างหนักจนทำให้เธอไม่สามารถไปโรงเรียนได้
โครงการเริ่มสร้างไปเรื่อยๆ และก็พบปัญหาตลอดการ
สร้างน้ำท่วมบ้าง ดินถล่มลงมาบ้าง คนงานาเ็บ้างเ้าของโครงการเลยหยุดดำเนินการสร้างไว้เลยทำให้มีแค่บ้านของชวนหลังเดียวเท่านั้นที่มีคนอยู่ในโครงการ
หลายเดือนหลังจากนั้น บึงที่ถมแล้วก็เป็เช่นเคยคือกลับมาเป็บึงมีน้ำอีกครั้ง ชาวบ้านก็เริ่มลือกันไปต่างๆนานาว่าเป็บึงที่ถมไม่ได้ไม่ว่าถมกี่ครั้งมันก็จะกลับมาเป็บึงอีก เ้าของที่เขาไม่ยอมให้ถม ทุกวันพิมจะนั่งจ้องมองไปที่บึงนั้นตลอดข้าวปลาไม่ค่อยกิน จนผอมแห้งแม่ที่คอยดูแลพิมอยู่เสมอก็ค่อยๆกลายเป็โรคซึมเศร้าตามไป ทุกวันได้แต่ตั้งคำถามทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้กับครอบครัวเรา แม่เริ่มร้องไห้ทุกวัน พิมก็ได้แต่เหม่อลอยพ่อที่ต้องคอยแบกรับภาระครอบครัว ทั้งเมียและลูกก็เริ่มรับภาระนั้นไม่ไหว
หลายปีผ่านไปในเช้าวันหนึ่งจู่ๆพิมก็เดินออกจากบ้านไปที่บึง พ่อตื่นขึ้นมาเห็นพิมเดินออกนอกบ้านเลยตามไปพิมไปยืนนิ่งอยู่ที่บึงพักหนึ่ง พ่อะโเรียก
“พิมจะทำอะไรลูก”
พิมร้องไห้และหันมาหาพ่อพิมเดินเข้ามาใกล้ๆพ่อ ทิ้งไม้เท้าลงและก้มลงกราบเท้าพ่อ ทั้งที่ไม่มีคำพูดใดออกจากปากพิมแต่พ่อก็รู้ทันทีว่าพิมคิดอะไร พ่อเอามือลูบหัวพิมและร้องไห้พิมค่อยๆคลานลงไปที่บึงนั้นคลานลงไปในน้ำเรื่อยๆ เรื่อยๆ พ่อได้แต่ยืนมองพิมที่ค่อยๆจมลงไปที่ละนิดทีละนิดจนพิมจมน้ำหายไป จิตใจพ่อที่เหนื่อยล้ามาหลายปี ต้องยอมปล่อยให้ลูกจากไปที่ทั้งหัวใจมันเจ็บช้ำอย่างแสนสาหัส
“พ่อขอโทษนะลูก”
พ่อร่ำไห้แทบขาดใจเข่าทรุดลงที่ตรงหน้าบึง เขาไม่ได้บอกใครเื่นี้ เขากลับไปที่บ้านและเก็บข้าวของย้ายออกไปในตอนเช้ามืดชาวบ้านเริ่มสงสัยที่ไม่เห็นชวนออกมาซื้อของที่ตลาดหลายวันแล้วแต่ก็ไม่กล้าเข้าหมู่บ้านไปดู เพราะที่นั่นเป็พื้นที่ส่วนบุคคล
หลายปีต่อจากนั้นโครงการก็เริ่มรีโนเวทใหม่พื้นที่ส่วนบึงนั้น นำมาเป็จุดขายของโครงการ มีการทำพิธีเชิญพระมาทำการล้างอาธรรพ์ต่างๆภายในหมู่บ้านและโครงการก็สร้างเสร็จหลังจากนั้นอีก 2 ปีเป็หมู่บ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่หลายสิบไร่ มีบึงสวยงามที่ล้อมรอบด้วยสวนสาธารณะกลางหมู่บ้านพื้นที่ถูกจัดสรรสวยงาม บ้านที่ชวนเคยอยู่ ถูกทำให้เป็สำนักงานขายโครงการเองก็ไม่สามารถติดต่อขอซื้อพื้นที่คืนจากชวนได้เพราะไม่รู้ว่าเขาย้ายไปอยู่ที่ไหน รอบนอกหมู่บ้านก็เจริญขึ้นมี ร้านค้าถนนทางเข้าสะดวกสบาย เหล่าคนที่เคยรู้เื่ราวเกี่ยวกับบึงนั้นก็เริ่มล้มหายตายจากกันไปบ้างภายในไม่กี่ปีบ้านทุกหลังในโครงการก็ขายหมดโดยไม่ได้มีใครพบเห็นเหตุการณ์แปลกๆอะไรอีกเลย