ปาย : (เปิดประตู) เข้ามาสิ
ลูกแก้ว : โห้ปาย ห้องแกกว้างจังเลยอะ
ปาย : ก็นิดหน่อยอะ แต่สำหรับเรามันแคบมาก
ลูกแก้ว : ไม่นิดหรอกมั้ง เห้ย! แกมี the communist manifesto ด้วยหรอ?
ปาย : อืม ของเพื่อนสนิทเราอะเขาให้มาตั้งนานแล้วแหละ
ลูกแก้ว : เราอ่านได้ป่ะ?
ปาย : ตามสบายเลยจะอ่านเล่มไหนก็อ่านเลยนะ อยู่ตรงชั้นก็อ่านได้เลือกได้หมดเลยนะเราอาบน้ำก่อน
ลูกแก้ว : อืม
เราก็ไปอาบน้ำเหมือนปกติทุกวันที่เรากลับมาห้องแต่มันออกจะแปลกที่มีลูกแก้วอยู่ภายในห้องแต่เราก็ไม่ได้คิดมากอะไรเป็พิเศษเพราะว่าเป็ผู้หญิงด้วยกันจนเราอาบน้ำเสร็จเรเหลือบไปเห็นลูกแก้วจ้องเราไม่ละสายตาเลยและเริ่มแปลกขึ้นเรื่อยๆเมื่อเราเรียกลูกแก้ว
ปาย : แก้ว แก้ว แก้วเป็ไรรึเปล่าดูเหม่อๆนะเป็ไรหรอ?
ลูกแก้ว : ปะ ป่าวไม่มีอะไรแค่เราคิดอะไรเพลินไปหน่อย
ปาย : ออ นี่ผ้าเช็ดตัวแล้วก็ชุดใส่นอนเลือกเอาในตู้ได้เลยอย่ในนั้นแหละ
ลูกแก้ว : ขอบคุณนะ
ปาย : อืมไม่เป็ไร
เราก็อ่านหนังสือต่อเกือบจะย่างเข้าเที่ยงคืนจนเราง่วง(รึเปล่านะ)แต่แก้วก็หลับไปก่อนแล้วเราก็นอนทีหลัง เตียงที่เรานอนพอนอนได้สองคนเลยไม่ต้องกังวลว่าจะอึดอัดแต่สำหรับแก้วอาจจะใหญ่เกินไปหน่อยเพราะลูกแก้วตัวเล็กจนเรานอนไปสักพักเรารู้สึกถึงไอลมหายใจรดที่ต้นคอของเราจนเราเคลิ้มไปแล้วแต่เราก็ได้สติแต่แก้วกลับพูดออกมาว่า
ลูกแก้ว : ปาย ตัวปายหอมจังเลย
ปาย : จริงหรอ?
ลูกแก้ว : จริงสิ หอมมากจนเราอยากจะดมไปทั้งวันเลย
ปาย : อยากดมก็ดมสิ
่เวลานั้นมัรทำให้เรารู้สึกดีจนลืมทุกอย่าง ภาพในหัวมีแต่ความว่างเปล่า แต่บางอย่างก็วิ่งตัดเข้ามาในหัวเราจนเราได้สติ
ปาย : แก้วเราว่าอย่าดีกว่านะ
ลูกแก้ว : เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ เราขอโทษนะ
ปาย : อย่าคิดมากเลย นอนกันต่อดีกว่านะ
ถึงแม้ว่าเราจะรู้สึกดีก็นะแต่เื่บางเื่เพื่อนก็ไม่ควรทำแต่เราก็ไม่ได้คิดมากถึงขั้นเก็บไปคิดอะไรมากและแก้วก็ไม่ได้เอ่ยถึงเหตุการณ์นั้นด้วยมันก็เลยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ปาย : แก้ว แก้ว ตื่นได้แล้ว
ลูกแก้ว : เช้าแล้วหรอ?
ปาย : อืมจนจะแปดโมงเช้าแล้วนะ รีบไปอาบน้ำได้แล้วเดี๋ยวไปเรียนไม่ทันหรอก
ลูกแก้ว : เห้ย! จริงดิ เราอาบน้ำก่อนนะ
ปาย : นี่แก้ว เรานั่งเรือข้ามฝากไปมหาลัยดีกว่าไหมตอนนี้
ลูกแก้ว : อ้าวทำไมล่ะ?
ปาย : ่นี้กระทิงแดงกับพวกลูกเสือชาวบ้านเยอะอะดิ เรากลัวว่ามันจะปิดถนนเช็ดของนักศึกษาเหมือนเมื่อวานอะ
ลูกแก้ว : เราว่าก็ดีนะแต่เราไม่รู้จักทางอะดิ
ปาย : ถ้างั้นแก้วย้ายมาเป็เพื่อนปายสิอยู่ใกล้ท่าน้ำด้วย
ลูกแก้ว : ถ้างั้นให้เราถามทางบ้านก่อนนะแต่ก็ดีนะอยู่ใกล้มหาลัยด้วย
ปาย : ป่ะ เรารีบไปกันเถอะเดี่ยวจะไม่ทัน
หลังจากที่เราเอ่ยปากชวนแก้วไป แก้วก็ส่งจดหมายไปบอกทางบ้านว่าจะย้ายหอมาอยู่กับเราซึ่งพ่อแม่ของแก้วก็อนุญาตเพราะเห็นว่าอยู่ใกล้มหาลัย ไม่เสี่ยงอันตรายและแถมมีเพื่อนด้วย เราก็ไปเก็บข้าวของช่วยแก้วย้ายหอมาอยู่หอเดียวกันกับเรา
ปาย : แก้วมาช่วยยกลังนี้หน่อยสิ
ลูกแก้ว : แปบนะ
ปาย : ว่าแต่ของของแก้วนี่ก็เยอะเอาเื่เลยนะ
ลูกแก้ว : ก็นิดหน่อยอะ
ปาย : ไม่นิดหรอกมั้ง นี่มันเยอะพอที่จะอยู่ได้เป็สิบปีเลยนะ
ลูกแก้ว : ปายก็พูดเกินไปป่ะ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เอาเถอะเรารีบทำดีกว่าแล้วเราไปหาอะไรกินกัน
ปาย : อืมเอาสิ
ลูกแก้ว : ปายระวัง!!!!!
ปาย : โอ๊ย........
ลูกแก้ว : เจ็บมากไหม?
ปาย : เจ็บ...........
ความรู้สึกนี้มันอะไร ใจเราทำไมเต้นแรงอะไรขนาดนี้ ทั้งสั่นทั้งร้อนทุกอย่างมันช่างดีอะไรแบบที่สุด เราสองคนต่างจ้องหน้าจนแทบจะสิงกันอยู่แล้ว
ลูกแก้ว : เอ่อ......เราว่า
ปาย : ขอโทษๆ แก้วเจ็บมากไหม?
ลูกแก้ว : ไม่เป็ไร
ปาย : เดี๋ยวเราทำแผลให้ นั่งลงก่อนนะ
ระหว่างเรานั่งทำแผลอยู่สายตาของเราสองคนก็ดันไปจับจองอีกครั้ง สายตาที่เต็มไปด้วยความหวังที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ของลูกแก้วกลับถูกแทนที่ด้วยสายตาแห่งความรักจนเรารู้สึกหวั่นไหว
ปาย : เอ่อเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราแต่งตัวแปบหนึ่งนะ
ลูกแก้ว : อืม เดี๋ยวเราไปรอที่หน้าหอนะ
ปาย : อีกสิบนาทีแล้วเจอกันนะ
หัวใจเราสั่นจนเราตอบไม่ถูก ยิ่งอยู่ใกล้ลูกแก้วเรายิ่งเขินยังไงไม่รู้ ยิ่งใกล้มันยิ่งเหมือนเราถูกห้อมล้อมด้วยความรักทำเอาเราไปไม่าถูกกับความรู้สึกแบบนี้แต่ที่เราคิดตามมาคือ ลูกแก้วคิดเหมือนเราไหมนะ?