ตอนที่ 8 ไปโรงเรียน (1)
โจวมู่สับฟืน
เสี่ยวจือจือตามเก็บไม้ฟืน
เสี่ยวจือจือเจอรังมดที่ตกลงมาจากไม้ฟืน ก็เลยลืมหน้าที่เก็บไม้ฟืนที่ทำอยู่ไป
ก่อนจะนั่งลงเล่นกับมดอย่างใจจดใจจ่อ
มองดูบนนิ้วมือเล็กๆ ของลูกสาวที่มีมดตัวแล้วตัวเล่าไต่ไปมา คิ้วของโจวมู่ก็กระตุกเลิกขึ้น
เมื่อครั้งแรกที่เก็บลูกสาวกลับมาเลี้ยงดู โจวมู่เพิ่งจะออกมาจากคุก ร่างกายเต็มไปด้วยแรงโกรธแค้น ไม่อยากที่จะคบค้าสมาคมกับใครทั้งสิ้น
เขายอมจับสัตว์ตัวเล็กๆ มาสักฝูงเพื่ออยู่เป็เพื่อนลูกสาว และไม่ยอมฝากลูกสาวไว้กับคนอื่น
ส่งผลให้ทุกวันนี้ลูกสาวของเขาโปรดปรานการเล่นกับสัตว์หลากหลายชนิดเป็ชีวิตจิตใจ สัตว์ภายในบ้านหลังเก่านี้ ไม่ว่าจะหนู แมงป่อง มด ตะขาบ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนถูกเธอจับออกมาทำร้ายหมดแล้วทั้งสิ้น
แม่เสือตัวก่อน หลังหย่านม โจวมู่ก็ปล่อยกลับขึ้นเขาไป เ้าลูกเสือตัวน้อยก็ได้เติบโตขึ้นพร้อมกับหนูน้อย และตั้งชื่อให้มันว่าเอ้อร์หู่
ทุกๆ วันของหนูน้อยจะอยู่บ้านกลิ้งไปกลิ้งมากับเอ้อร์หู่ แบบนั้นก็นับว่าโอเคดีแล้ว แต่ตอนนี้เธอวิ่งได้แล้ว จึงวิ่งไปกับเอ้อร์หู่เพื่อขึ้นเขาไปตามหาแม่ของมัน
หลายต่อหลายครั้งที่โจวมู่ต้องขึ้นเขาเพื่อไปตามหาหนูน้อยกลับมา
เมื่อนึกถึงภาพของหนูน้อยร้องเรียกเขาว่าพ่อ ทั้งยังกอดแม่เสือตัวหนึ่งเอาไว้ พร้อมร้องเรียกว่าแม่ ทั่วทั้งร่างของโจวมู่ก็สั่นเทิ้มขึ้นมา
เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะส่งลูกสาวไปโรงเรียนอนุบาล ให้ไปเล่นกับเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน พร้อมคาดเดาว่าสิ่งที่คิดไว้จะไม่เป็จริงขึ้นมา
ท่ามกลางเสียงร้องไห้แสนบีบหัวใจของเสี่ยวจือจือ โจวมู่ออกมาจากโรงเรียนอนุบาลด้วยความใจแข็งอย่างยากลำบาก
เสี่ยวจือจือเกาะประตู มองพ่อของเธอที่เดินห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ร้องไห้ครวญครางราวกับลูกหมาที่ถูกทิ้ง
เด็กๆ ภายในหมู่บ้านล้วนถูกผู้ใหญ่สั่งห้ามไม่ให้ไปบ้านหลังเก่าที่ซีโข่ว ต่างถูกคนในครอบครัวเป่าหูอย่างน่ากลัวว่าภายในบ้านหลังนั้นมีผี
หากแต่ภาพที่ปรากฏสู่สายตา คือผีเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ออกมาจากบ้านหลังเก่า สวมชุดกระโปรงตัวเล็กสีเหลืองขมิ้น แม้จะกำลังร้องไห้อย่างหนัก แต่ใบหน้ากลับสะอาดสะอ้าน ไม่มีคราบน้ำมูกเกรอะกรังบนจมูก สวมใส่รองเท้าหนังคู่เล็ก ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว บนเท้าสวมยังใส่ถุงเท้าสีขาวคู่หนึ่งไว้ด้วย สะอาดจนราวกับเทพธิดาตัวน้อย ไม่มีส่วนไหนที่ดูเหมือนผีเด็กเลยสักนิด
หลี่โหย่วเหมย คุณครูโรงเรียนอนุบาลคนนี้เป็สะใภ้คนใหม่ที่แต่งเข้ามาอาศัยในหมู่บ้านผิงโข่วแห่งนี้ ั้แ่ที่หมู่บ้านผิงโข่วมีบริษัทขนส่งของโจวมู่ก่อตั้งขึ้นมา ก็กลายเป็หมู่บ้านที่ร่ำรวยกว่าหมู่บ้านอื่นๆ หนุ่มโสดจึงหาภรรยาได้ง่ายขึ้นมาก ทั้งสะใภ้คนนี้ยังเคยเรียนในโรงเรียนอาชีวศึกษา สวมใส่แว่นตา บุคลิกเช่นนี้มองดูแล้วราวกับเป็คนมีการศึกษา
หลี่โหย่วเหมยไม่เคยคาดคิดเลยว่าตัวเองจะมีลูกศิษย์เป็เด็กสาวตัวน้อยที่สวยได้ถึงเพียงนี้ ไม่มีน้ำมูกไหล เสื้อผ้าก็สะอาดสะอ้าน ผมก็นุ่มสลวยเป็อย่างมาก การแต่งตัวก็ดูดี มีก็แค่อ่อนไหวเปราะบางเกินไปหน่อย ส่งมาโรงเรียนยังร้องไห้จนราวกับจะตาย