เช้าวันใหม่ผ่านพ้นไป ตอนนี้ก็หน้าจะประมาน สิบเอ็ดโมงเช้าที่ท่านหญิงของบ้านตื่นขึ้นมาเพราะปวดท้องนิดๆและท้องเริ่มเกร็งหน่อยๆ เป็เหตุให้ท่านหญิงใกลัวลูกน้อยเป็อะไรไปจึงลุกขึ้นนั่งพิงหมอนนุ่มที่เอามาอิงกับหัวเตียง นั่งได้สักพักอาการก็เริ่ม จึงค่อยๆจะลุกขึ้นเพื่อไปหานมแจ่มข้างล่าง
RRrrrrr แต่แล้วเสียงโทรศัพท์เบอร์แปลกก็ดังขึ้นมา ทำให้ท่านหญิงหยุดฝีเท้าแล้วเดินกลับไปรับโทรศัพท์ที่ดัง
“หญิงพูดคะ”
“คุณผมสิงห์นะ”
“คะ?"
“ผมสิงห์ พ่อของเด้กในท้องที่นอนกับคุณที่โรงแรม”
“โทรมาทำไม”
“ผมเป็ห่วง ผมอยากเจอออกมาหาผมได้มั้ย”
“แต่ฉันไม่อยากเจอ แล้วอีกอย่างเด็กในท้องฉันก็ไม่ใช่ลูกคุณ”
“จะไม่ใช่ได้ยังไง นักจากอายุครรภ์คุณแล้วก็เป็่ที่เรามีอะไรกัน แล้วอีกอย่างผมก็ไม่ได้ป้องกันอย่างที่เคยบอก”
“ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ”
“ถ้าคุณไม่ออกมาผมจะเข้าไปหาคุณที่วังเอง"
“อย่า….โอ้ย”
“คุณหญิง คุณหญิงคุณเป็อะไร”
ท่านหญิงเงียบไปสักพักเพราะเริ่มรู้สึกเกร็งท้อง ผ่านไปเกือบนาทีอาการก็เริ่มเบา จึงคิดได้ว่านี่มันไม่ปกติละ เธอต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ และต้องออกไปเจอชายคนนั้นไม่งั้นเดี๋ยวมาอาละวาดที่นี่แล้วจะเป็ที่ครหาอีก
“ไปเจอฉันที่ร้านกาแฟโรงพยาบาล……ตอนบ่ายโมงครึ่ง”
นัดแนะเสร็จก็จัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบออกไปหาหมอตรวจก่อนจะไปพบเจอกับชายหนุ่มที่นัดเพราะไม่อยากให้เขาเข้าไปในห้องตรวจด้วย
ทางด้านสิงห์หนุ่มเมื่อรู้ว่าโรงพยาบาลที่ท่านหญิงไปนั้นคือโรงพยาบาลที่ทำงานพ่อตน และยังเป็โรงพยาบาลที่อากงเขาเพิ่งไปเทคโอเวอร์มาเป็ธุริกิจของครอบครัวโดยมีป๊าเขาเป็ผู้อำนวยการและเป็อาจารย์หมอของที่นั้น เมื่อเื่ราวมันเข้าของตนขนาดนั้นจึงยิ้มแก้มปริเดินผิวปากเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี คราวนี้แหละไม่ต้องไปสืบอะไรยากเื่ของลูกเพราะเธอพาลูกมาอยู่ในกำมือเขาเอง
“ไปไหนตาสิงห์ อยู่ทานข้าวเที่ยงกับม๊าก่อนสิ"
"วันหลังนะครับม๊า ผมไปทำธุระสำคัญก่อนนะ'
“อะไรกัน มาอยู่กรุงเทพทั้งทียังมีเื่สำคัญกว่าเื่ม๊าอีกหรอ”
“โอ๋อย่าน้อยใจครับ ผมยังอยู่กรุงเทพอีกนานม๊าไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่ทานด้วย”
พูดแค่นั้นก็จุ๊ปแก้มม๊าตนแล้ววิ่งออกมา เพราะเขาต้องไปให้ทันก่อนเวลานัดหมายจะได้ไปขอดูเอกสารต่างๆของลูกตน คิดแล้วก็ดีใจ ที่ท่านหญิงเลือกโรงพยาบาลนี้ อย่างน้อยแพทย์ที่นี่ก็ฝีมือดีทั้งนั้นจะได้ไม่ต้องกังวลเมื่อตอนคลอดลูกออกมา
เมื่อมาถึงที่โรงพยาบาลเขาก็เดินเข้าไปแผนกสูติ นรีเวชที่เขาไม่เคยเข้าไปสักครั้งที่มาที่นี่ แต่วันนี้เขากลับได้เข้าไป ไปอย่างตื่นตันใจที่จะได้ดูข้อมูลลูกว่าเขาเพศอะไร แข็งแรงมั้ย น้ำหนักเท่าไหร่ ตอนนี้เขาแทบจะวิ่งไปเมื่อเดินมาเท่าไหร่ก็ยังไม่ถึงแผนกที่ว่าสักที
และบังเอิ๊ญ บังเอิญเมื่อเดินเข้าแผนกที่ว่า ก็เจอเข้ากับท่านหญิงฟ้าที่นั่งรอคิวอยู่หน้าห้องตรวจของแพทย์คนหนึ่งซึ่งเมื่ออ่านป้ายชื่อที่ติดอยู่หน้าประตู แพทย์คนนี้เขารู้จัก และรู้จักดีเลยละ
“คุณ!!”
“ไง ไหนนัดผมบ่ายโมงครึ่ง ไง๊มาก่อนละ”
“แล้วคุณละมาทำอะไรตอนนี้”
(คุณฟ้าฤทัยค่ะเชิญห้องตรวจคะ)
เมื่อเสียงพยาบาลเรียกขัด ท่านหญิงฟ้าก็เดินไปทางที่พยาบาลเรียกอย่างไม่สนชายหนุ่มอีก อีกทั้งไม่คิดว่าเขาจะตามตนเข้าไป แต่ก็เป็แค่ความคิดเมื่อความจริงชายหนุ่มคนนั้นกำลังเดินตามหลังตนเข้ามาด้วย
“คุณเข้ามาทำไม ออกไป”
“เอ้า ผมก็อยากมาดูลูกผม”
(คุณแม่นอนเลยคะ) ทั้งสองเลิกกระซิบกันที่ได้ยินพยาบาลบอกให้คุรแม่ขึ้นเตียง ท่านหญิงเลย เลยตามเลยยอมให้ชายหนุ่มคนนั้นอยู่ด้วยเพราะไม่อยากทะเลาะยืดยื้อให้เสียเวลาเพราะข้างนอกยังมีแม่ๆอีกหลายคนที่รอคิว
“อ้าว คุณสิงห์ มาทำอะไรคะ”
เมื่อแพทย์หญิงคนนั้นเห็นพระเอกของเราก็ใ ที่สิงห์หนุ่มยืนอยู่ในห้องนั้นทั้งๆที่ตนยังไม่ได้ข่าวว่าเขาแต่งงานมีลูกและภรรยา เมื่อแพทย์หญิงคนนั้นก็แปลกใจไม่นาน เมื่อสิงห์หนุ่มเฉลยว่าเขามาดูภรรยาและลูกในครรภ์ แพทย์ที่ว่าเมื่อรู้ว่าหญิงที่เธอกำลังจะตรวจเป็ภรรยาของหลานชายเ้าของโรงพยาบาลนี้จึงทำงานเต็มที่ไม่ให้มีความบกพร่อง แม้จะยัง งงๆว่าลูกชายคนโตของผู้อำนวยการแต่งงานตอนไหน
“ลูกผมเป็ยังไงครับ”
สิงห์ถามอย่างตื่นเต้นที่เห็นภาพในจอปรากฎขึ้น ดูไปดูมาเขาตื่นเต้นกว่าแม่ของลูกอีกทั้งเดินเข้าไปดูใกล้ๆทั้งถามนู้นนี่นั้นจนแพทย์หญิงตลกในใจ แต่ก็มียิ้มขำที่แสดงออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อเห็นท่าทางของสิงห์หนุ่ม
“คุณพ่อคุณแม่ฟังเสียงหัวใจลูกนะคะ”
ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ
เสียงที่ดังออกมาชัดเจนมาก ชัดเจนจนคนฟังที่เป็ทั้งพ่อและแม่ตื่นเต้น ตื้นตันจนเก็บน้ำตาไม่อยู่ ผ่ายชายยังดีอยู่เมื่ออดกลั้นได้ ได้แต่น้ำตาซึมเออจะล้นไหลรินลงมา
“คราวนี้เรามาดูเพศกันนะคะ"
ทั้งแม่และแม่จดจ่อที่หน้าจอภาพอีกครั้ง ที่ปรากฏเป็ภาพของเด็กน้อยนอนหลับตาอยู่ในนั้น
“ดีใจด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ได้ลูกสาวค่ะ”
“จริงหรอครับ”
“จริงค่ะ เด็กแข็งแรงดีนะคะ แต่ที่คุณแม่ขอมาตรวจเพราะว่าอาการท้องเกร็ง อันนี้ค่อนข้องจะอันตรายกับเด็กนะคะคุรแม่ คุณแม่ต้องไม่เครียด ต้องผ่อนคลายทานอาหารที่มีประโยชน์และทานยาที่หมอให้ไปทุกครั้งนะคะ ”
“คุณท้องเกร็งหรอ แล้วลูกผมจะเป็อะไรมั้ยครับอาหมอ”
“จากที่ตรวจมาเมื่อกี้ เด็กปลอดภัยคะ แต่หมอแนะนำอย่าให้เกิดอาการแบบนี้ปล่อยๆนะคะ เพราะอาจจะอันตรายต่อเด็ก”
ท่านหญิงลูบท้องตัวเองด้วยน้ำตาซึม นึกโทษตัวเองในใจที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่จนลูดต้องมาเจอแบบนี้ เมื่อเม่เด็กตกอยู่ในอารมณ์สตั้น สติสตางค์ยัมไม่มาสิงห์หนุ่มเลยกล่าวขอบคุณและขออย่าบอกเื่นี้ให้พ่อตนรู้ แล้วรีบประคองแม่ของลูกออกมายังร้านกาแฟข้างโรงพยาบาล ดีหน่อยที่ร้านกาเฟที่นี่บรรยากาศดีมีต้นไม้ใหญ่ให้นั่งเล่นพักพิงเวลาที่มา หญิงสาวจึงมีอาการดีขึ้นมานิดหน่อย
“รับน้ำอะไรดีคะ”
“คาปูชิโน 1 แก้วคะ”
“เปลี่ยนครับ ภรรยาผมท้องอยู่ เอานมเย็นปั่นมาสองแก้วครับ”
ท่านหญิงที่เผลอตัวสั่งของที่อันตรายกับลูกก็เงียบและก้มหน้าลงไปเมื่อเจอกับสายตาตำหนิของสิงห์หนุ่มที่มองแรงมา ทางด้านสิงห์หนุ่มก็ไท่พุดอะไรเมื่อเห็นสีหน้าอาการสลดของหญิงสาว จึงเดินไปยังด้สนหลังแล้วบีบ่ไหล่ให้อย่างนิ่มนวล
“ดีขึ้นมั้ยครับ”
“ค่ะ อยู่ดีๆทำไมมาบีบให้คะ”
“ผมศึกษามา เวลาคนตั้งครรภ์เครียด วิธีนี้จะช่วยได้”
“ขอบคุณนะคะ”
ท่านหญิงเริ่มซึ่งใจ ที่คนอย่างเขามีความพยายามศึกษาเื่ราวเล่านี้ ทั้งๆที่ตนไม่รู้ว่าจะได้ดูแลอย่างที่ศึกษารึป่าว จึงเกิดความรู้สึกหนึ่งที่วิ่งเข้ามา คือความรู้สึกที่ว่าเริ่มเอ็นดูเขาที่เขาพยายามทำอะำรมากมายทั้งๆที่เธอไม่ได้ขอ เขาพยายามใส่ใจ มองรายละเอียดต่างๆที่เขาเผลอไปอย่างเช่นสั่งกาแฟ ซึ่งเป็เมนูต้องห้ามของหญิงตั้งครรภ์
“น้ำได้แล้วค่ะ รับเค้กอะไรเพิ่มมั้ยคะ”
“ไม่ครับ หมอสั่งให้ภรรยาผมลดน้ำตาลอยู่”
พนักงานได้ยินดังนั้นจึงเดินออกไป ลงเหลือไว้ให้ภรรยาที่ถูกกล่าวอ้างตีแขนสิงห์หนุ่มอย่างแรงที่ไปบอกใครต่อใครว่าเธอคือภรรยาเขา
“คุณ มองขนาดนั้นทำไมคุณไม่สั่งกินละ ไปจ้องของเขาแบบนั้นหน้าเกียจ”
“ผมก็อยากสั่งกาแฟอยู่หรอก แต่คุณดื่มไม่ได้ไง ผมก็เลยยอมสั่งนมมาดูดเป็เพื่อนคุณ”