ปารมียืนมองตึกสูงสามสิบชั้นของเมอร์เมสด้วยแววตาที่เหนื่อยอ่อน เมื่อวานกว่าจะกลับมาอาบน้ำ กินข้าว เคลียร์อะไรเสร็จ ก็เข้าวันใหม่เสียแล้ว อีกทั้งวันนี้เป็วันที่นักรบนัดเธอมาเพื่อจะมาปรึกษาเธอเื่เกี่ยวกับจอมทัพ
เห็นว่าเป็นักเรียนนะเนี่ย เธอถึงได้ทุ่มขนาดนี้
ก่อนที่จะเดินไปที่ล็อบบี้ แจ้งความประสงค์กับประชาสัมพันธ์สาวแสนสวย เมื่อรอได้สักพักเ้าหน้าที่ก็ทำการแลกบัตรและบอกทางเธอไปยังห้องทำงานของนักรบที่อยู่ที่ชั้นสูงสุดของตึกนี้
สมกับเป็คนรวยจริงจริ๊ง อยู่ชั้นสูงเสียด้วย
ปารมีคิดในใจ เธอเดินไปกดลิฟต์พลางหาววอด ๆ วันนี้เธอแต่งชุดสุภาพอย่างเป็ทางการนิด ๆ เพราะคนที่เธอจะมาพบวันนี้เป็ถึงผู้บริหารใหญ่ของเมอร์เมส ดังนั้นต้องแต่งกายให้เกียรติซะหน่อย
เธอเลือกใส่กางเกงผ้าขาตรงสีดำ กับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนทับใน คู่กับรองเท้าหุ้มส้นมีส้นสูงขึ้นมาเล็กน้อย ส่วนผมที่เริ่มยาวนั้นเธอก็รวบอย่างเรียบร้อย ส่วนหน้าก็แต่งอ่อน ๆ พอเป็พิธี
เมื่อลิฟท์เปิดเธอก็เดินเข้าไปในสุดของลิฟท์พร้อมกับยืนพิงผนังของลิฟท์หลับตาอย่างอ่อนเพลีย
อา— อยากกลับไปนอนต่อจัง
พอลิฟท์ขึ้นมาได้สักพักหนึ่งเธอก็ได้ยินเสียงลิฟท์บอกชื่อชั้นดังขึ้น พร้อมกับมีใครบางคนเดินขึ้นมาในลิฟท์แต่ทว่าเธอนั้นไม่ได้ลืมตามองเลยแม้แต่น้อย เธอสนใจแค่ชั้นสามสิบเท่านั้น โดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนนั้นกำลังยืนมองเธออยู่
และด้วยสัณชาตญาณ ปารมีรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกใครบางคนจ้องมอง เธอจึงลืมตาขึ้น แล้วก็ต้องใเมื่อคนที่กำลังมองเธอนั้น เป็ชายร่างสูงหน้าตาทะเล้นกำลังยิ้มให้เธออยู่ ห่างจากเธอแค่ไม่กี่คืบเท่านั้น จนปารมีถึงกับถอยหลังชนผนังลิฟท์อย่างใ
“อา— ขอโทษทีนะครับที่ทำให้ใ ผมไม่เห็นคุ้นหน้าคุณ ก็เลยเผลอจ้องนานไปหน่อย”
น้ำเสียงสุภาพของชายคนนั้นทำให้ปารมีนั้นคลายความกังวลไปนิดหน่อย อย่างน้อยเธอก็รู้สึกว่าชายคนนี้คงไม่ได้มาร้าย...หรอกมั้ง
“คือ— พอดีฉันมีธุระกับคุณนักรบที่เป็ผู้บริหารที่นี่น่ะค่ะ”
ปารมีตอบกลับอย่างสุภาพและระวังมากที่สุด เพราะเธอไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็ใคร เธอจึงตอบแบบกลาง ๆ ไป
“งั้นเหรอครับ อืม— มาหาท่านประธานเองเหรอครับ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ท่านประธานกำลังประชุมอยู่ งั้นเดี๋ยวผมพาคุณไปที่ห้องรับรองเองครับ”
“อ๋อค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ปารมีเอ่ยพร้อมกับพิจารณาชายคนนี้อย่างละเอียด ดูจากการแต่งกายแล้วน่าจะเป็ผู้บริหาร เพราะเสื้อผ้านั้นดูหรูหราไม่น่าจะใช่เสื้อผ้าโหล ๆ ทั่วไป อีกทั้งบุคลิกท่าทางที่แม้จะดูสบาย ๆ แต่น่าเชื่อถือนั่นอีก และจากสัณชาตญาณของเธอนั้น เธอเดาว่าชายคนนี้ก็ไม่น่าจะธรรมดาเช่นกัน
เฮ้อ— ทำไมชีวิตนี้เธอเจอแต่คนที่ไม่ธรรมดากันนะ
ชายคนนั้นเหลือบมองปารมีพักหนึ่งก่อนจะยกยิ้มโดยที่ปารมีไม่เห็น เขายกนาฬิกาข้อมือสุดหรูที่ไม่ได้ยืมเพื่อนมาขึ้นดู เมื่อเห็นว่าเหลือเวลาอีกประมาณห้านาทีก็จะถึงเวลานัดหมายเขาก็ ยิ้มพร้อมกับสายตาราวกับนักล่าทันที
‘ตัวละครหลักพร้อมแล้ว แล้วทางนายล่ะพร้อมรึยัง...เสือ’
------------------
ขณะที่นักรบกำลังนั่งประชุมอยู่นั้น เขาเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือของตนพร้อมกับฟังเตชินสรุปการประชุมวันนี้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
‘ใกล้เวลาแล้วสินะ’
ทันใดนั้นมือถือของเขาก็สั่นขึ้น เมื่อเปิดดูเขาก็ยกยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับเหลือบไปมองชายคนที่เป็เป้าหมาย ซึ่งไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นจะกลายเป็ตัวเอกในบทละครฉากสำคัญที่เขาเซ็ทขึ้น
“ทั้งหมดตามนี้ครับ ท่านประธานจะมีอะไรเสริมมั้ยครับ”
หลังจากเตชินกล่าวสรุปเสร็จ เขาก็หันไปทางนักรบเพื่อให้เขากล่าวสรุปปิดท้าย
“ไม่มี...วันนี้พอแค่นี้”
นักรบพูดเสร็จเขาก็ลุกขึ้นทันที จากนั้นผู้บริหารทุกคนต่างก็ทยอยกันเดินออกมาเรื่อย ๆ รวมถึงเป้าหมายของนักรบด้วย
เขาเดินออกมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง ยืนมองผู้บริหารแต่ละคนออกมาจากห้องทีละคน ๆ ประจวบกับเสียงลิฟต์ผู้บริหารดังติ๊ง ซึ่งเป็สัญญาณให้เขารู้ว่าตัวละครสำคัญอีกคนนั้นได้มาถึงแล้ว นักรบยกยิ้มเมื่อเห็นชัยวัฒน์เป้าหมายคราวนี้ของเขากำลังเดินออกมาพอดี
ทันทีที่ลิฟต์เปิดออก เขาก็เห็นกวินนั้นเดินคุยมากับปารมีพร้อมกับพาปารมีมายังจุดที่วางแผนเอาไว้
3 2 1 แอคชั่น!!นักรบนับถอยหลังเอาไว้ในใจ และก็เป็ไปดังคาด ทันทีที่ปารมีเห็นชัยวัฒน์นั้น สีหน้าของเธอก็อึ้งตะลึงทันที เช่นเดียวกับชัยวัฒน์ที่ยืนนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะรีบปรับสีหน้าท่าทางให้เป็ปกติ และเดินสวนกับปารมีออกไปราวกับคนที่ไม่รู้จักกัน ทว่าอาการสำคัญที่นักรบอยากจะเห็นนั้นเขาได้เห็นไปแล้วเต็มสองตา
เช่นเดียวกับกวินที่รับหน้าที่เป็คนพาปารมีมา เขาสังเกตเห็นท่าทางของปารมีที่นิ่งอึ้ง ตาเบิกโพลง จากที่เคยพูดคุยสีหน้าร่าเริง ก็หยุดชะงักทันที ทว่าสิ่งที่เขาสังเกตได้อีกอย่างคือ แววตาที่ปารมีมองไปที่ชัยวัฒน์นั้นมันคือแววตาของความโกรธ พร้อมกับมือที่กำหมัดแน่น ซึ่งทำให้เขานั้นแปลกใจและสงสัยกับท่าทีนี้ของปารมีอย่างมาก
“มีอะไรเหรอครับคุณปารมี”
กวินยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อ เขาถามปารมี และเมื่อปารมีได้ยินเสียงของกวินเธอก็สะดุ้งและรีบหันมาถามเขาด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว ั์ตานั้นถ้าเขาตาไม่ฝาดละก็เขาเห็นหยาดน้ำตามันค่อย ๆ เอ่อล้นจนเกือบทะลักแต่เหมือนเ้าตัวจะพยายามเก็บซ่อนมันไว้ ร่างกายที่สั่นเทา มือเล็กที่กำหมัดแน่น ลมหายใจที่ถี่กระชั้น ทำให้เขานั้นยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก
“เอ่อ— ขอโทษนะคะ ห้องน้ำอยู่ที่ไหนเหรอคะ”
‘แปลก ๆ แฮะ’
“อ๋อ— อยู่ข้างลิฟต์ทางขวาครับ”
ทันทีที่เขาบอก เขาก็เห็นปารมีค้อมตัวให้เขาและรีบเดินไปยังห้องน้ำทันที ซึ่งไม่เพียงแต่เขานั้นสงสัย นักรบที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ นั้นก็แปลกใจและสงสัยเช่นเดียวกัน
ดูเหมือนว่าเื่ราวมันเริ่มจะซับซ้อนมากขึ้นซะแล้วสิ
---------------
ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย—
ปารมียืนภาวนาขอให้ลิฟต์ตัวนี้ไปยังจุดมุ่งหมายโดยเร็ว เพราะเธอรู้สึกอึดอัดตลอดเวลาั้แ่ชายคนนั้นย่างกรายเข้ามาในลิฟต์เดียวกับเธอ
27 28 29 30 ติ๊ง!!ทันทีที่ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นจุดมุ่งหมายเธอก็ยิ้มออกพร้อมกับเร่งให้ประตูลิฟต์เปิดเร็ว ๆ เธอจะได้รีบออกจากเ้ากล่องสี่เหลี่ยมที่น่าอึดอัดนี่เสียที
“คุณมาครั้งแรกสินะครับ”
และทันทีที่ก้าวเท้าออกมา ชายคนนั้นก็หันมาคุยกับปารมีด้วยท่าทางที่ดูสบาย ๆ ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าชายคนนี้ที่กำลังคุยกับเธออยู่ก็คือ กวิน ซีอีโอของเมอร์เมส
“ก็ค่ะ...”
ถามมาได้ ที่นี่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าที่ใคร ๆ ก็มาได้หรอกนะ ถ้าไม่ติดว่าเ้าของที่นี่เป็ผู้ปกครองของนักเรียนเธอละก็ เธอก็คงไม่ได้มาเหยียบที่นี่หรอก
ขณะที่ปารมีกำลังคุยอยู่กับกวินอยู่นั้น ก็เป็จังหวะเดียวที่การประชุมนั้นเสร็จเรียบร้อย พร้อมกับผู้บริหารแต่ละคนนั้นกำลังทยอยกันออกมาทีละคน
ทว่าเมื่อปารมีเห็นใครคนหนึ่งที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ในกลุ่มของผู้บริหารที่กำลังเดินออกมาจากห้องนั้นแล้วเธอก็ถึงกับขาแข็ง และใทันที
‘นายชัยวัฒน์!!’
ทำไมมาอยู่ที่นี่ ก็ในเมื่อเขาเป็.... หรือว่า..... ปารมีตวัดสายตาไปยังนักรบที่ยืนมองเธออยู่แล้วด้วยสายตาที่นิ่งเรียบ แต่สัญชาตญาณของเธอบอกว่า นักรบคนนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเื่นั้นด้วย ถ้างั้น......
‘ยัยปารมีเอ้ย!!! อุตส่าห์หนีออกมาเพราะไม่อยากเกี่ยวข้องแล้วเชียว’
เธอคิดในใจ และสมองเธอนั้นก็คิดฟุ้งไปร้อยแปดพันเก้า ถึงเื่ราวเก่า ๆ พร้อมกับเรียบเรียง เชื่อมโยง และจับต้นชนปลาย เื่ทั้งหมดจนทำให้เธอนั้นได้ข้อสรุปในหัวอย่างรวดเร็วว่า
นักรบนั้นคงรู้แล้วว่าเธอเป็ใคร และคิดจะจ้องเล่นงานเธอนั่นเอง—
บัดซบ!!ถ้าเป็อย่างนั้นเธอคงไม่มีทางเลือก....
พลันปารมีก็รู้สึกว่าตัวเธอนั้นกำลังสั่น และน้ำตาก็เหมือนจะไหล พร้อมกับลมหายใจที่มันติดขัด หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้น จนเธอรู้สึกหายใจไม่ออก มือเท้าเย็นเฉียบ
‘ไม่ได้นะ— จะมากำเริบตอนนี้ไม่ได้’
“มีอะไรเหรอครับคุณปารมี”
เสียงของกวินเอ่ยถาม ทำให้ปารมีที่ตอนนี้รู้สึกจะถึงขีดจำกัดของเธอแล้วนั้นต้องหันไปถามเขาอย่างไม่มีทางเลือก
“เอ่อ— ขอโทษนะคะ ห้องน้ำอยู่ที่ไหนเหรอคะ”
ปารมีเอ่ยถามกวินด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว น้ำตาปริ่มจะไหล มือไม้สั่นทว่าเธอนั้นพยายามที่จะควบคุมไม่ให้มันสั่นมากไปกว่านี้
‘ฉันจะเผยจุดอ่อนให้คนอื่นเห็นไม่ได้ โดยเฉพาะตอนอยู่ที่นี่!!’
เธอเห็นกวินมองมาที่เธอด้วยแววตาใปนสงสัย แต่เธอไม่สนใจแล้ว เธอรู้แค่ว่าต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ออกไปจากที่ตรงนี้
“อ๋อ— อยู่ข้างลิฟต์ทางขวาครับ”
ทันทีที่เธอรู้เธอก็ค้อมตัวเป็เชิงขออนุญาตก่อนที่จะรีบเดินฉับ ๆ ไปที่ห้องน้ำอย่างเร็วไว เพราะรู้สึกว่าจะทนไม่ไหวอีกแล้ว
ปารมีเลือกเข้าห้องน้ำริมสุด เมื่อกลอนประตูถูกล็อคอย่างเรียบร้อยแล้วนั้น ขีดจำกัดของเธอก็หมดลงเช่นกัน น้ำตาที่เธอพยายามกักเอาไว้นั้นได้ไหลทะลักเป็ทาง ลมหายใจถี่กระชั้น มือที่กำหมัดเอาไว้นั้นสั่นเกร็ง เธอรู้สึกว่าเธอนั้นกำลังจะขาดใจ ณ บัดนั้น
เธอรีบควานหาของบางอย่างในกระเป๋าอย่างร้อนรน ด้วยมือไม้ที่เกร็งสั่นนั้น ทำให้เธอนั้นใช้เวลาพอสมควร และเมื่อเจอสิ่งของที่้าแล้ว เธอก็รีบเปิดฝาพร้อมกับเทสิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้นออกมา
มันคือยาเม็ดสีชมพูขนาดเล็ก เมื่อเธอได้ยาแล้ว เธอก็ล้วงไปหยิบกระบอกน้ำที่เธอมักจะพกติดตัวไปตลอดขึ้นมาแล้วรีบกินยานั้นไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นพยายามที่จะกำหนดลมหายใจของเธอให้ลึกและช้าลง พยายามที่จะควบคุมมือที่สั่นเกร็งของตัวเองให้ได้
ผ่านไปหลายนาที ดูเหมือนว่ายาจะเริ่มออกฤทธิ์ อาการของปารมีก็เริ่มสงบลง เมื่อทุกอย่างเริ่มเป็ปกติ เธอก็ออกมาจากห้องน้ำล้างหน้าล้างตาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
‘โอ๊ย— สภาพ ดูไม่ได้เลยให้ตาย’
ปารมีคิด เธอไม่คิดว่าโลกจะกลมกันขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะเจอหนึ่งในคนที่เป็สาเหตุให้เธอนั้นอยากจะออกจากราชการ อีกทั้งคนคนนั้นยังทำงานที่บริษัทผู้ปกครองของลูกศิษย์ของเธอเองด้วย
“เย็นไว้ปารมี— เธอมาที่นี่ในฐานะอาจารย์แนะแนวของลูกศิษย์เท่านั้น ใจเย็น ๆ”
เธอพูดเบา ๆ กับตัวเอง และเมื่อสำรวจใบหน้าของเธอว่าน่าจะไม่เป็อะไรแล้ว แม้จะเห็นว่าั์ตากับจมูกของเธอจะแดงนิดหน่อย แต่ก็ไม่เป็ปัญหา เธอแค่้ารีบ ๆ ไปทำให้มันจบ ๆ เท่านั้น
“รีบคุย รีบกลับ ไม่ยืดเยื้อ....โอเค— ลุย”
ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำ เธอก็บังเอิญชนกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งปารมีให้คำจำกัดความสั้น ๆ ว่า สวย แซ่บ และเซ็กซี่
ด้วยความที่เธอรีบร้อน และแรงชน ทำให้กระเป๋าของปารมีนั้นร่วงหล่น ข้าวของกระจัดกระจาย
“อุ๊ย— ลิต้าขอโทษค่ะ ลิต้าไม่ทันได้มอง”
หญิงสาวที่แทนตัวเองว่าลิต้านั้น มีสีหน้ารู้สึกผิดพลางก้มลงช่วยปารมีเก็บของอย่างรวดเร็ว ปารมีที่ยืนอึ้งไปสักพัก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ได้มีทีท่าว่าจะตั้งใจเธอก็รีบก้มลงเก็บของของเธอทันที
“มะ— ไม่เป็ไรค่ะ”
หลังจากที่ทั้งคู่เก็บของเสร็จเรียบร้อย ลิต้าก็มีสีหน้ารู้สึกผิดและขอโทษเธออีกครั้ง ปารมีนั้นก็ได้แต่ยิ้มและบอกว่าไม่เป็ไร จากนั้นเธอก็ขอตัวแยกไป
ทางด้านหญิงสาวที่ชื่อลิต้านั้นหลังจากที่ปารมีเดินจากไปแล้ว สีหน้าของเธอก็กลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม พร้อมกับั์ตาครุ่นคิด ซึ่งแท้จริงแล้วเธอก็คือ ลลิตา เลขาสาวของกวิน ที่เขาสั่งให้เธอมาคอยสังเกตการณ์ปารมีนั่นเอง
โปรดติดตามตอนต่อไป