ตอน 7 พันธะผูกพันสุดเหนี่ยวรั้ง
รุ่งเช้าวันต่อมา
ณ ท้องพระโรง
เหล่าขุนนางเข้าประชุมพร้อมเพรียงต่างพูดถึงเื่การกวาดล้างสกุลหลิว
ขุนนางในราชสำนักถูกแบ่งออกเป็สองฝักสองฝ่ายทว่าขุนนางฝ่ายที่ขัดแย้งอยู่ในตอนนี้ มีเสนาบดีหรงตือโส่วเป็แกนนำ
"ทูลฝ่าา สกุลหลิวสมควรแล้วที่จะโดนกวาดล้างด้วยตำแหน่งของข้านั้นสืบทราบมาเนิ่นนาน ว่าสกุลหลิวคิดคดทรยศ เป็ฏต่อแผ่นดินหากกลุ่มคนนิรนามมิเข้าสังหารก่อน มีหวังบัลลังก์ของฝ่าาต้องสั่นคลอนแน่"เสนาบดีเฒ่าหรงตือโส่วก้าวเท้ามาข้างหน้าโค้งคำนับกล่าวรายงาน
"เสนาบดีหรง ผู้ตายก็ตายไปแล้ว เหตุใดท่านไม่มีเมตตาต่อเสนาบดีหลิวทว่าสกุลหลิวนั้นภักดีต่อฝ่าามาหลายรุ่น จะเป็ฏไปได้อย่างไร "
"ตามที่ท่านว่า มีหลักฐานชัดแจ้ง ไหนล่ะหลักฐาน" ขุนนางน้อยใหญ่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของตาเฒ่าหรงตือโส่วเริ่มกล่าวแย้งกันชุลมุน
"เอาล่ะ พวกเ้าหยุดสร้างความวุ่นวายได้แล้วที่นี่คือท้องพระโรง มิใช่ตลาดกลางเมืองให้พวกเ้าถกเถียงกันอย่างไร้เหตุผลแม้พวกท่านจะเป็ขุนนางาุโ เหตุใดสมองถึงน้อยนิดนัก"คำพูดของลู่เปียนแม้จะไม่มีคำหยาบคายแต่ขุนนางเฒ่าทั้งหลายได้ฟังถึงกับสะดุ้งขนลุกซู่
"เื่นี้ไม่ต้องรีบร้อนหนักหรอกเอาเป็ว่าข้าจะเป็สืบเสาะด้วยตนเอง " เมื่อฝ่าากล่าวเช่นนั้นคนร้ายตัวจริงอย่าตาเฒ่าหรงตือโส่ว ร้อนๆหนาวๆเริ่มอยู่ไม่เป็สุข
"เอาล่ะ ในเมื่อหมดเื่หารือแล้วมิสู้ให้ต้าเชียงประกาศเื่น่ายินดีเสียหน่อย"ฝ่าาผายมือให้ต้าเชียงเปิดม้วนราชโองการประกาศให้ได้ยินทั่วกัน
"ประกาศราชโองการ... บัดนี้สกุลโม่ผู้เป็รากฐานแห่งความมั่นคง หลายชั่วอายุคน เป็แม่ทัพใหญ่ผู้หาญกล้าคุณชายโม่เติ้งถู เป็ทายาทเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่เพื่อปลอบประโลนที่สกุลโม่ถูกกวาดล้าง ถึงเวลาควรแก่การอภัย ั้แ่นี้เป็ต้นไป ตำแหน่งยอดขุนพลแม่ทัพใหญ่แห่งลั่วหยางคืนสู่คุณชายโม่ ประทานให้แต่งฮูหยินเข้าจวนเร่งสืบเชื้อสาย ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน มีผลั้แ่นี้เป็ต้นไปจบราชโองการ...."
ราชโองการนี้ ทำให้ขุนนางทั้งหลายสุดอึ้งทึ้งไม่คิดว่าสกุลโม่ที่สูญสิ้นไปั้แ่ 18 ปีก่อนจะหวนสู่ราชสำนัก
เสนาบดีเฒ่าหรงตือโส่ว มีหรือจะยอมได้กว่าเขาจะกล่อมฝ่าาองค์ก่อนให้ยอมออกคำสั่งกวาดล้างกำจัดสกุลโม่ได้ไม่ใช่เื่ง่าย เขาเองใช้ชีวิตอย่างมั่งคั่งนิ่งนอนใจ มาถึง 18 ปีไม่คิดว่าทายาทสกุลโม่จะหลงเหลืออยู่
"ฝ่าา ทำเช่นนี้ไม่ได้นะพะยะค่า ถึงอย่างไรการกวาดล้างสกุลโม่ก็เป็คำสั่งของฮ่องเต้พระองค์ก่อนอยู่ดีๆ ฝ่าาทรงฝ่าฝืนต่อฮ่องเต้บน์ บ้านเมืองจะเกิดเภทภัย"
"ฝ่าาโปรดไตร่ตรอง" เสนาบดีเฒ่าหรงตือโส่วตีหน้าเศร้ากุเื่เป็ตุเป็ตะ
"บังอาจ!!! กล้ากล่าวเช่นนี้กับข้า เสนาบดีหรง หากไม่ใช่ว่าท่านาุโนัก ข้าคงสั่งโบยท่านสักร้อยหวายเื่น่ายินดีเช่นนี้ ท่านยังกล้าบอกว่าจะเกิดเภทภัย ช่างน่าขันสิ้นดี"ลู่เปียนผู้คีพลุกข์ ต่อหน้าผู้อื่นทำเป็เคร่งขรึมน่าเกรงขามตบโต๊ะเสียงดังจนมือแดง พูดจาโผงผางเค้นอารมณ์
"มีผู้ใด... มิต้อนรับการคืนตำแหน่งของข้าอย่างนั้นหรือ" เสียงขานรับดังก้องมาแต่ไกลทำเอาขุนนางทั้งหลายจับจ้องไปที่หน้าประตู
โม่เติ้งถู สวมชุดขุนนาง ท่าทีสง่าผ่าเผย เลอโฉมยิ่งนักแม้กระทั่งผู้เป็ฝ่าา ยังต้องยืนอึ้งแทบไม่กะพริบตารูปโฉมอันองอาจที่น่าเลื่อมใส ปรากฏต่อหน้าทุกคน
"เสนาบดีหรงเหตุใดท่านไม่ต้อนรับข้าล่ะ หรือว่าท่านเป็ผู้นั้นที่คิดอยากจะกำจัดสกุลโม่ของข้ามาโดยตลอด" คำพูดนิ่มๆของเติ้งถูดูไม่ได้หยาบคายรุนแรง เป็เพียงคำพูดนิ่มๆแต่มันเฉือนใจตาเฒ่าหรงตือโส่วลึกลงไปในก้นบึ้ง จี้ตรงจุดจนเขาสั่นริกๆ ยืนไม่อยู่
"เสนาบดีหรง ท่านเป็อะไรไป"ขุนนางท่านอื่นเห็นท่าทีลนลานที่แสนหวาดกลัวของเติ้งถูแม้แต่สายตาอันเฉียบแหลมของเขายังไม่กล้าสบมอง
"ขะ ขะ ข้าไม่เป็อะไร ตกมาปีนี้ข้าคงอายุมากแล้วร่างกายร่วงโรยเป็ธรรมดา" เสนาบดีเฒ่าหรงตือโส่วกล่าวแก้ตัวให้รอดไป
"เอาล่ะ มีผู้ใดจะคัดค้านอีกหรือไม่" ลู่เปียนออกหน้าแทนเพื่อนรักสุดตัว กระทั่งขุนนางทั้งหลายยอมคำนับลงไม่มีท่าทีขัดแย้งใดๆ
"หากไม่มีอะไรการหารือวันนี้สิ้นสุดเท่านี้เถอะ"
"ขอฝ่าาทรงเจริญหมื่นปี หมื่นปีหมื่นๆปี" ขุนนางทั้งหลายคำนับพร้อมกล่าวคำสัญสรรออกมาพร้อมเพรียงกัน
ณ จวนสกุลโม่
"ก๋านลู่เปียน ขอบคุณเ้าที่ดูแลจวนให้ข้าอย่างดี ต้องโทษที่ข้า ไม่อาจอภัยให้เ้าได้ทั้งหมดอย่างไรบิดาของเ้าก็เป็ต้นตอของการกวาดล้างสกุลข้า"
"ท่านพ่อท่านแม่ เติ้งถูไม่อาจเชื่อฟังท่าน เพื่อปกป้องคนที่รักเติ้งถูจำเป็ต้องพัวพันกับราชสำนักที่ท่านสั่งห้าม "
"แต่ทว่าการเข้าร่วมราชสำนักครั้งนี้ข้าจะไม่ให้มันต้องเสียเปล่า เติ้งถูจะสืบทราบมาให้ได้ ว่านอกจากฝ่าาผู้ใดที่หวังร้ายกับพวกท่าน" โม่เติ้งถูกลับเข้าจวนครั้งแรกในรอบ18 ปี เขายืนมองจากด้านหน้าน้ำตาแห่งความดีใจเอ่อคลอเบ้า
"ท่านแม่ทัพขอรับทั้งหมดนี่เป็สาวใช้และบ่าวไพร่ที่ถูกส่งมารับใช้จวนโม่จากวังหลวงโปรดรับน้ำใจของฝ่าาเถิด"ต้าเชียงเป็ผู้นำสาวใช้และบ่าวไพร่มาส่งถึงจวนโม่
เพื่อไม่ให้ใครต้องเห็นน้ำตา โม่เติ้งถูรีบปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
"ฝ่าาของพวกเ้ามีน้ำใจต่อข้าเชียวนี้เลยหรือหวังว่าเขาจะไม่ได้มีแผนการอันใดแอบแฝงนะ " เติ้งถูวางมาดกล่าวด้วยถ้อยคำเราะร้าย ก่อนรับสาวใช้และบ่าวกว่า 20 คนเข้าจวน
ณ ตำหนักรอง จวนโม่
"จิ่นเฟย เมื่อใดเ้าจะได้สติเสียทีรู้หรือไม่ว่าข้าเป็กังวลนัก " โม่เติ้งถูผู้คลั่งรักมอบตำหนักรองที่อยู่ติดกับตำใหญ่ของตนให้นางเป็ที่พัก
ระหว่างที่นางหลับใหลไม่ได้สติ เติ้งถูเฝ้าคอยดูแลด้วยตนเองเสมอเขากุมมือนางไว้ตลอด กระทั่งเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อย
ผ่านไปนานถึง 2 ชั่วยาม (เป็เวลา 4 ชั่วโมง)
เวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อหลิวจิ่นเฟยได้สติ...ทว่าความแค้นเคืองยังฝังในใจ ทันทีที่ตื่นขึ้นมาภาพสังหารหมู่วิ่งรัวในหัว...
จิ่นเฟยเห็นชัดเจนว่า คนที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงเป็ฆาตกรที่สั่งฆ่าครอบครัวของตน ไม่วายหาโอกาสคิดปลิดชีพ
ตอนนี้ในหัวของนางไม่อาจไว้ใจผู้ใด คิดแต่จะสังหารเติ้งถูอย่างเดียว
อาวุธเดียวที่นางมีและพอจะฆ่าคนได้ ก็คงจะเป็ปิ่นเงินที่ปักติดตัวมานางค่อยๆยกมือขึ้นปลดปิ่นเงินจากมวยผม....ออกแรงเสียบมันใส่เติ้งถูอย่างแรงจนเขาสะดุ้งตื่น
ปิ่นเงินเสียบคาแผ่นหลัง เืสดๆไหลซิบออกมาเป็สาย...
"นี่เ้า...เหตุใดต้องลงมือกันข้า" เติ้งถูพยายามเอ่ยถาม และ้าจะอธิบายทุกอย่างให้นางฟัง แต่ด้วยความที่ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้น ดูไม่น่าเชื่อถือ หลักฐานอะไรก็ไม่มีพอที่จะอ้างอิงปะติดประต่อเหตุการณ์
"หุบปาก คนโฉดเช่นเ้าไปตายซะเถอะอย่าได้มาแตะตัวข้า" จิ่นเฟยตีตัวออกห่าง ทั้งทีเติ้งถูก็ขยับเข้าใกล้เพื่อ้าจะปลอบประโลมลาง
(แหม๋ พ่อเตาปฏิกรณ์พ่อไมโครเวฟ เขาไล่หนีขนาดไหน เขาแทงขนาดไหนก็ยังอยากจะเข้าหา)
"จิ่นเฟย ข้าทำทุกอย่างเพื่อช่วยเ้าจริงๆ เดิมทีข้าไม่ได้ปรารถนาชีวิตเช่นนี้ ข้าเบื่อหน่ายราชสำนัก้าท่องยุทธภพเยี่ยงท่านอาจารย์ต้วนมู่"
"เพราะช่วยเหลือให้เ้าไม่ต้องถูกผู้ใดรังแก ข้าเลือกพัวพันกับราชสำนัก เป็ขุนนางก็เพื่อเ้า"
"หลอกลวงทั้งนั้น คำพูดของเ้าต่อให้เง็กเซียนมาเป็พยานก็ไม่อาจได้รับความไว้ใจจากข้า"