บทที่ 19
การเผชิญหน้าที่โรงอาหาร
“ผมขอแลก 10,000 หยวนครับ”
เสียงนั้นทำเอาหลิงหลิงและปิงปิงช็อกไปตามๆกัน แม้แต่พนักงานรับแลกเงินตรงหน้าเองก็ยังใ เขาถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นและมองด้วยความใทันที
ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าร้านอาหารบนชั้น 2 นี้จะมีระดับสูงกว่าก็จริง หากแต่มันก็มีแค่นักศึกษาเท่านั้นที่มากิน
บางทีมันก็มีพวกนักศึกษาที่เป็ลูกคนรวยที่มาแลกเงินจำนวนมากๆบ้างในครั้งเดียว แต่มากสุดก็แค่ประมาณ 2-3 พันหยวนเท่านั้นแหละ เพราะงั้นการที่มีคนมาแลกถึง 10,000 หยวนนี้จึงถือว่าแปลกมากๆ
เหนือสิ่งอื่นใด ที่นี่น่ะ เป็แค่โรงอาหารเองนะ ไม่ใช่โรงแรมระดับ 5 ดาว จะแลกเงินมากมายระดับนี้ไปเพื่ออะไรน่ะ? มันมีอะไรน่าสนใจขนาดนั้นเลยหรือไง?
การกระทำในครั้งนี้นั้นเรียกความสนใจจากผู้หญิงอย่างปิงปิงและหลิงหลิงได้อย่างมาก เพราะแต่ดั้งแต่เดิมแล้ว ครอบครัวของพวกเธอนั้นก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก เป็เพียงประชาชนชั้นกลาง
อย่างไรก็ตาม ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามนั้น ทำให้พวกเธอสามารถหาแฟนหนุ่มที่เป็คนรวยจากในมหาลัยได้ แต่จริงๆแล้วสำหรับพวกเธอ แฟนหนุ่มพวกนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับ “บัตรเงินสดระยะยาว” เสียเท่าไหร่
เพื่อที่จะให้ตัวเองมีเงินไม่ขาดสายเทียบเท่ากับคนอื่น พวกเธอทำแม้กระทั่งเปลี่ยนแฟนหนุ่มอยู่เรื่อยๆ ตราบใดพวกเธอเจอคนที่รวยกว่า พวกเธอก็จะเริ่มทำการเข้าหาหนุ่มเ่าั้ในทันที และเมื่อไหร่ที่ทำสำเร็จ พวกเธอก็จะเลี่ยนแฟนในทันทีอีกด้วย โดยที่ไม่มีความรู้สึกเสียใจอะไรทั้งนั้น
เพราะงั้นเมื่อพวกเธอได้ยินเสียงที่เอ่ยขอแลกเงิน 10,000 หยวนดังมาจากด้านหลัง ก่อนที่พวกเธอจะหันกลับไป ดวงตาของพวกเธอมันก็เปล่งประกายแสงแห่งความงดงามออกมาแล้ว
แต่เมื่อหันกลับไปด้วยความตื่นเต้นเพื่อจะดูว่าพ่อเศรษฐีคนนี้เป็ใคร พวกเธอทั้งสองก็ต้องนิ่งแข็งไปพร้อมๆกันเมื่อเห็นว่าคนคนนั้นคือ อู๋ตี้ นั่นเอง
นั่นเขาเหรอ!?
สองสาวนั้นไม่อาจจะเชื่อสายตาตัวเองได้ ใช่แล้ว นี่คือเ้าอ้วนที่พวกเธอเพิ่งจะดูถูกไปที่ทางเข้าโรงอาหารเมื่อไม่นานมานี้แท้ๆ!
นี่เขาเป็คนรวยจริงๆงั้นเหรอ? ลูกคนรวย?
หลังจากที่สรุปได้อย่างรวดเร็ว หญิงสาวที่ชื่อปิงปิงก็เยาะเย้ยขึ้นมาทันที
“ฉันรู้นะว่าหมอนี่ขึ้นมาเพื่อข่มพวกเราด้วยเื่นี้ นั่นเป็เพราะจากก้านบึ้งของหัวใจของมันน่ะถูกพวกเราเย้ยจนไม่ปกติ ดังนั้นก็เลยมาทำเป็ขอแลกเงิน 10,000 หยวน ทั้งที่จริงๆแล้วตัวเองก็ไม่ได้มีเงินขนาดนั้นหรอก
ได้ยินดังนั้นสาวที่ชื่อหลิงหลิงก็เข้าใจได้ เธอพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเยาะเย้ยตามไปอีกคน ”ใช่แล้ว ต้องเป็แบบนั้นแหละ คนแบบนี้ในหัวใจก็มีแต่เื่สกปรกๆ มันคงคิดว่ามันสามารถใช้เื่นี้มาเรียกร้องความสนใจจากสาวๆได้สินะ? ช่างเป็คนที่ต่ำช้าจริงๆ”
ด้วยคำพูดของทั้งสองสาวนี้ แม้แต่พนักงานแลกเงินที่นั่งอยู่ด้านหลังเองก็ยังขมวดคิ้ว
เขามองอู๋ตี้ด้วยความสงสัย นั่นเพราะว่าอู๋ตี้เองสวมเสื้อผ้าของก็อปราคาถูก ของทุกๆอย่างบนตัวอู๋ตี้นั้นนับว่าเป็ของระดับล่างๆหมดเลยก็ได้ แถมในมือก็ยังถือโทรศัพท์รุ่นเก่าอยูุ่ด้วย ทั้งหมดนี้มันทำให้มองยังไงก็ไม่รู้สึกว่าเขาเป็คนรวย
“นี่ พ่อหนุ่ม นายจะแลกเท่าไหร่นะ?” พนักงานแลกเงินถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสงสัย ตัวเขาเองก็ยังดูถูกในความโอ้อวดของอีกฝ่ายด้วย
อู๋ตี้หยิบเอาบัตรเงินสดสำหรับทานอาหารมาวางบนเคาน์เตอร์ก่อนจะพูดย้ำ “เติมเงิน 10,000 หยวนครับ”
“ฮึ่ม! นายมีเงินมากขนาดนั้นเลยหรือไง!? อย่ามาแลกคืนทีหลังก็แล้วกัน! ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่มีเงินมากขนาดนั้นก็ไม่ต้องมาทำเป็เบ่ง ไม่งั้นมันจะน่าอายนะ!” หญิงสาวที่ชื่อปิงปิงยืนเหยียดหยามเขาอยู่ข้างๆ
“ถ้าแค่อยากอวดเบ่งก็อย่ามาทำตรงนี้ได้ไหม? โดยเฉพาะตรงเคาน์เตอร์แลกเงินน่ะ มันเสียเวลาคนอื่นเขา! ให้ตายเถอะ เดี๋ยวนี้ยังมีพวกขี้แพ้ชั้นต่ำแบบนี้อีกเหรอ เล่นสนุกบนความทุกข์คนอื่นแบบไร้การศึกษาแบบนี้” หญิงสาวที่ชื่อหลิงหลิงกลอกตาไปมา
ไม่ว่าอู๋ตี้นั้นจะเป็คนใจดีมากแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาก็เริ่มโกรธขึ้นมานิดๆหน่อยๆแล้ว
ได้ ในเมื่อพวกเธอดูเหมือนจะเสียหน้ายากกว่าที่ฉันคิดสินะ? ได้เลย ถ้างั้นฉันจะอัดฉีดมากขึ้นกว่าเดิมอีก!
“ขอโทษนะครับ ขอเปลี่ยนใหม่ละกัน ผมไม่อยากแล้ว 10,000 หยวนแล้ว” อู๋ตี้รีบพูดขึ้นมา
มันทำให้ทั้งสองที่ได้ยินพากันหัวเราะไปใหญ่
ปิงปิงเอ่ยขึ้น “ฮ่าๆๆๆ แบบนั้นแหละ ถ้าไม่มีเงินก็ไม่ต้องมาอวดเบ่ง มันน่าอาย แล้วมันจะทำให้นายดูหน้าด้านด้วยนะ”
หลิงหลิงพูดเสริม “ใช่แล้วปิงปิง ดูสิ เ้าหมูนี่หางโผล่แล้ว ฉันล่ะกลัวจังเลยว่าถ้าเกิดเขาให้แลกเงิน 10,000 หยวนแล้ว หมอนี่จะไม่สามารถยืมเงินคนอื่นมาจ่ายได้ ฮ่าๆๆๆ”
แม้แต่พนักงานรับแลกเงินเองยังเยาะเย้ย เห็นๆกันอยู่ว่าใส่ของก็อปแทบจะทั้งตัวแบบนี้ “แล้วจะแลกเท่าไหร่ล่ะ? 100 หรือ 200 ดี?”
ในตอนนั้น อู๋ตี้หยิบเอาบัตรธนาคารขึ้นมาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า จากนั้นก็พูดขึ้น “แลก 100,000 เลย“
“ห-หา!? เท่าไหร่นะ?” พนักงานแลกเงินอดไม่ได้ที่จะะโเสียงดัง และนั่นทำให้อีกหลายสายตาต้องหันมามอง
“100,000 หยวน รูปบัตร” อู๋ตี้ยืนยันอีกครั้งพร้อมกับวางบัตรธนาคารอีกรอบหนึ่ง
พนักงานแลกเงินนั้นหยิบเอาบัตรธนาคารไปพร้อมกับบัตรเงินสดด้วยมือสั่นๆ จากนั้นก็เริ่มทำการเติมเงินลงบัตรให้
ติ๊ง การหักเงินผ่านบัตรเสร็จสิ้น!
เมื่อเขาทำการหักเงินนับแสนจากเครื่องรูดเงินเสร็จ เขาก็แอบกลืนน้ำลายเบาๆ จากนั้นก็ยื่นบัตรเงินสดและบัตรธนาคารกลับไปให้อู๋ตี้ด้วยระมัดระวังด้วยมือทั้งสองข้าง
ในตอนนั้นหญิงสาวทั้ง 2 คนที่ยืนอยู่ข้างๆเขาก็ได้แต่ เหวอไปตามๆกัน พวกเธอมองไปยังอู๋ตี้ที่กำลังรับบัตรเงินสดและบัตรธนาคารกลับไปด้วยดวงตาที่แทบหลุดออกมาจากเบ้า
เมื่ออู๋ตี้เหลือบมองคนเหล่านี้ ทีนี้ก็รู้แล้วว่าใครกันแน่ที่จะได้หัวเราะ
แต่กระนั้นอู๋ตี้ก็ไม่ได้เหยียดหยามอะไรคนเหล่านี้เพิ่ม นั่นก็เพราะว่าท่าทีที่พวกเขาแสดงออกมานั้น มองก็รู้แล้วว่าหน้าแตกยับเยินขนาดไหน
โดยที่ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เขาหันหน้าออกและเดินจากไป โดยที่ที่เขากำลังตรงไปนั้นก็คือ หน้าต่างของร้านอาหารชาววังพระะโกำแพงเพื่อจะสั่งอาหารนั่นเอง
“ล-หลิงหลิง พวกเราพูดกับหมอนั่นไปยังไงนะ?” ปิงปิงหันไปถามเพื่อสาวด้วยเสียงสั่นๆ
“พ-พวกเราหัวเราะหมอนั่นว่าเป็พวกขี้แพ้ที่เก่งแต่อวดเบ่ง...” หญิงสาวที่ชื่อหลิงหลิงตอบกลับด้วยเสียงสั่นเหมือนกัน
แต่ในตอนนี้ ต่างคนต่างเปี่ยมไปด้วยความเสียใจในดวงตาของแต่ละคนแล้ว ชัดเจนเลยว่าพวกเธอนั้นเสียใจกับคำพูดและการกระทำของพวกเธอเองแบบสุดๆ
แม่เ้า ไม่มีใครกล้าแลกเงินแสนในโรงอาหารมหาวิทยาลัยแบบนี้หรอกนะ นี่มันระดับมหาเศรษฐีแล้ว! เป็เศรษฐีในบรรดาเหล่าเศรษฐีอีกทีหนึ่ง
ไม่กี่วินาทีก่อนพวกเธอยังดูถูกคนคนนี้ว่าเป็พวกขี้แพ้และอวดเบ่งอยู่เลย ในตอนนี้ไอ้ขี้แพ้ที่พวกเธอว่านั้นได้เติมเงินเข้าบัตรไป 100,000 หยวนเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องพูดก็รู้เลยว่าพวกเธอนั้นหน้าแตกยับเยินเลย
หากว่าพวกเธอปฏิบัติตัวต่อคนรวยเช่นนี้ดีกว่านี้ บางทีพวกเธอก็อาจจะมีโอกาสมีชีวิตที่สูงขึ้นอีกได้
แต่ตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่า พ่อเศรษฐีคนนี้นั้นไม่ได้หันมาสนใจเธออีกต่อไปแล้ว สิ่งที่น่าเ็ปที่สุดของพวกเธอนั่นก็คือ การที่มหาเศรษฐีคนหนึ่ง ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเธอแล้ว แต่พวกเธอกลับมองข้ามไป
อย่างไรก็ตาม ตัวอู๋ตี้เองก็ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับพวกเธอหรอก เขาเดินตรงไปยังหน้าต่างสำหรับสั่งอาหารของ อาหารชาววัง พระะโกำแพงและสั่งจานที่แพงที่สุดของร้านนั้นมา 1 จาน ราคาของมันสูงกว่า 1,000 หยวนเสียอีก แต่กระนั้นด้วยบัตรเงินสดที่มีเงินกว่า 100,000 หยวนในตอนนี้นั้น มีมากพอที่จะกินอะไรแบบนี้ได้เป็ร้อยๆครั้งเลยล่ะ
เมื่อทำเสร็จแล้ว เด็กเสิร์ฟก็เดินถือจานพิเศษนี้ออกมาอย่างระมัดระวัง เขาวางหม้อดินเผาทองคำลงบนโต๊ะตรงหน้าอู๋ตี้ ตัวมันเองนั้นสามารถดึงดูดทุกสายตาได้อย่างง่ายดายด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ทุกสายตาที่ไม่เพียงอยู่ในร้านเท่านั้น หากแต่เป็ทั้งชั้นสองของโรงอาหารเลย
หม้อดินเผาสีทองนี้มีขนาดพอๆกับฝ่ามือเท่านั้น ที่ตัวมันมีลวดลายฉลุเป็รูปัที่กำลังแหวกว่ายผ่านฟ้าไว้อย่างสวยงาม มันดูขั้นสูงมากๆแม้จะเป็เพียงภาชนะใส่ของ แต่ด้วยลวดลายนี้มันเข้ากับอาหารอย่างพระะโกำแพงอย่างมาก และมันช่วยยกราคาให้สูงกว่า 1,000 หยวนโดยไม่มีข้อสงสัยเลย
ั้แ่ที่ชั้นสองนี้ก่อสร้างเสร็จ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้กินพระะโกำแพงเช่นนี้ เพราะงั้นแล้วอู๋ตี้จึงกลายเป็เป้าสายตาของคนอื่นๆในทันที
จากสายตาที่มองมานับไม่ถ้วนนั้น มันเปี่ยมด้วยการชื่นชม ความอิจฉา ริษยา และขมขื่น
และสองสาวที่นั่งอยู่บริเวณมุมพร้อมกับหม้อดินเผาในมือพวกเธอต่างก็เหลือบมองอู๋ตี้กันด้วย
สายตาคู่นั้นดูสับสนและโหยหาเงินจำนวนมากที่พวกเธอเพิ่งจะเขี่ยทิ้งไปแบบสุดๆ
อู๋ตี้ไม่ได้สนใจกับสายตาที่จ้องมองมาแต่อย่างใด กลับกัน เขาก็เริ่มกินพระะโกำแพงตรงหน้าเลย
ไม่มีคำพูดใดๆทั้งนั้น นี่มันเป็ของจริงที่ราคาแพงมากๆ ถึงแม้ว่าปริมาณมันจะไม่ได้เยอะแยะ หากแต่ภายในนั้นอุดมไปด้วยหอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล และหูฉลาม เงินเท่านี้แค่ได้กินพวกนี้ก็คุ้มแล้ว แถมแต่ละอย่างยังไม่ใช่เล็กๆอีกด้วย และพวกมัน อร่อยมากๆ
แต่เขายังไม่รู้สึกอิ่มเลย เพราะอย่างที่บอกไว้ว่ามันค่อนข้างจะน้อยมากๆ แบบนี้คงต้องลงไปชั้นหนึ่งแล้วหาขนมปังนึ่งกินทีหลังซะแล้ว
แต่ทันทีที่นึกถึงขนมปังนึ่ง เขาก็นึกถึงเอ้อซีซี
คิดถึงวันที่เธอออกมาจากห้องของอาจารย์จากนั้นก็รีบหนีเขาไปเลย คิดดังนั้นหัวใจมันก็เ็ปขึ้นมา
ครั้งหน้าถ้าเขาเจอเธออีก เขาคงต้องถามแบบระมัดระวังเสียแล้ว ว่าทำไมเธอถึงต้องทำตัวเหมือนกำลังพยายามหลบหน้าเขาอยู่ สิ่งนี้มันเป็เหมือนขวากหนามที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาอยู่ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่สามารถก้าวต่อไปได้
ขณะที่เขากำลังจะออกไปจากที่นี่ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า สองสาวนั้นพูดถึงการบริจาคเงินให้นักศึกษายากไร้อยู่ ซึ่งเขาเองก็บริจาคให้ที่่นั่นไปกว่า 100,000 หยวนเหมือนกัน ดูเหมือนว่าจะจัดขึ้นที่ห้องประชุมเล็ก่บ่ายนี้สินะ
วันนี้เขาไม่มีคาบ่บ่ายซะด้วย น่าจะดีเหมือนกันถ้าได้ไปดูใกล้ๆ ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าการบริจาคแค่แสนกว่าหยวนนั้นมันน้อยไปหน่อย เขากังวลว่าหากมีนักศึกษายากไร้เป็จำนวนมาก บางทีเงินจำนวนนั้นมันอาจจะไม่พอก็ได้
ดังนั้นแล้ว ในเมื่อตัดสินใจว่าจะช่วย ก็จะช่วยให้ถึงที่สุด ถึงจะบริจาคเงินไปบ้างแล้วที่จุดรับบริจาค แต่ไหนๆเขาเองก็เกิดมาเป็นักศึกษายากไร้คนหนึ่งแล้ว หากมีอะไรที่เขาช่วยได้ เขาก็จะช่วย
เขามองไปยังพระะโกำแพงอีกครั้ง ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่า นักศึกษาพวกนั้นน่าจะไม่เคยกินอะไรอร่อยๆแบบนี้กันแน่ เพราะงั้นเขาจึงไปยังหน้าต่างสำหรับสั่งอาหารอีกครั้ง
“ขอโทษนะครับ ้าพระะโกำแพงแบบที่ผมเพิ่งกินไปอีก 20 ชุดน่ะครับ ถ้ายังไงช่วยแพ็คแบบกลับบ้านให้ด้วยนะครับ”
เมื่อสิ้นสุดประโยค ทั่วทั้งโรงอาหารก็เงียบกันไปหมด