ไหนว่านายท่านหลงเป็คนที่หาตัวยากมาอย่างไรเล่า แล้วเหตุใดวันนี้นางถึงได้เจอเขาตัวเป็ๆง่ายดายขนาดนี้
“ดูแล้วคุณหนูเซี่ยจะไม่ยินดีที่เจอข้าเท่าไหร่นัก” เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นหน้าที่แสดงออกว่าประหลาดใจของนาง
“ไม่ใช่อย่างนั้นเ้าค่ะ เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าจะได้เจอท่านที่นี่”
“ข้ามาตรวจดูงานที่นี่พอดีนะ ไม่คิดว่าคุณหนูเซี่ยจะสนใจซื้อสินค้าของเราเช่นนี้ด้วย” เขาพูดด้วยคำพูดที่แสดงออกชัดเจนว่ารู้ทันความคิดของนาง นางจะไปสนใจซื้อสินค้าเหล่านี้ได้อย่างไร ในเมื่ออีกไม่นานนางก็จะได้ซื้อสินค้าจำนวนมากมายไปยังเมืองหลวงแล้ว
“เปล่าหรกเ้าค่ะ ข้าเพียงแค่ออกมาเดินเล่นแก้เบื่อเท่านั้น”
“เช่นนั้นให้ข้าพาเที่ยวดีหรือไม่”
“ไม่ดีกว่าเ้าค่ะ ข้าจะไปกล้ารบกวนนายท่านหลงได้อย่างไรละเ้าคะ” นางรู้ดีว่าเวลาของเขานั้นเป็เงินเป็ทองขนาดไหน หากนางทำให้ตารางเวลาของเขาคลาดเคลื่อนก็คงรับผิดชอบไม่ไหว
“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนคุณหนูเซี่ยนแล้ว เชิญตามสบายขอรับ”
หลังจากเขาออกไปเซี่ยเหยาฮวาก็ไม่อยากอยู่ที่ร้านนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะการที่เขาเดินมาทักทายนางเช่นนี้ทำให้สายตาของทุกคนมองมาที่นางทั้งหมด ทั้งสายตาที่ราวกับมองนางเป็กองเงินกองทอง และสายตาที่มองนางราวกับว่าเป็ศัตรู่แค้นกันมานาน
ทางด้านนายท่านหลงเองหลังจากที่แยกจากเซี่ยเหยาฮวามาก็กลับมาอ่านข้อมูลของนางทั้งหมดที่ได้มาทันที ใช่แล้วเขาคือคนที่ไปแอบฟังนางคุยกับสาวใช้วันนั้น แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่ตัวนาง เป้าหมายจริงๆของเขาคือกำไลหยกที่อยู่บนข้อมือของนางเสียมากกว่า
“เหตุใดข้าถึงไม่เห็นข้อมูลของมารดานาง” ตอนนี้เขาได้ข้อมูลของตัวนางเอง รวมไปถึงบิดาของนางมาครบถ้วน แต่กลับไม่มีข้อมูลของมารดานางปรากฎขึ้นแม้แต่น้อย
“ขออภัยขอรับนายท่าน ตอนนี้คนของเรากำลังตามสืบเื่มารดาของนางอยู่ แต่ข้อมูลที่ได้มายังไม่ชัดเจนนักขอรับ ตอนนี้เราทราบเพียงแค่มารดาของนางเป็เด็กกำพร้าที่ได้ครอบครัวหนุ่งรับเลี้ยงเอาไว้เท่านั้น”
“แล้วเื่กำไลเหยาฮวา”
“ตอนนี้คาดเดาว่าเป็กำไลที่ได้มาจากมารดาของนางขอรับ แต่คนของเรากำลังสืบหาความเป็ไปได้อื่น อย่างเช่นการรับซื้อมา หรือไม่ทางตระกูลเซี่ยอาจเป็ต้นเหตุของเหตุการณ์ครั้งนั้นขอรับ”
“อือ ตามสืบต่อไป” คนของเขาทำงานละเอียดอีกทั้งยังต้องสืบข้อมูลให้มั่นใจเสียก่อนจึงจะรายงานเขา ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็กังวลในความถูกต้องแต่อย่างใด
ทางด้านเซี่ยเหยาฮวาหลังออกมาจากร้านค้าตระกูลหลงแล้วก็ไม่มีอารมณ์จะไปเดินเที่ยวที่ไหนอีกต่อไป จึงตัดสินใจที่จะเข้าไปนั่งเล่นที่เหลาอาหารแห่งหนึ่งแทน
ช่างเป็วันที่มีแต่สิ่งขัดขวางของนางเสียจริง เริ่มั้แ่ออกจากโรงเตี๊ยมแล้วต้องมาเจอผู้ชายอย่างคุณชายหาน จะไปสอดส่องกิจการของผู้อื่นก็ไปเจอเ้าของร้านเสียอย่างนั้น แล้วอย่างนี้จะให้นางไปมีอารมณ์ทำอย่างอื่นได้อย่างไร
“คุณหนูท่านนี้คงไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ้าให้ข้าแนะนำหรือไม่” ทันทีที่นางเข้าไปยังเหลาอาหารก็มีคนเข้ามาทักทายทันที ช่างเป็คนที่จำลูกค้าเก่งเสียจริง
ที่นี่เป็เหลาอาหารพื้นเมืองของแคว้นฉิน ดังนั้นนางที่เป็คนแคว้นถังั้แ่กำเนิดและไม่เคยเดินทางไปที่ไหนมาก่อน แน่นอนว่าจะต้องไม่เคยทานมาก่อน
“เช่นนั้นก็รบกวนเ้านำอาหารขึ้นชื่อของที่นี่มาสักสองสามอย่างก็แล้วกัน แล้วก็น้ำชา 1 กา”
“เ้าค่ะ เชิญคุณหนูนั่งรอสักครู่นะเ้าคะ”
“เดี๋ยวก่อน ที่นี่มีห้องส่วนตัวบ้างหรือไม่” ตอนนี้นางค่อนข้างระแวงไม่อยากเจอคุณชายหานผู้นั้นอีก กลัวจะกินข้าวไม่อร่อยเสีย
“ตอนนี้ยังไม่มีห้องว่างเ้าค่ะ แต่หากมีห้องว่างเมื่อไหร่ข้าจะแนะนำให้คุณหนูทันที”
หลังจากคนงานออกไปนางก็กวาดสายตามองไปรอบๆร้านทันที การตกแต่งของร้านนี้แตกต่างจากในเมืองหลวงอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าภายในร้านเองก็เป็คนแคว้นฉินเสียส่วนใหญ่ แคว้นถังอย่างนางไม่ค่อยพบเห็นมากนัก
แน่นอนหากเป็นางเองก็ต้องอยากทานอาหารของบ้านเกิดอยู่แล้ว นอกจากความคุ้นชินแล้วก็ยังช่วยลดความรู้สึกคิดถึงได้มากเช่นกัน
ในที่สุดเซี่ยเหยาฮวาก็ได้ย้ายไปในห้องส่วนตัวที่ชั้นสองแทน และได้ห้องที่บรรยากาศดีที่สุดในร้านอีกด้วย ด้านหนึ่งเป็ระเบียงที่ยื่นออกไปมองเห็นถนน อีกด้านหนึ่งเป็ยื่นออกไปมองเห็นเมืองได้อีกหลาย่ถนน
“อาหารมาแล้วเ้าค่ะ ข้าได้แจ้งพ่อครัวแล้วว่าให้ลดความเผ็ดลง”
“ขอบใจมาก”
หลังจากให้เงินเล็กน้อยกับพนักงานคนนั้นไปแล้วเซี่ยเหยาฮวาก็มาพิจารณาอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าแทน ดูจากสีของอาหารแล้วคนที่ไม่ค่อยทานเผ็ดอย่างนางถึงกับขนลุกเลยทีเดียว
อาหารท้องถิ่นของทั้งสองแคว้นนั้นแตกต่างกัน แคว้นฉินมักจะชอบอาหารรสจัด เน้นความเผ็ดร้อน ส่วนแคว้นถังนั้นเน้นอาหารรสชาติอ่อน มักดึงรสชาติที่โดดเด่นของวัตถุดิบขึ้นมามากกว่า
“ให้บ่าวสั่งอาหารอย่างอื่นให้ด้วยดีหรือไม่เ้าคะคุณหนู” ลี่ถังเมื่อเห็นว่าสีหน้าของคุณหนูของตนไม่ค่อยดีนักจึงอาสาสั่งอาหารใหม่ให้”
“ก็ดีเช่นกัน เอาเป็หมูตุ๋นน้ำแดงก็แล้วกัน” นางนั้นชอบทานอาหารที่ติดรสชาติหวานนำ จึงชอบทานอาหารจานนี้เป็พิเศษ
“เ้าค่ะ บ่าวจะรีบจัดการให้”
แม้อาหารที่วางตรงหน้าจะดูน่ากลัวไปสักหน่อย แต่นางก็อดใจไม่ไหวที่จะลิ้มลองมัน แต่ทันทีที่เข้าปากความเผ็ดร้อนก็ทำหน้าที่ของมันทันที ทั้งปากที่บวมเจ่อ รวมไปถึงน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทำเอาลี่ถังที่พึ่งกลับเข้ามาตกอกใเสียหมด
สุดท้ายทั้งสองก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะทานอาหารที่เหลาอาหารแล้วกลับมาทานอาหารที่โรงเตี๊ยมเช่นเดิม ถึงอย่างไรอาหารที่นี่ก็เป็อาหารฝีมือชาวแคว้นถัง
หลังจากที่ตกลงเื่ราคาและจำนวนสินค้ากับนายท่านหลงได้แล้ว เซี่ยเหยาเฉิงและเซี่ยเหยาฮวาก็ตัดสินใจเดินทางกลับเมืองหลวงทันที เพราะด้วยจำนวนสินค้ามากมายที่ต้องนำกลับไปด้วยแล้ว กิจการที่เมืองหลวงเองก็ขาดคนดูแลนานเกินไปแล้ว
ท่านพ่อที่หายหน้าหายตาไปหลายวันก็กลับมาพร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้ม หลังจากสอบถามก็ได้ความว่าท่านพ่อแอบไปติดต่อการค้ากับพ่อค้าต่างแคว้นรายอื่นๆเพื่อซื้อสินค้าที่นายท่านหลงไม่มีโดยไม่ได้บอกนาง นั่นทำให้เซี่ยเหยาฮวาได้แต่อ้าปากค้างกับจำนวนสินค้าที่มีในตอนนี้
“นี่ท่านพ่อคงไม่ได้นำเงินทั้งหมดของเรามาซื้อของในครั้งนี้ใช่หรือไม่เ้าคะ” แม้จะไม่รู้ว่าบิดานำเงินมาด้วยมากเท่าไหร่ แต่นางก็มั่นใจว่าจะต้องไม่น้อยแน่
“ไม่หมดหรอก แต่ก็เหลือไม่มากเท่าไหร่แล้ว”
“โถท่านพ่อ ข้าว่าสินค้าของเราจะมากเกินไปหรือไม่เ้าคะ เช่นนี้แล้วกลับไปท่านพ่อจะจัดการทั้งหมดได้ทันหรือ”
“ใครว่าพ่อจะจัดการสินค้าด้วยตนเอง ในเมื่อสินค้าบางส่วนเ้าเป็คนไปซื้อมา กลับไปเ้าก็ต้องจัดการพวกมันด้วยตนเองสิ” ท่านพ่อพูดด้วยรอบยิ้มที่ดูเ้าเล่ห์ยิ่งนัก
“ท่านพ่อ ตอนแรกเราไม่ได้ตกลงกันเช่นนี้นะเ้าคะ” ไม่ใช่ว่านางเพียงแค่มีหน้าที่ติดต่อการค้ากับนายท่านหลงหรอกหรือ แล้วเหตุใดท่านพ่อถึงมอบเื่ใหญ่เช่นนี้ให้นางดูแลกัน
“พ่อตัดสินใจแล้ว ถือว่าตกลงตามนี้ก็แล้วกัน”
สิ่งที่เซี่ยเหยาฮวาไม่รู้นั่นก็คือบิดาตั้งใจมอบอำนาจในมือของนางให้มากขึ้น เผื่อบางทีอาจช่วยนางในการจัดการบางอย่างได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม หลายสิ่งที่นางทำมีหรือบิดาเช่นเขาจะไม่รู้ เพียงแต่เขาคิดว่าบุตรสาวนั้นโตแล้วควรจะก้าวเดินได้ด้วยตนเอง ส่วนบิดานั้นมีหน้าที่สนับสนุนก็เพียงพอแล้ว
หลังจากขบวนของตระกูลเซี่ยออกเดินทางไปแล้วนายท่านหลงที่ยืนมองจากจุดที่สูงที่สุดในเมืองถงเซียงซึ่งเป็จุดที่คนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาก็ได้พูดบางอย่างกับคนของตนเอง
“เตรียมตัวให้พร้อม อีกไม่นานเราจะไปเมืองหลวง”