หยางเฟย ราชันย์เทพอสูร
โลกนี้ปกครองด้วยเหล่าอสูร มนุษย์และจอมเวทย์ กว่าครึ่งถูกปกครองโดยเหล่าอสูร มนุษย์และจอมเวทย์อาศัยอยู่ร่วมกันซึ่งทั้งสองต่างเป็พันธมิตรร่วมกัน เมืองฟ้าคราม เป็เมืองใหญ่ที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก และมีประชากรมากที่สุดเป็อันดับที่ห้าของโลก และเมืองฟ้าครามนั้นมีด้วยกันทั้งสิ้นสี่ทิศ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ และทิศใต้ แต่ละทิศจะปกครองโดยตระกูลใหญ่ ตระกูลทั้งสี่จะขึ้นตรงกับประมุขของเมืองฟ้าคราม ทิศตะวันออกปกครองโดยตระกูล หยาง ทิศตะวันตกปกครองโดยตระกูลหง ทิศเหนือปกครองโดยตระกูลจ้าว ทิศใต้ปกครองโดยตระกูลเนี่ย
เพี้ย!!!!! เสียงดังสนั่งกลางห้องโถงของตระกูลหยาง
“ขยะ!!!! แกนี่มันขยะจริงๆหยางเฟย ข้าเลี้ยงดูเ้ามาเพื่อหวังจะให้เป็หัวหน้าตระกูลคนต่อไป แต่ดูสภาพเ้าตอนนี้สิ แม้แต่ลมปราณก็ไม่มี แกมันเหมือนแม่ของแกดีแต่สร้างปัญหามาให้” เสียงของหยางตงดังออกมาท่ามกลางโถงของตระกูล หยางตงเป็หัวหน้าของตระกูลหยาง
“ท่านพ่อข้า............” หยางเฟยได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตนเอง
“เ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้วกลับไปที่ห้องของเ้าซะ”หยางตงพูดออกมาอย่างไม่ใยดีลูกของ
เขานัก หยางเฟยก้มหน้าต่ำลงพร้อมกับเดินกลับมาที่ห้อง
“ทำไมชีวิตข้าถึงต้องเป็เช่นนี้ ์นี่ข้าทำอันใดผิด” หยางเฟยได้แต่โทษฟ้าดิน
“นายน้อย นายน้อย” เสียงะโเรียกหยางเฟย เขาคือเหลียงซาน ข้ารับใช้หยางเฟยที่ไม่เคยทิ้ง หยางเฟยแม้ว่าหยางเฟยนั้นจะไร้พลัง
“มีอันใดรึ เหลียงซานเหตุใดเ้าถึงได้รีบร้อนเช่นนี้” หยางเฟยถามกลับไปเหตุด้วยเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเหลียงซาน
“นายน้อยรีบ ไปจากที่นี่เถิดขอรับ ขณะนี้มีผู้าุโของตระกูลนำกองกำลังจำนวนหนึ่งมาเพื่อสังหารท่าน” เหลียงซานพูดออกมาด้วยความรีบร้อน
“งั้นเ้าไปกับข้า เหลียงซาน” หยางเฟยไม่รอช้ารีบจับมือเหลียงซานและจะพาเขาไปด้วย
“นายน้อยหากข้าไปกับท่านเราสองคนไม่รอดแน่ท่านรีบไปเถิดข้าจะถ่วงเวลาพวกเขาเอง”
เหลียงซานพูดจบก็ตรงไปเผชิญกับกลุ่มผู้คนจำนวนมากทันที
“อืม ข้าเข้าใจแล้วระวังตัวด้วย” หยางเฟยรีบวิ่งออกไปหน้าประตูเมืองฟ้าครามทันที โดยที่มิได้หันกลับมามองเหลียงซานเพราะเขามั่นใจว่าเหลียงซานจะเอาตัวรอดได้
หุบเขา์ฟ้า คือหนึ่งในสิบของสถานที่ที่อันตรายที่สุดของทวีป์ เนื่องจากมีอสูรระดับมาร์ขั้น 8 อาศัยอยู่ จนทำให้ หุบเขา์ฟ้ามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “หุบเขานรก” ตลอดเวลา 1000 ปี มีผู้คนที่คิดจะพิชิตเ้าอสูรตนนี้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถมีชีวิตรอดออกไปได้สักคน รวมไปถึง จอมยุทธที่มีระดับถึง ์ฟ้าขั้น 9 ก็ยังกลับมาไม่ครบสามสิบสองประการ
ขณะนี้ที่ปลายเขา์ฟ้า หยางเฟยสวมใส่เสื้อผ้าสีฟ้าที่สภาพขาดรุ่งริ่ง บนร่างกายเต็มไปด้วยาแนับไม่ถ้วนใน ด้านหน้าของเขาเต็มไปด้วยกลุ่มผู้คนมากมายตามมาเพื่อสังหารหยางเฟย
“หยางเฟย แกจะหนีไปไหน ขยะอย่างแกต้องมาทำให้พวกข้าเหนื่อยเช่นนี้ วันนี้ยังไงแกก็ไม่รอด ข้าจะให้เ้าตามไปอยู่กับเ้าเหลียงซานโง่นั่น ฮ่าๆ” เสียงของคนที่ผู้นำที่นำกลุ่มตามมาเขาคือหยางหลางเป็ลุงของหยางเฟย
“ข้าไปทำอะไรให้ท่านท่านลุง ท่านถึงได้พาพวกมาสังหารข้า” หยางเฟยพูดด้วยเสียงสั่นเครือและอ่อนล้าจากการโดนตามล่า
“ หยางเฟยแกก็น่าจะรู้นะ แกไม่มีพลังลมปรานสักนิดเดียวแกมันเป็ได้แค่ขยะ อยู่ต่อไปก็เป็ได้แค่ความอัปยศของตระกูลหยาง ขนาดพ่อของแกยังไม่สนใจแกเลย ฮ่าๆ ” หยางหลางที่อยู่ด้านหน้าของหยางเฟยพูดออกไม่อย่างไม่ใยดี
“ฆ่ามันซะ” หลังสิ้นเสียงกลุ่มของคนเ่าั้ต่างกรูเข้ามาเพื่อฆ่าหยางเฟย
“หากข้ามีชีวิตรอด ข้าหยางเฟย จะกลับมาล้างแค้นตระกลูหยาง และลบตระกูลหยางออกจากโลกนี้” หยางเฟยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและโกรธแค้น ขณะเดียวกันท้องฟ้ากลับมืดมิดเสียงฟ้าผ่าลงมาเป็ระลอก หลังจากสิ้นเสียงหยางเฟยก็ะโลงไปในหุบเขาทันที เมื่อคนกลุ่มคนที่จะสังหาร เห็นดังนั้นจึงคิดว่าหยางเฟยไม่มีทางรอดชีวิตแน่ เพราะหากมองลงไปแล้วพบเจอเพียงแต่ความมืดมิดเท่านั้นเองมิอาจมองเห็นพื้นด้านล่างได้เลยอีกทั้งยังได้ยินเสียงของอสูรมากมาย
“ทุกคนกลับได้ มันไม่มีทางมีชีวิตรอดแล้ว ถึงรอดได้แต่ข้างล่างนั่นก็เต็มไปด้วยอสูร ยังไงมันก็ตายอยู่ดี ฮ่าๆ” หลังสิ้นเสียงของหยางหลางทุกคนต่างก็กลับไปยังตระกูลหยาง
“นี่ข้ายังไม่ตาย ?” หยางเฟยค่อยๆลืมตาช้าๆ แต่ก็มองไม่เห็นสิ่งใด เนื่องจากที่ก้นเหวลึกมากจนแม้แต่แสงยังส่องลงมาไม่ถึง
“ใช่แล้วเ้ายังไม่ตาย ข้าเป็คนช่วยเ้าไว้เอง” หลังสิ้นเสียงก็มีชายแก่เสื้อสีดำผมยาวสีขาวเดินออกมาพร้อมกับไฟสีฟ้าบนมือที่ส่องสว่างแต่แฟงไปด้วยความแข็งแกร่ง
“ผู้าุโขอบคุณที่ท่านช่วยข้าไว้ ไม่ทราบว่าท่านคือ?” หยางเฟยถามกลับด้วยความสงสัย
“ข้าก็แค่ชายแก่คนหนึ่งเท่านั้นเอง ว่าแต่เ้าเถอะสนใจจะเป็ลูกศิษย์ข้ามั้ย” ชายแก่ยิ้มพร้อมกับมองไปที่หยางเฟย
“ผู้าุโแต่ว่าข้านั้นไม่มี ลมปรานแม้แต่น้อยเปรียบเสมือนขยะ แล้วแบบนี้ข้าจะเป็ศิษย์ของผู้าุโได้อย่างไร” หยางเฟยขมวดคิ้วอย่างงุงงวยก่อนที่จะกล่าวออกไป
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ขยะเ้าว่าขยะอย่างนั้นรึ คนเช่นเ้าเนี่ยนะ ทั้งๆที่เ้ามีปรานอสูรเนี่ยนะ” ชายแก่หัวเราะและมองหยางเฟยอย่างกับเป็เื่ที่น่าขับขันที่สุดของชีวิตเขา
“ปรานอสูร ? ท่านาุโข้าไม่เคยได้ยินชื่อปรานอสูรมาก่อนเลย อีกอย่างข้าไม่มีลมปราน ข้าจะมีปรานอสูรได้อย่างไร ท่านล้อข้าเล่นรึเปล่า” หยางเฟยถึงเขาจะไม่มีลมปรานแต่เขาก็อ่านตำรามามากมายซึ่งเขาไม่เคยได้ยินปรานอสูรมาก่อน จึงได้ถามผู้าุโด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
“ปรานอสูรเป็ปรานที่หาได้ยากยิ่ง ในรอบหนึ่งหมื่นปีจะมีโผล่มาสักคน และที่เ้าไม่มีลมปรานสาเหตุนั่นมันก็มาจากปรานอสูรที่อยู่ในตัวเ้านั่นแหละ มันทำให้จุดเถียนภายในตัวเ้าถูกปิดและถูกพันธนาการไว้ หากเ้าได้รับการปลดผนึกนั้นเ้าก็จะสามารถเป็จอมยุทธได้แล้ว แต่การที่จะปลดผนึกนั้นจำเป็ต้องมี มุกอสูร ซึ่งถ้าเ้ามาเป็ลูกศิษย์ข้า ข้าสามารถให้เ้าได้” ชายแก่กล่าวออกมาพร้อมกับหยิบมุกอสูรออกมาจากแหวนมิติของเขา มุกอสูรนั้นมีสีดำอำพันแฝงไปด้วยออร่าที่แข็งแกร่งแค่จ้องมองมันนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามจากมัน ซึ่งมุกอสูรมีค่าเทียบเท่ายาโอสถ์ระดับดีเยี่ยมถึงสิบเม็ดเลยทีเดียว ซึ่งยาโอสถ์ระดับดีเยี่ยมหนึ่งเม็ดนั้นสามารถทำให้ปรานฟ้าระดับสามทะลวงระดับได้ถึงระดับสี่
“ข้า หยางเฟย คาราวะท่านอาจารย์” หยางเฟยพูดด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่และหนักแน่นซึ่งก่อนหน้านี้นั้นเขาไม่เชื่อในตัวของชายแก่ที่อยู่ต่อหน้าเขาแต่ด้วยที่เขานำมุกอสูรออกมานั้น ทำให้หยางเฟยนั้นเห็นความหวังของเขาในการแก้แค้นตระกูลหยางของตัวเองและเขาก็เคารพชายแก่ผู้นี้มากขึ้นไม่ใช่แค่าุโคนนี้ได้ช่วยชีวิตเขาไว้ แต่าุโกลับยื่นข้อเสนอในการทำให้เขานั้นมีพลังปรานซึ่งตัวเขาไม่คิดว่าตนเองนั้นจะเป็คนที่มีพลังปรานและสามารถเป็จอมยุทธได้
“ฮ่าๆ ดี ดี หยางเฟยต่อไปนี้ให้เ้าเรียกข้าว่า อาจารย์หลินหง ” หลังจากนั้นหลินหง ได้นำมุกอสูร ใส่ไฟสีฟ้าที่อยู่มือข้างขวาของเขา มุกอสูรเมื่อถูกไฟสีฟ้านั้นมันก็ละลายตัวอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมีเสียงกรีดร้องของอสูรออกมาอย่างมากมาย หมอกสีดำมากมายได้ปกคลุมไปทั่วหุบเหวลึก ผ่านไปได้ระยะหนึ่งหมอกสีดำก็จางหายไปพลันปรากฎเม็ดยาสีดำมีกลิ่นหอมเย้ายวนอยู่ในมือของหลินหง
“เ้าจงกินสิ่งนี้เข้าไปมันจะทำให้ปรานอสูรที่อยู่ในตัวเ้าถูกคลาย แต่ข้าขอเตือนเ้าไว้อย่าง ยาเม็ดนี้นั้นกลั่นออกมาจากมุกอสูร เมื่อเ้ากินเข้าไปแล้วตัวเ้าจะเสมือนถูกหนามมากมายถิ่มแทง ซึ่งมันจะทรมานอย่างมาก หากเ้าทนได้เ้าจะกลายเป็จอมยุทธระดับ ปรานฟ้าขั้น 5 เ้ายังอยากจะกินมันอยู่หรือไม่” หลินหงนั้นพูดออกมาถามหยางเฟยเพราะการที่จะได้พลังต้องแลกด้วยความเจ็บที่สุดแสนจะพรรณา
“ท่านอาจารย์ชีวิตข้าก็เหมือนตายไปแล้ว ยาเม็ดนี้หากมันช่วยทำให้ข้ากลายเป็จอมยุทธได้ แม้ข้าเจ็บเจียนตายข้าก็จะกินมัน ข้าจะต้องรอดและแก้แค้นตระกูลหยางที่ทำกับข้า ข้าจะลบตระกูลหยางออกจากโลกนี้” หยางเฟยพูดด้วยสายตาโกรธแค้นชิงชัง เขากำมือตนเองแน่นจนมีเืไหลออกมา
“ดี นับว่าข้าดูคนไม่ผิด เ้าจงรีบกินยานี้เถอะ แล้วมีสมาธิอยู่กับมัน ข้าจะดูเ้าอยู่ตรงนี้” หลิงหงโยนเม็ดยาไปให้หยางเฟยทันที
“ขอบพระคุณท่านอาจาร์ยหลิน” หลังจากที่หยางเฟยรับยามาจากอาจารย์ของเขาแล้วเขาก็กินยาที่กลั่นมาจากมุกอสูร จากนั้นเขาก็ทำสมาธิ หลินหงเมื่อเห็นดังนั้นเขาก็ยิ้มราวกับเขาเชื่อว่าเด็กหนุ่มด้านหน้าเขาจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง
อ๊ากกกก!!!!!!!
ผ่านไปครึ่งชั่วยามเสียงร้องของหยางเฟยก็ดังลั่นใต้หุบเหว ที่ร่างกายของหยางเฟยนั้น มีเพลิงสีดำลุกโชติ่กำลังเผาร่างกายของหยางเฟย สีหน้าของเขานั้นบอกได้ถึงความทรมานที่ได้พบ
“นี่ มันไม่ดีแล้ว ปกติเม็ดยามุกอสูรนั้นจะไม่ออกฤทธิ์แรงถึงขนาดนี้ ร่างกายของเ้าหนูนี่มันต้องมีอะไรพิเศษกว่า ปรานอสูรแน่ มันถึงทำให้ยามุกอสูรออกฤทธิ์แรงถึงขนาดนี้ แต่ข้าก็ยังเชื่อว่าเ้าจะสามารถผ่านมันไปได้ ” หลินหงขมวดคิ้วอย่างรุนแรงเนื่องจากฤทธิ์ของยานั้นแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มาก แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่มอง เนื่องจากการเปิดลมปรานอสูรนั้นจะให้ใครมาขัดขวางไม่ได้เพราะจะทำให้ผู้ที่เปิดลมปรานเสียชีวิตจากลมปรานแตกซ่านได้
ตูมม!!!!! เสียงพลังที่ะเิออกมาจากร่างกายหยางเฟย จนทำให้ตัวของหยางเฟยสลบไป
“เ้าเด็กนี่นับว่า ไม่เลวเลยในที่สุดมันก็เปิดปรานอสูรได้ ฮ่าๆ ข้าอยากรู้นักในอนาคตเ้าจะเติบโตเช่นไร พลั่ก....” เืที่ไหลออกมาจากปากของหลินหงนั้น แสดงให้เห็นว่าเขาได้รับผลกระทบการะเิพลังของหยางเฟยและหลินหงก็แบกตัวหยางเฟยออกจากหุบเหวลึก
“เ้าหนู ในที่สุดเราก็ได้พบกับ” เสียงเรียกหนึ่งทำให้หยางเฟยใ เพราะสิ่งที่เขาพบอยู่ด้านหน้านั้นดูน่ากลัวเป็อย่างมาก หน้าของมันนั้นคล้ายกับกิเลนเพลิงตัวของมันเต็มไปด้วยเกล็ดสีดำหลังของมันมีปีกสีดำ พลังของมันนั้น ต่อให้จอมยุทธ์ฟ้าระดับเก้า สิบคนก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้
“เ้าเป็ใคร แล้วที่นี่คือที่ไหน ” หยางเฟยมองมัน ก่อนที่จะเอ่ยออกมา
“เ้าหนู ข้ามีนามว่า อสูรกิเลนทมิฬ ข้าเป็หนึ่งในห้า ปรานอสูรที่เ้ามี ที่นี่คือภายในปรานอสูร เมื่อเ้าสามารถปลดปล่อยปรานอสูร เ้าก็จะถูกนำมาที่ที่พวกข้าอยู่ เ้าจะได้รับพลังของข้าแต่ในขณะเดียวกันร่างกายของเ้าก็ต้องทนรับพลังมหาศาลของข้าไว้ให้ได้” อสูรกิเลนทมิฬพูดขณะที่มันมองหยางเฟยด้วยเป็มิตร
“อสูรกิเลนเ้าบอกข้าว่าเ้าเป็หนึ่งในห้าปรานอสูรของข้าแล้วปรานอสูรอีกสี่ตนละอยู่ที่ใด” หยางเฟยถามมันอีกครั้งด้วยความสงสัยเนื่องจากสิ่งที่เขาเห็นนั้นมีเพียงปรานอสูรตนเดียวที่เขาพบ
“อสูรอีกสี่ตนนั้นพวกมันยังไม่ยอมรับเ้าเนื่องจากเ้าอ่อนแอเหลือเกินแต่ในอนาคตข้าเชื่อว่าเ้าจะได้พบกับพวกมันแน่นอน เอาละได้เวลาที่เ้าต้องออกไปแล้ว จำไว้ว่าพลังของข้าเ้าจะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อเ้าอยู่ระดับจอมยุทธปลายฟ้าขั้น 9 เท่านั้น ห้ามใช้ในขณะที่เ้าระดับน้อยกว่าจอมยุทธปลายฟ้าขึ้นเก้าเด็ดขาด เพราะร่างกายของเ้าจะไม่สามารถรับพลังของข้าได้ ทีนี้เ้าก็กลับออกไปได้แล้วข้าจะพักผ่อน”หลังจากอสูรกิเลนทมิฬพูดจบมันก็หันหลังกลับไปทันที
“เดี๋ยวก่อนกิเลนทมิฬ ข้ามีเื่ต้องถามเ้าอีก……..” หยางเฟย้าที่จะสอบถามมันเกี่ยวกับปรานอสูรแต่ยังพูดไม่ทันจบ หยางเฟยก็ตื่นขึ้นมา บนโขดหิน สถานที่โดยรอบเต็มไปสมุนไพรระดับสูง เป็สถานที่ที่สวยงามต่างจากหุบเหวที่เขาตกลงมา
“หยางเฟย ในที่สุดเ้าก็ฟื้นขึ้นมา”
เสียงของหลินหงดังขึ้นหลังจากที่เขาเห็นหยางเฟยนั้นหมดสติ