นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดยสลักกานต์
ตอนที่๑
‘กานต์’ ชายหนุ่มหน้าสวยกำลังยิ้มอย่างอิ่มสุข รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ใครหลายคนเคยหลงใหลได้กลับมาเปื้อนบนใบหน้าสวยหวานของเขาอีกครั้ง หลังจากที่มีแต่ความเศร้าโศกซึมปรากฏชัดจนหน้าหวานนี้หมองหม่นมาแสนนาน
กานต์ เป็นักเขียนบทละครโทรทัศน์หน้าใหม่ไฟแรง เขาโด่งดังจากการเขียนบทละครโทรทัศน์เื่‘คนเดียวคือคุณที่ฉันจะรัก’ ละครเื่ที่มีเรทติ้งสูงเป็อันดับต้นๆของประเทศั้แ่เริ่มออกอากาศ จนถึงตอนสุดท้ายก็ได้แชมป์ละครเรทติ้งสูงสุดแห่งปี
เหตุที่ละครโทรทัศน์ ‘คนเดียวคือคุณที่ฉันจะรัก’ เป็ที่ชื่นชอบของคนดูอย่างถล่มทลายนั้น คงเพราะเป็เื่ของคนสองคนที่รักกันเหลือเกินและฝ่าฟันอุปสรรคนานาั้แ่ก้าวแรกที่เริ่มรักกัน จนได้มาอยู่ด้วยกันในที่สุด
แต่เื่ก็ยังต้องจบลง ด้วยการที่คนนึงตายจากปล่อยให้อีกคนต้องจมอยู่กับความเศร้าสุดแสนเศร้า จนคนดูร้องไห้กันไปทั้งบ้านทั้งเมืองและ.. คำพูดของคนที่อยู่บอกคนที่จากไป ก็กินใจคนทั้งประเทศ .. “ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน คุณคือคนสุดท้ายที่ผมจะรัก” ..
มีคนเม้ามอยกันว่า..ความรักที่เกิดขึ้นและจบลงของตัวเอกในละคร ก็คือความรักของกานต์กับ‘หมอก’ แฟนหนุ่มที่ตายจาก ขณะที่กานต์เขียนบทละครโทรทัศน์เื่นี้ แต่ก็ไม่มีใครหาคำตอบอะไรได้กานต์เองก็เลือกที่จะไม่ตอบคำถามนักข่าวในประเด็นเหล่านี้
แม้วันที่กานต์ขึ้นเวทีรับรางวัล ‘นักเขียนบทละครโทรทัศน์ยอดนิยม’จากการโหวตของคนดู ภาพที่ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ คือใบหน้าสวยๆ ของเขาอมทุกข์เหลือทน มีเพียงรอยยิ้มแห้งๆ เจื่อนๆ เท่านั้นที่แจ่มชัดในภาพการถ่ายทอดสด หาใช่รอยยิ้มอิ่มสุขเช่นในตอนนี้ไม่
“ฮั่นแน่!! อะไรน้า ทำให้พี่กานต์ยิ้มได้หวานขนาดนี้” น้องชายสุดกวนของกานต์แซวเขาทันทีที่เห็นใบหน้าสวยของพี่ชายเปื้อนรอยยิ้มหวานละมุน
“แล้วแกคิดว่าอะไรล่ะ” คนพี่ชายถามกลับ
“ผมว่า...” น้องชายทำท่าคิดว่าจะล้อเลียนพี่ชายยังไงดี
“พี่ยังไม่มีแฟนใหม่” แต่พี่ชายพูดดักทางน้องชายเสียก่อน
“อ้าวววววว กำลังจะเดาอยู่พอดีเลย งั้นอะไรอะ คิดไม่ออกละ บอกหน่อยน้า นะนะนะนะ”
“พี่ได้งานใหม่” พูดแค่นั้นคนพี่ก็ลุกขึ้นเดินเข้าตัวบ้านไป
“โอยยยยยยยย เดี๋ยว ๆ ๆ ไม่เอาแบบนี้ อย่ามาพูดทิ้งให้ค้างคาใจแบบนี้ ไม่เอา” ไอ้น้องตัวดีโวยวายและเดินตามมาติดๆ “พี่กานต์อะ ชอบใช้มุขเขียนบทละครโทรทัศน์แบบทิ้งให้คนดูอยากรู้กับน้องเรื่อยเลย”
“มันก็ได้ผลดีนี่” กานต์ตอบพลางรื้อหาของบางอย่างในตู้หนังสือ
“พี่เขียนเื่อะไรอะ ถึงคิวเื่ที่ผมชอบหรือยัง” น้องชายหน้าแป้นแล้นถาม
ทันทีที่ ‘กร’ น้องชายจอมกวนของกานต์พูดจบ พ็อกเก็ตบุ๊กเล่มหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้าเขา กรมองหน้าปกหนังสืออย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง
ปกหนังสือสีดำสนิททั่วทั้งปก มีดอกไม้คล้ายดอกลิลลี่สีขาวอมชมพูสองดอก อยู่เกือบจะกึ่งกลางหน้าปกนั่น มีโซ่สีแดงเพลิงคล้องดอกไม้ทั้งสองไว้คู่กัน ตรงมุมด้านล่างขวาของปกมีตัวหนังสือขนาดกะทัดรัดเขียนไว้ว่า.. ทาสรักทาสใจ ของ พรวิษณุ
“พี่กานต์ พี่ได้เขียนเื่นี้จริงๆหรือ? จริงหรือพี่?” กรถามด้วยความตื่นเต้นแบบพี๊คสุด
กานต์พยักหน้าสวยของเขาช้าๆ แทนคำตอบ ซึ่งตรงข้ามกับความตื่นเต้นและกระหายใคร่รู้ของกรเสียเหลือเกิน
“แกจะดีใจเบอร์ใหญ่อะไรนักหนานี่ฮะ” กานต์กัดน้องชาย
“พี่ก็รู้ว่าผมชอบเื่นี้นี่ ยิ่งพี่ชายที่ผมรักเป็คนเขียนบทละครเื่ที่ผมรัก มันก็ยิ่งน่าดีใจ ไม่ใช่เหรอพี่”
“ตกลง เื่นี้น่ะ ชอบหรือ รัก”
“ก็ทั้งสองอย่างแหละพี่ แหม!! เื่ราวสุดโรแมนติคของ ... คุณอินทร ..ชายหนุ่มที่รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา มีการศึกษาดี มีชาติมีตระกูลกลับต้องมาตกหลุมรักคุณวดี แม่เลี้ยงของตนจนกลายเป็ทาสรักทาสใจของกันและกันในที่สุด ... โอวววววเื่ราวแสนหวานปนเศร้าที่มันสุดแสนจะเฟอร์เฟ็ก”
“แกไปหัดพูดน้ำเน่าแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่”
“ก็จากละครโทรทัศน์ของพี่ไง” พลางปั้นหน้าล้อเลียนพี่ชาย
“อย่ามาหาเื่พี่แบบนี้นะ” เสียงคนพี่เริ่มเอาจริง
เสียงโทรศัพท์มือถือของกานต์ดังขึ้น ช่วยชีวิตกรไว้ทันเวลา
กานต์เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือมารับสาย โดยมิได้มองว่าเป็ใครที่โทรเข้ามาเพราะมัวแต่จ้องหน้าน้องชายด้วยความไม่พอใจ “กานต์พูดสายครับ” หางเสียงกานต์ยังมีอารมณ์ขุ่นๆ เมื่อครู่อยู่
“ใครทำให้น้องกานต์คนเก่งของพี่หงุดหงิดหรือครับ”
เสียงนุ่มๆ หวานๆ จากปลายสายอีกฟากเรียกสติให้กานต์กลับมาเป็ปกติอย่างเร็ว “เปล่าครับ พอดีกานต์กำลังอบรมน้องชายอยู่ครับ คุณวุธโทรมาหากานต์มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าครับ” กานต์เปลี่ยนโหมดการพูดคุยเป็การเป็งานทันที
“แหม!!.. ไม่มีธุระ พี่โทรมาหาน้องกานต์ไม่ได้หรือครับ” ปลายสายที่กานต์เรียกชื่อ ‘วรวุธ’ ตัดพ้อ พร้อมกับแฝงความหมายบางอย่างมากับน้ำเสียงของเขาอย่างชัดเจน
กานต์อึ้งไปชั่วครู่ เขาเข้าใจความหมายนั้นทันทีหากเป็เมื่อก่อน กานต์คงตัดสายทิ้งไปแล้ว ก็กานต์ไม่ชอบวรวุธเอาเสียเลย แต่ตอนนี้วรวุธเป็คนจ้างให้กานต์เขียนบทละครเื่ ‘ทาสรักทาสใจ’ กานต์จึงตอบไปแบบรักษามารยาทสุดๆ “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ”
“55555” วรวุธหัวเราะอย่างเปิดเผย “แสดงว่าตอนนี้น้องกานต์ว่างอยู่ล่ะสิครับ”
“ก็.. คุยได้ครับ” กานต์พยายามพูดเรียบที่สุด แบบที่ครูของเขาชอบใช้
“เข้าเื่เลยนะน้องกานต์ คืองี้!! .. พอดีฝ่ายหาโลเคชั่น เค้าไปเจอบ้านทรงไทยหลังนึงแล้วเ้าของบ้านก็ยินดีให้เราใช้บ้านของเขาถ่ายละครเื่นี้ พี่เลยอยากชวนน้องกานต์ไปดูด้วยกัน เราจะได้มองภาพละครไปทางเดียวกัน” วรวุธจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘เรา’ อย่างชัดเจน
แต่กานต์ได้แต่เงียบเพราะไม่รู้จะตอบอะไรดี
“น้องกานต์เงียบแบบนี้ พี่ถือว่าตกลงนะครับ พรุ่งนี้่บ่ายๆ รถตู้บริษัทพี่จะไปรับน้องกานต์ที่บ้านนะครับ สวัสดีครับ” แล้ววรวุธก็วางสายไป
ทิ้งให้กานต์นิ่งอึ้งอยู่ชั่วขณะ!!
การพูดคุยครั้งนี้ ทำให้กานต์รู้ชัดเจนแล้วว่าวรวุธว่าจ้างให้เขาเขียนบทละครโทรทัศน์เื่ ‘ทาสรักทาสใจ’ ก็เพื่อที่จะหาทางใกล้ชิดกับเขาเป็แน่
แม้ ‘วรวุธ’ จะเป็ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี มีรสนิยมในการแต่งตัวแบบเนี้ยบ หรู ดูราวกับโอ๊ปป้าที่หลุดมาจากหนังสือแฟชั่นจนสาวๆกรี๊ดกราดไปทั้งเมือง ทั้งยังเป็ผู้กำกับละครโทรทัศน์รุ่นใหม่ไฟแรงที่มีผลงานเข้าตาผู้บริหารสถานีมาแล้ว แต่แบบนี้.. ไม่ใช่แบบที่กานต์จะรู้สึกดีด้วย
“มีไรเหรอพี่” กรถามขึ้น หลังจากที่เขาเห็นพี่ชายวางหูโทรศัพท์ แล้วนิ่งเงียบจนน่าเป็ห่วง
“พรุ่งนี้แกไม่ต้องไปโรงเรียนใช่ไหม” แทนคำตอบ กานต์ถามน้องชายอีกเื่
กรพยักหน้าแทนคำตอบ
“ไปดูโลเคชั่นกับพี่นะ” พี่ชายบอกน้องชายเสียงเครียดๆ
กรรับรู้ได้ทันที “พี่กานต์” เขาเลิกพูดเล่นกับพี่ชาย และเข้าสู่โหมดจริงจัง “ถ้าพี่ไม่สบายใจที่จะไปพี่ก็โทรกลับไปบอกเค้าว่าไม่อยากไปสิ” กรแนะนำตรงๆ ประเด็น
“พี่ทำอย่างนั้นไม่ได้น่ะสิ” กานต์บอกน้อง
“ทำไมล่ะพี่”
“ก็.. ถ้าพรุ่งนี้พี่ไม่ไปกับเค้า เค้าอาจจะเปลี่ยนใจ แล้ว.. ให้คนอื่นเขียนบทเื่นั้นแทนพี่ก็ได้” กานต์บอกน้องชาย น้ำเสียงเขาหนักใจมากจริงๆ
กรรับรู้ทุกอย่าง
“พี่ไม่อยากเสียโอกาสนี้ไป พี่อยากเขียนบทเื่นี้”
กรยิ้มให้ “พี่เหมาะที่สุดที่จะเขียนบทเื่นี้”
“แต่ถ้าพี่ไปกะเค้า พี่กลัวเค้าจะมาโน่นนี่กะพี่พี่ไม่ชอบ และพี่ไม่อยากเปิดโอกาสให้เค้าเข้ามาใกล้ชิดกับพี่มากเกินความเป็นายจ้างลูกจ้าง”
“ได้พี่! ผมไปด้วย ผมจัดให้!! พี่กานต์ไว้ใจผมได้ เื่ป่วนเื่ปั่นแบบนี้กรถนัด” กรอาสา
“ขอบใจมาก กร”
“เรามีกันแค่สองคนนะพี่ พี่ทำทุกอย่างให้ผม อะไรที่ผมช่วยพี่ได้ ผมก็อยากช่วยเต็มที่”
กานต์ดึงน้องชายมากอด แม้กรจะชอบกวนโมโหเขา แต่เขาก็มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้องไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว และทุกครั้งที่เค้าขอความช่วยเหลือ กรไม่เคยปฏิเสธ ทั้งยังช่วยเต็มที่เสมอ
กว่ารถตู้ของบริษัทวรวุธ จะมารับกานต์ที่บ้านตามที่วรวุธบอกไว้ก็บ่ายกว่าไปมากแล้ว พอคนขับรถเดินอ้อมมาเปิดประตูรถตู้ออกก็เห็นว่าวรวุธนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวในสุดที่อยู่หลังคนขับและมีเก้าอี้ว่างถัดจากวรวุธมาอีก ๒ ตัวพอดี ส่วนเก้าอี้แถวหลังมีข้าวของกองถ่ายวางเต็มไปหมด
“ขอโทษด้วยครับน้องกานต์ที่มาช้าวันนี้พี่ประชุมเกือบทั้งวันเลย” วรวุธสุภาพกับกานต์แบบนี้เสมอ
กานต์เห็นการจัดวางของจนเต็มที่นิ่งเกือบทั้งหมดก็เข้าใจแผนการณ์ของวรวุธทันที กานต์ตอบเรียบๆ “ไม่เป็ไรครับ” กานต์ยิ้มตอบอย่างปกติที่สุด
แล้วกานต์ก็บอกให้กรน้องชายเขาไหว้วรวุธพร้อมกับแนะนำกรกับวรวุธ และขอให้กรไปดูโลเคชั่นในครั้งนี้ด้วย
วรวุธยิ้มรับที่กรไหว้ และฟังที่กานต์พูดเขายังไม่ทันจะตอบรับ หรือปฏิเสธ กรก็ถือวิสาสะขึ้นไปนั่งติดกับวรวุธ กานต์จึงนั่งเก้าอี้อีกตัวที่ติดประตู แทนที่วรวุธจะได้นั่งชิดกับกานต์ตามแผนที่เขาวางไว้ กลับมีกรมานั่งคั่นตรงกลางระหว่างสองคนเสียนี่
เมื่อรถออกวิ่งไปบนถนน วรวุธพยายามชวนกานต์คุยเื่นั่นี่โน่น แต่กานต์อ้างว่าเมื่อคืนทำงานดึก ขอนอนบนรถก่อน ถึงที่หมายแล้วค่อยคุยกันดีกว่าแล้วกานต์ก็ขยับตัวนอน
แต่วรวุธก็ยังตาไวพอที่จะเห็นข้อความในไลน์ของกานต์โชว์ขึ้นมาว่า “LOVE YOU” ก่อนที่กานต์จะเก็บโทรศัพท์มือถือและหลับตานอน
กรหันมาคุยนั่นนี่โน่นกับวรวุธแทนพี่ชาย วรวุธคุยกับกรครู่หนึ่ง ก็หลับตานอนเป็การยุติการสนทนา
กว่าจะมาถึงโลเคชั่นก็เป็่เย็นใกล้จะค่ำแล้ว ทั้งวรวุธ กานต์และกร และทีมงานที่มากับรถอีกคันต่างก็เดินดูภายนอกตัวบ้านสักครู่ใหญ่ๆ
วรวุธบอกกานต์ว่า “บ้านทรงไทยหลังนี้ ใช้เป็ที่ถ่ายทำฉากเรือนปาริชาตซึ่งเป็บ้านหลักที่เกิดเื่ราวทั้งหมดได้เลยนะ”
“ใช่ครับ มีมุมสวยๆ ให้เล่นหลายมุมเลย” กานต์ตอบไปพลางจินตนาการไปว่าจะใช้มุมใดของบ้านเป็ฉากไหนในบทละคร
ก่อนที่วรวุธจะเดินมาใกล้ตัวกานต์ กรคว้าแขนพี่ชายพลางถามว่า “กรไม่เข้าใจอะพี่”
กานต์จึงเดินไปกับกร พลางอธิบายสิ่งต่างๆที่เขาคิดให้น้องชายฟังว่า ตรงไหนของบ้านใช้เป็ฉากใดในเื่ วรวุธได้แต่เดินตามไปเพื่อร่วมวงสนทนาเป็ระยะระยะ
“คุณวุธครับ” กานต์เรียกชื่อวรวุธ และหันไปยิ้มให้
กรเห็นใบหน้าของวรวุธบานราวดอกไม้ได้แสงอาทิตย์ก็ไม่ปานเมื่อกานต์หันไปคุยด้วย
“พรุ่งนี้เช้ากานต์ขอมาเดินดูที่นี่เพื่อหาแรงบันดาลใจนะครับ คุณวุธนอนพักผ่อนให้สบายนะครับ แล้วกานต์จะกลับไปกินอาหารเช้าด้วยนะครับ”
วรวุธได้แต่พยักหน้าตามใจกานต์
รุ่งเช้า รถตู้พากานต์มาที่โลเคชั่นที่วรวุธหมายตาจะใช้เป็ที่ถ่ายทำฉากเรือนปาริชาต กานต์เดินดูรอบๆ ตัวบ้าน
แล้วกานต์ก็เปิดประตูบ้านเข้าไป ..
แสงแดดยามเช้าพาดผ่านม่านบางๆเข้ามาในตัวบ้านช่วยให้ละไอหมอกนวลตา สายลมอ่อนๆพัดพากลิ่นหอมบางอย่างที่ละมุนแสนชื่นใจ มาััปลายจมูกกานต์เขาสูดดมความหอมนั่นด้วยความอิ่มเอิบ
กานต์เดินดูไปด้วยความเพลิดเพลินจนมาถึงโถงกลางของตัวบ้าน ..
พลันในจินตนาการของกานต์ .. ทั้งภาพและการกระทำของตัวละครก็อุบัติขึ้น กานต์หาปากกาหรือดินสด และกระดาษมาเพื่อจดบันทึก
แต่เขาไม่ได้หยิบอะไรติดตัวมาเลย
พลัน.. สายตากานต์ก็มองเห็นปากกาด้ามเก่ากับสนุดโน้ตเล่มเล็กๆสีเืหมูเข้มจนเกือบดำวางอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง กานต์เดินไปหยิบอุปกรณ์ทั้งสองขึ้นมา
กานต์เปิดสมุดโน้ตเล่มนั้นออกดู แม้หน้ากระดาษจะขาวขุ่นจนเกือบเหลืองเพราะความเก่า แต่ก็สะอาดมากพอที่เขาจะใช้เขียนอะไรก็ได้
เมื่อกานต์กางสมุดโน้ตออกชั่วครู่ เขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เย็นใจลอยมาแตะปลายจมูกอีกครั้งกานต์สูดดมกลิ่นนั่นอย่างชื่นใจ
แล้ว.. กานต์เริ่มเขียนบทละครโทรทัศน์ของเขา
...
ฉากที่ ๑ ห้องโถงกลางบ้าน ของเรือนปาริชาต ยามเช้าที่อบอวลชวนฝัน
ตัวละคร อินทร
เริ่มภาพที่บรรยากาศของที่สวยงามแสงแดดยามเช้าทอประกายอบอวลชวนฝัน
อินทร เปิดประตูจากข้างนอกเข้ามาในห้องโถงเขามองทีละมุม ทีละมุมให้สมกับที่คิดถึงจนทั่วทั้งห้อง
เพราะเขาจากบ้านนี้ไปหลายปี .
...
เขียนเสร็จ กานต์ก็จุดฟูลสต๊อบโตๆ ท้ายตัวอักษรสุดท้ายเป็การยุติการเขียนตามความฝันชั่วคราว
เมื่อเขาวางปากกาลง
ประตูห้องโถงกลางของตัวบ้านก็เปิดออก ..ตามในจินตนาการของเขาไม่ผิดเพี้ยน
บุรุษหนุ่มรูปงาม สูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาหวีผมเรียบแปล้ แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงสแลคทรงโบราณสีน้ำตาลเข้มเปิดประตูเข้ามาในห้องโถง เขามองทีละมุมทีละมุมอย่างที่กานต์เห็นในจินตนาการตนเองเมื่อครู่
บุรุษหนุ่มรูปงามผู้นั้นมองไปทีละจุด ทีละจุดจนทั่วทั้งห้อง
...
กานต์มองภาพที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง บุรุษหนุ่มรูปงามคนนี้สูงโปร่ง มีใบหน้าหล่อเหลา อย่างที่เขาเห็นในจินตนาการของตนไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิดเดียว
บุรุษรูปงามมองกานต์ด้วยความงุนงงสงสัยชั่วครู่ เขาก็เดินมาหากานต์พร้อมกับรอยยิ้มละไมที่ทำให้ใครหลายคนชื่นชม.. จนหลงใหล
บุรุษหนุ่มรูปงานกล่าวกับกานต์ว่าว่า ..“ผมชื่ออินทรครับ เป็เ้าของบ้านหลังนี้”
กานต์มองอินทรอย่างไม่เข้าใจว่าเขามาได้อย่างไร.. ‘อินทร’ ..เขาทวนชื่อนี้ในความคิด นี่มันชื่อพระเอกจากพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘ทาสรักทาสใจ’ที่เขาเพิ่งเขียนไปเมื่อครู่นี่นา อากัปกิริยาท่าทางเมื่อครู่ก็เช่นกัน เหมือนที่เขาเขียนเมื่อครู่เป๊ะ!! เลย!!
..อินทร.. ตัวละครเอกจากพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘ทาสรักทาสใจ’ยื่นมือมาให้เขาจับ
กานต์ยังใค้าง พลางเอื้อมมือไปให้อินทรจับแบบรู้ตัว
อินทรเชคแฮนด์แบบยุโรปได้อย่างถูกต้อง .. งดงาม
การได้ััมืออุ่นๆ ของอินทร ยิ่งทำให้กานต์มั่นใจว่า.. บุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาที่เขามองเห็นอยู่นี้ .. เป็คน .. เป็มนุษย์
แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไรที่ชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือ ..อินทร.. ตัวละครเอกจากวรรณกรรม ‘ทาสรักทาสใจ’ วรรณกรรมที่เขากำลังเขียนเป็บทละครโทรทัศน์
มันเป็ไปได้อย่างไรนี่!!
จบตอนที่ ๑