(เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แพรกลับมาทำงานต่อที่โต๊ะตัวเองอย่างรีบร้อน หน้าตายังแดงระเรื่ออยู่บ้าง แต่พยายามทำตัวปกติที่สุด อ.กร ไม่โผล่มาหาแพรอีกเลยตลอดบ่าย เหมือนให้แพรได้หายใจหายคอ... หรือกำลังรอเวลาที่แท้จริง)
เลิกงาน 17:00 น. แพรรีบเก็บกระเป๋า กลับบ้านที่อยู่แถวหลังมหาลัย อาบน้ำล้างตัวให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดสบาย ๆ แต่แอบเซ็กซี่นิด ๆ (เสื้อครอปแขนสั้น กระโปรงสั้นเหนือเข่า) แล้วรีบออกจากบ้านทันที ไม่รอให้ใกล้สองทุ่ม
ตอนนี้แพรกำลังนั่งอยู่ที่ร้านเหล้าเล็ก ๆ ใกล้ ๆ ตัวเมือง บรรยากาศมืดสลัว แสงนีออนสีแดงอมม่วงสาดลงมา โต๊ะไม้เก่า ๆ มีเพลงช้า ๆ ดังเบา ๆ แพรสั่งค็อกเทลแก้วแรก ดื่มจิบ ๆ คนเดียว มือสั่นนิด ๆ ขณะมองนาฬิกาที่ 20:00 น. พอดี
ในใจแพรคิดวนไปวนมา
นี่สองทุ่มแล้วสินะ... ถ้าพี่ธนากรไปเคาะประตูบ้านเราแล้วไม่เจอตัว ต้องโมโหมากแน่ ๆ หน้าตาพี่ตอนโกรธคงดุมาก... แต่ทำไงได้ล่ะ ถ้าไม่หลอกแบบนี้ ฉันคงไม่รอดจริง ๆ
แพรยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง เหล้าช่วยให้ใจเย็นลงนิดหน่อย แต่ก็ยังรู้สึกถึงความร้อนที่ยังค้างจากตอนบ่าย ตรงระหว่างขา ร่างกายยังตอบสนองทุกครั้งที่นึกถึงมือพี่ นิ้วพี่ เสียงกระซิบทุ้มต่ำข้างหู
งั้นฉันคงต้องอยู่ที่นี่จนกว่าบาร์จะปิด... อย่างน้อยก็ตีสองตีสาม พี่คงรอไม่ไหวแล้วกลับบ้านไปเองมั้ง หรือไม่ก็โมโหจนเลิกตามฉันซะ
แพรถอนหายใจยาว มองไปรอบ ๆ ร้าน คนไม่เยอะ มีคู่รักนั่งมุมไกล ๆ มีหนุ่ม ๆ สองสามคนมองแพรแวบ ๆ แต่แพรไม่สนใจ ใจยังวนเวียนอยู่กับภาพพี่ธนากรยืนหน้าบ้านแพรตอนนี้ คงเคาะประตูแรง ๆ หรือไม่ก็โทรหา (แต่แพรปิดเครื่องไว้ั้แ่กลับบ้านแล้ว)
จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์สั่นในกระเป๋า (แพรลืมปิดเครื่องจริง ๆ หรือเปล่า? หรือเขามีวิธีอื่น?)
แพรหยิบขึ้นมาดู หน้าจอขึ้นชื่อ ธนากร (ฉันเซฟเบอร์พี่ไว้แบบนี้เหรอ?)
สายเข้า... สั่นไม่หยุด
แพรใจเต้นแรง มองหน้าจออยู่นาน ก่อนจะกดวางสาย แล้วยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว สั่งแก้วใหม่ทันที
ไม่รับ... ไม่รับแน่ ฉันต้องอยู่รอดก่อน
แต่ในใจแพรรู้ดี... พี่ไม่ใช่คนยอมแพ้ง่าย ๆ
และยิ่งแพรหนี พี่ก็ยิ่งอยากตาม