ใน่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเทียนคงใช้เวลาในการทะลวงพลังระดับขั้นของระดับเริ่มต้นั้แ่ 1 – 10 เพียงวันละ 2-3 ชั่วโมง และเวลาที่เหลือ จะเอาไปใช้กับการทบทวนทักษะต่าง ๆ ด้วยที่ว่าตัวเขานั้นสามารถรวบรวมพลังและผสานเป็หนึ่งเดียวได้ทันทีจากความสามารถพิเศษของเขาทำให้เขาใช้เวลาในขั้นตอนนี้น้อยมาก จึงมีเวลาทำความเข้าใจการใช้พลังอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังทะลวงระดับไม่ได้อยู่ดี
“นี่มันเพราะเหตุใดกัน ตัวข้านั้นหากใช้ความสามารถพิเศษที่รวบรวมพลังงานจากภายนอกสามารถปลดปล่อยพลังได้สูงถึงระดับสูงแต่กลับไม่สามารถทะลวงระดับได้แม้แต่ระดับเริ่มต้นไปยังระดับกลาง” เทียนคงรู้สึกสับสนเป็อย่างมากในตอนนี้เพราะตัวเขาที่ตอนนี้หาก้าปลดปล่อยพลังในระดับสูงก็สามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็นนักหากรวบรวมพลังจากภายนอกแต่กลับไม่สามารถทะลวงระดับไปยังระดับกลางได้ในการฝึกพลังด้วยหลักการทั่วไป ซึ่งเขาคิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย
“ข้าทำความเข้าใจในรูปแบบรักษาในระดับกลางได้อย่างถ่องแท้แล้วเหตุใดถึงไม่สามารถทะลวงระดับได้กัน หรือว่า ...”
เทียนคงที่รู้สึกสับสนพลันตระหนักได้ถึงสิ่งหนึ่งที่ตัวเขานั้นไม่เหมือนคนอื่นนั่นคือการที่เขาสามารถปลดปล่อยพลังได้ทั้งสามรูปแบบและนั่นทำให้เขาสามารถฝึกพลังได้ทั้งสามรูปแบบพร้อม ๆกัน
“เป็ไปได้ว่าข้าจะต้องทำความเข้าใจการใช้พลังทั้งสามรูปแบบไปพร้อมๆกัน”
เมื่อตระหนักได้ถึงสิ่งที่พลาดพลั้งไปเทียนคงไม่รอช้าเขาเริ่มต้นทำความเข้าใจในรูปแบบที่เหลืออีกสองรูปแบบทันที
20วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภายในโถงใต้ดินห้องหนึ่ง ใต้โรงหลอมอาวุธ
“วูบบบตูมมม” แสงสว่างหลากหลายสีส่องสว่างออกจากตัวของเทียนคงกับเสียงะเิที่ดังออกมาจากตัวเขาเล็กน้อย
“ฮ่าๆๆ ใช่จริง ๆด้วยข้าจำเป็จะต้องทำความเข้าใจรูปแบบการใช้พลังทั้งสามรูปแบบถึงจะทะลวงระดับได้หือออ ความรู้สึกนี้มัน”
ผ่านไป50 วัน หลังจากเริ่มฝึกพลัง ในที่สุดเขาก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับกลางขั้นหนึ่งได้แล้วแต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องแปลกใจนั่นคือเขาไม่สามารถกดพลังให้ไม่แสดงออกมาได้อีกแล้วก่อนหน้านี้ที่เขาอยู่ในระดับเริ่มต้นเขายังสามารถควบคุมพลังที่อยู่ภายในไม่ให้รั่วไหลออกมาแม้แต่น้อยได้แต่ตอนนี้เมื่อเขาอยู่ในระดับกลางขั้นหนึ่งแล้ว ถึงแม้จะยังควบคุมได้อยู่แต่พลังในร่างกายก็จะยังแสดงออกมาให้เห็นอยู่บ้างนั่นหมายความว่าหากเป็ผู้ที่มีระดับพลังที่สูงกว่าเขามาก ๆก็จะสามารถััและรับรู้ถึงตัวตนของเขาได้
“นี่มัน ... ไม่ดีเลยจากนี้ในการทะลวงระดับข้าต้องคิดให้ดีก่อนแล้ว เพราะการที่ข้าเป็จุดเด่นเกินไปอาจจะนำมาซึ่งอันตรายได้ แต่ตอนนี้มาทดลองใช้พลังจากภายในและภายนอกดูก่อนดีกว่า” เทียนคงเมื่อััได้ว่าตัวเขาในตอนนี้นั้นไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วที่เป็คนที่สามารถใช้พลังได้และจะไม่มีพลังหลงเหลือในตัวแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เขาเป็คนหนึ่งที่เป็ผู้ฝึกพลังในหลักการทั่วไปที่จะปลดปล่อยกลี่นอายของพลังออกมาจากแหล่งพลังงานภายในร่างกายทำให้เขาต้องระมัดระวังในการฝึกฝนพลังเป็อย่างมากในตอนนี้ เพราะเขาอาจเป็จุดเด่นให้ผู้ที่ไม่หวังดีจ้องทำร้ายได้จากนั้นเขาก็กลับเข้ามายังความตั้งใจเดิมที่้าทดลองการผสานพลังจากภายนอกและภายในเข้าด้วยกันว่าจะทำได้พร้อม ๆกันหรือไม่
“วูบบบวิ้งงงง” หลังจากรวบรวมพลังงานจากภายนอกและผสานเข้ากับร่างกายเรียบร้อยแล้วแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นที่อุปกรณ์ตรวจวัดพลังที่ข้อมือเขา
“หืมมมระดับกลางขั้น 4 เป็ไปตามที่คาดการณ์ไว้จริง ๆ หากเป็เช่นนี้ตัวข้าที่สามารถนำพลังงานจากภายนอกมาใช้ได้ทันที จะเป็ประโยชน์มากและจะทวีคูณขึ้นไปอีก หากข้าสามารถกักเก็บพลังไว้ในภาชนะอื่น ๆ และเอามาใช้ได้ทันทีในยามคับขัน”ผลลัพธ์ที่ได้เป็ไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ั้แ่ก่อนเริ่มฝึกฝนพลังในหลักการทั่วไปและเมื่อทราบผลลัพธ์ที่แน่นอนแล้วความคิดในการใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบนี้ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดก็เกิดขึ้นในความคิดของเขา
ความสามารถพิเศษนี้ของเทียนคง ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงมีได้ซึ่งนับเป็หนึ่งในสิ่งที่เขา้าค้นหาแต่ในตอนนี้เขาต้องใช้ประโยชน์จากมันให้เป็ข้อได้เปรียบต่อคนอื่น ๆรวมถึงการปกปิดมันด้วย
“เอาล่ะจากการทดลองนี้ของข้า สรุปได้ว่า ข้าสามารถนำพลังงานมืดบริสุทธิ์จากภายนอกมาใช้ได้ ผนวกรวมกับพลังที่สะสมไว้ในร่างกาย นั่นหมายความว่าในระดับคู่ต่อสู้ที่ระดับพลังทัดเทียมกันโดยหลักการทั่วไปจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าเลย ยิ่งหากข้าสามารถสร้างภาชนะที่กักเก็บพลังงานมืดบริสุทธิ์จำนวนมากไว้ได้ละก็จะยิ่งทำให้ข้าไร้คู่ต่อกรเข้าไปอีก แต่จะสร้างมันได้อย่างไรล่ะต้องลองค้นในคลังความรู้อย่างละเอียดอีกทีว่าเคยมีบันทึกอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่”
ในเื่ของสิ่งที่สามารถจัดเก็บพลังงานมืดได้นั้น ในธรรมชาติก็มีอยู่มากมาย และถูกเรืยกโดยรวมว่า อัญมณีนพเก้า ประกอบไปด้วย เพชร ทับทิม ไพฑูรย์ บุษราคัม เพทาย มุกดาหาร โกเมน ไพลิน และมรกต ซึ่งก็จะมีความต่างกันตรงที่พลังงานมืดที่ถูกกักเก็บในอัญมณีจะแปลเปลี่ยนไปในรูปแบบต่าง ๆทั้งส่งเสริม รักษา และควบคุม เช่นไพลิน ที่มีพลังงานมืดในรูปแบบรักษา มีความสามารถในการเพิ่มพลังชีวิต ซึ่งก็เป็ ไพลิน นี่เองที่คนที่นี่ล้วนใช้มันแทนการทานอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต แต่มีอยู่ 1 ใน 9 อัญมณีนพเก้านี้ที่กักเก็บพลังงานบริสุทธ์ นั่นก็คือ มุกดาหาร ซึ่งเป็อัญมนีที่หาได้ยากที่สุด และแน่นอนว่าเทียนคงเองก็ได้เรียนรู้ในเื่นี้แล้ว และทราบดีว่าตัวเขาในตอนนี้ไม่มีปัญญาจะไปหาอัญมีณีเหล่านี้มาใช้ได้ เขาจึงทำได้แต่หาวิธีการอื่น
“เทียนคง เ้าอยู่หรือไม่ ... เทียนคง”เสียงเรียกขานของเซียนอินดังขึ้นจากภายนอกห้องรับรองของเทียนคง โดยที่เขาได้ยินเสียงนี้ได้เพราะว่าเขาได้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับรอบบริเวณห้องรับรองของเขา
“ข้าอยู่มีเื่อันใดหรือ” เทียนคง ขานรับโดยส่งเสียงไปที่ข้อมือพร้อมๆ กับเดินทางกลับไปยังห้องรับรองในเวลาไม่นานนักจากนั้นเสียงก็ดังขึ้นจากภายในห้องรับรองของเขา โดยที่เซียนอินไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงนี่ไม่ได้มาจากเขาโดยตรง
หลังจากเสียงขานรับดังขึ้นไม่นานนักเทียนคง ก็เปิดประตูต้อนรับ
“วันนี้เป็วันฝึกพลังเ้าลืมแล้วหรืออย่างไร”
“ขอโทษทีข้ากำลังทดลองบางอย่างอยู่โดยไม่ทันได้ดูเวลา ว่าแต่วันนี้เ้าจะสอนอะไรข้า”
“เหอะทดลองอะไรกัน นับวันเ้าก็เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องก่อนหน้านี้เ้ายังไปเยี่ยมเยือนข้าและท่านพ่อบ้าง แต่พักหลังมานี้กลับเงียบหายจนพ่อข้าต้องเป็กังวลว่าจะเกิดเื่อะไรกับเ้าหรือไม่ จนข้าอดคิดไม่ได้ว่านี่เป็เ้าหรือข้ากันแน่ที่เป็ลูกเขาดูจะเป็ห่วงเ้าออกหน้าออกตาเสียเหลือเกิน”
“ฮ่าๆๆ ข้าต้องขอภัยท่านพ่อเ้าด้วย อย่างไรก็ขอไหว้วานเ้าไปบอกท่านหน่อยแล้วกันว่าข้าสบายดีเพียงแต่้าทำสิ่งที่รับปากไว้ให้สำเร็จ จึงต้องทุ่มเททั้งกายและใจจนไม่มีเวลาเหลือให้ไปเยี่ยมเยือน หากข้าทำสำเร็จแล้วแน่นอนย่อมต้องไปหาท่านด้วยตัวเอง”
“เชอะเ้าทำอะไร ทดลองอะไร ก็ไม่ยอมบอกข้า ยังจะใช้ข้าทำโน่นทำนี่อีกหากจะให้ข้าไปบอกเขา เ้าต้องบอกข้าว่าเ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่”
“ก็ได้ข้ายอมบอกเ้า แต่เ้าต้องเก็บไว้เป็ความลับ เพราะสิ่งที่ข้าทำนั้นหากมีใครรู้เข้า อาจเป็ภัยร้ายแรงแก่ตระกูลของเ้า”
“นี่เ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร เหตุใดเ้าถึงไม่บอกอะไรข้าสักหน่อยหากจะทำอะไรที่เป็ผลร้ายต่อตระกูลและเมืองของข้า”
“สิ่งที่ข้าทำล้วนมีจุดประสงค์ในการทำให้ตระกูลและเมืองของเ้าอยู่รอดปลอดภัยในระยะยาวเ้าจะรับปากข้าหรือไม่ว่าจะเก็บเป็ความลับ”
“ข้าย่อมต้องเก็บเป็ความลับอยู่แล้วหากมันกระทบกับตระกูลและเมือง บอกข้ามาได้แล้ว” เซียนอิน เอ่ยต่อเทียนคงพร้อมกับกระทืบเท้าเบา ๆ
“ตามข้ามา” เทียนคงผายมือเชื้อเชิญเซียนอินให้ตามเข้าไปที่ห้องรับรองของเขา และเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ซึ่งเขาไม่ทันได้คิดเลยว่า กำลังชวนสตรีให้เข้าไปอยู่ในห้องกับเขาสองต่อสองกลางวันแสก ๆ
เซียนอิน ทีแรกก็ใที่ได้ยินเทียนคงชวนนางให้เข้าไปในห้อง แต่ด้วยที่ว่านางและเขาเคยอยู่ด้วยกันเมื่อตอนที่อยู่ตำหนักเ้าเมืองมาก่อนแล้ว จึงค่อยรู้สึกสบายใจและเดินตามเทียนคงไป
เทียนคง พาเซียนอินเข้าไปที่ห้องรับรองของเขาภายในห้องถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย แบ่งออกเป็สามส่วนคือ ห้องโถง ห้องนอนและห้องสุขา เทียนคงพาเซียนอินไปยังห้องนอนและกดปุ่ม ๆหนึ่งที่อุปกรณ์บนข้อมือเขาทันใดนั้นเตียงที่เคยปรากฎอยู่พลันหดตัวชิดเข้ากับผนังและพื้นที่เคยปูไว้ด้วยพรมก็เปิดออก เผยให้เห็นช่องทางหนึ่งที่มีบันไดทอดยาวลงไปจากนั้นตลอดทางเดินลงไปก็ค่อย ๆสว่างขึ้น ปรากฎเส้นทางที่มองไม่เห็นปลายทาง
“ท่านแขกผู้มีเกียรติยินดีต้อนรับสู่เมืองใต้ดินของข้า” ...