ระบบสังหารเทพ ภาค นรกไร้สิ้นสุด

    [GKS] ตอนที่ 42 : ตื่นจากฝัน

    ไม่ช้าเมืองหางมังกรสะบัดน้ำก็ปรากฏข่าวการตายของคุณชายน้อยหลีซวน บุตรแห่งท่านเจ้าเมืองเกล็ดขาว ในข่าวผู้คนต่างพูดคุยกันว่า ท่านเจ้าเมืองเกล็ดขาวมิได้สืบสาวเรื่องราวต่อไป


    ทำไมนะเหรอ... ในกลุ่มผู้สามัญอาจจะไม่รู้ข่าวสารนี้ หากแต่ในเบื้องสูงกลับรู้กันดี


    .

    .

    .


    นั่นเพราะเบาะแสต่างๆ จากพ่อบ้านหวังเหว่ยน่ากลัวเกินไป


    เคล็ดวิชาและการลงมือของผู้ปรากฏการช่างมิดชิด


    หากมันสืบสาวแล้วไปพบเจออะไรไม่ควรจากลูกโง่คนหนึ่ง อาจจะทำให้สิ้นทั้งตระกูลได้ ดูก็รู้ว่าผู้ลงมือมิได้ใช้เคล็ดวิชาบ้านๆ สามัญ เคล็ดวิชาควบคุมธาตุได้ดีเช่นนี้อาจจะ... เป็นเคล็ดวิชาระดับกลางที่หากยากก็ได้ หากแต่พวกมันหารู้ การลงมือนี้เฉียงเฟิงใช้เพียงเคล็ดวิชาระดับต่ำเท่านั้น หากแต่ที่ดูยอดเยี่ยมขนาดนี้ก็เป็นเพราะ มันลงมืดรวดเร็วและไม่แสดงจุดอ่อนแห่งเคล็ดวิชาออกมา นอกจากนั้นยังผสมผสานการใช้เคล็ดวิชาระดับต่ำได้อย่างยอดเยี่ยม


    การตายเช่นนี้อาจจะเป็นเพียงแค่การตักเตือน


    ท่านเจ้าเมืองเกล็ดขาวได้แต่ถอนหายใจ ในตอนที่มารับศพบุตรชายของตัวเอง


    .

    .

    .


    ในคืนนั้นเฉียวเฟิงลงมือ ความรวดเร็วของมันนั้นทำให้มือไม่เปื้อนโลหิตด้วยซ้ำ ยามสะบั้นเศียรคุณชายน้อยหลีซวน


    เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าสองเด็กน้อยนอนหลับแล้ว พรุ่งนี้สำหรับทั้งสองยังต้องมีเรื่องวุ่นวายอีกมาก


    เฉียวเฟิงเดิมไปมองหน้าเตียงของพานลี่ วันนี้มันได้จัดการปัญหาต่างๆ ให้เจ้าเด็กน้อยคนนี้แล้ว


    พานลี่แม้เป็นสตรี หากแต่ท่าทางการนอนของนางหาได้เป็นสตรีไม่ นอนอ้างขา แต่ผ้าห่มอยู่ทาง หมอนข้างทาง เฉียวเฟิงยิ้ม จับหมอนและผ้าห่มห่มให้นาง


    "เด็กน้อยนะเด็กน้อย"


    ก่อนที่เฉียวเฟิงจะเดินจากไป


    เสียงใสๆ ไร้สติที่ดูคล้ายเหม่อลอยก็ดังขึ้น "พี่ใหญ่ กินสิ ท่านกินเยอะๆ สิเจ้าคะ ส่วนเจ้าหลีกัง เจ้าหยุดกินได้แล้ว เห่อๆๆ ของพวกนี้ข้าทำให้พี่ใหญ่กินนะเจ้าคะ เร็วเข้ากินเยอะๆ"


    เฉียวเฟิงยิ้มส่ายหน้าไปมา


    .

    .

    .


    เมื่อหนึ่งบุรุษในร่างเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลหลับนอน 


    คืนนี้มันหลับลึกนัก มันลับลึกจนพบเจอภาพความฝันประหลาด


    มันพบว่ามันเดินก้าว ก้าวไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เส้นทางนี้ช่างถอดยาวสุดลูกหู ลูกตา โลกใบนี้คล้ายมิดมิด หากแต่มีเส้นแสงที่ราวกับเป็นออโรร่า กระเพื่อมไหวอยู่เหนือท้องฟ้าตลอดเวลา


    ทางที่มันเดินนั้นราวกับว่าเป็นหน้าผาหรือสะพานหินที่ทำจากหินดำ มันเป็นแนวยาวตรงไม่คดเคี้ยว  สองข้างทางเมื่อมองไปเบื้องล่างมันมืดมิด มองเห็นจักรวาลและดารานับอนันต์ ทางสายนี้ช่างเป็นโลกที่แปลกประหลาด และทำให้ผู้คนเพียงแค่ก้าวเท้าก็ขนลุก สัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งธรรมชาติและจักรวาลได้


    และเมื่อเฉียวเฟิงเดินต่อไปจนถึงปลายสุด


    มันพบสตรีงามตระการในชุดสีดำแดงยาวงามตระการราวพญาหงส์ บนชุดนั้นลวดลายหมื่นบุปผาที่ปักสลักอย่างวิจิตด้วยดิ้นทองอันล้ำค่า ผิวพรรณของนางสามารถส่องสว่างได้เองเหนือสามัญ แสดงว่านางไม่ใช่คนธรรมดา หากแต่นางคือเทพ


    เฉียวเฟิงพยายามมองใบหน้าของนาง หากแต่ไม่ว่าพยายามมองเท่าไรก็มองไม่เห็น


    มันถามว่า "เจ้าคือใคร เจ้าคือใคร"


    หากแต่ร่างกายนี้ราวกับไม่ใช่มัน เฉียวเฟิงสัมผัสได้ว่าไม่มีเสียงใดๆ ออกจากร่างกายบุรุษที่คล้ายเป็นตัวมันเลย


    ไม่ช้าแม้เฉียวเฟิงจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่านางผู้นี้มีใบหน้าเช่นไร แต่ในความรู้สึกคือนางนั้นงดงามยิ่ง งามจนทำให้บุรุษตายภายใต้ชายกระโปรงของนางได้เลย


    โดยความงดงามของนางนั้นหากเทียบกับยอดหญิงงามอันดับหนึ่ง สวีอี้เฟยคือ 'ความสูงส่ง' 'ตระการ' 'ล้ำค่า' เป็นนางสวรรค์ที่คล้ายไม่เคยแปดเปื้อนราคีใดๆ


    หากแต่สตรีผู้นี้สำหรับเฉียวเฟิงความงามของนางคือ 'เย้ยหยันสตรีทั้งมวลให้ต่ำกว่า' 'เสน่หาน่ารัญจวนอย่างลึกล้ำ' ร่างกายของนางทรวดทรงของนางราวเทพมารช่วยกันสลักสร้าง แต่ละสัด แต่ละส่วน ราวกับเป็นสัดส่วนทองคำที่สมบูรณ์พร้อมในตัวเอง มีผมให้บุรุษลุ่มหลงเสน่หา นอกจากนั้นด้วยนัยน์ตาของนาง ที่ราวกับนางพญา


    มันคือความงามแห่งเทพมารที่ไม่ควรมีในโลกใบนี้


    เฉียวเฟิงจดจ้องนัยน์ตาของนาง


    และพบว่ามันสามารถจดจำดวงตาสีแดงอัญมณีของนางได้อย่างไม่มีลืมเลือน นี่คือสิ่งเดียวที่มันจำได้


    มันได้แต่คิดว่านางเป็นใครกัน


    ไม่ช้าในหัวใจของมันก็คล้ายปวดร้าว ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาในร่างมันราวพายุคลั่งถาโถม


    ความเจ็บปวดทางความรู้สึกนี้ทำเอาร่างมันคล้ายสั่นเทา สองขาอยู่ๆ คล้ายไร้กำลัง จะเดินก้าวช่างลำบากยิ่ง


    สตรีงามผู้นี้ที่อยู่ตรงหน้ามัน นางเดินก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ ช้าๆ


     หนึ่งมือของเฉียวเฟิงพยายามยื่นไปไขว่คว้านาง มันตึงสุดเหยียด


    นางงามตระการนางนั้นเห็นเช่นนี้นางก็ยิ้ม


    ไม่ช้าถ้อยคำของนางก็ตรึงในหัวใจของเฉียวเฟิง


    .

    .

    .


    "หมื่นมารเจ้าต้องติดค้างข้า ติดค้างข้าตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นที่ใด โลกใด เจ้าก็จะต้องรู้สึกผิดต่อข้า แม้เจ้าจะมีนางคนนั้น และได้โอบกอดนาง แต่ในฝันของเจ้า ในหัวใจของเจ้าจะมีข้า มีข้า... อย่าง... ไม่อาจจะลบเลือนได้ตลอดไป"


    "ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เฉียวเฟิงพบว่าตัวมันในนามของเจ้าหมื่นมารกรีดร้องสุดเสียง


    จากนั้นก็รีบวิ่ง วิ่งไปตรงหน้า พยายามใช้มือจะคว้าจับร่างของนาง


    หากแต่สายเกินไป


    สตรีนางนั้นตกหลงไปที่หุบเหว หากแต่หุบเหวนี้ช่างแปลกประหลาด มันราวกับเป็นจักรวาลไร้จุดจบ นอกจากนั้นตรงกลางแห่งมหาจักรวาล มีคลื่นพลังและออโรร่าสีเขียว หมุนวนเป็นคลื่นไม่หยุด


    ร่างของสตรีคล้ายถูกดูดไปที่ใจกลางแห่งแสงสีเขียวประหลาดนั้น


    ร่างสตรีงามราวกับถูกพลังลึกลับดูดกลืนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด


    เส้นผมสีดำของนางค่อยๆ กลายเป็นสีขาว ร่างกายที่มีรัศมีแห่งเทพค่อยๆ จางลง มันดูหม่นหมอง นอกจากนั้นผิวพรรณ และเรือนกายที่ราวกับเทพมารร่วมกันสร้างกลับค่อยๆ เหี่ยวแห้งกลายเป็นไม่น่ามอง


    สตรีนางนั้น นางยิ้ม



    .

    .

    .


    ในความฝันเฉียวเฟิงรับรู้ว่านางผู้นี้กำลังเจ็บปวด เจ็บปวดอย่างถึงที่สุด แต่นางกลับยิ้ม ยิ้มให้มันอย่างจริงใจ


    ไม่ช้าศิลาสีเขียวมรกตก็ปรากฏที่กลางกายของนาง ออโรร่าสีเขียวกระเพื่อมส่องสว่างไม่หยุด


    ในความฝันโดยไม่ต้องคิดนึกเฉียวเฟิงก็รู้สึกได้ว่ามันรู้จักของสิ่งนี้


    สมบัติแห่งทวยเทพ 'ศิลาแห่งกาลเวลาและมิติ'



    เฉียวเฟิงพบว่าตอนนี้ร่างแห่งมันคล้ายเป็นอิสระจากอำนาจบางอย่าง มันรีบกระโดดจากหน้าผานั่นไปหานาง สองมือกอดคล้องประคองร่างสตรีที่ไม่อาจจะเห็นหน้า


    แต่มันสัมผัสได้ว่าตอนนี้นางไม่ได้งดงามอีกต่อไปแล้ว


    นางกลายเป็นสตรีที่หน้าหวาดกลัว แม้แต่ภูตผีเห็นยังสั่นหนี


    แต่ถึงอย่างนั้นกลับเป็นเฉียวเฟิงที่กอดนางแน่น กอดนางด้วย 'ความรักที่เจ็บปวด' และ 'ติดค้าง'


    .

    .

    .


    ในอ้อมกอดสตรีนางนั้นยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข ไม่ช้านางก็กอดและสบอกของเฉียวเฟิง


    ก่อนจะพูดด้วยเสียงแห่บพร่าไร้กำลัง แต่แฝงด้วยความสุขอย่างล้นใจ


    "หมื่นมารข้าได้บอกกับเจ้าแล้วว่า เจ้าจะต้องติดค้างข้า ติดค้างข้าตลอดไป ในชั่วชีวิตของเจ้าจะไม่มีสตรีนางใด ทำเพื่อเจ้ามากกว่าข้า แม้แต่นางผู้นั้น"


    ไม่ช้าในมือข้างหนึ่งของเฉียวเฟิงก็ปรากฏศิลาแห่งเทพสีเขียวส่องสว่าง


    .

    .

    .


    มือแห่งมันสั่นไหว


    หัวใจด้านชาเจ็บปวดอย่างลึกล้ำถึงขีดสุด


    .

    .

    .


    เช้าตรู่


    "หืดดดดดดดดดดดดดด หอบบบบบบบบบบบ หืดดดดดดดดดดดดด หอบบบบบบบบบ"


    เสียงหอบหายใจของเฉียวเฟิงดัง


    บุรุษในร่างเด็กน้อยผ้าพันแผลตื่นจากฝัน

    คล้ายกับเรื่องระบบสังหารเทพ ภาค นรกไร้สิ้นสุด ที่คุณอ่าน