อี้เฉินที่ไร้ทางเลือกอีกต่อไป ในยามนี้กายาหลายๆ ส่วนของเขาเผยให้เห็นบาดแผลเต็มลำตัว ไร้เสื้อผ้าปิดบังอีกต่อไป กายาแดงฉานไปหลายส่วนราวกับเป็นหลุมเหล็กที่ถูกหลอมละลาย กลางหน้าอกถูกดาบเฉือนร่างจนมีเลือดไหลนอง
อี้เฉินในยามนี้เขาไม่สามารถปกปิดปราณพลังได้อีกต่อไป ต้องใช้ปราณพลังของเมี่ยนจือเข้าต่อกรในยามนี้ให้สุดกำลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง จนรูม่านตาแดงฉานราวเลือด ในมือสร้างดาบปราณพลังสีดำทมิฬขึ้นมา ก่อนหวดฟาดไปที่เหล่าซากศพ หมายใช้เปลวเพลิงสีดำทมิฬ เผาผลาญร่างของเหล่าซากศพ
ชายแก่เทียนจือซาน ที่เห็นอี้เฉินคิดจะเก็บกวาดหุ่นเชิดของเขาลงไป เขาถึงกับยกยิ้มขึ้นมาเล็กๆ มองว่าเด็กหนุ่มคิดง่ายเกินไป ระเบิดปราณพลังของกงจักรสุริยันจันทรา ขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ดั่งมีจันทราดวงย่อมๆ รอยอยู่ด้านหลังของเขาอย่างฉับพลัน ก่อนมันจะสาดแสงขึ้นมาปกป้องเหล่าซากศพไว้ในทันที
อี้เฉินพุ่งเข้าฟาดฟันไปที่เหล่าซากศพ อยู่หลายครั้งแต่เมื่อถูก แสงที่สาดส่องลงมาจากกงจักรสุริยันจันทรา ตัวเขาก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการโจมตีได้แม้แต่น้อย ดวงตาเริ่มฉายแววหวาดหวั่น ไม่คิดฆ่าสังหารเหล่าซากศพอีกต่อไป
"เจ้าจงรับความโกรธเกรี้ยวของข้าไปซะ" ทันใดที่อี้เฉินระเบิดปราณพลังสีดำทมิฬอย่างบ้าคลั่ง อัดแน่นไปที่ดาบปราณพลังที่อยู่ในมือ อยู่ๆ ดาบเล่มเล็กๆ ในมือก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนมันจะยืดยาวออกไปด้วยความเร็วสูง หมายมั่นแทงปิดขั้วหัวใจ ชายแก่เทียนจือซาน ให้ตายตกในดาบเดียว
ชายแก่เทียนจือซาน ที่ขับเคลื่อน กงจักรสุริยันจันทราอยู่ เขาถึงกับเบิกตากว้างไม่คิดอยู่ๆ อี้เฉินจะโจมตีมาที่เขาอย่างฉับพลัน ในยามนี้เขาไม่อาจเคลื่อนไหวกายาได้ เนื่องจากตัวเขาขับเคลื่อนกงจักรสุริยันจันทราอยู่ ในเสี้ยววินาทีที่เขาปลดการขับเคลื่อนอาวุธระดับจักรพรรดิได้ เขาจึงกลับมาขยับกายาได้อีกครั้ง แต่การโจมตีอี้เฉินใกล้ตัวเขามากเกินไป ทำได้แค่เอี้ยวตัวหลบจุดตายไปได้เท่านั้น ก่อนเขาจะคำรามออกมาก้องด้วยความเดือดดาล
"บัดซบ!! บัดซบ!! ข้าไม่คิด เจ้าจะเล็งการโจมตีมาที่ข้าเช่นนี้" ก่อนเขาจะยกฝ่ามือขึ้นมากดบาดแผลที่หัวไหล่ของเขาเอาไว้จนแน่น เลือดไหลนองออกมาไม่หยุด ในยามนี้พวกเขาทั้งสองไม่มีใครดีไปกว่ากันมากนัก ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้ร้องออกมาแม้แต่น้อย
ในทันทีที่อี้เฉินกลับมาได้สติ ไม่ถูกความโกรธแค้นเข้าครอบงำอีกต่อไป เขาก็ได้ยินเสียงของเมี่ยนจือกับเจ้าเจดีย์น้อย ที่ส่งปราณจิตออกมาในเสี้ยววินาที "เจ้าจงทำลายโซ่ตรวนสีแดงที่บังคับเหล่าซากศพทิ้งไปเสีย ข้าจะชำระล้างดวงวิญญาณของพวกเขาให้ กลับมามีสติอีกครั้ง พวกเขาน่าจะพอเป็นกำลังให้กับเจ้าได้ ช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่พวกซากศพจะสลายหายไป"
อี้เฉินไม่รอช้า พยักหน้าให้กับความคิดของเจดีย์น้อย ในทันที อาศัยช่วงเวลาที่ ไอ้หมาแก่เทียนจือซาน ป้องกันกายาตนเองอยู่ ...ตวัดดาบที่ขยายออกจนยาวผ่าฟาดไปที่ โซ่ตรวนเชิดหุ่นในทันที คลื่นดาบหวดฟาดลงไปหลายครั้ง จนทำให้เนินทางขึ้นบริเวณนั้นถูกผ่าแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะมีเสียงโซ่บางอย่างดังแตกร้าวขึ้นมาก้อง
อี้เฉินที่ได้ยินเสียงแตกร้าว เขายกยิ้มขึ้นมาในทันที ก่อนยกดาบในมือหวดฟาดไปในทิศทางซากศพอีกหลายสิบครั้งในพริบตา รอบบริเวณแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นดาบสีดำทมิฬ พุ่งเข้ากลืนกินเหล่าซากศพในทันใด หมายมั่นตัดโซ่ตรวนฉุดรั้งเหล่าซากศพ ให้ขาดสะบั้น
เทียนจือซาน คำรามออกมาก้อง เมื่อมันเห็นเด็กหนุ่มไม่คิด โจมตีซ้ำไปที่ตัวเขา กลับคิดทำลายโซ่ตรวนหุ่นเชิด มันก็ทำให้เขาถึงกับหน้ามืดทะมึน ไม่คิดปราณพลังของอี้เฉินจะเข้าแทรกแซง วิชาหุ่นเชิดของเทพสวรรค์ได้ "เจ้า เจ้า!!! ไอ้เด็กเวร เหมือนข้าจะประมาทเจ้าไปหน่อย" ในทันใดที่หลังของเขาก็ปลดปล่อย กงจักรสุริยันจันทรา ออกมาอย่างบ้าคลั่ง หมายมั่นหยุดยั้งการทำลายของอี้เฉิน แต่มันก็สายเกินไป ในยามนี้โซ่ตรวนหุ่นเชิดเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เมื่อถูกการโจมตีซ้ำของอี้เฉินมันก็ทำให้ โซ่ตรวนหุ่นเชิดพังทลาย การควบคุมถูกตัดขาดในทันใด
เทียนจือซาน คำรามออกมาก้อง "ไม่ ไม่!! เป็นไปไม่ได้นี่คือญาณวิเศษของเทพสวรรค์เลยนะ ไม่น่าจะถูกทำลายง่ายดายเช่นนี้สิ"
แต่ทันใด เทียนจือซาน ก็ถึงกับเบิกตาออกกว้าง เมื่ออยู่ๆ เจดีย์น้อย มันก็พุ่งออกมาจากหัวสมองของอี้เฉิน ก่อนมันจะสาดแสงสีทองชำระล้างดวงวิญญาณ เหล่าผู้อาวุโสชราทั้ง5 รวมถึงแม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวง กายาของเหล่าซากศพสั่นเทิ้ม ขึ้นมาอย่างรุนแรง ค่อยๆ ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์ ชำระล้างดวงวิญญาณ จนขาวสะอาด ก่อนที่ทุกๆ อย่างจะกลับมาสงบนิ่งราวกับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เทียนจือซาน ที่พยายามจะชี้นิ้วสั่งการไปที่เหล่าซากศพ "ตัวเขาก็ถึงกับหน้ามืดทะมึน เจ้าทำอะไรมันกันแน่ เจ้าหนุ่มน้อย รีบบอกข้ามาเร็วเข้าเหตุใดข้าถึงสั่งการพวกมันไม่ได้"
อี้เฉินส่ายหัวขึ้นมาน้อยๆ ก่อนเอ่ยพูดไปที่เหล่าซากศพทั้ง6ตน "พวกท่านทั้งหลายคงได้สติกลับมาแล้วสินะ ข้าจะให้พวกท่านทั้งหลายได้เลือก จะฆ่าสังหารผู้คิดคดทรยศ หรือพวกท่านจะยืนดูบ้านเกิดของพวกท่านล่มสลาย แล้วตายจากไปก็เลือกเอา"
ร่างไร้ลมหายใจ แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง ยืนนิ่งไม่นานเขาก็ได้สติทั้งหมดกลับมา จดจำได้ว่าตัวเขานั้นได้ตายจากไปแล้ว ก่อนหันมองไปที่เด็กหนุ่มผมขาวด้วยความเดือดดาลเล็กๆ จดจำใบหน้าที่คุ้นเคยได้ในทันที ก่อนจะละสายตาไปจากอี้เฉิน มองไปที่ เทียนจือซาน ด้วยความเดือดดาล "เจ้าถึงกับทรยศต่อแผ่นดินเกิดตัวเองเลยงั้นหรือ เทียนจือซาน เหมือนในยามนี้เจ้าจะเป็นหมารับใช้ให้กับเทพสวรรค์ สินะ"
ชายชราอีกคนเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เจ้าจะต้องตกนรกหมกไหม้"
"พวกเจ้ายังจะมาพูดดีอีก พวกเจ้าก็แค่ซากศพ เป็นเพียงหมากของข้าเท่านั้น เข้ามาได้ ข้าจะให้พวกเจ้าเห็นพลังของครึ่งก้าวเทพสวรรค์เป็นเช่นไร"
อี้เฉินที่เห็น เหล่าซากศพเข้าไปต่อสู้เขาจึงถอนหายใจยาวออกมา เฝ้ามองการต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างไม่วางตา อย่างน้อยๆ ในยามนี้เขาก็ได้พักฟื้นกายาเล็กน้อย ก่อนที่จะไปต่อสู้กับเทพสวรรค์ที่แท้จริง
.....เวลาไหลผ่านไปหนึ่งก้านธูปใหญ่ เทียนจือซาน ที่เป็นเทพสวรรค์ครึ่งก้าวก็จัดการ เหล่าผู้อาวุโสชรา ไปได้ถึง4คน เหลือเพียง แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง กับผู้อาวุโสชราอีกคน แต่ในยามนี้กายาของเขาอาบย้อมไปด้วยเลือด ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่มีชิ้นดี
อี้เฉินที่เห็น แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง กำลังจะเพลี่ยงพล้ำ อี้เฉินไม่รอช้าโยนหอกเลือด ที่ใช้เลือดของเขาสร้างขึ้นมาเหวี่ยงไปให้ แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง ในทันที
ในทันใดที่ แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง กำลังจะถูกแทงร่าง เมื่อเขาเห็น หอกเลือด พุ่งเข้ามาพอดีกับมือของเขาเอื้อมถึง เขาไม่รอช้ายื่นมือ ออกไปหยิบหอกเลือดนั้นมา แทงสวนการโจมตีไปที่ เทียนจือซาน ในทันที ทั้งสองต่างโดนแทงร่างจนบาดเจ็บหนัก แต่ในยามนี้ แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง เป็นแค่ซากศพจึงไม่ได้ทำให้ตัวเขารู้สึกเจ็บแต่อย่างใด ร่างกายกว่าครึ่งสลายกลายเป็นเถ้าธุลี แต่ก็ไม่ยอมที่จะหายจากไป
เทียนจือซาน คำรามออกมาก้องด้วยความเดือดดาล "เจ้า เจ้า!! แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง เจ้าตายไปแล้วก็ยังจะมาขัดขวางข้าอีกงั้นหรือ" ในยามนี้กายาของเขามีเลือดหลั่งไหลออกมาไม่หยุด ดวงตาเต็มไปด้วยความอิดโรย หายใจหนักถี่อย่างรุนแรง
แต่ในทันใด ดาบของผู้อาวุโส อีกคนพุ่งเข้ามาดันหลังของเขาอย่างฉับพลัน แทงใส่ร่าง ของเขาในทันที หากเขาไม่ใช่เทพสวรรค์ครึ่งก้าวป่านนี้เขาคงตายตกไปแล้วเป็นแน่ ในยามนี้เขาทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหวอีกต่อไป ร้องคำรามออกมาด้วยความเดือดดาล
"อ๊ากๆๆ!! พวกเจ้าทั้งสองจงสลายหายไปซะ" เทียนจือซาน ขับเคลื่อนกงจักรสุริยันจันทราในทันที กงจักรด้านหลังแปรเปลี่ยนเป็นกงจักรเพลิงในทันใด ก่อนมันจะหมุนควงอย่างบ้าคลั่ง กวาดล้างรอบตัวเทียนจือซาน ในทันที สิ่งใดที่อยู่ใกล้เทียนจือซาน ถูกกวาดล้างจนสิ้นไร้สิ่งมีชีวิตใดเล็ดลอดอีกต่อไป ดั่งเสาเพลิงขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน ท่ามกลางฟ้าดิน แผดเผากลืนกินทุกสรรพสิ่งโดยไม่หลงเหลือ เปลวเพลิงพุ่งขึ้นสูงอย่างรุนแรง ฟ้าดินสั่นไหวไม่หยุด ก่อเกิดลมกรรโชกออกไปไกลพัดพาเอาความร้อนออกไปทั่วทิศ แม้แต่อี้เฉินที่ดูอยู่ห่างๆ กายาถึงกับแสบร้อนขึ้นมาน้อยๆ
ร่างของเหล่าซากศพศูนย์สลายในพริบตา แต่ในเสี้ยวพริบตาที่ แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง จะสูญสลาย เขาได้ส่งคำพูดออกมาหาอี้เฉินเป็นครั้งสุดท้าย เหมือนเป็นการฝากฝังบางสิ่งกับตัวเขา ถึงเขาจะเป็นศัตรูกันก็ตามแต่แม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวงก็ไม่ลังเลที่จะพูด "เจ้าจงปลดปล่อยคนดินแดนจันทราทมิฬ เพื่อข้าที่ช่วยเหลือเจ้าในยามนี้ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องไม่ตายดี"
อี้เฉินที่ได้ยินเสียงปราณจิตที่ส่งมา จากแม่ทัพใหญ่ เยี่ยหาญกวง มันก็ทำให้เขาสบถ ด่าในใจออกมา "เจ้ามั่นใจศัตรูอย่างข้าได้อย่างไร แม้แต่ตัวข้ายังเอาตัวไม่รอด"
เทียนจือซาน ในยามนี้เขาหอบเหนื่อยเป็นอย่างมาก ดวงตาเต็มไปด้วยความอิดโรย กายาเต็มไปด้วยบาดแผลปราณพลังเองก็หดหายไปมาก ไม่คิดแค่เหล่าซากศพทั้ง6คนจะทำให้เขา ย่ำแย่ได้มากถึงเพียงนี้
เทียนจือซาน ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาในทันที "เทพสวรรค์แท้จริง หลินเทียนโปรดลงมือด้วย"
อยู่ๆ ด้านบนพระราชวังจักรพรรดิก็สั่นไหวขึ้นมา ราวกับเทพสวรรค์แท้จริงกำลังโกรธเกรี้ยว อี้เฉินที่อยู่ห่างไกลยังจับสัมผัสได้ ใบหน้าของเขาหน้ามืดทะมึนขึ้นมาในทันที หากให้เขาสู้แบบสองต่อหนึ่งเกรงว่าตัวเขาคงตายตกเป็นแน่ กายาหลายๆ ส่วนของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่า เทียนจือซาน มากนักเต็มไปด้วยบาดแผล
เฝ้ามองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา อยากจะรู้เทพสวรรค์ จะเข้ามาแทรกแซงการต่อสู้หรือไม่