ยอดเขาตระการฟ้าไม่ได้งดงามสมชื่อ... อย่างน้อยก็ในตอนนี้
สภาพของมันเหมือนสุสานซากปรักหักพังมากกว่าเรือนพักอาศัย บันไดหินเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ ประตูไม้สักบานใหญ่ของเรือนหลักผุพังจนห้อยต่องแต่ง หญ้ารกทึบสูงท่วมหัวปกคลุมไปทั่วบริเวณราวกับป่าดงดิบ
"ตึง!"
หลี่จงวางเสาหินลงหน้าลานดินที่ดูเหมือนจะเป็จุดที่โล่งที่สุด เสียงกระแทกทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย สัตว์เล็กสัตว์น้อยแตกตื่นวิ่งหนีเข้าพงหญ้า
"โห... นี่มันบ้านผีสิงชัดๆ" หงเหลียนบ่นอุบ นางเอามือปัดจมูกพลางมองไปรอบๆ ด้วยความรังเกียจ "เ้าจะนอนที่นี่จริงๆ เหรอหลี่จง? ให้ข้าเผามันให้ราบแล้วสร้างใหม่ดีกว่ามั้ง?"
"ถ้าเ้าเผา ข้าก็ไม่มีที่นอน" หลี่จงตอบเสียงเรียบ เขาเริ่มถลกแขนเสื้อเตรียมจะดึงหญ้า
"ชิ! เ้านี่มันน่าเบื่อจริงๆ" หงเหลียนบ่นพึมพำ แต่มือของนางกลับเรืองแสงสีส้มวูบวาบ "ถอยไป! ข้าจะช่วย 'ตัดหญ้า' ให้ แต่ถ้าไฟไหม้บ้านเ้าก็ช่วยไม่ได้นะ!"
ฟู่วววว!
หงเหลียนสะบัดมือ คลื่นความร้อนพุ่งออกไปเหมือนใบมีดเพลิง กวาดหญ้ารกชันเบื้องหน้าจนมอดไหม้เป็แถบยาว กลิ่นหญ้าไหม้หอมฉุนโชยมาแทนที่กลิ่นอับชื้น แม้ปากจะบ่น แต่แม่นางน้อยจอมพลังก็ช่วยหลี่จงเคลียร์พื้นที่อย่างขะมักเขม้น (ด้วยวิธีทำลายล้างตามสไตล์นาง)
จนกระทั่งตะวันเริ่มลับขอบฟ้า...
พื้นที่รอบเรือนหลักดูสะอาดตาขึ้นมาก หลี่จงนั่งพักอยู่บนขอนไม้ หยิบขวดน้ำส่งให้หงเหลียน "ขอบใจ"
"ไม่ต้องมาขอบใจ! ข้าแค่ทำเพื่อให้ข้ามีที่ฝึกยกเสาของเ้าสะดวกๆ ต่างหาก" หงเหลียนรับน้ำไปดื่มรวดเดียวหมดขวด "ว่าแต่... เ้ารู้สึกไหม? ที่นี่มันแปลกๆ"
หลี่จงพยักหน้า "อืม... เงียบเกินไป"
ยอดเขานี้แม้จะรกร้าง แต่มันก็ควรมีเสียงแมลงกลางคืนหรือเสียงนกบ้าง ทว่าตอนนี้... ทุกอย่างเงียบสนิท เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ
"ฟุ่บ!"
เสียงวัตถุแหวกอากาศดังขึ้นแ่เบาจากเงามืดของซากกำแพง หลี่จงสัญชาตญาณตื่นตัววูบ เขาไม่ได้หลบ แต่เขากระชากเสาหินที่ปักอยู่ข้างตัวมาบังด้านหน้าทันที
เคร้ง!
ประกายไฟแลบแปลบเมื่อโลหะปะทะกับหิน สิ่งที่ร่วงลงพื้นคือกริชสีเงินเล่มเล็ก รูปทรงเพรียวบางคล้ายใบไผ่
"ใคร!" หงเหลียนะโผึงขึ้นมายืน ร่างกายลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงพร้อมรบ "หัวหดตัวไหนลอบกัด ออกมานะเว้ย!"
ความเงียบคือคำตอบ... แต่เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
วูบ... วูบ...
เงาร่างสายหนึ่งเคลื่อนไหววูบวาบไปมาระหว่างซากเสาเรือน รวดเร็วจนตาเปล่าแทบมองไม่ทัน ทันใดนั้น เงาดำก็พุ่งเข้าใส่หงเหลียนจากด้านหลัง!
"ช้าไป!" หงเหลียนคำราม นางหมุนตัวตวัดหมัดเพลิงกลับไป "หมัดอัคคีทลายภูผา!"
ตูม!
หมัดเพลิงกระแทกเข้ากับ... ความว่างเปล่า เงาร่างนั้นพลิกตัวกลางอากาศหลบหมัดของนางได้อย่างงดงามราวกับภูตผี ก่อนจะเตะสวนเข้าที่ข้อพับขาของหงเหลียน
"โอ๊ย!" หงเหลียนเสียหลักทรุดลง คมกริชเย็นเฉียบพุ่งตรงมาที่ลำคอของนางทันที!
แต่ก่อนที่ใบมีดจะััผิวเนื้อ...
"ตึง!!"
เสาหินขนาดใหญ่ถูกกระแทกลงพื้น กั้นกลางระหว่างหงเหลียนกับนักฆ่าปริศนา
แรงสั่นะเืจากการกระแทกทำให้พื้นดินระลอกไหว นักฆ่าสาวชะงักไปชั่วเสี้ยววินาทีเพราะเสียจังหวะ นางดีดตัวถอยหลังไปเกาะอยู่บนยอดซากกำแพงอิฐเก่าๆ อย่างแ่เบา
แสงจันทร์สาดส่องลงมา เผยให้เห็นใบหน้าภายใต้ผ้าปิดปากสีดำ ดวงตาเรียวรีเ็าดุจน้ำแข็ง จ้องมองมาที่หลี่จงและเสาหินของเขา
"ศิษย์พี่หญิง หลินชิงอวี่?" หลี่จงเอ่ยชื่อออกมา เขาจำนางได้จากพิธีเมื่อเช้า ศิษย์สายในอันดับต้นๆ ผู้ใช้กริชคู่
"เ้าจำข้าได้... ดี" น้ำเสียงของนางเรียบนิ่ง ไร้อารมณ์ "จางเหว่ยจ้างข้ามา 500 เหรียญทอง... ให้มาหักแขนเ้าทิ้งข้างหนึ่ง เพื่อสั่งสอนที่เ้าทำให้เขาเสียหน้า"
"หนอย! ไอ้เ้าขี้เก๊กนั่น!" หงเหลียนลุกขึ้นมาด้วยความโกรธจัด "ข้าจะไปเผาบ้านมัน!"
"ใจเย็นก่อน" หลี่จงยกมือห้าม แล้วหันไปมองหลินชิงอวี่ "แค่ 500 เหรียญทอง... ศิษย์พี่หญิงถึงกับยอมลดตัวมาลอบกัดศิษย์ใหม่อย่างข้าเชียวหรือ?"
"เงินคือเงิน ภารกิจคือภารกิจ" หลินชิงอวี่ตอบสั้นๆ "จะยอมให้ข้าหักแขนดีๆ หรือจะให้ข้าลงมือ?"
"ถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ?"
"ก็ต้องเจ็บตัวมากกว่าแขนหัก"
สิ้นเสียง หลินชิงอวี่ก็หายวับไปจากสายตาอีกครั้ง คราวนี้นางไม่ได้พุ่งตรงๆ แต่แยกร่างเงาออกเป็สามสาย วิ่งวนรอบตัวหลี่จงและหงเหลียนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็พายุหมุน
"มองไม่ทัน!" หงเหลียนพยายามเพ่งมอง แต่ศัตรูเร็วเกินไป นางเหวี่ยงหมัดไฟไปมั่วๆ ก็โดนแต่อากาศ
หลี่จงยืนนิ่ง หลับตาลง เขาตามความเร็วของนางไม่ทันแน่... แต่เขาไม่จำเป็ต้องตาม
เขาจับเสาหินด้วยสองมือ สูดลมหายใจลึก เชื่อมต่อจิติญญาเข้ากับ "น้ำหนัก" ของมัน ในสายตาของเขา ทุกย่างก้าวที่หลินชิงอวี่เหยียบลงบนพื้นดิน มันส่งแรงสั่นะเืมาถึงเท้าเขา
ซ้าย... ขวา... หลัง... มาแล้ว!
"เขตแดนศิลา... ตรึงพสุธา!"
หลี่จงไม่ได้ยกเสาขึ้นฟาด แต่เขากระทืบเท้าลงพื้นพร้อมกับอัดพลังปราณทั้งหมดลงไปในเสาหินที่ปักอยู่
ครืนนนนนนน!
คลื่นความถี่ต่ำแผ่ออกไปรอบทิศทาง พื้นดินในรัศมี 5 วา ยุบตัวลงเล็กน้อย แรงโน้มถ่วงในบริเวณนั้นทวีความรุนแรงขึ้นฉับพลัน!
"อึก!"
ร่างเงาทั้งสามของหลินชิงอวี่สลายไป เหลือเพียงร่างจริงที่กำลังพุ่งเข้ามา ชะงักกึกกลางอากาศเหมือนนกที่ถูกถ่วงด้วยตุ้มเหล็ก ขาของนางหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก ความเร็วที่เคยเป็ดั่งสายลมหายวับไปในพริบตา
"ตอนนี้แหละ หงเหลียน!!" หลี่จงะโ
"เสร็จข้าล่ะนังตัวแสบ!!"
หงเหลียนที่ไม่รอช้า อาศัยจังหวะที่หลินชิงอวี่เสียหลัก นางกระโจนเข้าใส่พร้อมสนับมือที่ลุกโชน แต่แทนที่จะต่อย... นางกลับพุ่งเข้าไป "กอดรวบเอว" หลินชิงอวี่แล้วทุ่มลงพื้น!
ตึง!
นักฆ่าสาวผู้บอบบางถูกจอมพลังอย่างหงเหลียนจับกดลงกับพื้นดิน หลินชิงอวี่พยายามจะใช้กริชแทงสวน แต่หลี่จงได้วางเสาหิน "เอียง" ลงมาจ่อที่เหนือคอหอยของนาง ห่างเพียงไม่กี่นิ้ว
น้ำหนักและแรงกดดันจากเสาหินที่จ่ออยู่ ทำให้หลินชิงอวี่ไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว
สถานการณ์พลิกผัน นักฆ่าความเร็วแสง ถูกหยุดด้วยแรงโน้มถ่วง และถูกล็อกด้วยจอมพลัง
"500 เหรียญทอง..." หลี่จงก้มลงมองนางด้วยสายตาเรียบเฉย "ดูเหมือนจะไม่คุ้มกับชีวิตของศิษย์พี่นะขอรับ"
หลินชิงอวี่จ้องมองเสาหินสีดำทมึนที่จ่อคอหอยนาง สลับกับมองใบหน้าของชายหนุ่มเ้าของเสา ในดวงตาเ็าของนาง... ประกายความสนใจบางอย่างได้ถูกจุดขึ้น
นางไม่ได้กลัวตาย แต่ทึ่ง เสาหินนี่... มันหยุดวิชาตัวเบาขั้น 3 ของข้าได้ยังไง?
"เ้าชนะ" หลินชิงอวี่กล่าวเสียงเรียบ นางปล่อยมีดในมือเพื่อแสดงความจำนน "ข้าจะคืนเงินจางเหว่ย... และบอกว่างานล้มเหลว"
หงเหลียนยอมปล่อยมือ "เชอะ! นึกว่าจะแน่"
หลินชิงอวี่ลุกขึ้นปัดฝุ่น นางมองหลี่จงอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตาไม่ได้มองเป็เหยื่อ "ชื่อเสาของเ้า... มันคืออะไร?"
"มันยังไม่มีชื่อ" หลี่จงตอบ
"งั้นรึ..." หลินชิงอวี่เก็บกริชเข้าฝัก แล้วหันหลังเดินหายไปในความมืด ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียวที่ลอยมาตามลม
"ระวังตัวไว้... คืนพรุ่งนี้จะมีสัตว์อสูรบุกมาที่นี่... ถ้าไม่อยากตาย ก็รีบซ่อมประตูบ้านซะ"
หลี่จงและหงเหลียนมองหน้ากัน ดูเหมือนว่าชีวิตบนยอดเขาร้างนี้ จะไม่มีคำว่าสงบสุขอย่างที่คิดเสียแล้ว