หลุมนิรนาม สาเหตุที่วาสเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้เป็นเพราะว่าผู้เฒ่าเวนก้าขอร้อง
หลุมนิรนามแห่งนี้คือที่ที่ไคเซอร์เจอหนังสือแห่งบรรพชนเมื่อหลายปีก่อน ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีชาววีดเหลือรอดอยู่ที่นี่
จากคำบอกเล่าของไคเซอร์ หลุมนิรนามเป็นสถานที่พิเศษบางอย่างที่มีอำนาจระงับการใช้งานสกิลเรียกใช้ สามารถใช้ได้แค่สกิลติดตัวเท่านั้น
ภายในหลุมนิรนามเต็มไปด้วยมอนเตอร์มากมายที่มีความอันตรายชนิดที่สามารถคุกคามนักรบกลายพันธุ์ได้!
ไม่มีใครรู้ว่าหลุมนี้ลึกเท่าไหร่
แม้แต่ไคเซอร์เองก็ไม่สามารถเดินลงไปจนถึงก้นหลุมได้ ซึ่งวาสคิดว่าเป็นเพราะไคเซอร์ไม่มีสกิลติดตัวมากพอที่จะเอาตัวรอดในสถานที่แห่งนี้
หลุมนิรนามถูกแบ่งออกเป็นชั้นๆ ในแต่ละชั้นจะมีสภาพแวดล้อม รวมถึงมอนเตอร์ที่ต่างกัน เหมือนแต่ละชั้นแยกเป็นมิติของตัวเอง ยิ่งลงไปลึกมากขึ้นเท่าไหร่มอนเตอร์ก็ยิ่งจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
แต่สิ่งที่ทำให้วาสสนใจสถานที่แห่งนี้ก็คือความพิเศษบางอย่างของมัน
ประการแรก ตามที่ไคเซอร์บอกมา ในทุกๆชั้นของหลุมนิรนามจะมีมอนเตอร์กลายพันธุ์อยู่ และเมื่อลงไปลึกมากเท่าไหร่มอนเตอร์กลายพันธุ์ในแต่ละชั้นก็จะมากตามไปด้วย
ตัวไคเซอร์เองเขาไปได้สูงสุดแค่ชั้นที่5 ซึ่งในชั้นนั้นมีมอนเตอร์กลายพันธุ์ถึง 5 ตัว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องหลบหนีออกไปจากหลุมนิรนามในสภาพทุลักทุเล
แต่สิ่งที่ทำให้วาสสนใจจนเนื้อเต้นคือประการที่สองของมัน!
ในทุกๆครั้งที่ผ่านประตูเชื่อมระหว่างชั้นไปหรือออกจากชั้นนั้น ชั้นที่ผ่านมาจะเกิดการรีเซ็ตขึ้นทุกครั้ง
นั้นก็แปลว่าเมื่อวาสฆ่ามอนเตอร์ทั้งหมดในชั้นที่ 1 และไปต่อในชั้นที่ 2 พอกลับมาชั้นที่ 1 อีกครั้งมอนเตอร์ก็จะกลับมามีจำนวนเท่าเดิมเหมือนว่าวาสไม่เคยฆ่าพวกมันมาก่อน
หลุมนิรนามคือแหล่งสร้างกองทัพชั้นดีของวาสชัดๆ!
แต่วาสยังคงไม่แน่ใจ ดูยังไงก็รู้ว่ามอนเตอร์ในหลุมนิรนามไม่ใช่มอนเตอร์ปกติ เขาไม่รู้ว่าจะใช้ศพพวกมันสร้างซากทัพได้หรือไม่
ดังนั้นเขาจึงต้องลอง!
วาสเดินทอดน่องเข้าไปในหลุมนิรนาม โดยเปิดประสาทสัมผัสรับรู้เต็มที่เพื่อระมัดระวังอันตราย
ชั้นแรกของหลุมนิรนามคือทางเดินเส้นตรงแคบๆที่มืดสนิท
ซากทัพที่ด้านหลังตัวหนึ่งคอยชูมือขึ้น ในมือของมันมีสะเก็ดดวงตะวันก้อนเล็กๆที่คอยเปล่งแสงเจิดจ้าตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้นเบื้องหน้าห่างออกไปราวๆ 3 เมตรวาสก็ยังเห็นแต่ความมืดอยู่ดี
ครึกๆๆๆๆๆ!
วาสหยุดการเคลื่อนไหวลงเมื่อได้ยินเสียงพร้อมกันจากทุกทิศทาง ซ้าย ขวา เหนือ ใต้ มาพร้อมกันหมด!
“มาแล้วสินะ!”
ตูมมมม! กรี๊ซซซ!
กำแพงดินระเบิดออกในวินาทีถัดมา ดาบใหญ่ในมือสะบัดเข้าใส่ศัตรูตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดขาดเป็นสองท่อน!
ทว่ายังมีอีก 3 การโจมตีที่เข้าถึงตัวเขาได้!
ร่างในชุดเกราะหนาลอยละลิ่วไปตามแรง โชคดีการโจมตีของมันไม่สามารถผ่านอุปกรณ์ระดับ 8 ของเขามาได้!
เสียงคลานยั้วเยี้ย ความมืดที่เลือนรางทำให้วาสเห็นตัวพวกมันไม่ชัดเจน รู้แค่ว่ามันมีขาจำนวนมาก
“โยนสะเก็ดดวงตะวันมา!”ซากทัพทำตามที่เขาสั่ง แสงสว่างวาดผ่านเหนือศีรษะเสมือนดวงตะวันกำลังโคจร ทำให้วาสเห็นตัวพวกมันเต็มตัว
ตะขาบ!
มอนเตอร์ตะขาบขนาดยักษ์ที่มีลำตัวเป็นปล้องสีน้ำตาลแดง ที่ศีรษะของมันมีส่วนคล้ายแท่งเขาคมยื่นแหลมออกมา และเขานั้นกำลังหมุนด้วยความเร็วสูงคล้ายสว่าน พริบตาเดียวพวกมันก็เจาะเข้าที่ผนังถ้ำและหายตัวไป!
“ตัวน่ารำคาญ!”วาสพุ่งเข้าไปจับที่มอนเตอร์ตะขาบตัวหนึ่งก่อนที่มันจะหายไปในโพรงแล้วกระชากออกมาพร้อมกับฉีกลำตัวมันขาดออกจากกัน
กรี๊ซซซ!
เลือดสีขาวข้นฉีดกระจาย ลำตัวที่ขาดออกจากกันดิ้นรนอยู่ชั่วครู่ก่อนจะแน่นิ่งไป
“เหลืออีก 2 ตัว”พูดไม่ทันจบก็มีมอนเตอร์ตะขาบพุ่งออกมาจากกำแพงดิน 2ตัวขนาบข้างวาส
ชายในชุดเกราะแค่นเสียงเอื้อมมือไปจับไว้ที่เขาสว่านที่มุ่งร้ายใส่เขาและเกร็งมือกำแน่น
กึกๆๆๆ
เขาสว่านที่กำลังหมุนด้วยความเร็วสูงถูกหยุดกะทันหันทำให้เกิดแรงต้าน เพียงพริบตาเดียวศีรษะของมอนเตอร์ตะขาบก็เริ่มบิดงอตามทิศหมุนของเขาสว่านก่อนจะแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ
“หือ!”สัญชาตญาณของวาสแผดเสียงร้องดังลั่น เขาปล่อยมือจากศพของมอนเตอร์ตะขาบทั้งสองตัวและถอยฉากออกจากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว
ตูมมมมม!
วัตถุนิรนามเจาะทะลุตำแหน่งเดิมที่เขาอยู่ มันคือแท่งเขาสีดำขนาดยักษ์ที่มีความยาวตั้งแต่เพดานจนถึงพื้น
แท่งเขาเริ่มสั่นเบาๆก่อนจะเริ่มหมุนอีกครั้งด้วยความเร็วสูง
“มาแล้วงั้นหรอ มอนเตอร์กลายพันธุ์”แค่ดูจากขนาดเขาก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่มอนเตอร์ตะขาบธรรมดา
จากที่ไคเซอร์บอก ชั้นที่ 1 ของหลุมนิรนามจะมีมอนเตอร์กลายพันธุ์อยู่ 1 ตัวและตอนนี้มันอยู่ที่หน้าเขาแล้ว
“อย่าหวังว่าจะหนีไปได้”ดูจากขนาดเขาก็รู้ว่าตัวของมันจะต้องมีขนาดใหญ่โตมโหฬารมากแน่ๆ
วาสกางสองแขนออกแขนออกกว้างและโอบไปที่เขาสว่านที่กำลังหมุน เกร็งกำลังแขนสองข้างกอดเขาสว่านไว้แน่น
การกระทำของวาสถือว่าบ้ามาก!
กึกๆๆๆ! ครืด!
สว่านสั่นน้อยๆเหมือนว่าจะหยุดหมุนแต่เพียงไม่กี่วินาทีมันก็หมุนต่อและหมุนตัวาสไปพร้อมกัน!
ขาวาสลากไปกับพื้น เขากัดฟันกระแทกเท้าลงพื้นอย่างแรกและฝังเท้านั้นไว้ในพื้น ยึดตัวเอาเป็นเสาไม่ยอมขยับเขยื้อน
ใบหน้าของวาสเริ่มแดงจากการใช้แรงจำนวนมาก ก่อนที่เขาจะกู่ร้องออกมายาวเหยียด!
ว้ากกกก! กึกๆๆๆๆๆ กรี๊ซซซ!
เหมือนว่ามอนเตอร์ตะขาบกลายพันธุ์จะรู้ว่าการกระทำของวาสเป็นอันตรายต่อมัน ทำให้มันกรีดร้องเสียงแหลมทุ่มสุดตัวที่จะมุดลงดินและลากวาสไปด้วยพร้อมกับเพิ่มแรงหมุนให้เร็วยิ่งกว่าเดิม!
ขาของวาสจมลงไปครึ่งหน้าแข้งแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนจากเขาสว่านที่กำลังสั่นอย่างรุนแรง
กึกๆๆๆๆๆ
“ตายไปซะ!”
โพล๊ะ!
ในที่สุดวาสก็ประสบผลสำเร็จ ศีรษะของมอนเตอร์ตะขาบกลายพันธุ์ระเบิดออก เลือดขาวข้นไหลย้อยลงมาตามเขาที่ตั้งตระหง่านกลางทางเดินแคบๆ
วาสสะบัดเลือดขาวข้นออกจากตัวอย่างขยะแขยงแล้วสั่งซากทัพที่ยืนนิ่งอยู่ว่า
“เก็บศพของพวกมันมาซะ”
“อ้าว! พี่วาสทำไมออกมาเร็วนักละ”วายุที่กำลังนั่งย่างศพมอนเตอร์ตัวหนึ่งอยู่เอ่ยอย่างสงสัย หรือว่าพี่วาสของเขากระจอกจนผ่านชั้นแรกไปไม่ได้กัน?
วาสไม่ได้ตอบแต่ทำการแย่งมอนเตอร์เสียบไม้ย่างในมือวายุมากินซะเอง ทำเอาชายหนุ่มประท้วงยกใหญ่
วาสนำบางสิ่งออกมาจากนาฬิกามิติของเขา พวกมันคือศพของมอนเตอร์ตะขาบที่เอามาจากในหลุมนิรนาม
มอนเตอร์ตะขาบแต่ละตัวมีขนาดที่ใหญ่โต โดยเฉพาะมอนเตอร์ตะขาบกลายพันธุ์ที่มีความยาวมากกว่า 30 เมตร!
เขาสว่านที่วาสเห็นก่อนหน้านี้ยังไม่ถึงครึ่งของขนาดเขาสว่านจริงๆของมันด้วยซ้ำ
“โอ้วววว! ตัวบ้าอะไรกันเนี้ย!”วายุตะโกนขึ้นอย่างตกใจ
เพราะหลุมนิรนามอันตรายเกินไปทำให้ไคเซอร์ไม่อนุญาตให้วายุตามเข้าไปด้วย ทำให้เขาพึ่งเคยเห็นมอนเตอร์ตะขาบครั้งแรกเหมือนกัน
วาสลองผ่าศีรษะของมอนเตอร์ตะขาบกลายพันธุ์ออกดู แต่ก็ต้องส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
ศีรษะของมันไม่ได้มีรูปีเก็บไว้เหมือนที่วาสคิด
อาจเป็นเพราะว่ามอนเตอร์มีรูปแบบการวิวัฒนาการต่างจากสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรม พวกมันไม่เคยผ่านการทดสอบอาชีพ แต่พวกมันข้ามผ่านไปที่การกลายพันธุ์เลย
ถึงแม้จะผิดหวังแต่วาสก็ตั้งสติขึ้นใหม่ ขอจริงมันต่อจากนี้ต่างหาก!
สกิลซากทัพ!
ศพของมอนเตอร์ตะขาบเปล่งแสงสีดำวูบ ก่อนที่ร่างกายของมันจะกลับสู่สภาพสมบูรณ์อย่างช้าๆ ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งดวง เพียงไม่นานมันก็กลายเป็นซากทัพของวาสอย่างสมบูรณ์แบบ!
สำเร็จ!
วาสกำหมัดแน่น แววตาพลุ่งพล่านลุกโชนไปด้วยความกระหาย
เขาดีดกายพุ่งหายเข้าไปอีกครั้งในหลุมนิรนาม ลืมแม้กระทั่งนำซากทัพไปด้วย
วาสกลับมาในความมืดของชั้นหนึ่งอีกครั้ง ในมือกำสะเก็ดดวงตะวันไว้ ก่อนที่สายตาของเขาจะเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เขาแน่ใจว่าที่เขายืนอยู่ตรงนี้เป็นที่เดียวกับที่เขาต่อสู้กับมอนเตอร์ตะขาบเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่สิ่งที่วาสเห็นคือกำแพงดินที่เรียบสนิทไม่มีร่องรอยของการถูกทำลายมาก่อน!
ครึกกกกก!
เสียงเจาะในกำแพงดินดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ตาของวาสลุกวาว ล้วงอาวุธออกมาเตรียมพร้อม มือข้างหนึ่งถือดาบใหญ่อีกมือข้างหนึ่งถือดาบยาว
เมื่อได้จังหวะ วาสกระโดดหมุนตัวกลางอากาศและสะบัดดาบทั้งสองในมือเป็นวงกลม ตัดร่างมอนเตอร์ตะขาบที่พุ่งเข้ามาทั่ง 4 ทิศทางในครั้งเดียว ก่อนจะถอยฉากออกไปอย่างรวดเร็ว
ตูมมมมม!
แท่งเขาสีดำขนาดยักษ์ที่เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนโผล่มาอีกครั้งทำให้วาสระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยควายินดี
ชั้นแรกมันถูกรีเซ็ตใหม่อย่างที่ไคเซอร์บอกจริงๆด้วย!
เขาจัดการฆ่ามอนเตอร์ตะขาบกลายพันธุ์ด้วยวิธีเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้นำซากทัพมาด้วย ทำให้เขาต้องจัดการเก็บศพของพวกมันด้วยตัวเอง
วาสรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่พบเจอสถานที่อย่างนี้
หลุมนิรนามเป็นที่ที่ประหลาดเป็นอย่างมาก เขาคิดว่ามันต้องมีอะไรซ่อนอยู่อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจในตอนนี้ก็คือการเพิ่มขนาดกองทัพของเขา
ถ้าเป็นมอนเตอร์ธรรมดาวาสคงไม่สนใจ แต่ที่นี่มันมีมอนเตอร์กลายพันธุ์อยู่ด้วย!
แม้ว่าวาสจะแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีโอกาสได้เจอมอนเตอร์กลายพันธุ์มากตามไปด้วย เหตุเพราะมอนเตอร์กลายพันธุ์นั้นหายากมาก ใน1ฝูงอาจจะมีมอนเตอร์กลายพันธุ์อยุ่ 1 ตัวหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้
แต่ที่นี่เขาสามารถหามันได้ตามที่ต้องการ!
และแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือวาสที่หมกหมุ่นอยู่แต่ที่หลุมนิรนาม เขาใช้เวลาแทบจะทั้ง 24 ชั่วโมงอยู่ที่นี่ เมื่อใดที่วิญญาณทมิฬหมดวาสก็แค่ต้องฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของภาษีของเขาที่เมืองดีวอยด์ ไม่นานวิญญาณทมิฬของเขาก็กลับมาเต็มอีกครั้ง!
และในระหว่างที่วาสกำลังสร้างกองทัพของเขาอยู่ที่หลุมนิรนาม ที่เมืองอาสลัน ไคเซอร์กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยกของเขาเหม่อลอยดูท้องฟ้าเหมือนชายชราทั่วๆไป
“มีอะไร?”จู่ๆไคเซอร์ก็เอ่ยปากขึ้น บรรยากาศสบายๆถูกเติมเต็มไปด้วยพลังอำนาจลึกลับ
“มีข่าวมารายงานครับ”
“ว่ามา”
“เมื่อหลายวันก่อน เราพบการเคลื่อนไหวแปลกๆที่อาณาจักรออร์คครับ”
“พวกมันกำลังทำอะไร”ใบหน้าของไคเวอร์เปลี่ยนเป็นเย็นชา
“เราพบว่าพวกมันกำลังส่งคนไปเจรจาบางอย่างกับพวก็อบลิน...เหมือนว่า พวกมันจะตัดสินใจบุกเผ่าพันธุ์อีกครั้งครับ!”
“!!!”
“ส่งคนไปตามวีรบุรุษสงครามมาเดี๋ยวนี้!”