นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 41 ป่วยฉับพลัน

    ตอนที่ 41  ป่วยฉับพลัน

     

            หมอโหยวจากหมู่บ้านตงชานไปได้2 เดือนแล้ว แรก ๆ พวกชาวบ้านทั้งในและรอบ ๆ หมู่บ้านตงชานก็ไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างอันใดแต่พอผ่านไปสักพักชาวบ้านก็เริ่มลำบากเมื่อไม่มีเขา แต่ก่อนตอนที่พวกเขาป่วยไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือสาหัสก็ได้จ่ายเพียงแค่10 - 20 อีแปะเพื่อให้หมอโหยวรักษา หลังจากนั้นพวกเขาก็แค่ต้องกินอาหารและกินยา อาการป่วยนั้นก็จะหายไป

             

            หลังจากหมอโหยวจากไปชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เจ็บป่วยก็จะทนจนกว่าจะหายป่วย แต่ถ้าอาการของพวกเขาไม่ดีขึ้นพวกเขาก็ต้องเข้าเมืองเพื่อไปหาหมอ และต้องจ่ายอย่างน้อยหลายร้อยอีแปะแม้จะเป็นร้านหมอที่เล็กที่สุดก็ตาม

             

            ชาวบ้านทุกคนต่างก็รู้ว่าหลานสาวของเฒ่าหยูเรียนวิชาแพทย์กับหมอโหยวมา1 เดือนแล้ว แต่นางเป็นเพียงแค่เด็ก 8 ขวบและเพิ่งเรียนได้ไม่นานพวกเขาจึงยอมทนมากกว่าจะเอาชีวิตไปไว้ในมือของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ นางอาจจะทำให้อาการป่วยเล็กน้อยกลายเป็นป่วยหนักกว่าเดิมก็ได้!

             

            เสี่ยวเฉามีพรสวรรค์ในการเรียนหมอมากและหมอโหยวก็รู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรจะสอนนางอีกแล้ว แต่ 3 เดือนผ่านไปเสี่ยวเฉาก็ยังไม่มีคนไข้แม้แต่คนเดียวแต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะจุดประสงค์เดิมของเสี่ยวเฉาในการเรียนหมอก็เพื่อปกปิดฤทธิ์ของน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ตอนที่นางใช้มันดังนั้นจึงไม่สำคัญว่านางจะมีคนไข้หรือไม่มี

             

            หมอโหยวมักจะปรุงยาเอาไว้สำหรับอาการป่วยทั่วไปเช่น หวัดทั่วไป, ไข้เล็ก ๆ น้อย ๆ และอาการป่วยเล็กน้อยอื่น ๆชาวบ้านส่วนใหญ่จากหมู่บ้านตงชานต่างก็รู้เรื่องนี้

             

            หยูเสี่ยวเฉาจะออกเยี่ยมชาวบ้านเป็นครั้งคราวนางจะเอายาที่หมอโหยวเตรียมไว้ไปให้กับชาวบ้านที่ป่วย นี่เป็นหน้าที่อย่างเดียวในฐานะศิษย์โดยตรงของหมอโหยวที่หมอโหยวทิ้งไว้ให้ขณะที่เขาไม่อยู่

             

            หยูเสี่ยวเฉาใช้ประโยชน์จากข้อเท็จจริงที่ว่าหิมะต้นฤดูหนาวยังไม่ได้ปิดภูเขาไว้และขึ้นไปวางกับดักทุกสองหรือสามวันตอนที่ขึ้นไปยังภูเขาเมื่อมีน้ำหินศักดิ์สิทธิ์เป็นเหยื่อล่อ ในทุก ๆ ครั้งนางจึงจับสัตว์ป่าได้มากโขกระเป๋าเงินลับ ๆ ของนางจึงพองขึ้นในทุก ๆ วัน

             

            ยิ่งมีเงินมากก็ยิ่งกังวลมากแต่ก่อนแค่เงิน 1 - 2 ก้อนนางยังสามารถหาที่ซ่อนได้  แต่ตอนนี้นางมีทั้งเงินก้อนและเงินเหรียญอยู่ในกระเป๋าจึงยิ่งหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยได้ยาก...นั่นก็เพราะที่บ้านของพวกเขามีหยูไห่สือที่ชอบรื้อค้นข้าวของของผู้อื่นอยู่

             

            เสี่ยวเฉาไม่ได้ปฏิบัติกับไห่สืออย่างไร้เหตุผลเขามีประวัติที่กระทำความผิดอยู่มากมายทุกวันหยูไห่กับนางหลิวมีงานมากเกินกว่าจะทำให้เสร็จภายในวันเดียวได้และเสี่ยวเหลียนก็ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ว่าง ๆ ได้ เวลาที่เสี่ยวเฉาไปวางกับดัก นางก็จะพาฉีโตวไปด้วยโดยปกตินอกจากเวลากินและนอนแล้ว ก็ไม่มีใครอยู่ในห้องตะวันตกเลย

             

            ครั้งหนึ่งหยูเสี่ยวเฉากลับมาจากการขายสัตว์ที่จับได้ในภูเขานางเห็นประตูห้องตะวันตกเปิดอยู่จึงรีบเข้าไปดู ทั้งห้องถูกใครบางคนรื้อค้นจนข้าวของกระจุยกระจาย  เสื้อผ้าในหีบถูกโยนไปทั่วแม้แต่ผ้าห่มบนเตียงก็ยุ่งเหยิงพันกันเป็นก้อน

             

            นางรีบไปตรวจที่ซ่อนเงินในรอยแตกเล็กๆ ระหว่างเตียงกับกำแพง หลังจากซ่อนเงินเอาไว้ในรอยแตกนางก็ใช้ดินปิดมันเอาไว้ เยี่ยงนั้นเงินนี่คงไม่รอดพ้นเงื้อมมืออันชั่วร้ายของหยูไห่สือเป็นแน่

             

            หยูเสี่ยวเฉารู้สึกโกรธเป็นอย่างมากมากนางจึงไปบอกนางจาง หญิงชราผู้ลำเอียงแค่ถามคำถามไม่กี่คำเนื่องจากขาดหลักฐานพวกเขาจึงต้องปล่อยเรื่องนี้ไป  หลังจากนั้นเวลาเสี่ยวเฉาซ่อนเงินนางจึงระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

             

            สุดท้ายเสี่ยวเฉาก็หาวิธีซ่อนเงินของนางได้อย่างปลอดภัยนางขุดรูสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่อิฐโคลนตรงกำแพง หลังจากเอาเงินใส่ไว้ในรูแล้ว นางก็เอาเศษอิฐเล็กๆ วางปิดไว้ จากนั้นก็เอาโคลนพอกปิดรอยแตกเล็ก ๆ นั่นทำให้ทุกอย่างดูไร้ที่ติ

             

            วันเวลาผ่านไปในที่สุดฤดูหนาวของทางเหนือก็มาถึง วันนั้นอากาศมืดครึ้ม  ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆหนาลอยต่ำสีเหลืองเทา

             

            สายลมตะวันออกเฉียงเหนือส่งเสียงหวีดหวิวมันได้สร้างความเสียหายให้กับป่าเป็นอย่างมาก เวลาที่เสี่ยวเฉาออกไปด้านนอก นางจะโดนสายลมที่หนาวเย็นยะเยือกพัดผ่านใบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าเจ็บจนแทบจะทนมิไหวสายลมหนาวนั้นราวกับใบมีดที่กำลังกรีดลงไปบนผิวหน้าของนางอยู่ก็มิปาน

             

            ท้องฟ้ามืดครึ้มโปรยปรายพร้อมกับเกล็ดหิมะสีขาวที่ตกลงมาฝากฟ้าหิมะนั้นมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับขนห่านที่ปลิวลงมาเป็นจำนวนมากย้อมโลกใบนี้ให้กลายเป็นสีขาวโพลนในทันที

             

            ชาติก่อนหยูเสี่ยวเฉาอาศัยอยู่ในภาคกลางของประเทศจีนดังนั้นต่อให้มีหิมะ ก็จะมีหิมะตกเพียงเบา ๆ เท่านั้น นี่เป็นคราแรกที่นางได้เห็นหิมะตกหนักถึงเพียงนี้ดูราวกับก้อนสำลีจำนวนมากหล่นลงมา

             

            เสื้อบุฝ้ายเก่าๆ ที่นางสวมใส่อยู่ไม่พอที่จะต้านทานความหนาวแสนสาหัสของทางเหนือได้ตั้งแต่เข้าฤดูหนาว หยูเสี่ยวเฉาก็ไม่ยอมออกไปด้านนอกห้องอีกเลย นางเอาแต่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงในทุกๆ วัน

             

            “หิมะแรกของปีก็ตกหนักถึงเพียงนี้แล้ว! ดูเหมือนฤดูหนาวในปีนี้จะลำบากไม่น้อย พวกเราได้สะสมอาหารไว้มากพอแล้วหรือไม่? ” ช่วงเวลาอาหารเย็นเฒ่าหยูนั่งมองหิมะที่ตกลงมาทั้งวันอยู่บนเตียงแล้วถอนหายใจจากประสบการณ์หลายปีของเขามันเป็นเรื่องปกติที่เมื่อเห็นหิมะตกครั้งใหญ่หลังจากนั้นจะกลายเป็นหายนะ

             

            นางจางคิดถึงมันเทศที่กองเป็นภูเขาอยู่ในห้องเก็บของเมื่อมีอาหารอยู่ในมือนางจางก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอีกต่อไป นางพยักหน้าและตอบว่า“มีอาหารพออย่างแน่นอน แค่ยังมิได้ป่นมันเทศให้เป็นผง พอหิมะหยุด ลูกใหญ่และลูกรองจะทำการป่นผงมันเทศเก็บไว้”

             

            เฒ่าหยูขมวดคิ้วและเอ่ยออกไปอีกว่า“ถึงเจ้าจะกินแป้งมันเทศได้ตลอดทั้งฤดูหนาวโดยไม่เบื่อ แต่ท้องของเจ้าคงทนรับมิไหวหรอกเยี่ยงนั้นคงยังต้องซื้อเมล็ดธัญพืชมาเก็บไว้สำหรับฤดูหนาวอีก ถ้าหากรอจนถึงปีใหม่ตอนที่หิมะกองสูงแล้วราคาของเมล็ดธัญพืชคงสูงขึ้นอีกเป็นแน่ ! ”

             

            ขณะที่พวกเขาปรึกษากันอยู่เสียงประตูหน้าของบ้านตระกูลหยูถูกกระแทกดังขึ้น ท่ามกลางเสียงลมและหิมะนั้นพวกเขาได้ยินเสียงใครบางคนกำลังร้องไห้อยู่ที่ประตู

             

            “ข้าจะไปดูเอง ! ” หยูไห่วางถ้วยข้าวแล้วสวมเสื้อกันหนาวตัวหนา จากนั้นก็เปิดประตูแล้วเดินฝ่าพายุหิมะออกไปยังประตูหน้าบ้านพอประตูบ้านถูกเปิดออก เกล็ดหิมะก็ได้ปลิวเข้ามาในบ้านมันตกลงบนพื้นและละลายกลายเป็นน้ำ

             

            นางหลี่กินข้าวต่อแต่นางก็ยังไม่ลืมที่จะบ่นพึมพำออกมา “ใครกัน ? เหตุใดถึงมาเอาตอนที่หิมะตกหนักเยี่ยงนี้? อีกทั้งยังมาเวลานี้อีก จะมิให้กินข้าวกินปลากันเลยรึเยี่ยงไร ? ”

             

            “เฉ่าเอ้อร์ ! มียาแก้ไข้ที่ปู่โหยวทิ้งไว้บ้างหรือไม่ ? ลุงชวนจู้มีไข้ขึ้นสูงเป็นอย่างมากต้องใช้ยาเดี๋ยวนี้ ! ” หยูไห่รีบผลักประตูเข้ามาในบ้าน ข้างหลังเขาคือภรรยาของชวนจู้ที่ดวงตาแดงก่ำ

             

            หยูเสี่ยวเฉากลืนอาหารในปากแล้วรีบตอบว่า“ยาที่ท่านปู่โหยวทำไว้ใช้ไปหมดแล้วเจ้าค่ะ ลุงชวนจู้มีไข้สูงมากเลยรึ ? ต้องการให้ข้าไปดูหรือไม่? ”

             

            “เจ้าเป็นเพียงแค่เด็กไปแล้วจะมีประโยชน์อันใดกัน ? อย่าได้ถ่วงเวลาคนป่วยเลย ส่งเขาไปหาหมอในเมืองมิดีกว่ารึ? อย่ามัวแต่ห่วงเรื่องเงิน” นางจางกลัวว่าหยูเสี่ยวเฉาจะพาลเอาเรื่องเดือดร้อนมาให้ครอบครัวจึงรีบขัดขึ้น

             

            ภรรยาของชวนจู้รู้สึกทุกข์ใจเป็นอย่างมากจนเกือบร้องไห้ออกมา“เมื่อวานสามีอาเป็นหวัดนิดหน่อย พอเขาตื่นขึ้นมาวันนี้ก็รู้สึกไม่สบาย แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะหนักหนาถึงเพียงนี้เมื่อก่อนเขาจะทนจนกว่าจะดีขึ้นเอง แต่ใครจะคิดเล่าว่าไข้ของเขาจะสูงขึ้นอีก  เมื่อครู่เขาเริ่มชักแล้ว ยาแก้ไข้เราก็หมดแล้วเช่นกันข้าจะทำเยี่ยงไรดี ? ”

             

            นางหลี่เริ่มปากเสียอีกครา“ตายแล้ว ! ไข้สูงจนชักเลยงั้นรึ ? เป็นไปมิได้ ! เพื่อนบ้านของบ้านท่านแม่ของข้าก็มีไข้เช่นกัน ไข้ของเขาขึ้นสูงเป็นอย่างมากตัวร้อนเสียจนเผาสมองกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปเลยล่ะ บัดนี้อายุเกือบ 40 ปีแล้วก็ยังหาภรรยาไม่ได้!  ชวนจู้ไข้ขึ้นสูงมาทั้งวันแล้วจะเป็นเยี่ยงไรบ้างก็มิรู้ ! ”

             

            ฟังจบภรรยาของชวนจู้ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกแล้วนางร้อนใจหาทางออกมิได้  “แล้วข้าสามารถทำอันใดได้บ้างเล่า? หิมะตกหนักถึงเพียงนี้ ข้าส่งเขาไปหาหมอในเมืองมิได้หรอก เสี่ยวเฉาเจ้ามิมียาเหลือแล้วจริงๆ รึ ? ”

             

            “ชีวิตคนมีค่ากว่าสิ่งใดทั้งสิ้นถ้าข้ามียา ข้าก็คงมิซ่อนเอาไว้หรอกเจ้าค่ะ ! ท่านอาคะถ้าท่านอาไว้ใจข้า ข้าจะไปดูอาการของท่านลุงชวนจู้ให้ จะอยู่เฉย ๆ รอให้อาการไข้ของท่านลุงชวนจู้แย่กว่านี้ก็คงมิได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ? ” หยูเสี่ยวเฉาตัดสินใจรับคนไข้คนแรก

             

            นางจางพูดอย่างโกรธจัด“เด็ก 8 ขวบอย่างเจ้าจะไปทำอันใดได้ ? ตรวจคนไข้เป็นเรื่องง่ายงั้นรึ ? นี่ชีวิตคนมิใช่ผักปลา! เจ้าเรียนกับหมอโหยวมาได้กี่วันกัน ? มิกลัวทำให้ลุงชวนจู้กับภรรยาของเขาเสียเวลาไปเปล่ารึ? เหตุใดเจ้ามิเข้าเมืองไปเชิญหมอมาเล่า ? ”

             

            หากนางฝ่าหิมะเข้าเมืองไปตอนนี้มันจะต้องใช้เวลาไปกลับถึง 2 ชั่วยามอีกทั้งก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอจะยอมเดินทางออกมาตอนกลางคืนเพื่อไปดูคนไข้ตอนที่อากาศเลวร้ายเยี่ยงนี้หรือไม่

             

            ภรรยาของชวนจู้ไม่รู้จะหันไปพึ่งหมอที่ไหนหยูเสี่ยวเฉาคือความหวังสุดท้ายของนาง “เสี่ยวเฉา ลุงชวนจู้กับพ่อของเจ้าเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกันมาพวกเขาสู้กับฉลามในทะเลมาด้วยกัน เพราะเยี่ยงนั้นเจ้าบอกอามาตามความจริงได้หรือไม่ว่าเจ้าเรียนหมอไปถึงขั้นไหนแล้ว ? ”

             

            หยูเสี่ยวเฉามองภรรยาของชวนจู้ด้วยสายตาแน่วแน่มั่นคงนางตอบไปตามความจริงว่า “ท่านปู่โหยวบอกว่าข้าเรียนไปได้ประมาณ 7 - 8ส่วนของความสามารถของเขาแล้ว ที่เหลืออีก 2 - 3 ส่วนเป็นเพราะยังขาดประสบการณ์มากนักแต่ถ้าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา ท่านปู่โหยวรักษาได้ ข้าเองก็รักษาได้เช่นกัน ! ”

             

            หัวใจที่ร้อนรนของภรรยาของชวนจู้ค่อยๆ ผ่อนคลายลงหลังจากเห็นสายตาที่สงบนิ่งของเสี่ยวเฉา นางกัดฟันแล้วทำการตัดสินใจที่ถึงจะยากแต่ก็ดีที่สุดในยามนี้แล้ว“ดี ! อาเชื่อเจ้า ชีวิตลุงชวนจู้อยู่ในมือของเจ้าแล้ว ! ”

             

            “ไอ้หยา ! เมียชวนจู้ เจ้าไปเชื่อคำพูดขี้โม้ของเด็กได้เยี่ยงไร ? เสี่ยวเฉานางอายุเพียงแค่8 ขวบเองมิใช่รึ ถ้าหากนางรักษาผิดพลาดขึ้นมาพวกเราชดใช้ให้มิได้หรอกนะ ! ” นางหลี่ที่กินเสร็จแล้วก็ได้นั่งดูโชว์อย่างสบายใจ แต่ตอนนี้นางกังวลขึ้นมาแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากมีเรื่องผิดพลาด

             

            ภรรยาของชวนจู้กัดฟันเอ่ยออกมาอีกครานางกระทืบเท้าแล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวเฉาจะรักษาได้หรือมิได้ ข้าก็มิให้เจ้าต้องมารับผิดชอบหรอกเสี่ยวเฉาไปกันเร็วเข้าเถิด ลุงชวนจู้ไข้สูงมากแล้ว ข้าเกรงว่าจะเป็นอันตราย ! ”

             

            หยูเสี่ยวเฉาไม่สนอาหารที่กินไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียวนางรีบเดินไปที่ห้องตะวันตกเพื่อเอากล่องยาที่ปู่โหยวทิ้งไว้ให้ นางมองดูส่วนประกอบยาในกล่องและเห็นว่ามันครบสมบูรณ์ดีนางคิดอีกชั่วครู่แล้วมองไปที่น้ำหินศักดิ์สิทธิ์จากนั้นได้เทมันลงไปในขวดยาเปล่าหนึ่งขวดหลังจากใส่เสื้อผ้าทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยต้านความหนาวแล้วนางก็ได้เดินทางออกจากบ้านพร้อมกับภรรยาของชวนจู้

             

            หยูไห่รู้สึกไม่แน่ใจและกินข้าวต่อไม่ลงแล้วเขาจึงตามลูกสาวไปและช่วยนางแบกกล่องยา หลายครั้งเขาจะช่วยพยุงลูกสาวเพื่อให้แน่ใจว่านางจะไม่ลื่นล้ม

             

            เดิมทีจะใช้เวลาเดินเพียงแค่ก้านธูปเดียวเท่านั้นแต่ลมและหิมะเป็นอุปสรรคทำให้คนทั้งสามคนต้องใช้เวลาเดินถึง 1 เค่อจึงจะไปถึงจุดหมายพอเปิดประตูเข้าไปพวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กตระกูลหลิว 2 คน “ท่านพ่อ ! ท่านพ่อฟื้นสิ ! ท่านพ่อจะตายมิได้นะ ! ฮือ ๆ ๆ ”

             

            เมื่อภรรยาของชวนจู้ได้ยินเสียงร้องไห้ของพวกเขาขาของนางก็อ่อนแรงขึ้นมาทันที นางทรุดตัวลงนั่งบนพื้นและเริ่มร้องไห้

             

            หยูเสี่ยวเฉากึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่เตียงนางเปิดเปลือกตาของลุงชวนจู้และดูนัยน์ตาของเขา จากนั้นก็กล่าวอย่างสงบว่า “มิต้องร้องไห้ท่านลุงชวนจู้ยังมิตาย เพียงแต่ไข้ของเขาทำให้เกิดอาการหมดสติ ท่านอาเจ้าคะ รีบเตรียมน้ำอุ่นเร็วๆ เข้าเถิด ท่านอาจะต้องทำให้ร่างกายของลุงชวนจู้เย็นลง ! ”

             

            “เจ้าว่าเยี่ยงไรนะ? จะทำให้ร่างกายเขาเย็นลงรึ ? หนาวถึงเพียงนี้อีกทั้งเขายังป่วยอยู่ด้วย ถ้าทำให้ร่างกายเขาเย็นลงอีกอาการป่วยของเขาจะไม่ยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมอีกรึ? ” ภรรยาของชวนจู้ซวนเซเล็กน้อยขณะที่ลุกขึ้นยืน นางเริ่มรู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมาบ้างแล้วที่ตัดสินใจให้หยูเสี่ยวเฉามารักษาสามีของนาง

             

            หยูเสี่ยวเฉาไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีนางจึงกล่าวอีกว่า“ลุงชวนจู้มีไข้ขึ้นสูงเป็นอย่างมาก ต้องทำให้ร่างกายของเขาเย็นลงเร็ว ๆ เจ้าค่ะ ถ้าพึ่งแต่ยาจะหายช้าข้าอยากให้ท่านอาใช้น้ำอุ่นเช็ดตัวท่านลุงชวนจู้เจ้าค่ะ วิธีนี้จะทำให้ร่างกายของลุงชวนจู้เย็นลงเร็วกว่าเดิม”

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500