เสียงจากความทรงจำ
ไฟที่โถงทางเดินสว่างขึ้นอีกครั้ง ตะวันยืนอยู่ที่เบื้องหน้าฉัน แต่เมื่อครู่ฉันยังไม่เห็นเขาเลย “เราต้องใช้บันไดหนีลงไป” เขาบอกฉัน ลิฟต์ใช้การไม่ได้แล้ว เราวิ่งไปยังบันไดหนีไฟ ตะวันผลักประตูหนีไฟเปิดออก สิ่งที่พวกเราเห็นคือที่ด้านหลังประตูนั้นไม่มีทางลง เบื้องหน้ามีแต่ความว่างเปล่าดำมืดและเวิ้งว้าง มันคืออะไรกัน (พวกเขาถูกผีบังตา) (มันเกิดอะไรขึ้น อย่างกับว่าพวกเขาถูกพาเข้ามาในอีกมิติหนึ่ง) (นะโมตัสสะๆๆ ฉันจะสวดมนต์ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพวกคุณ) (พวกเขากำลังเข้าสู่โลกของวิญญาณ) ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูและตั้งใจจะโทรหาตำรวจให้มาช่วย แต่สัญญาณโทรศัพท์หายไป แล้วทำไมมันยังไลฟ์สดได้อยู่ ฉันพยายามกดปิดมันลง แต่ไม่สามารถทำได้ หน้าจอยังคงค้างอยู่แบบนั้น ตะวันบอกกับฉันให้ใจเย็นๆ อย่างน้อยตอนนี้เราก็ยังมีโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้อยู่ ยังมีคนรับรู้ความเคลื่อนไหวของเราอยู่ผ่านไลฟ์สด ฉันพูดให้ผู้ชมของฉันฟัง “เราถูกขังอยู่ที่ชั้น 14 ลิฟต์ใช้การไม่ได้ ที่ประตูหนีไฟก็มีแต่ความเวิ้งว้างดำมืด ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่ยังสามารถไลฟ์สดให้ทุกคนดูได้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ได้โปรดอยู่กับพวกเราก่อน”ผู้ชมของฉันมีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ (ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราจะอยู่กับพวกคุณไม่ไปไหน) (พวกเราจะเอาใจช่วย คุณทั้งสองคนต้องดูแลตัวเองดีๆ) (พอมีทางไหนที่จะทำให้คุณหนีออกมาจากที่นั่นได้บ้าง โปรดบอกพวกเรา) (อืม...เขียนบทได้น่าสนใจมาก) (รายการนี้สนุกดีนะ) ตอนนี้ผู้ชมของฉันเพิ่มขึ้นทวีคูณ ตอนนี้มีคนดูเกินหนึ่งหมื่นคนเข้าไปแล้ว มันเป็นจำนวนที่มากจนไม่น่าเชื่อ เงินโดเนทจากผู้ชมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่หยุด มันเป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยความหวาดกลัวและเสี่ยงอันตรายของฉัน ฉันได้แต่ภาวนาว่านี่คงจะไม่ใช่การไลฟ์สดครั้งสุดท้ายในชีวิตของฉันนะ ฉันหวังว่าจะไม่ต้องมาตายจากผีร้าย(แล้วผู้ชายที่อยู่ในห้องข้างๆล่ะเข้าตายหรือยัง)(ไปดูเขาหน่อยสิ) นายพิทักษ์จะตายหรือ ฉันมองไปที่ตะวัน เขาบอกว่าเรากลับไปดูกันว่านายพิทักษ์จะเป็นอย่างไรบ้าง เราจึงเดินกลับมาที่ห้องพักนั้น เราเคาะประตูเรียกอยู่นานสองนานก็ไม่มีความเคลื่อนไหวภายในห้อง ตะวันหันซ้ายหันขวาและเจอเข้ากับบางสิ่ง เขาเดินไปที่ตู้เก็บอุปกรณ์ดับเพลิง จัดการทุบกระจกและคว้าเอาขวานขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในออกมา เขาเดินกลับมาที่หน้าประตูห้องและใช้ขวานจามไปที่ประตูจนพังเป็นรูขนาดใหญ่ เราสามารถเปิดเข้าไปได้ เราเห็นนายพิทักษ์นอนนิ่งอยู่ที่พื้นห้อง ฉันจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ “เขาตายหรือยัง” ฉันถาม มือของฉันสั่นเทา ฉันกลัวเขาตั้งแต่ตอนแรกเจอแล้ว ฉันเห็นหน้าอกของเขาขยับขึ้นลง แสดงว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ฉันควรทำอย่างไรดีกับชายที่ทำให้ฉันโดนไล่ออกจากงาน ทำให้ฉันต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ตอนนี้ ถ้าฉันปล่อยให้เขาตายไปเสีย มันจะเป็นอะไรไหม “ไพลิน!” เสียงตะวันดังมาจากข้างหลัง ฉันตั้งสติ ไม่ได้ๆ ฉันต้องไม่ให้ความเกลียดมาชักนำฉันทำในสิ่งที่ผิด แค่นี้บาปที่ติดตัวฉันมาตั้งแต่เกิดมันก็มากเสียจนไม่รู้ว่าชาตินี้ฉันจะชดใช้มันได้หมดไหม (ช่วยเขาสิ ช่วยเขา) (เขาตายหรือยัง ปั๊มหัวใจทันไหม) (เธอจะปล่อยให้เขาตายไปต่อหน้าต่อตาได้ลงคอเหรอ) (ถ้าไม่ช่วย เธอก็คือฆาตกรนะ) ฉันรู้แล้ว ฉันรู้ ผู้ชมของฉันนี่เอาใจยากเสียจริง ให้เวลาฉันตั้งสติหน่อยสิ ฉันใช้มืออังที่จมูกของเขา ลมหายใจของเขาแผ่วเบา ยังไม่ทันที่ฉันจะคิดอ่านประการใด จู่ๆนายพิทักษ์เขาก็เบิกตาโพลงจ้องมาที่ฉัน ฉันกำลังจะลุกขึ้นเพื่อหนี แต่แล้วฉันก็ถูกฉุดรั้งเอาไว้ด้วยมือของเขา นายพิทักษ์คว้าข้อมือของฉันไว้ สายตาของเขาน่ากลัวมาก เขาพูดออกมา “ฉันจำเธอได้ ยายหน้าผี” “ปล่อยฉัน” ฉันพยายามสะบัดข้อมือออก แต่เขาจับฉันไว้แน่น ทันทีทันใดตะวันเดินเข้ามาพร้อมขวานเล่มใหญ่ในมือ “ปล่อยเธอนะ ไม่งั้นผมจะฆ่าคุณ” ตะวันพูด เขาถือขวานชี้มาทางนายพิทักษ์ นายพิทักษ์มองอย่างเย็นชา “คุณจะฆ่าผมหรือ คุณกล้าหรือ” เขาท้าทาย “ก็ลองดูได้” ตะวันพูดด้วยแววตาเอาจริง นายพิทักษ์คลายมือจากฉัน นายพิทักษ์หยิบโทรศัพท์ออกมา เขาพยายามโทรหาตำรวจ แต่มันไม่สามารถโทรออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือจากใครได้ “อย่าเสียเวลาเลย เราถูกขังอยู่ที่นี่” ตะวันเอ่ยกับเขา “มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อกี้ผมเจอ เอ่อ..ผีหลอกผม และมันพุ่งมาที่ร่างผม และผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย” นายพิทักษ์เล่าย้อนเหตุการณ์ “ตอนนี้เราต้องร่วมมือกัน เพื่อหาทางออกไปจากที่นี่” ตะวันพูด นายพิทักษ์เงียบไป เขาหันซ้ายหันขวาไปทั่วห้องเหมือนกับระแวดระวังจากอะไรบางอย่าง เขาบอกเขารู้สึกแปลกๆ ไม่ใช่เพียงแต่เขา ฉันก็รู้สึกเช่นกัน เสียงของใครบางคนดังแว่วมาจากห้อง 1414 ห้องที่ฉันและตะวันหนีออกมา เราทุกคนเงียบและพยายามเงี่ยหูฟังเสียงนั้น มันเป็นเสียงของชายหญิงคู่หนึ่ง ‘นี่คุณไม่ซื่อสัตย์กับฉัน คุณไปมีคนอื่น ถ้าคุณไม่ยอมเลิกกับอีนังนั่น ฉันจะบอกคุณพ่อให้ไล่คุณออก แล้วคุณก็จะไม่เหลืออะไรเลย’ ‘นี่คุณขู่ผมหรือ’ ‘ขู่เหรอ ถ้าคุณอยากรู้ว่าฉันขู่หรือเปล่า คุณก็ลองดู’ หลังจากนั้นก็มีเสียงการทะเลาะต่อสู้ดังขึ้น ‘โอ๊ย คุณทำร้ายฉัน เพราะนังผู้หญิงร่านคนนั้น’เราสามคนนั่งเงียบไม่กล้าออกจากห้องเพื่อไปดูยังห้องต้นเสียง อย่าพูดถึงออกไปดูเลย เพียงแค่จะขยับตัวพวกเรายังไม่กล้า กรี๊ดดดด! เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังออกมา ทำเอาฉันสะดุ้งจนตัวโยน ช่องแชทของฉันก็เต็มไปด้วยคอมเมนต์ (เสียงผู้หญิงกรีดร้องทรมาน)(ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามาว่าในห้องนี้เกิดการฆาตกรรมหญิงสาวจากน้ำมือของคู่รักของเธอเอง และผู้ชายก็ฆ่าตัวตายตามเพื่อหนีความผิด) (ผู้ชายเป็นพนักงานโรงแรม ส่วนผู้หญิงเป็นลูกเจ้าของโรงแรม ใช่ไหมๆ ฉันก็เคยได้ยินเรื่องเล่านี้) (มันคือเรื่องจริงใช่ไหม) (เธอถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมจากคนรัก มิน่าล่ะวิญญาณเธอถึงเฮี้ยนนัก) พวกเราจะหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร