หลังจากพิธีชำระมลทินในสระน้ำทิพย์สิ้นสุดลง ร่างกายของสตรีทั้งสาม—เหมยฮวา หลินซู และชิงชิง—ยังคงสั่นสะท้านด้วยความซ่านสยิวที่ตกค้าง ผิวเนื้อที่เปียกชื้นสะท้อนแสงจันทร์เป็มันวาว หยดน้ำใสไหลรินตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างที่เปลือยเปล่า ความรู้สึกจากการััของจ้าวหลงยังคงติดตามอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย ทำให้พวกนางรู้สึกเหมือนจะเสียสติไปเพราะความเสียวซ่านที่ไม่อาจระงับได้
จ้าวหลงในชุดนักพรตสีขาวที่ดูสะอาดตาเดินนำพวกนางออกจากโถงสระน้ำ เขาเดินอย่างสงบเสงี่ยม แต่แววตาที่เหลือบมองไปยังเรือนร่างเปลือยของสตรีทั้งสามกลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับเป็ผู้ล่าที่กำลังนำเหยื่อไปสู่กับดักที่เตรียมไว้อย่างพิถีพิถัน
พวกนางมุ่งหน้าสู่ "ห้องบำเพ็ญรวม" ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในส่วนที่เงียบสงัดที่สุดของอารามเทียนซาน ระหว่างทางที่เดิน เสียงเท้าเปลือยของสตรีทั้งสามดังแ่เบาบนพื้นหินเย็นเฉียบ ทำให้พวกนางสั่นะเืเล็กน้อยจากความเย็น แต่ความร้อนรุ่มที่ยังคงพลุ่งพล่านอยู่ภายในกลับทำให้ความเย็นนั้นกลายเป็ความเสียวซ่านที่เพิ่มความตื่นเต้นให้แก่พวกนาง
ทางเดินที่นำไปสู่ห้องบำเพ็ญรวมนั้นแคบและคดเคี้ยว ผนังทั้งสองข้างทำจากหินธรรมชาติที่มีลวดลายประหลาด ใน่ระยะทางบางจุด มีโคมไฟน้ำมันเล็กๆ แขวนอยู่ ให้แสงสลัวๆ ที่ทำให้เงาของร่างกายเปลือยเปล่าเต้นระบำไปตามผนัง สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและเร้าใจ
เหมยฮวาที่เดินอยู่เบื้องหน้าพยายามปกปิดร่างกายด้วยมือทั้งสองข้าง แต่การเคลื่อนไหวเช่นนั้นกลับทำให้ทรวงอกอิ่มของนางกระเพื่อมไหวอย่างเย้ายวน ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำจากผลของยาที่ผสมอยู่ในน้ำทิพย์ ดวงตาเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความสับสน นางไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของตนถึงตอบสนองต่อััของจ้าวหลงได้อย่างนั้น
หลินซูและชิงชิงเดินตามมาข้างหลัง ทั้งคู่แลกสายตากันอย่างเข้าใจ พวกนางรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ใช่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ธรรมดา แต่เป็การเริ่มต้นของคืนแห่งความเร่าร้อนที่จะทำให้พวกนางจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งตัณหาอย่างไม่มีทางกลับ ร่างกายของทั้งคู่ยังคงสั่นะเืจากความซ่านสยิวที่ตกค้าง น้ำรักที่ไหลซึมออกมาจากกลีบกุหลาบทำให้หน้าขาขาวผ่องเปียกชุ่ม
ในที่สุด พวกนางก็มาถึงห้องบำเพ็ญรวม จ้าวหลงผลักประตูไม้หนาเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นห้องที่ถูกประดับตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความลึกลับ ผนังห้องทำจากไม้กฤษณาเนื้อดีที่ส่งกลิ่นหอมจางๆ ตลอดเวลา กลิ่นหอมนั้นผสมผสานกับกลิ่นธูปและเทียนไข สร้างบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกมึนเมาและเคลิ้มเคลิบ
พื้นห้องปูด้วยเสื่อกกทอละเอียดที่นุ่มสบาย มีอาสนะนุ่มสีแดงเข้มวางเรียงกันเป็รูปสามเหลี่ยมล้อมรอบกระถางธูปสำริดโบราณที่ตั้งอยู่กึ่งกลางห้อง กระถางธูปนั้นมีลวดลายัและนกฟีนิกซ์แกะสลักอย่างประณีต ดูเก่าแก่และมีพลังลึกลับ แสงเทียนสีเหลืองนวลสลัวๆ จากเทียนไขขนาดใหญ่ที่จุดอยู่รอบๆ ห้องช่วยสร้างบรรยากาศที่ก้ำกึ่งระหว่างความสงบและการล่อลวง
ในมุมต่างๆ ของห้องมีรูปปั้นเทพธิดาขนาดเล็กที่ทำจากหยกขาวใส รูปปั้นเ่าั้มีท่าทางที่ดูเซ็กซี่และเย้ายวน แตกต่างจากรูปปั้นเทพเ้าทั่วไป ใบหน้าของเทพธิดาเ่าั้มีรอยยิ้มลึกลับ ดวงตาที่ดูเหมือนจะจ้องมองและติดตามทุกการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้ที่เข้ามาในห้องรู้สึกถึงความไม่สบายใจแปลกๆ
"จงนั่งลงบนอาสนะเถิด" จ้าวหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูทรงพลัง เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วห้องที่เงียบสงัด "พิธีชำระมลทินทางกายนั้นเป็เพียงจุดเริ่มต้น แต่การจะขจัดไออัปมงคลที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจและเส้นชีพจรนั้น จำเป็ต้องใช้การบำเพ็ญสมาธิร่วมกับ 'ธูปมหาเสน่ห์กล่อมจิต' นี้"
เขาเดินไปมาในห้องอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจ "ธูปชนิดนี้ทำจากสมุนไพรหายากจากยอดเขาเทียนซาน ผสมผสานกับเถาวัลย์พิเศษที่เก็บมาจากถ้ำลึกที่ไม่มีแสงแดดส่องถึง มันมีพลังในการเปิดประตูจิตใจที่ถูกปิดกั้น และปลดปล่อยพลังงานที่แท้จริงของร่างกาย"
เหมยฮวาผู้เป็มารดายังคงมีใบหน้าที่แดงก่ำ นางพยายามปกปิดทรวงอกอิ่มและส่วนลับด้วยมือที่สั่นเทาขณะทรุดตัวลงนั่งตามคำสั่ง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจกำลังต่อสู้กับความ้าลึกลับที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน นางไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของตนถึงร้อนรุ่มและเสียวซ่านเช่นนี้ ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตสมรสกับสามีกำลังปลุกเร้าความอยากรู้อยากเห็นที่น่ากลัว
ส่วนหลินซูและชิงชิงนั้น แม้จะมีความเขินอายอยู่บ้าง แต่ดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มกลับจ้องมองไปยังร่างของจ้าวหลงด้วยความโหยหาอย่างเห็นได้ชัด พวกนางรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็การต่อเนื่องจากสิ่งที่เคยผ่านมา และครั้งนี้จะเร่าร้อนและดุเดือดยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของทั้งคู่ยังคงสั่นะเืจากความตื่นเต้นที่ถูกกดขี่มาตลอดหลายวัน
จ้าวหลงเดินไปที่กระถางธูปสำริด เขาเปิดฝาไม้แกะสลักที่ปิดอยู่ เผยให้เห็นธูปสีม่วงเข้มหลายดอกที่วางเรียงกันอย่างเป็ระเบียบ เขาหยิบธูปดอกหนึ่งขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ธูปดอกนี้มีความพิเศษตรงที่มีลวดลายสีทองพันรอบก้าน และมีขนาดใหญ่กว่าธูปธรรมดา ปลายธูปมีสีม่วงเข้มเกือบดำ ดูลึกลับและน่าเกรงขาม
เมื่อจ้าวหลงจุดไฟให้กับธูป เปลวไฟสีฟ้าอ่อนๆ ก็ลุกขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็สีแดงส้ม ธูปเริ่มส่งกลิ่นหอมหวานเอียนที่แปลกประหลาดทันที กลิ่นหอมนั้นไม่เหมือนกลิ่นธูปทั่วไป แต่เป็กลิ่นที่หวานหอมปนขมเล็กน้อย มีความเข้มข้นที่ทำให้ผู้ได้กลิ่นรู้สึกมึนเมาและเคลิ้มเคลิบ กลิ่นนั้นแผ่กระจายไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว ราวกับมีชีวิตของมันเอง
ควันธูปสีขาวหม่นค่อยๆ ลอยวนขึ้นสู่เพดานห้อง เคลื่อนไหวไปมาอย่างช้าๆ ราวกับงูที่กำลังเต้นรำ ก่อนจะค่อยๆ กระจายตัวออกเป็ม่านหมอกบางๆ ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ควันนั้นดูหนาแน่นกว่าควันธูปธรรมดา และมีการเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนจะมีจุดหมาย ราวกับกำลังแสวงหาเป้าหมายเฉพาะ
"สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยให้กลิ่นหอมนี้ชำระล้างความกังวลในใจพวกเ้า" จ้าวหลงสั่งพลางเดินวนรอบสตรีทั้งสาม เขาเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ และมีจังหวะ ราวกับกำลังทำพิธีกรรมลึกลับ "ปล่อยให้จิตใจว่างเปล่า อย่าต่อต้านสิ่งที่ธรรมชาติของร่างกาย้า"
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด ผสมผสานกับเสียงแ่เบาของเปลวเทียนที่สั่นไหว สร้างบรรยากาศที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และเร้าใจไปพร้อมกัน
เพียงไม่กี่อึดใจที่กลิ่นธูปเริ่มซึมซาบเข้าสู่โสตประสาท หลินซูรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าเข้าสู่ทรวงอก ความร้อนนั้นไม่เหมือนความร้อนธรรมดา แต่เป็ความร้อนที่มีชีวิต ที่เคลื่อนไหวไปตามเส้นเืและเส้นประสาท หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองรบ เสียงเต้นของหัวใจดังก้องอยู่ในหูจนแทบจะได้ยินไม่ได้เสียงอื่น
สติสัมปชัญญะที่เคยแจ่มชัดเริ่มพร่าเลือน ความคิดที่เคยเป็ระเบียบเริ่มสับสน ภาพของจ้าวหลงที่เดินอยู่เบื้องหน้าดูจะขยายใหญ่ขึ้นและดูทรงเสน่ห์อย่างประหลาด ใบหน้าของเขาที่เคยดูเรียบเฉยบัดนี้กลับดูมีเสน่ห์ที่ไม่อาจต้านทานได้ ดวงตาของเขาเป็ประกายราวกับดวงดาว ริมฝีปากที่เคยดูเคร่งขรึมบัดนี้กลับดูเย้ายวนและน่าจูบ
นางรู้สึกว่าอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง ทำให้ต้องเผยอริมฝีปากเพื่อหอบหายใจเอาอากาศเข้าสู่ปอด การหายใจที่หอบถี่ทำให้ทรวงอกอิ่มของนางกระเพื่อมไหวอย่างเย้ายวน ยอดอกสีชมพูเริ่มแข็งตัวและชูชันขึ้นจากความเย็นของอากาศและความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้น
ชิงชิงเองก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกัน นางเริ่มบิดกายไปมาบนอาสนะด้วยความอึดอัด ความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มจากท้องน้อยค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่วร่างกาย ผิวขาวผ่องเริ่มเปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อ เหงื่อเล็กๆ เริ่มซึมออกมาตามรูขุมขน ทำให้ผิวกายเปล่งประกายระยิบระยับภายใต้แสงเทียน
ยอดอกสีหวานของนางชูชันขึ้นท้าทายความเย็นเยียบของอากาศในห้องที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความร้อนรุ่ม น้ำหวานใสเริ่มซึมออกมาจากกึ่งกลางกายจนเปียกชุ่มอาสนะที่นางนั่งอยู่ เสียงครางแ่เบาที่พยายามกักเก็บไว้เริ่มหลุดรอดออกมาจากลำคอ เสียงนั้นหวานหอมและเซ็กซี่ ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งเร่าร้อนขึ้น
นางรู้สึกเหมือนร่างกายของตนไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป มันเป็เครื่องมือที่ตอบสนองต่อกลิ่นหอมและบรรยากาศในห้อง ความ้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเริ่มปลุกเร้าขึ้นจากส่วนลึกของจิตใจ ความปรารถนาที่ถูกกดขี่และเก็บงำไว้เริ่มพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
ควันธูปสีม่วงเข้มยังคงลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ เคลื่อนไหวไปมาราวกับมีชีวิต กลิ่นหอมหวานปนขมเล็กๆ นั้นทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ในการเข้าจู่โจมประสาทััและสติสัมปชัญญะของสตรีทั้งสาม มันเป็ยาพิษที่หวานหอม ที่ค่อยๆ ทำลายกำแพงแห่งศีลธรรมและความเป็กุลสตรีที่สร้างขึ้นมาตลอดชีวิต
จ้าวหลงหยุดเดินวนรอบอาสนะ เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสตรีทั้งสามด้วยความพึงพอใจ ยาที่เขาผสมในธูปเริ่มออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ เขาค่อยๆ คุกเข่าลงเบื้องหน้าเหมยฮวาที่บัดนี้ร่างกายกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใบหน้าที่เคยเคร่งครัดในศีลธรรมของนางบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความทรมานที่แสนหวาน
เหมยฮวาพยายามรักษาสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ แต่ร่างกายของนางกลับทรยศต่อความตั้งใจ ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายทำให้นางรู้สึกเหมือนจะเป็ลม ความปรารถนาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเริ่มปลุกเร้าขึ้นจากส่วนลึกของจิตใจ นางไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของตนถึง้าสิ่งที่ไม่เคย้ามาก่อน
"ท่านหญิงเหมยฮวา..." จ้าวหลงเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยอำนาจ เสียงของเขาดูเหมือนจะมาจากที่ไกลแสนไกล แต่กลับชัดเจนและทรงพลัง "ข้าสังเกตเห็นว่าไออัปมงคลในกายท่านนั้นฝังรากลึกกว่าใครเพื่อน อาจเป็เพราะโรคภัยที่ท่านเคยเผชิญในอดีตยังคงทิ้งร่องรอยแห่งความมืดมนไว้ในเส้นชีพจร"
เขาหยุดเล็กน้อย มองลึกเข้าไปในดวงตาที่เลื่อนลอยของเหมยฮวา "ไออัปมงคลเหล่านี้หากไม่ได้รับการชำระล้างอย่างถูกต้อง จะกลับมาทำร้ายร่างกายของท่านอีกครั้ง และครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า"
เหมยฮวาเงยหน้าขึ้นมองจ้าวหลง ดวงตาของนางฉ่ำเยิ้มและพร่ามัวไปด้วยหมอกควันแห่งราคะ การมองเห็นเริ่มเบลอ แต่ใบหน้าของจ้าวหลงกลับดูชัดเจนและมีเสน่ห์อย่างประหลาด "ท่านนักพรต... ข้ารู้สึก... ร้อนเหลือเกิน... เหมือนมีไฟสุมอยู่ในทรวงอก" นางพยายามประคองเสียงพูดที่สั่นพร่า "ข้าไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของข้า"
เสียงของนางแ่เบาและเซ็กซี่ แตกต่างจากเสียงที่เคร่งขรึมในวันธรรมดา มันเป็เสียงของผู้หญิงที่กำลังถูกปลุกเร้า เสียงที่เต็มไปด้วยความ้าและความโหยหา
"นั่นคือสัญญาณเตือนว่าโรคเก่าของท่านกำลังจะกลับมาซ้ำรอย หากไม่รีบชำระล้างและรับพลังหยางอันบริสุทธิ์เพื่อปรับสมดุลธาตุในกาย" จ้าวหลงกล่าวพลางยื่นมือหนาไปลูบไล้ที่ปรางแก้มแดงปลั่งของนางอย่างแ่เบา ััจากมือของเขานั้นเย็นเยียบแต่กลับทำให้ผิวเนื้อของเหมยฮวาที่ถูกััร้อนฉ่าราวกับถูกไฟลวก
การัันั้นส่งกระแสไฟฟ้าผ่านร่างกายของเหมยฮวา ทำให้นางสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตสมรสกับสามีปะทุขึ้นอย่างรุนแรง นางรู้สึกเหมือนจะเสียสติไปเพราะความเสียวซ่านที่ถาโถมเข้ามา
"พ... พลังหยางหรือ?" เหมยฮวาถามอย่างเลื่อนลอย สติของนางเริ่มหลุดลอยไปตามควันธูปที่จ้าวหลงจงใจพัดพาให้ลอยมาทางนางมากขึ้น "ข้าไม่เข้าใจ... ทำไมร่างกายของข้าถึงรู้สึกแปลกๆ เช่นนี้"
นางพยายามรักษาความเป็กุลสตรีที่เหลืออยู่ แต่ร่างกายของนางกลับทรยศต่อความตั้งใจ ทรวงอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ ยอดอกสีชมพูชูชันขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม น้ำรักเริ่มไหลซึมออกมาจากกลีบกุหลาบที่บวมช้ำ
"ใช่แล้ว พลังหยางจากตัวข้าจะช่วยขับไล่ความเย็นชื้นและไออัปมงคลที่เกาะกินอยู่ตามจุดสำคัญของร่างกายท่าน" จ้าวหลงกล่าวพลางเลื่อนมือลงมาที่ลำคอระหง ก่อนจะปลายนิ้วจะสะกิดที่กระดูกไหปลาร้าของนางอย่างจงใจ "หากท่านไม่ยอมรับพลังนี้ในตอนนี้ ข้าเกรงว่าร่างกายที่งดงามล่มเมืองของท่านจะร่วงโรยไปก่อนเวลาอันควร และความเ็ปจะทวีคูณจนท่านไม่อาจทนทานได้"
การััที่ลำคอทำให้เหมยฮวาสั่นะเือย่างรุนแรง นางไม่เคยถูกััในจุดนั้นมาก่อน แม้แต่สามีของนางก็ไม่เคยทำเช่นนี้ ความรู้สึกใหม่ที่ถาโถมเข้ามาทำให้นางรู้สึกเหมือนจะเสียสติ
คำขู่ที่แฝงไปด้วยความห่วงใยปลอมๆ นั้นทำงานได้ผลอย่างยอดเยี่ยม เหมยฮวาที่บัดนี้ร่างกายกำลังเรียกร้องหาการเติมเต็มอย่างหนักหน่วงเริ่มคล้อยตาม สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ถูกความปรารถนาที่พลุ่งพล่านกลืนกิน "ข้า... ข้าไม่อยากเ็ปอีกแล้ว... ท่านนักพรต... ได้โปรดช่วยข้าด้วย" นางกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความ้า
ในขณะเดียวกัน หลินซูและชิงชิงที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก ต่างก็ตกอยู่ในภวังค์เคลิบเคลิ้มจากการสูดดมควันธูปเข้าไปอย่างต่อเนื่อง หลินซูรู้สึกว่าหน้าอกอิ่มของนางคัดตึงจนแทบจะะเิ ความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มจากยอดอกแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย ยอดอกสีสวยชูชันเสียดสีกับอากาศจนนางต้องยกมือขึ้นมากุมไว้อย่างลืมตัว
เสียงหอบหายใจของนางเริ่มถี่กระชั้น ผสมปนเปกับเสียงครางแ่เบาที่หลุดรอดออกมาจากลำคอทุกครั้งที่เห็นจ้าวหลงััมารดาของตน ความรู้สึกผิดที่ปนเปกับความตื่นเต้นทำให้นางรู้สึกเหมือนจะบ้าคลั่ง นางรู้ว่าไม่ควรรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นมารดาถูกััเช่นนี้ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองอย่างไม่อาจควบคุม
ชิงชิงเองก็ไม่อาจอยู่นิ่งได้ นางเริ่มบิดส่ายสะโพกไปมาบนอาสนะ ความรู้สึกเสียวซ่านที่แล่นพล่านจากกลีบกุหลาบแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย ขาทั้งสองข้างหนีบเข้าหากันแน่นเพื่อพยายามระงับความเสียวซ่านที่แล่นพล่านอยู่กึ่งกลางกาย แต่การกระทำเช่นนั้นกลับทำให้ความรู้สึกเพิ่มขึ้นเป็สิบเท่า
น้ำรักใสเริ่มไหลซึมออกมาเปียกชุ่มหน้าขาขาวผ่อง ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับผลท้อสุก ดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้กลับเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความโหยหา นางมองไปยังจ้าวหลงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา หวังว่าเขาจะหันมาสนใจนางบ้าง
จ้าวหลงจ้องมองความพินาศของศีลธรรมเบื้องหน้าด้วยความสะใจ เขาเริ่มขยับเข้าไปใกล้เหมยฮวามากขึ้น จนร่างกายของทั้งคู่แทบจะัักัน ความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาทำให้เหมยฮวารู้สึกเหมือนจะละลาย "เพื่อเป็การเริ่มต้น ข้าจำเป็ต้องทดสอบความไวของเส้นชีพจรท่านก่อน" เขาพูดพลางใช้มือทั้งสองข้างโอบอุ้มทรวงอกอิ่มที่สั่นไหวของเหมยฮวาไว้เต็มฝ่ามือ
การัันั้นทำให้เหมยฮวาสะดุ้งสุดตัว ร่างกายแอ่นรับััของเขาอย่างไม่อาจต้านทาน ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตปะทุขึ้นอย่างรุนแรง "อ๊ะ... ท่านนักพรต..." เสียงครางที่เปี่ยมไปด้วยความสุขสมหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอค้าง ดวงตาของนางเบิกกว้างก่อนจะค่อยๆ หรี่ปรือลงด้วยความซ่านสยิวที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นั์
มือของจ้าวหลงเคลื่อนไหวอย่างช่ำชอง บีบคลึงและลูบไล้ไปตามทรวงอกอิ่มที่นุ่มนวล ปลายนิ้วของเขาเล่นกับยอดอกสีชมพูที่แข็งตัวจากความตื่นเต้น ทำให้เหมยฮวาสั่นะเืและครางออกมาอย่างไม่อาจหักห้าม
บรรยากาศในห้องบำเพ็ญรวมบัดนี้อวลไปด้วยกลิ่นธูปมหาเสน่ห์ที่เข้มข้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็หยาดน้ำ ควันสีม่วงจางๆ ปกคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่าของสตรีทั้งสามจนดูราวกับเทพธิดาที่หลงเข้ามาในดินแดนแห่งกามารมณ์ แสงเทียนที่สั่นไหวทำให้เงาของร่างกายเต้นระบำไปตามผนัง สร้างภาพที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และเร้าใจไปพร้อมกัน
จ้าวหลงไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเปล่าประโยชน์ เขาเริ่มเคลื่อนย้ายจากเหมยฮวาไปหาหลินซูและชิงชิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กัน ทั้งคู่มองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความคาดหวัง
"หลินซู... ชิงชิง..." จ้าวหลงเรียกชื่อพวกนางด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยกระแสไฟแห่งความปรารถนา "พวกเ้าเองก็ต้องร่วมรับพลังหยางนี้ไปพร้อมกับท่านแม่ เพื่อเสริมสร้างรากฐานแห่งการบำเพ็ญเพียรให้มั่นคง และที่สำคัญ เพื่อให้พลังงานไหลเวียนเป็หนึ่งเดียวกัน"
หลินซูที่บัดนี้ร่างกายแดงก่ำไปทุกสัดส่วนจากการสูดดมควันธูปเข้าไปอย่างหนักหน่วง พยายามจะขยับกายหนีแต่กลับทำได้เพียงบิดส่ายสะโพกไปมาด้วยความเสียวซ่านที่รุมเร้า "ท่านนักพรต... ข้ารู้สึก... เหมือนร่างกายจะแตกสลาย... มันร้อนรุ่มไปหมด" นางครางออกมาอย่างไม่อาจหักห้าม เสียงของนางหวานหอมและเซ็กซี่ ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งเร่าร้อนขึ้น
จ้าวหลงยิ้มกริ่มพลางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามยอดอกที่ชูชันของหลินซู "นั่นคือพลังที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในกายเ้า มัน้าการปลดปล่อยและชี้นำทางที่ถูกต้อง" ััเพียงแ่เบาของเขากลับทำให้หลินซูสะดุ้งสุดตัว ร่างกายแอ่นรับััอย่างลืมอาย น้ำหวานใสไหลซึมออกมาจากกึ่งกลางกายจนนองเปียกหน้าขาขาวผ่อง
ในขณะเดียวกัน ชิงชิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจควบคุมตนเองได้ นางเริ่มใช้มือลูบไล้ไปตามเรือนร่างของตนเองอย่างลืมตัว ผิวเนื้อที่เคยขาวผ่องบัดนี้กลับแดงระเรื่อราวกับคนเป็ไข้หนัก หายใจหอบถี่จนทรวงอกอิ่มกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เสียงครางกระเส่าของนางดังประสานไปกับเสียงลมหายใจของหลินซูและเหมยฮวา
"ข้า้า... ข้า้ามากกว่านี้..." ชิงชิงพึมพำอย่างเลื่อนลอย มือของนางเคลื่อนไหวไปตามร่างกายอย่างไม่อาจควบคุม "ได้โปรด... ท่านนักพรต... ช่วยข้าด้วย..."
จ้าวหลงกลับมาหาเหมยฮวาที่บัดนี้ดวงตาเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความโหยหา นางไม่สามารถนั่งตรงได้อีกต่อไป ร่างกายโน้มเอียงไปมา ราวกับจะล้มลงทุกขณะ "ท่านหญิงเหมยฮวา... ท่านพร้อมจะรับพลังหยางอันบริสุทธิ์จากข้าหรือยัง?" เขาถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่พร่ามัวของนาง
เหมยฮวาที่บัดนี้สติสัมปชัญญะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยฤทธิ์ธูปกามและการล่อลวงทางจิตใจ พยักหน้าอย่างช้าๆ "ได้โปรด... ท่านนักพรต... ช่วยข้าด้วย... ข้าทนไม่ไหวแล้ว..." นางกล่าวพลางโผเข้าหาอ้อมกอดของจ้าวหลงอย่างลืมตัว ความจงรักภักดีต่อสามีและความเป็กุลสตรีที่สั่งสมมาทั้งชีวิตบัดนี้ถูกเผาผลาญไปในกองเพลิงแห่งราคะที่จ้าวหลงเป็ผู้จุดขึ้น
จ้าวหลงโอบกอดร่างอิ่มเอิบของเหมยฮวาไว้แนบอก พลางส่งสัญญาณให้หลินซูและชิงชิงขยับเข้ามาใกล้ๆ "พวงเ้าทั้งสาม... จงเตรียมตัวรับพลังแห่งหยางที่จะช่วยชำระล้างและเติมเต็มทุกความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจพวกเ้า"
ทั้งสามสาวบัดนี้ตกอยู่ในภวังค์ที่สมบูรณ์แบบ ร่างกายของพวกนางแดงก่ำ หายใจหอบปนเสียงครางที่เปี่ยมไปด้วยความสุขสมที่รอการปลดปล่อย หน้าอกขึ้นรูปสวยงาม หัวนมตั้งชันท้าทายสายตา เดินบิดกายไปมาด้วยความกระสันรัญจวนที่ทวีคูณขึ้นทุกขณะ น้ำรักที่ซึมออกมาจากกึ่งกลางกายของพวกนางไหลรินลงสู่พื้นเสื่อกก บ่งบอกถึงความพร้อมที่จะยอมจำนนต่อจ้าวหลงอย่างไม่มีเงื่อนไข
จ้าวหลงจ้องมองผลงานของตนด้วยความภาคภูมิใจ ค่ำคืนนี้ในห้องบำเพ็ญรวมแห่งอารามเทียนซาน จะเป็จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของสตรีตระกูลหลินทั้งสาม ที่จะถูกผูกมัดไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งราคะและมนตราของนักพรตจอมปลอมอย่างเขาไปชั่วนิรันดร์