Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 6 คำขอร้องของชาวบ้าน

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 6 คำขอร้องของชาวบ้าน
    กระท่อมที่หลินสวินพำนักตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของหมู่บ้านเฟยอวิ๋น ซึ่งประกอบไปด้วยลานเล็กๆ ทรุดโทรม ห้องสามห้องและต้นหลิวต้นหนึ่งข้างๆ ลานเล็กยังมีแปลงผักที่วัชพืชขึ้นปกคลุมหนาในฐานะที่เป็นบ้านหลังแรกของเขาตั้งแต่มาถึงจักรวรรดิจื่อเย่า เดิมทีเขาวางแผนจะตื่นมาทำความสะอาดและซ่อมแซมส่วนที่จำเป็นตั้งแต่พรุ่งนี้เช้าแต่เขาไม่คาดคิดว่า พอเช้าวันถัดมาเมื่อเขาเปิดประตูออก จะพบชาวบ้านนับสิบๆ คนมาออกันเนืองแน่นเต็มลานหน้าบ้านอย่างนี้ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือคนส่วนใหญ่ต่างพกบางสิ่งบางอย่างติดมือมาด้วย อาทิ ไก่ป่าและกระต่าย ถ้วยโถโอชาม บ้างก็ถอนวัชพืชอยู่ในลาน คนที่แข็งแรงกว่าหน่อยก็กำลังซ่อมหลังคาและผนังกระท่อมอยู่ทุกคนล้วนง่วนอยู่กับสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนทุกคนจะพร้อมใจกันลดเสียงลง ราวกับเกรงว่าจะเป็นการรบกวนหลินสวินมองภาพนั้นอย่างครุ่นคิด ก่อนที่รอยยิ้มจางจะผุดพรายขึ้นบนใบหน้า ดูท่าเขาจะเข้าใจจุดประสงค์ของคนเหล่านี้แล้ว“ดูนั่น น้องหลินตื่นแล้ว!”“โธ่เว้ย ข้าบอกเจ้าแล้วไงให้เงียบๆ เจ้าเฒ่าหยาง น้องหลินตื่นเลยเนี่ย ดูซิเจ้าทำอะไรลงไป!” “ประทานโทษนะ เจ้ากล้ามาใส่ความข้าอย่างนี้ได้ยังไง เจ้านั่นแหละที่เป็นคนตอกหลังคา อย่าว่าแต่น้องหลิน ขนาดหมูที่ตายไปแล้วยังตื่นเพราะเสียงเจ้าเล้ย”เมื่อเห็นหลินสวินเปิดประตูออกมา ชาวบ้านก็หยุดสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่และปรี่เข้ามาหาเขา พยายามจะแย่งกันยืนในตำแหน่งที่ดีที่สุด“เอ่อ นี่มันเรื่องอะไรกัน”หลินสวินโพล่งถามออกไป ด้วยตกใจในการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคนเหล่านั้น“น้องหลิน พวกข้าเห็นเจ้าช่วยกำจัดแมลงร้ายพวกนั้นออกไปจากนาของเถี่ยซานเมื่อวานนี้ ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ เราทุกคนประทับใจมากทีเดียว...”ชายร่างบึกบึนคนหนึ่งก้าวออกมาจากฝูงชนและยิ้มแฉ่งทว่าหญิงวัยกลางคนนางหนึ่งกลับขัดเขาขึ้น “หุบปากของเจ้าเสีย ไม่เห็นรึไงว่าน้องหลินไม่อยากฟัง”ก่อนที่นางเองจะหันมายิ้มแฉ่งให้หลินสวินบ้าง “น้องหลิน เราทุกคนเห็นว่าไหนๆ เจ้าก็เป็นหนึ่งในพวกเราแล้ว เรากังวลว่าเจ้าอยู่ลำพังแบบนี้จะไม่สะดวกสบาย เลยนำข้าวของเครื่องใช้มาให้”ชาวบ้านคนอื่นต่างพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน “ใช่ๆๆ ซ้อหลิวพูดถูก เรากำลังจะบอกเจ้าเช่นนั้นพอดี”หลินสวินเผยรอยยิ้มจริงใจออกมาบนดวงหน้าซูบซีด ก่อนประสานมือกันแล้วกล่าวขอบคุณทุกคน “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนทุกท่านแล้ว” หลังจากนั้นชาวบ้านก็กลับไปทำความสะอาดลานหน้าบ้านและจัดเครื่องเรือนและข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านต่อให้เขาหลินสวินอยากเข้าไปช่วยแต่ซ้อหลิวมาห้ามไว้ก่อน นางต้มน้ำร้อนมาเข้าชำระร่างกายเป็นขั้นแรก ก่อนเตรียมมื้อเช้าให้เขา เป็นข้าวต้มจากข้าวศักดิ์สิทธิ์และเนื้อเค็มชิ้นใหญ่เขาไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของนางได้ จึงตอบรับอย่างเต็มใจ เขาถึงกับเรียกนางว่าท่านป้าเฉี่ยวแทนซ้อหลิวหลังจากคุยกันได้ไม่นาน ทำให้นางยิ้มแฉ่งด้วยความปลื้มปริ่มเมื่อเขาทานมื้อเช้าอิ่มแล้ว กระท่อมโทรมๆ ก็ซ่อมแซมเสร็จพอดี พื้นหญ้าปูด้วยกรวดจนเท่ากันและสะอาดสะอ้าน แปลงผักได้รับการพรวนดินและหว่านเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ลงไปฟางสีทองมัดหนามุงหลังคาสะท้อนแสงยามเช้า ถ้วยโถโอชามจัดวางอย่างเป็นระเบียบอยู่ในครัว เนื้อสัตว์ป่าและสัตว์ชนิดอื่นๆ แขวนเรียงรายอยู่ข้างฝาสรุปว่า กระท่อมหลังนี้เพิ่งมีบรรยากาศเหมาะแก่การอยู่อาศัยเอาตอนนี้นี่เองหลินสวินจ้องมองมันด้วยรอยยิ้ม รู้สึกตื้นตันใจในความเรียบง่ายและกระตือรือร้นของชาวบ้านอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ชาวบ้านกำลังจะแยกย้าย หลินสวินก็โพล่งขึ้นเหมือนนึกอะไรออก “ทุกท่านรอก่อน”ทุกคนหยุดแล้วมองมาทางเขาท่านป้าเฉี่ยวมีนิสัยเปิดเผยคล่องแคล่วถามขึ้นทันที “ทำไมหรือ เจ้าอยากได้อะไรเพิ่มรึเปล่า ถ้ามีขอให้บอกเลยนะ เราจะไปหามาให้”หลินสวินส่ายหน้าแล้วตอบ “ทุกท่านฟังผู้น้อยประโยคเถอะ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานทุกท่านคงเห็นแล้ว ข้าหลินสวินเป็นคนไม่มีความสามารถอะไร แต่ข้าพอจะรู้วิธีกำจัดศัตรูพืชในนาข้าวศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง หากทุกท่านต้องการความช่วยเหลือ เชิญเอ่ยปากได้เต็มที่...”ได้ยินดังนั้น ท่านป้าเฉี่ยวก็ตบหน้าผากตัวเองฉาดแล้วแผดเสียงหัวเราะ “ข้าเกือบลืมไปเสียสนิท น้องหลิน ขอข้าพูดตรงๆ เถอะนะ นาข้าวศักดิ์สิทธิ์กว่าหกหมู่ของข้าก็โดนศัตรูพืชเล่นงานไม่ต่างกับนาของเถี่ยซาน ข้าวศักดิ์สิทธิ์ของข้าใกล้จะเหี่ยวเฉาตายแล้ว ข้าล่ะทรมานใจเหลือเกิน เจ้าพอจะช่วยข้าบ้างได้ไหม”ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ไม่อาจสะกดกลั้นอีกต่อไป เหตุผลที่พวกเขาเร่งรีบมาเสนอความช่วยเหลือตั้งแต่ไก่โห่ไม่ใช่แค่เพียงมาเพื่อตีสนิทกับหลินสวิน ที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขามาเพื่อขอความช่วยเหลือนาข้าวศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาต่างก็กำลังเผชิญภัยคุกคามจากศัตรูพืชกันถ้วนหน้า สิ่งที่พวกเขาลงแรงกันมาตลอดทั้งปีกำลังจะสูญเปล่าภายในวันเดียว จะไม่ให้พวกเขากังวลขนาดนี้ได้อย่างไรสิ่งที่หลินสวินทำเมื่อคืนทำให้พวกเขามีความหวังอย่างไม่ต้องสงสัยทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผืนนาของเถี่ยซาน ลำแสงสีทองที่พุ่งสูงขึ้นท้องฟ้า แล้วรวมพลังจากแสงจันทราสีเงินมากำราบศัตรูพืชทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ล้วนเหลือเชื่อจนชาวบ้านหลายคนถึงกับตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน“น้องหลิน เอ่อ นาข้าวศักดิ์สิทธิ์เก้าหมู่ของข้าก็ถูกพวกศัตรูพืชรุกราน สถานการณ์ล่อแหลมอย่างยิ่ง หากเจ้าพอจะช่วยข้าได้ ข้าจะคอยดูแลเจ้าเหมือนเป็นคนในครอบครัวเลย!”“สถานการณ์ของเจ้ารึจะสู้ของข้า ในอีกไม่ถึงเจ็ดวันข้างหน้า นาข้าวศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดหมู่ของข้ามีอันได้จบเห่หมดแน่!”ไม่ทันไรชาวบ้านต่างก็พากันเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากหลินสวินด้วยสีหน้าทุกข์ระทมหลินสวินผงะไปเล็กน้อย เพราะไม่คาดคิดว่าชาวบ้านที่ถูกศัตรูพืชรุกรานที่นาศักดิ์สิทธิ์จะมีมากมายขนาดนี้เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่าควรรับปากใครก่อนดีในตอนนี้ เขาสามารถจารึกรอยสลักเวทรวมแสงได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น นอกเสียจากจะข้ามไปสู่ขั้นเปิดองคาพยพ ขั้นที่สามของระดับกำลังภายใน เขาจึงจะสามารถจารึกรอยสลักนี้ได้มากกว่าหนึ่งครั้งต่อวันเห็นได้ชัดว่าตอนนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เลยเขาติดอยู่ในขั้นสองมาสองปี แม้แต่ตัวเขาเองก็พูดได้ไม่เต็มปากนักว่าตัวเองจะก้าวไปสู่ขั้นต่อไปได้เมื่อไหร่แล้วเขาจะทำยังไงดีล่ะทีนี้เขาควรจะช่วยใครก่อนเป็นคนแรกความกระหายและความคาดหวังในดวงตาของชาวบ้านทำให้เขาตัดสินใจไม่ได้ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงทุ้มลึกเสียงหนึ่งพูดขึ้น “พวกเจ้าทุกคนถอยออกมาก่อน ปัญหาของพวกเจ้าจะได้รับการจัดการหลังจากที่ข้าหารือกับหลินสวินแล้ว”ชายชราร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในลานหน้าบ้าน เป็นหัวหน้าหมู่บ้านเซียวเทียนเริ่นนั่นเองหลินสวินประสานหมัดคารวะ “ท่านลุงเซียว ท่านมาได้จังหวะพอดี ข้าเพิ่งมาใหม่ ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหมู่บ้านเลย คงจะดีกว่าหากได้ท่านช่วยจัดสรรให้”ครั้นเห็นดังนั้น ชาวบ้านทุกคนพลันเข้าใจทันทีว่าหลินสวินตกปากรับคำแล้ว จึงพากันจากไปอย่างสบายใจ ที่เหลือก็ปล่อยให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านรับช่วงต่อสุดท้ายลานหน้าบ้านก็เหลือเพียงเซียวเทียนเริ่นและหลินสวิน“เมื่อร้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ ตอนที่ข้าอายุได้สิบสี่ บ้านหลังนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของนักสลักวิญญาณคนหนึ่ง...”เซียวเทียนเริ่นเดินเอามือไพล่หลังก้าวเข้าไปหาต้นหลิวตระหง่าน ยื่นมือลูบไปบนลำต้นหนา ความทรงจำทั้งหลายหวนกลับคืนมา
    TBC
    เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ