ด้วยสัตย์จริงผมคิดว่าการอยู่บนโลกนี้มันช่างยากลำบากซะเหลือเกิน ทั้งความโหดร้ายของมนุษย์ ทั้งความโหดร้ายของธรรมชาติ ความไม่แน่นอนว่าเราจะตายวันไหนก็ได้ ช่างเป็โลกที่เสี่ยงไปด้วยอันตรายเสียจริง
ตัวผมก็เป็มนุษย์ที่ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้เช่นกัน ทำให้เริ่มตั้งคำถามว่าตัวผมยังจะสามารถเอาชีวิตรอดบนโลกใบนี้ได้หรือไม่ เหมือนกับว่าตราบใดที่อยู่บนโลกใบนี้ก็ยังมีความทุกข์อยู่เพราะงั้นการตายอาจเป็คำตอบก็ได้มั้งนะ
ตัวผมที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อยในขณะที่เดินไปร้านสะดวกซื้อ แดดสว่างจ้าสมแล้วที่เป็ประเทศไทยในหน้าร้อน แต่ในขณะที่กำลังเดินอย่างใจลอยอยู่นั้นเอง ก็ได้ไปเดินชนกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดประหลาดๆที่ดูเหมือนกับกำลังรีบอยู่
"เห้ย!? เดินดูทางหน่อยซิฟระ!"
มาแล้วคำพูดแบบนี้คงต้องโดนลากไปต่อยอยู่ตรอกข้างถนนไม่ก็โดนไถ่ตังค์กระมัง
"ไอ้หนูที่หลังหัดดูทางดีๆหน่อย"
เอ๋! อะไรกันไม่โดนทำร้ายเลยงั้นเหรอ แต่ในเมื่อเขาไม่ทำร้ายเราก็ต้องพูดอะไรซักอย่างออกไปแล้วล่ะให้เงียบอยู่อย่างนี้คงไม่ได้
"ขอโทษครับ"
คนในกลุ่มคนหนึ่งพยักหน้าให้ผมและหันหน้ากลับไปหาคนในกลุ่มคนอื่นๆหลังจากนั้นก็รีบเดินต่อไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับทำท่าทีระแวง
เกือบไปแล้วนะนั้น โชคดีแล้วที่ไม่โดนทำร้าย ตามพล็อตในหนังหรือการ์ตูนฉากแบบนี้ยังไงก็คงต้องโดนแน่นอน แต่ก็นะไม่มีทางที่ชีวิตจริงจะเหมือนในหนังหรอก มันก็คงแล้วแต่สถานการณ์ล่ะนะ
"นี้! ไอ้หนูเห็นกลุ่มคนที่ใส่ชุดแปลกๆมาทางนี้ไหม?"
ผมสะดุ้ง!ให้กับประโยคนั้นไม่ใช่เหตุผลเพราะว่าสิ่งที่เขา้าเพิ่งโดนผมชนไปเมื้อตะกี้ แต่เพราะใที่อยู่ๆก็มีคนพูดอยู่ข้างหลังพร้อมกับเสียงค่อนข้างต่ำ เล่นเอาอย่างกับฉากจัมพ์สแกร์ในหนังผีเลยแฮะ
ผมหันไปข้างหลังจากที่มาของเสียงและได้พบกับชายวัยกลางคนสวมชุดที่ประหลาดไม่ต่างกับกลุ่มคนพวกนั้นแต่มันไม่ใช่ชุดเดียวกันถึงสีจะออกดำๆแต่รายละเอียดปลีกย่อยต่างกันมาก
เขามองมาที่ผมเพื่อที่จะหาคำตอบจากประโยคที่เขาเพิ่งถามไปเมื้อกี้ ซึ่งผมควรจะตอบว่ายังไงดีล่ะเนี้ยหรือว่าเขาหลงจากกลุ่มกันนะ แต่เครื่องแบบก็ไม่ค่อยที่จะเหมือนกันด้วยสิ หรือว่านี้อาจจะเป็เื่ขององกรณ์ของผู้มีอำนาจก็ได้ เราควรจะเข้าไปยุ่งไหมนะ หรือผมแค่คิดมากไปเองล่ะเนี้ย รู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกแฮะ
"เออ คือว่าก็ว่าเห็-"
ในขณะที่กำลังตอบคำถามอย่างกำกวมอยู่ๆก็มีรถอยู่จากไหนไม่รู้พุ่งเข้ามาที่ผมผมพยายามจะหลบแต่ก็สายเกินไปซะแล้ว รู้สึกเหมือนกับว่าเวลามันถูกหยุดเอาไว้
อา ความรู้สึกก่อนตายมันเป็เช่นนี้เองเหรอเนี้ย ว่าแต่คนที่ถามเราเมื้อกี้เป็ไงบ้างนะ ผมหันไปและก็พบว่าเขาไม่อยู่ซะแล้ว งั้นเหรอเขาคงหนีไปได้สินะ งั้นก็ดีแล้วล่ะ แต่ผมจะต้องมาตายอย่างนี้เนี้ยนะ รู้สึกเสียดายแฮะมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำตั้งหลายอย่าง แต่ก็เอาเถอะเมื่อถึงเวลาตายมันก็ต้องตายล่ะนะ ผมหลับตาลงพร้อมรับความตายที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
หืม?นานแล้วแฮะทำไมผมยังไม่ถูกชนอีกล่ะ นี้เวลาสโลโมชั่นก่อนตายนี้มันนานขนาดนี้เหรอ ผมลืมตาเพื่อเช็คว่าทำไมรถถึงยังไม่ชนผมสักที แต่ก็ต้องประหลาดใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้า
"หา!?"
ผมกำลังยีนอยู่บนถนนระหว่างทางไปร้านสะดวกซื้อช่างเป็ภาพที่เดจาวูเสียจริงไม่สิก็เพราะมันเคยเกิดขึ้นไงล่ะ มันคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนผมชนกับกลุ่มคนที่สวมเสื้อประหลาดและเหตุการณ์รถชนที่ผมเพิ่งเผชิญไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้
ผมควรจะตายไปแล้วสิไหงผมถึงมายืนอยู่นี้ได้ หรือว่าเพระแดดมันร้อนเกินไปจนเห็นภาพร้อนว่าถูกรถชนเหรอเนี้ย แต่มันจะสมจริงขนาดนั้นเหรอ แต่ถ้างั้นมันจะมีอะไรอธิบายได้อีกล่ะ คงเป็เพราะภาพหลอนแหละ ผมสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื้อกี้เป็แค่ความคิดเท่านั้น
"รู้สึกดีใจแฮะที่มันไม่เกิดขึ้นจริง"
ผมยืนอยู่ที่เดิมอยู่นานเหมือนกับว่ารู้สึกกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
♫I need to know now, know now Can you love me again?♫
เสียงริงโทนของมือถือดังขึ้นเป็เพลงที่ได้ยินมาจากหนังเื่โปรด ผมกดรับสาย
"ฮัลโหลครับ?"
"ต้นกลับบ้านมาเดี๋ยวนี้! แม่อาการไม่ดีอีกแล้ว"
เสียงจากปลายสายเป็เสียงผู้หญิง เป็เสียงของเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมานาน มีนิสัยใจดีแต่จะโกรธมากถ้าโดนว่าเื่ที่ไม่มีงานทำ แต่ช่างมันไปก่อนตอนนี้มีเื่ที่สำคัญกว่าตอนนี้ของแม่ดูเหมือนจะป่วยอีกแล้วเป็โรคเรื้อรังมาหลายปีเลยต้องให้พี่สาวข้างบ้านช่วยดูให้หน่อยเพราะเนื่องจากเป็นีท ไม่มีงานทำเลยดูแลได้ทั้งวัน ผมต้องรีบกลับบ้านแล้วล่ะ จะมามัวยืนเฉยอยู่อย่างนี้ไม่ได้
เมื่อเด็กหนุ่มคิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งกลับบ้านทันที หารู้ไหมว่าเื้ัเขามีอุบัติเหตทางรถยนต์ ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากมีรถพุ่งไปชนเข้าที่ร้านค้าบนทางเท้าและนั้นก็เป็ทางที่เด็กหนุ่มคนนั้นต้องเดินผ่านไปพอดี