เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่สิบเอ็ด Brinkmanship

    ตอนที่สิบเอ็ด Brinkmanship

    “เอวอ่อน อรชร เนื้อทองพริ้มพรายละม้ายชายแล พี่ยาหันหน้ามา---”

    ผมรีบเดินไม่หันไปมองหรือสบตาเพราะผมไม่อยากเจอเซอร์ไพรส์ที่นางรำจะหันคอดัง”ขวั่บ”แบบผิดมนุษย์ผมหลีกเลี่ยงมุก จัมป์สแคร์ Jump Scare นั่นเอง

    แม้แต่ไอ้ห้อยไอ้โหนก็พยายามจะมองนางรำอย่างตาละห้อย

    ซึ่งผมพยายามจะทำความเข้าอกเข้าใจพวกเขา

    ที่ในยุคนี้ไม่มีโซเชี่ยลมีเดียที่เราสามารถเห็นภาพคนหน้าตาสวยงามได้อย่างง่ายดาย

    การเห็นคนผิวขาว เสื้อผ้าสวยงามก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนมองด้วยความสนใจชื่นชม

    ไม่ต้องพูดถึงนางรำที่มีพลังเสน่ห์ของคาถาอาคมจากปอบผีฟ้าจริงๆผมเลยตบกระโหลกไอ้ห้อยไอ้โหนอย่างอ่อนโยนไปอีกคนละที

    “ตั้งสติไว้ดีดี ลูกน้องของข้าไม่ทำอะไรให้เสียหน้าต่อหน้าธารกำนัลอย่างนั้น”

    ผมเล่นมุกหนังจีน “นายน้อยผู้เย่อหยิ่ง”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนกุมหัวแต่ก็เรียกสติกลับมาได้

    “อูยลูกพี่นี่ตีลหนัก มือก็ยังหนักอีก”

    “ไม่ต้องพูดมาก อีกไม่กี่วัน ข้าอาจจะพาพวกเอ็งไปเจอกับพวกนักเลงต่างบางก็ได้ตั้งสติดีดี ข้า๻้๪๫๷า๹ให้พวกเอ็งระวังตัวไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปที่ไหน”

    ผมกล่าวอย่างจริงจัง

    ไอ้ห้อยไอ้โหนมองหน้ากัน

    “โธ่ลูกพี่ ใครจะกล้าหาเ๱ื่๵๹ลูกพี่ได้ใครจะกล้าหาเ๱ื่๵๹ลูกพี่ ลูกกำนันแจ่ม กำนันผู้ยิ่งใหญ่แห่งท้องที่ได้?”

    “ใช่ ใช่ ทั่วตำบล ใครจะยิ่งใหญ่กว่าลูกพี่ไม่มีอีกแล้ว”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนรับอย่างลูกคู่ทำให้ผมกุมขมับกับความช่างประจบสอพลอของพวกนี้ ที่แม้แต่ไอ้เจิดกลายเป็๲เสือในบางกอกถูกกำนันตัดหางปล่อยวัด ตำรวจตามล่าไปทั้งพระนครไอ้ห้อยไอ้โหนก็ยังซื่อสัตย์ติดสอยห้อยตามตลอด

    ไม่รู้ว่าจงรักภักดีหรือโง่กันแน่

    “ฟังไว้พวกเอ็ง หากข้ายิ่งใหญ่พวกเอ็งก็ต้องยิ่งใหย่ด้วย ติดสอยห้อยตามข้าไว้ รับรองพวกเอ็งได้ดีแน่นอน “

    ผมตบบ่าพวกมันและกล่าวอย่างจริงจัง

    “แต่ที่ข้าจะไปและจะทำนั้นมันไกลกว่าและยิ่งใหญ่กว่าตำบลนี้ พ่อกำนันอาจจะปกป้องข้าไม่ได้จากที่ห่างไกลขนาดนั้นพวกเอ็งจะไปกับข้าไหม”

    ผมกล่าวกับไอ้ห้อยไอ้โหน

    ทั้งสองคนมองหน้ากัน

    “โธ่ลูกพี่”

    ไอ้ห้อยกล่าว

    “ถามมาได้”

    ไอ้โหนเสริม

    “ก็ต้องไปอยู่แล้ว ลุกพี่เดินไปไหนพวกฉันจะเดินตามไป”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนกล่าวพร้อมกัน

    ความจงรักภักดีน่าชื่นชม แต่ความฉลาดตกต่ำติดใต้ถุน

    แต่คนเราต้องอยุ่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน

    “ตกลง ติดสอยห้อยตามข้าพวกเอ็งได้ดีแน่นอน”

    ผมใช้การพูดคุยทำให้พวกนี้ลืมเ๱ื่๵๹นางรำที่หน้าตาสวยงามนั้นแต่ในหัวของผมยังครุ่นคิดถึงนางรำนั้นไม่หยุด คิดถึง”ผีฟ้า”และ”แถน”

    ว่าวิธีการจัดการกับผีฟ้าตามตำราโบราณมีวิธีเดียวเท่านั้น

    Nuclear Brinkmanship

    พญาคันคากจุดบั้งไฟไปกระตุ้นแถนให้ส่งฝนฟ้าลงมาตามฤดูกาล

    คือการข่มขู่แถนหรือผีฟ้าด้วยกำลังอาวุธหาใช่เป็๲การบูชาด้วยความเคารพแต่ประการใด

    เราอยู่ร่วมกับแถนแบบสหภาพโซเวียตอยู่ร่วมกับอเมริกา

    ว่าถ้าแถนหรือ”ผีฟ้า”ตุกติกขึ้นมาตูยิง

    ฝนฟ้าไม่ตกตามฤดูกาล?

    ตูยิง

    ข้าวยากหมากแพง?

    ตูยิง

    แผ่นดินไหว โรคระบาด?

    ตูยิง

    ผมคงต้องคิดค้นอาวุธไว้ยิงผีฟ้านี่เสียแล้ว