ยามดึกสงัดในจวนอวิ๋นซานที่เพิ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ไปเมื่อคืนยังคง อบอวลด้วยกลิ่นไหม้และควันจางๆ บ่าวไพร่ส่วนใหญ่เหน็ดเหนื่อยจากการดับไฟและเคลียร์ความเสียหาย จึงพากันหลับใหลลงอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับอวิ๋นซาน บิดาของอวิ๋นลั่วแล้ว ความกังวลกลับรุนแรงขึ้นทุกขณะ
“ลูกเอ๋ย… นี่มันจะเกิดอะไรอีกหรือเปล่า?” อวิ๋นซานพึมพำขณะยืนมองเศษซากในห้องเก็บของ หลังจากเพลิงถูกดับ จนเหลือเพียงผนังไหม้บางส่วน แต่โชคดีหีบยันต์ัสลักยังปลอดภัย
แม้ร่างกายยังอ่อนล้าจากการคุมคนทั้งคืน แต่อวิ๋นลั่วก็ตัดสินใจออกเดินตรวจตราั้แ่เช้ามืดอีกครั้ง เธอ้าหาความจริงว่า “ใคร” เป็คนวางเพลิง เพราะวางใจไม่ได้ว่าเป็แค่อุบัติเหตุ
“ข้าจะออกไปสืบข้อมูลในเมืองสักพักนะท่านพ่อ… เผื่อได้เบาะแส” อวิ๋นลั่วรายงาน
อวิ๋นซานแม้กังวล แต่ก็เห็นแววเด็ดเดี่ยวของบุตรสาว “ระวังตัวด้วยล่ะ… พ่อเป็ห่วงยิ่งนัก”
ก่อนเธอจะออกจากจวน ก็สั่งการให้คนเฝ้าหีบไว้เข้มงวดขึ้นเป็สองเท่า เธอทราบดีว่าเหตุเพลิงไหม้อาจเป็แผนตบตาเพื่อดึงความสนใจ และเป้าหมายจริงคือ “ยันต์ัสลัก”
อวิ๋นลั่วปลอมตัวด้วยชุดเรียบๆ ไม่ให้สะดุดตา เดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยในตลาดเมือง สอบถามชาวบ้านเื่เห็นคนแปลกหน้าหรือเสียงประหลาดยามดึก
“เมื่อคืนน่ะหรือ? ข้าเห็นเงาดำกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านหลังร้าน ข้าคิดว่าเป็โจรเสียอีก” แม่ค้าเล่า
“ส่วนข้าได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่แถวสะพานไม้” ชายอีกคนเสริม “ดูเร่งรีบอย่างผิดปกติ…”
แต่ยังไม่มีใครเห็นหน้าคนร้ายชัด ทุกอย่างล้วนแต่เป็เงาผ่านไปมา ข้อมูลค่อนข้างมั่วปนกัน เธอเดินวกไปอีกหลายจุด จนมาได้ยินชาวบ้านพูดถึง “รอยสักรูปโซ่” ที่คอของชายชุดดำคนหนึ่ง
“โซ่อีกแล้วหรือ…” เธอพึมพำ ครุ่นคิดถึงชายสวมเกราะลากโซ่ผู้เคยบุกสุสาน
ขณะนั้นเอง เธอรู้สึกถึงสายตาลึกลับจับจ้องอยู่จากมุมตึกไกลๆ เธอหันขวับไปก็เห็นเงาร่างหนึ่งพลันลับหาย
“คงเป็พวกสายลับของมันตามสืบเรา” เธอคิดพลางกำกระบี่ภายใต้แขนเสื้อ
่สายวันเดียวกัน อวิ๋นลั่วตัดสินใจตามเงานั้นไปยังตรอกเปลี่ยวท้ายเมือง เธอเห็นชายปิดหน้าคล้ายสายลับคนหนึ่ง จึงซุ่มรอจับผิด ทว่าจู่ๆ กลับเจออีกสองสามคนโผล่มาปิดทางด้านหลัง รวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว
แม้เธอจะสู้เก่ง แต่ก็อยู่ในสภาพอิดโรยหลังโหมงานั้แ่เมื่อคืน กลายเป็ถูกล้อมด้วยศัตรูที่ไม่ทราบจำนวนแน่นอน พลังลึกลับบางอย่างแผ่มาจนเธอรู้สึกชาถึงขา
“นี่มัน … อะไร!?” เธอพูดในใจ
เสียงชายชุดดำคนหนึ่งหัวเราะเย็น “คุณหนูอวิ๋นลั่ว… คิดว่าเ้าเก่งนักหรือ? คราวนี้เ้าจะต้องไปกับพวกเรา!”
“ฝันไปเถอะ!” เธอฝืนสะบัดปราณสู้ แต่มีอะไรบางอย่างเหมือนควันสีดำพุ่งเข้าหา กระแทกจนเธอเสียหลัก
ปึง!!
สุดท้ายอวิ๋นลั่วถูกลากดึงลับเข้าไปในความมืดของตรอก… แล้วเงียบหายไปอย่างลึกลับ
บ่ายวันนั้น อวิ๋นซานรอคอยบุตรสาวที่ออกไปสืบข่าวั้แ่เช้า แต่นางไม่กลับมาตามเวลาที่ควร เขาจึงสั่งลูกน้องชุดดำชุดใหญ่กระจายกำลังตามหาในเมือง ได้ยินบางคนเห็นเธอในตลาด แต่หลังจากนั้นไม่มีใครรู้ต่อ
“เกิดอะไรขึ้น… ลั่วเอ๋อร์หายตัวไปได้ยังไง!” อวิ๋นซานตบโต๊ะด้วยความร้อนใจ ใบหน้าเครียดจนลูกน้องหวาดกลัว
“หรือศัตรูใช้แผนล่อเธอออกไป แล้วจับตัวไว้” พ่อบ้านคาดเดาด้วยเสียงสั่น
“เ้ารีบกระจายข่าวว่า ถ้าใครพบลูกสาวข้า จะได้รับรางวัลใหญ่!” เขาออกคำสั่งอันเด็ดขาด ก่อนสั่งคนในจวนให้สลับกันเฝ้าหีบยันต์ัสลักให้แ่า ไม่มีการย้ายออกไปไหนแล้ว
“ลั่วเอ๋อร์… อย่าเป็อะไรไปนะ!” อวิ๋นซานคร่ำครวญในใจ
ระหว่างที่คนในจวนวุ่นวายตามหาอวิ๋นลั่ว เ้าเฮงเฮงก็วิ่งพล่านไปทั่ว นึกว่าคุณหนูเล่นซ่อนหา เริ่มคาบรองเท้า แอบย่องเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ บางครั้งไปงับกางเกงลูกน้องชุดดำที่รีบวิ่งจนสะดุดล้ม
“เฮ้ย! ไม่ใช่เวลามาเล่นนะ เ้าหมา!” ลูกน้องะโอย่างอารมณ์เสียแต่ก็อดขำไม่ได้
แต่พอเห็นสีหน้าและอาการของเฮงเฮงที่เหมือนกระวนกระวายตามหาอวิ๋นลั่วด้วย ก็พลอยสงสาร มันคงเป็ห่วงเธอเหมือนกัน
ขณะที่ความวุ่นวายแผ่ขยายทั่วจวน สายเย็นวันเดียวกัน ไป๋เฉินก็ปรากฏตัวที่ประตูใหญ่ของบ้านอวิ๋นซาน เขาดูอิดโรยจากการเดินทางยาวหลังฝึกวิชาอย่างหนักที่ผาสิงห์คำรามมาหลายวัน
ทันทีที่ลงจากเกวียนรับจ้าง เขาก็เห็นบ่าวไพร่หลายคนวิ่งพล่าน สีหน้ายุ่งเหยิง
“เกิดอะไรขึ้น!? ทำไมดูวุ่นวายเหลือเกิน?” ไป๋เฉินถามบ่าวคนหนึ่ง
พอบ่าวนั้นเห็นว่าเป็ “คุณชายไป๋เฉิน” ก็รีบเล่าเหตุการณ์วางเพลิงและการหายตัวไปของอวิ๋นลั่วให้ฟังสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงตื่นใ
“หา!! อวิ๋นลั่วหายไป!? เมื่อไหร่กันเนี่ย!” เขาร้องเสียงหลง “ข้าเพิ่งกลับมาจากฝึกวิชา ทำไมเกิดเื่ใหญ่ตอนข้าไม่อยู่ทุกที!”
หลังรับฟังเื่ทั้งหมด ไป๋เฉินรีบตรงไปหาอวิ๋นซานในห้องโถงใหญ่ เห็นสีหน้าพ่อตาที่ดูไม่สบายใจอย่างร้ายแรง “ไป๋เฉิน… ข้ายินดีที่เ้ายังปลอดภัย แต่ลั่วเอ๋อร์…ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พวกมันเอาตัวนางไปเหตุใดกัน?”
ท่ามกลางความเงียบอันอึมครึม ไป๋เฉินกำมือแน่น กรามขบกันจนปวด เขาเพิ่งฝึกวิชาจนได้พลังใหม่มา แต่ยังไม่ทันพัก ก็ต้องมาเจอเหตุสั่นคลอนเช่นนี้
“ไม่ว่าจะยังไง ข้าต้องช่วยหาตัวอวิ๋นลั่วกลับมา!” เขาพูดเสียงเข้ม มองไปยังลูกน้องชุดดำที่ยืนเรียงรอคำสั่ง
แต่เพียงคิดว่าต้องเผชิญกับศัตรูลึกลับและทรงพลังเพียงใดก็อดหวั่นไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็ได้ฝึกวิชาจนเก่งขึ้นกว่าเดิมมาก คงช่วยได้มากขึ้น
(โปรดติดตามตอนต่อไป)