เช้าวันต่อมา หลังจากที่จางหมิงตื่นนอนและทำธุระส่วนตัวเสร็จ จางหมิงก็เดินลงไปชั้นล่างของโรงเตี้ยม
'' เสี่ยวเอ้ออาหารของเราได้รึยัง '' จางหมิงเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนข้าเป็นเราเพื่อจะบอกว่าเขาไม่ใช้สามัญชนธรรมดา
'' อ่อ ได้เเล้วขอรับ ขอเชิญนายน้อยไปรอตรงด้านนู้นก่อนนะขอรับเดียวอาหารข้าจะเอาไปเสิร์ฟให้ที่หลัง '' เสี่ยวเอ้อตอบด้วยท่าทีนอบน้อมพร้อมเชิญจางหมิงไปรอที่โต๊ะเก้าอี้ชุดหนึ่ง
จางหมิงผยักหน้าให้รอบนึงก่อนจะเดินไปนั่งรออย่างว่าง่าย เนื่องจางโรงเตี้ยมที่จางหมิงมาพักในคืนก่อนเป็นโรงเตี้ยมระดับกลางค่อนไประดับสูงจึงไม่แปลกที่จะมีการต้อนรับบริการนอบน้อมและจัดอาหารเช้าให้อย่างดี
เพราะตั้งแต่โรงเตี้ยมระดับกลางขึ้นไปจะมีการบริการและจัดอาหารให้ในยามเช้าตามความคุ่มค่าจำนวนของราคาที่จ่ายต่อห้อง ส่วนระดับต่ำหรือทั่วไปจะมีเพียงแค่ห้องพักเท่านั้นและการบริการแบบถูๆไถๆ
'' อาหารมาส่งให้เเล้วขอรับ '' ขณะที่จางหมิงกำลังเหม่อลอยไปไหนก็ไม่รู้ก็ผลัดได้สติขึ้นมาจากเสียงของเสี่ยวเอ้อ
อาหารที่เสี่ยวเอ้อมาส่งนั้น มีเมณูด้วยกัน 3-4 อย่างและข้าวป่าวถ้วยใหญ่หนึ่งชาม แถมยังมีไวน์ขวดหนึ่งพร้อมแก้วใบสีใส
'' หื่มม เพียง 5 เหรียญทองได้อาหารเช้าเยอะขนาดนี้เลยหรอ แต่ก็ชั้งเถอะ '' จางหมิงทำเสียงสงสัยในลำคอ ก่อนจะเลิกสนใจมันและเริ่มต้นกินอาหารเช้าทันที
หารู้ไม่ 5 เหรียญที่จางหมิงใช้ไปนั้นสามารถเข้าพักห้องระดับ VIP ที่มีเพียงห้องเดียวของโรงเตี้ยมระดับกลางได้เลย(ยกเว้นระดับกลางค่อนไปสูงที่จะมี 2-3ห้อง)หรือแม้กระทั้งเข้าพักห้องระดับท็อบของโรงเตี้ยมระดับสูงที่มีไม่ถึง 10 ห้องยังได้ จึงไม่แปลกที่อาหารเช้าจะมีจำนวนมากและมีแต่ของแพงๆทั้งนั้น
ในเวลาเดียวกันเหล่าผู้คนโต๊ะข้างๆจางหมิงก็กำลังซุบซิบกันเหมือนกำลังวางแผนอะไรสักอย่าง ก่อนจะมีคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของแผนการนี้พูดขึ้นมา
'' เห้ เสี่ยวเอ้อท่านไม่ลำเอียงไปหน่อยหรอ ที่พวกข้าได้กินแต่ขนมปังแห้งกับชาห่วยๆนี้ แต่ไอ่เด็กที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้านั้นกลับได้กินแต่ของดีๆ '' ชายหัวหน้าแผนการลุกขึ้นกล่าวออกมาพร้อมชี้หน้าจางหมิง
'' ใช้ๆ ท่านไม่คิดว่ามันไม่ยุติธรรมต่อพวกข้าไปหน่อยหรอ '' ชายผู้เป็นมือขวาของหัวหน้าแผนการผลัดลุกขึ้นเช่นกันและกล่าวพร้อมทำหน้าเสแส้งว่่ากำลังเรียกร้องความยุติ
'' โรงเตี้ยมแห่งนี้ชั้งไม่ยุติธรรมเอาเลย เมื่อข้าออกจากที่นี้เมื่อใดข้าจะไปป่าวประกาศให้ผู้คนทั่วเมื่องได้รับรู้ว่าโรงเตี้ยมแห่งนี้ไม่ยุติธรรมต่อลูกค้า!!! '' ชายผู้เป็นหัวหน้าพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เดียวคงจะมีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นแน่ เพราะข้าได้กลิ่นไอปราณที่คุ้นเคยกำลังมาที่นี้ จางหมิงที่นั่งกินอาหารโดยไม่สนใจรอบข้างกล่าวขบขันอยู่ภายในใจ
'' ข้าทำตามหน้าที่ของข้าหาได้ลำเอียงหรือไม่ยุติธรรมต่อพวกท่านไม่ หากพวกท่านไม่พอใจก็จงทำตามใจของพวกท่านเถอะข้าผู้นี้จะไม่ยุ่ง '' เสี่ยวเอ้อเมื่อเห็นจางหมิงไม่สถบสถานต่อแรงกดดันที่พวกนั้นลักลอบปล่อยออกมา จึงตัดสินใจพูดแบบนั้นออกไป
'' ท่านเสี่ยวเอ้อท่านพูดเองนะ งั้นข้าขอไม่เกรงใจเลยเเล้วกัน '' เมื่อหัวหน้าแผนการได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเหี้ยมขึ้นมาทันทีก่อนจะเดินไปยังโต๊ะของจางหมิง
ปังงง!!!!
ชายที่เป็นหัวหน้าตบโต๊ะของจางหมิงดังลั่น '' ไอ่หนูพวกพี่ของแบ่งอาหารสักหน่อยได้รึป่าว หวังว่าเจ้าจะแบ่งให้พวกพี่แต่โดยดีเพราะไม่อย่างนั้นละก็... '' ชายผู้เป็นหัวหน้าใช้นิ่วปาดคอพร้อมปลดปล่อยแรงกดดันระดับก่อเกิดขั้น 4 ออกมา
'' ค.รับพี่ ผม.จะแบ่ง..ให้พ.วกพี่อยู่เเล้ว '' จางหมิงแส้งทำใบหน้าหวาดกลัวและกล่าวอยากกระตุก
'' ดีมากไอ่หนู เพราะไม่อย่างนั้นเอ็งคงจะไม่มีวันได้เห็นดวงตะวันของวันพรุ่งนี้อีกเเล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า '' ชายผู้เป็นหัวหน้าเมื่อได้คำตอบที่ถูกใจก็หัวเราะอย่างสะใจ
ผวับ!!!
อาหารบนโต๊ะของจางหมิงถูกชายผู้เป็นหัวหน้าคว้าเอาไปหมดและเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง แต่ในเวลาเดียวกันทางด้านหน้าของโรงเตี้ยม
ปังง!!!
เสียงประตูที่ถูกผลักอย่างแรงจากชายคนหนึ่งที่มีเนื้อตัวมอมแมมสะบักสะบอมเพราะวิ่งตลอดเวลาโดยไม่ได้หยุดพักเป็นเวลานานจึงมีสภาพดังนี้ '' แย่เเล้วลูกพี่พวกคนจากตระกูลจางกำลังมาที่นี้ พวกเรารีบหนีกันก่อนเถออะไม่อย่างนั้น.... '' ชายคนนั้นเอ่ยกับชายผู้เป็นหัวหน้าด้วยท่าทีรีบร้อนแต่..==============================================================================
หนึ่งคอมเม้นเป็นหนึ่งกำลังใจนะครับ