ตอนนี้เป็เวลาเกือบห้าโมงเย็นของวันเดียวกันนั้น กองทัพของเมืองหินครามเดินทางมาเกินครึ่งทาง แม้ว่าจะไม่มีอาวุธหนักขนมาด้วยมากนัก แต่ก็มีการออมแรงเอาไว้ค่อนข้างมาก ครั้งนี้ถือว่าเป็ศึกครั้งใหญ่ที่สุด ในชีวิตของเดมิคัส ที่ผ่านมาอาจมีผิดใจกันบ้าง ต่อสู้กันบ้างเล็กน้อย แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็การจัดการขั้นเด็ดขาด เป็การจู่โจมแบบฉับพลัน กว่าพวกมันจะรู้ตัว คงจะเตรียมการตั้งรับไม่ทันเป็แน่แท้ เขาได้ส่งคนไปดูท่าทีของอีกฝ่าย วันนี้จะเดินทางมากว่า 65 กิโลเมตร เราคงต้องตั้งค่ายแถวนี้ไปก่อน ลำพังสัตว์อสูรที่ต้องรับมือ ในตอนเดินทางยามกลางวัน ก็ทำเอาทหารของเรา าเ็ไปไม่น้อย หากฝืนเดินทางตอนกลางคืนคงไม่ดีแน่ เดมิคัสได้เรียกผู้นำกองทหารแต่ละส่วนมาหารือกัน ประกอบไปด้วย เคย์ ผู้นำทหารรับจ้าง และกาซิม ซึ่งเป็คนสนิทของเขาเอง ผู้นำของกองกำลังป้องกันเมือง เขาเองก็ไม่ได้ไว้ใจเคย์มากนัก เ้านั่น แม้ว่ากองทหารของมันจะไม่ได้มีมากมายอะไร แต่ถือว่าเป็แหล่งรวมตัวของคนที่มีฝีมือ ยัยอลิซที่ปฏิเสธจะเข้าร่วมกับเราก็อยู่กับมัน ยัยนั่นถือว่าโดดเด่นมากในการต่อสู้ แต่ยังดีที่พี่ชายมันยังเข้าร่วมกับเรา ( อลิซและสตีฟเป็พี่น้องกัน ) เมื่อทั้งสองมาแล้ว เขาจึงเริ่มหารือกันทันที
" นี่กาซิม แกได้ส่งคนออกไปสอนแนมพวกมันหรือยัง? " เดมิคัสยิงคำถามสำคัญไปที่กาซิม
" ข้าส่งหน่วยสอดแนมไปเรียบร้อยแล้วครับ ส่งไปสิบคน อีกสักสองชั่วโมงคงมีคนส่งข่าวกลับมา " กาซิมรายงาน
" แล้วเ้าล่ะ เคย์ มีแผนการอะไรบ้างไหม เ้าทาโร่มันมีเวทมนตร์ป้องกันที่เป็เลิศ เราจะเจาะการป้องกันมันยังไง? " แน่นอนว่าเดมิคัสไม่คิดว่าผู้ใช้เวทมนตร์ของเขาจะทำลายการป้องกันของทาโร่ได้ ลองถามดูอาจได้ความคิดที่แตกต่างจากตนเอง
" ข้ามีความเห็นว่า การเจรจา อาจช่วยให้สำเร็จได้ง่ายกว่า ลดการสูญเสียกำลังคนของเรา ขู่ให้มันยอมจำนน หากจะกวาดล้าง ค่อยทำตอนจัดการมันเรียบร้อย จะเป็การง่ายกว่า " เคย์เสนอแิของต้น ซึ่งนั่นมันดูเข้าท่าทีเดียว
" ความคิดของเ้าก็ฟังดูไม่เลวนะ แต่ข้าว่ามันคงไม่ยอมแน่ ๆ แต่จะลองเจรจาดูก็ไม่เสียหาย " เขาเองก็เห็นด้วย หากการจะกวาดล้างกันจริงจัง คงมีการสูญเสียไม่น้อย อาจทำให้กองทหารของเราอ่อนแอลง เปิดโอกาสให้เมืองรอบข้างคิดจะจู่โจมเราก็เป็ได้ การพูดคุยยังดำเนินต่อไปจนถึงมื้อเย็น ส่วนใหญ่ก็คงต้องรอรายงานจากหน่วยสอดแนม จึงจะวางแผนขั้นถัดไปได้ ตอนนี้คงรับประทานมื้อเย็นกันก่อน เราตั้งค่ายอยู่ห่างจากหมู่บ้านกระต่าย 25 กิโมเมตร กระจายกำลังเฝ้าระวังรอบทิศ หวังว่าพวกมันจะไม่รู้การมาถึงของพวกเรา ปัญหาสำคัญตอนนี้คงเป็พวกสัตว์อสูรที่อาจจะบุกมาในยามราตรี
ภายในหมู่บ้านกระต่าย ตอนนี้กำลังหลักได้เดินทางสวนไปอีกทาง บุกไปยังเมืองหินคราม ชาวบ้านได้ทำการอพยพไปหมูบ้านแมวดำกันทั้งหมดแล้ว คงเดินทางได้ครึ่งทางแล้ว ตอนนี้ได้วางกับดักด้านหน้ากำแพงเมืองไว้สามประเภท มีน้ำมันดำที่ได้จากสัตว์อสูรลาวา มันจะติดไฟได้เป็อย่างดี ได้ติดตั้งไว้ใกล้ ๆ กำแพงเมือง ห่างไปอีกราวห้าสิบเมตร เป็กับดักเวทมนตร์แรงดันลม มันจะกระแทกให้ผู้เหยียบกระเด็นออกจากพื้นอย่างรุนแรง อาจไม่เสียชีวิตในทันที แต่จะได้รับาเ็จากแรงดีดแน่นอน โดยได้ติดตั้งไว้เป็จำนวนมากกว่าร้อยจุด ส่วนหน้าสุด มีไม้แหลมติดตั้งไว้ เป็สิ่งกีดขวางในการวิ่ง คงไม่ทำอันตรายอะไร แต่จะช่วยชะลอความเร็ว ในการจู่โจมของพวกมันได้ ไม่มากก็น้อย ตอนนี้ภายในเมืองเหลือเพียงทหารชั้นยอด ของเผ่ากระต่ายร้อยกว่านาย มีผู้ใช้เวทมนตร์ห้าคนรวมท่านมิวและทาโร่เข้าไปด้วย คงต้องใช้ธนูเป็หลักในการตั้งรับ พวกมันจะเข้ามาไม่ถึงกำแพงแน่ ๆ ถ้าหากพลังเวทมนตร์ของทาโร่ ไม่หมดลงไปเสียก่อน พร์ในการตื่นรู้ของเขา คือโล่แห่งการ์เดียนส์ ป้องกันได้แทบทุกอย่าง แต่เขาต้องใช้เวลาชีวิตและพลังเวทมนตร์ในการร่ายแต่ละครั้ง ยิ่งใช้ต่อเนื่องในระยะเวลาติด ๆ กัน จะยิ่งเสียค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้นแผนการถ่วงเวลา คงต้องใช้ทุกอย่างเท่าที่เป็ไปได้ จนกว่ากลุ่มของสามหมู่บ้าน จะยึดครองเมืองหินครามได้สำเร็จ เราจะให้พวกมันยึดหมู่บ้านไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้เรามีกำลังเสริมที่นำมาโดยจามูซี เขาให้กองกำลังส่วนใหญ่คุ้มกันชาวบ้าน อพยพไปยังหมู่บ้านแมวดำ เขาและทหารอีกห้าสิบคน อยู่ร่วมกันบกองกำลังป้องกันเขตที่นี่ ทุกคนต่างรู้กันดีว่าจามูซีนั้น อยากร่วมเดินทางไปกับกองกำลังหลัก ที่บุกไปยังเมืองหินคราม แต่การเดินทางมาตลอดทั้งวัน จะให้เดินทางต่อไปอีกก็คงจะใช่เื่ แถมพื้นที่ที่เสี่ยงที่สุดก็คือ ที่นี่ แม้จะดูสมชายชาตรีมากเพียงใดต่อหน้าผู้อื่น แต่เมื่อเจอหน้าซิสเตอร์มิว เขากลับทำตัวเหมือนเด็กคนหนึ่ง ทำตัวงอแงเอาแต่ใจ เปรียบดั่งแมวน้อยตัวหนึ่งไปเลย กองทหารของเขาถึงกับกุมขมับรับไม่ค่อยได้ ซิสเตอร์มิวเองถึงกับพูดไม่ออก กับกริยาท่าทางของแม่ทัพแมวดำคนนี้ นิสัยไม่เปลี่ยนไปจากตอนเด็กจริง ๆ
ก่อนอื่นต้องอธิบายเื่บัญญัติแห่งั ว่าด้วยเื่การเปลี่ยนผู้นำเขต มันมีความซับซ้อนในการบุกยึดพื้นที่ โดยการแต่งตั้งผู้นำเขตแต่ละเขต จะมีเพียงวันปีใหม่วันเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาจะส่งต่ออำนาจการปกครอง ให้แก่ผู้อยู่อาศัยที่เป็คนสีเดียวกับตนเอง โดยที่ไม่ต้องมีการสังหารกัน ผู้นำเขตจะมีการแต่งตั้งผู้สืบทอดไว้อยู่แล้ว เผื่อกรณีสุดวิสัย เช่น เสียชีวิตจากการป่วย ลอบสังหาร หรือตายด้วยอะไรสักอย่าง ผู้นำเขตจะไม่สามารถ เดินทางออกนอกเขตของต้นเองได้ หากว่าเขาไม่ได้มีผู้สืบทอดอยู่ในเขตของตนเอง เมื่อถูกสังหารด้วยอะไรก็ตามแต่ พื้นที่เขตปกครองของผู้นำคนนั้น จะกลายเป็เขตปลอดภัยทันที 5 วัน ( เขตปลอดภัย คือเขตที่ทั้งสีแดงและเขียว สามารถเติมเวลาได้ทั้งคู่ ไม่สามารถทำการสังหารกันได้ในเขต ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ทำไม่ได้ บัญญัติัจะส่งผลต่อจิตใจของคุณโดยตรง ) แต่หากจะสังหารผู้คนนอกเขตก็ยังคงทำได้เช่นเดิม แต่จะบังคับพวกที่นั่งอยู่ในเขตปลอด ลากพวกเขาออกไปด้านนอก นั่นก็ทำไม่ได้เช่นกัน ภายในเวลาห้าวัน การ์เดียนส์ประจำต้นไม้แห่งการอวยพร พวกเขาจะทำการแต่งตั้งผู้นำเขตคนใหม่ โดยเรียงตามลำดับความสำคัญดังนี้
ลำดับแรก ผู้สังหารผู้นำคนเก่า ที่เป็คนละสีกัน
ลำดับที่สอง ผู้สังหารผู้นำคนเก่า ที่เป็สีเดียวกัน
ลำดับที่สาม ผู้สืบทอดที่ถูกแต่งตั้งไว้
ลำดับที่สี่ ผู้สังหารผู้สืบทอดที่ถูกแต่งตั้งไว้ แต่ผู้นำเขตที่ออกนอกเขตไป กลับมาไม่ทันภายในห้าวัน
ลำดับสุดท้าย เมื่อไม่ตรงตามเงื่อนไขทั้งสี่ข้อ การ์เดียนส์ประจำต้นไม้แห่งการอวยพร จะทำการแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสม ที่อยู่ในเขต ณ เวลานั้น ขึ้นมารับตำแหน่ง การตัดสินใจของการ์เดียนส์ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อทำการตัดสินไปแล้ว
นี่เป็เพียงส่วนหนึ่งของบัญญัติ มีข้อห้ามอีกมากมาย ที่จะพูดถึงในเนื้อเื่เรื่อย ๆ โปรดเก็บความสงสัยของผู้อ่านไว้ก่อน เติบโตไปด้วยกันกับตัวละครในเนื้อเื่นะครับ ที่เดมิคัสออกมานำทัพในการบุกครั้งนี้ได้ เนื่องจากผู้สืบทอดของเขา ก็คือ เดฟ นั่นเอง การบุกนั่นย่อมมีความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ หากไม่ได้เตรียมการเป็อย่างดี เอาล่ะครับ ไปเดินเนื้อเื่กันต่อดีกว่า
กองทัพของพันธมิตรจากทั้งสี่หมู่บ้าน ตอนนี้พวกเขาตั้งค่ายอยู่ห่างจากเมืองหินครามเพียง 10 กิโลเมตร ไม่พบกองทหารลาดตระเวนของเมืองเลยแม้แต่คนเดียว แถวนี้ไม่มีสัตว์อสูรมากนัก กองทหารทั้งหมดของเราเป็นักรบสัตว์ พวกเขาเดินทางได้รวดเร็วแม้จะเป็ยามกลางคืนก็ตาม ตอนนี้คงต้องรอการติดต่อของผู้ช่วยภายในเมือง พักกันเอาแรงก่อนจะถือเป็การดี ทานากะ เขาคือลูกชายของทาโร่ ถือว่าเป็เด็กหนุ่มที่มีพร์ไม่น้อย เขาชำนาญการต่อสู้ระยะประชิดอย่างมาก เขาเป็เหมือนหลาน ๆ ของผู้นำหมู่บ้านทั้งสองที่เดินทางมาด้วย โดยเฉพาะฮานาบิ เธอมักจะพูดจาหยอกล้อให้ทานากะเขินอายอยู่เสมอ แต่งงานกับลูกสาวน้าไหม โตขึ้นมาแล้วน่ารักนะ แต่ก่อนพ่อหนูก็เคยจีบน้าด้วยนะ อะไรทำนองนี้ แม้สถานการณ์จะดูตึงเครียดเพียงใดก็ตาม เธอมักจะทำให้มันดูผ่อนคลายลงเสมอ ครั้งนี้ถือเป็การทำการใหญ่ การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง อาจนำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา หากแม้ว่าเรายึดเมืองหินครามได้ เมืองสีเขียวรอบข้างคงไม่อยู่เฉยเป็แน่ ยังดีที่การเดินทางส่วนใหญ่ ยังไม่ได้รับการพัฒนามากเท่าที่ควร ไม่เหมือนเมืองทางส่วนกลางของทวีป ที่มักจะใช้สัตว์อสูรที่ได้รับการฝึก มาช่วยอำนวยความสะดวก ผู้ฝึกสัตว์อสูร ถือว่ามีความสำคัญและหาได้ยากยิ่งนัก
แผนการในครั้งนี้ มันจะไม่เกิดขึ้นเลย หากขาดไปซึ่งการช่วยเหลือของซิสเตอร์มิว ที่มาของเธอถือว่าเป็ความลับอย่างมาก ผู้นำของหมู่บ้านทั้งสี่ คือเด็กที่เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เป็ผู้อพยพจากาทางทิศเหนือ แม้ว่าจะเป็ผู้คนจากเขตสีแดงก็ตามแต่ ซิสเตอร์มิวก็ดูแลพวกเขามาเสมือนเป็ลูก ไม่ได้มีเพียงพวกเขาเท่านั้น มีผู้คนอีกมากมายที่ซิสเตอร์ช่วยไว้ วันหนึ่ง เด็กน้อยได้ถามกับซิสเตอร์ว่าเธอนั้น เป็ใครกันแน่ พวกเขาอยากรู้ว่า ผู้ที่เป็เสมือนแม่ของตนเองนั้นเป็ใคร คำตอบที่ได้รับกลับมา ทำให้พวกเขาเองใไม่น้อย ซิสเตอร์มิว เธอบอกว่า เธอเป็เผ่ามนุษย์ชั้นสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็เชื้อพระวงศ์ของประเทศต่าง ๆ ด้วยความที่มนุษย์ชั้นสูง จะมีอายุขัยโดยเฉลี่ยเกือบห้าร้อยปี ไม่มีการแก่ตัวลงจนกว่าจะสิ้นอายุขัย ความสามารถต่าง ๆ ก็ถูกยกระดับขึ้น มากกว่ามนุษย์ทั่วไปเป็อย่างมาก เธอเป็รัชทายาทลำดับที่หนึ่งจากตระกูล เรนโบว์ฟอร์เรสท์ แห่งอาณาจักร ป่าลับแล เป็ผู้คนจากเขตสีเขียว หนึ่งในสามเขตใหญ่ของทวีปแห่งนี้ ด้วยการที่ซิสเตอร์ได้ออกเดินทาง จึงทำให้หลุดจากการเป็เชื้อพระวงศ์ไปโดยปริยาย เธอได้ก่อตั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขึ้นมาหลายแห่ง ในเมืองต่าง ๆ ทั้งสีเขียวและสีแดง เมืองที่ผู้นำพวกเขาเห็นด้วย กับแนวทางการปฏิบัติของกลุ่มซิสเตอร์มิว การรับดูแลเด็ก ๆ เ่าั้ ที่ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้แย่งชิงดินแดนกัน พวกเด็กเ่าั้ควรได้รับโอกาสในการใช้ชีวิต โดยชื่อเรียกเป็ทางการของซิสเตอร์มิว ก็คือ ผู้คุมกฏแห่งทวีปแดนใต้ ถึงแม้หลายคนจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเธอ แต่มีคนไม่มากนัก ที่จะรู้จักใบหน้าของเธอ นั่นเป็หนึ่งเหตุผล ที่ทำให้ความลับของเธอไม่ถูกเปิดเผยออกไป แม้จะผ่านมาเป็ร้อยปีแล้วก็ตาม ที่เธอได้เดินทางไปทั่วทั้งทวีปแดนใต้
แผนการที่ได้รับ ก็คือรอให้ผู้ช่วยในเมืองส่งข่าวมาให้แก่พวกเขา แล้วจะทำการบุกเข้าไปตามล่าหาตัว เดฟ ที่เป็ผู้สืบทอดของผู้นำเมืองหินคราม ทำการสังหารเขาและความคุมความเรียบร้อยภายในเมือง ทำการป้องกันเมืองจากกองกำลังของเดมิคัส ที่อาจรีบเดินทางกลับมา ไม่ให้พวกมันเข้ามาในเมืองได้ เพื่อให้สิทธิในการเปลี่ยนผู้ปกครอง ยังคงเป็ของพวกเราอยู่ ต้องตั้งค่ายรอไปอีกสักพัก แม้ว่าเวลานี้ พวกเราอาจเดินทางมาที่นี่ไวเกินไป คงต้องทำการลาดตระเวนอย่างละเอียด ไม่ให้การตั้งค่ายของเรา ล่วงรู้ออกไปได้อย่างเด็ดขาด ทานากะแสดงสีหน้าเป็กังวลออกมาเป็ระยะ เขารู้สึกเป็ห่วงพ่อของเขาอย่างมาก แม้จะรู้ว่ามีท่านมิวคอยช่วยเหลืออยู่ด้วยก็ตาม เบรูได้เดินเข้ามาตบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนจะพูดกับเขาว่า " เ้าอย่าได้กังวล ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย จงตั้งใจทำศึกที่อยู่ตรงหน้าเถอะ เด็กน้อย " แล้วเบรูก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่เตนท์ของตนเพื่อพักผ่อน
เช้าตรู่ของอีกวัน วันที่ 7 เดือน 5 ปี 569 เดมิคัสได้เดินทัพั้แ่เช้าตรู่ จนพวกเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านกระต่ายในเวลาเก้าโมง เมื่อคืนเขารอข่าวจากหน่วยสอดแนมของเขาค่อนคืน แต่หาได้มีการส่งข่าวมาแต่อย่างใด แสดงว่าพวกมันได้จัดการพวกเขาไปแล้ว ตอนนี้อยู่ห่างจากกำแพงหมูบ้านเพียงสองร้อยเมตร เขาใช้ธงที่แสดงถึงการขอเจรจา โดยเขาควบม้าเข้าไปกับทหารคุ้มกันอีกสองคน มองขึ้นไปบนกำแพง เห็นเ้าทาโร่ยืนอยู่พร้อมเจรจากับเขา
" นี่ทาโร่ ข้าว่าเ้ายอมแพ้ต่อกองทัพของข้าเสียเถอะ ดิ้นรนไปก็มีแต่จะทรมาน เ้าคิดจริง ๆ หรือ ว่าจะป้องกันหมู่บ้านนี้ได้ ด้วยกองกำลังง่อย ๆ เพียงไม่กี่คน ที่อยู่บนกำแพงนั่น ข้าว่าแกคงจะทำการอพยพพวกชาวบ้านไร้ประโยชน์ของแก ไปยังหมู่บ้านอื่นแล้วแน่ ๆ ที่นี่ถึงได้เงียบอย่างกับป่าช้าเช่นนี้ ข้าพูดถูกหรือไม่ " เดมิคัสเริ่มขู่ ทาโรที่ยืนฟังอยู่บนกำแพง เขาชี้นิ้วไปที่เดมิคัส ก่อนจะพูดออกไป
" เดมิคัส แกล้อเล่นใช่ไหมนี่ กองกำลังแค่นี้ จะฝ่าดงลูกธนูพวกข้าเข้ามาได้จริงหรือ? แกเองก็รู้ว่าข้ามีความสามารถอะไร ยังคิดจะยึดที่นี่อีกหรือ ฮ๊า ฮา ฮ่า น่าขันยิ่งนัก " คำพูดของทาโร่ทำให้เขาเสียหน้าไม่น้อย ความโกรธที่เพิ่มขึ้นทำให้เขาหน้าแดงก่ำ เขารู้ถึงความสามารถของทาโร่ดี แต่ก็เป็เพียงวัยเด็กเท่านั้น แต่ที่น่าสงสัยตอนนี้ คือนักธนูอีกคนที่ยืนข้าง ๆ มัน เขาไม่เคยเจอหน้ายัยนั่นมาก่อน มันเป็ใครกัน แต่ช่างมันเถอะ มีคนเพิ่มมาไม่กี่คน คงไม่ส่งผลอะไรมากมายนักหรอก ถ้ามันไม่เห็นในความกรุณาของข้า ก็จัดให้มันสักหน่อยแล้วกัน
" ก็ดี ก็ดีที่ได้ยินแกพูดอย่างนี้ ข้าจะได้ฆ่าล้างบางพวกแกอย่างเต็มที่ " เขาชักดาบเล่มยาวขึ้นมา แล้วชี้ไปบนกำแพง พร้อมทั้งะโออกมาว่า
" ทาโร่!! วันนี้เป็วันตายของเ้า! " และทาโร่เองก็พูดสวนกลับมาอย่างทันควันว่า " โอหัง! แน่จริงก็เข้ามา!! "
ตอนนี้เนื้อหาค่อนข้างเยอะ กลัวคนอ่านจะปวดสมอง ยังไงก็ฝากแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ ติชมได้ แต่โปรดใช้ข้อความที่สุภาพด้วยนะครับ ขอบคุณครับ และ แมรี่คริสต์มาสด้วยนะครับ