เขาเดินเข้าไปในอาคารรัฐสภา บรรยากาศในอาคารรัฐสภานั้นเงียบสงบ สมาชิกรัฐมากมายนั่งเรียงรายกันอย่างเรียบร้อยราวกับรู้ว่าวันนี้จะมีประกาศสำคัญจากจักรพรรดิ เอเรวาธอสก้าวขึ้นไปบนเวทีสายตาของเขาสำรวจรอบห้อง ทุกคนหยุดพูดและหันมามองเขาราวกับพร้อมที่จะรับฟังสิ่งที่เขาจะพูด
“สวัสดีสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ขอบคุณที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ เราเห็นว่าใน่นี้เริ่มมีศัตรูต่าง ๆ เข้ามาในดาวหลักของเรา เราจึงอยากจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มกองกำลังของเราให้แข็งแกร่งขึ้น แม้จะมีกองกำลังจากดาวหลัก แต่เราก็ไม่สามารถพึ่งพาแค่ดาวหลักได้ เราต้องแข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวเราเอง” เอเรวาธอสกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
“ทุกคนจงฟังให้ดี หลังจากนี้เราจะต้องทำให้กองกำลังของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราต้องตั้งกองกำลังอวกาศของเราเอง บางทีนี่อาจเป็ทางเดียวที่จะปกป้องดาวของเราให้ปลอดภัยจากการรุกรานของพวกบ้าอำนาจนั้นได้ในอนาคต"
เอเรวาธอสกล่าวด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นจนห้องประชุมเริ่มเต็มไปด้วยเสียงกระซิบและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิก ทุกคนกำลังพิจารณาคำพูดของเอเรวาธอสอย่างถี่ถ้วนราวกับมีบางคนที่ยังไม่เห็นด้วย
"แต่การจะสร้างกองกำลังของตัวเองได้ เราต้องได้รับการยอมรับจากดาวหลักก่อนนะครับ" สมาชิกคนหนึ่งจากฝั่งเอลฟ์กล่าวขึ้น "อีกอย่างถ้าทำไม่ดีล่ะก็ มีหวังถูกดาวหลักจ่ออาวุธทำลายล้างมาหาเราแน่"
ทันใดนั้นเสียงกระซิบก็เริ่มดังขึ้นราวกับเสียงแมลงวันที่คอยบินอยู่ข้างหู สมาชิกรัฐบางรายไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ที่ดาวของเราจะมีกองกำลังเป็ของตัวเองเพราะดาวดวงนี้เป็เพียงดาวอาณานิคมเพียงเท่านั้น
"ไม่ค่อยอยากยุ่งกับพวกกองกำลังฟีนิกซ์เท่าไหร่ เดี๋ยวพวกเขาจะมองว่าเรามีกองกำลังมากขึ้นแล้วหาว่าเราเป็ภัยคุกคามจะทำยังไงล่ะคะท่านจักรพรรดิ" เสียงจากสมาชิกอีกคนหนึ่งดังขึ้น
"แน่นอนครับ เราต้องได้รับการอนุมัติจากดาวหลักก่อนถึงจะจัดตั้งกองกำลังของเราได้ แต่เราต้องพร้อมที่จะพิสูจน์ว่าเรามีความสามารถในการปกป้องดาวของเราหากดาวหลักยอมรับและสนับสนุนเราก็จะสามารถขยายกองกำลังของเราได้ และอีกอย่างพี่ชายของผมก็คงไม่มองว่าผมจะเป็ภัยคุกคามหรอกมั้งครับ"
เมื่อเขาพูดจบ ในห้องก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เสียงปรบมือจะดังขึ้นราวกับผู้คนเริ่มเห็นด้วยกับแิของเขา เอเรวาธอสยืนมองสมาชิกสภาที่ดูจะเริ่มยอมรับแผนการของเขาแล้ว เมื่อการประชุมจบลง เขาก็เคลียร์เอกสารที่ประชุมก่อนจะขึ้นยานบินส่วนตัวกลับมายังคฤหาสน์ของตัวเอง
"อยากดื่มนมอุ่น ๆ จังนะ เหนื่อยมาทั้งวันเลย"
"กลับมาแล้วหรือครับท่านเอเรวาธอส การประชุมในวันนี้เป็ไปได้อย่างราบรื่นเลยใช่ไหมครับ" องครักษ์ที่เฝ้าประตูรีบยืนขึ้นกล่าวทักทาย
“อืม บางคนเริ่มเห็นด้วยกับการที่ฉันจะตั้งกองกำลังเป็ของตนเองน่ะ แต่ก็คงต้องติดต่อพี่มาร์ทธาเรียนก่อนละมั้ง” เอเรวาธอสกล่าวก่อนจะตรงไปยังห้องนั่งเล่น ภายในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์เขาหย่อนตัวลงบนเก้าอี้หนังขนาดใหญ่พลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นทิวทัศน์ของสวนดอกไม้อันสวยงามรวมถึงแสงสีส้มอ่อน ๆ จากดวงตะวันยามเย็นที่ยังสาดส่องกระทบพื้นหญ้าจนกลายเป็สีทองอร่าม เสียงใบไม้ที่เสียดสีกันตามแรงลมนั้นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมาก ก่อนที่เขาจะผลอยหลับไป
ในเช้าวันรุ่งขึ้น เอเรวาธอสตื่นขึ้นมาในห้องนั่งเล่นพลางสูดกลิ่นอายของแดดอ่อน ๆ ั์ตาของเขาจับจ้องมองไปยังนอกหน้าต่างเผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามอันสดใสราวกับน้ำทะเลสีคราม ทันใดนั้นเขาก็ได้กลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ โชยมาจากห้องครัว
“ท่านเอเรวาธอสครับ ตอนนี้อาหารเช้าเสร็จแล้วครับ หากท่านหิวเมื่อไหร่ก็สามารถรับประทานอาหารได้ที่ห้องอาหารนะครับ” องค์รักษ์กล่าวพลางเปิดประตูเข้ามายังห้องนั่งเล่นด้วยกริยาท่าทางสุภาพอ่อนน้อม
“วันนี้สินะที่ทางดาวหลักของเราจะส่งข้อความเื่การมีกองกำลังเป็ของตัวเองมาน่ะ”
“ครับ กระผมได้ติดต่อไปยังดาวหลักแล้วและดูเหมือนว่าพวกเขาจะส่งข้อความมาถึงท่านเมื่อเช้านี้ด้วย” เมื่อพูดจบเขาหยิบแทปเล็ตออกมาจากกระเป๋าด้านข้าง ปลายนิ้วเลื่อนผ่านหน้าจอก่อนจะหยุดลงบนข้อความที่ถูกส่งมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
“ข้อความนั้นว่าอย่างไรบ้าง” เอเรวาธอสก่าวด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่องค์รักษ์จะอ่านให้เขาฟังทุกบรรทัดไม่มีเว้นว่าง
[สวัสดีเอเรวาทอสไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ วันนี้นายก็ส่งข้อความมาหาฉันเื่ขอกองทัพเป็ของตนเองใช่ไหมฉันยินดีที่จะให้นายมีกองทัพเป็ของตนเองแต่เื่ผู้บัญชาการและทหารก็อาจจะต้องพึ่งพากองกำลังจากดาวหลักละนะ อีกอย่างคืออาวุธยุทโธปกรณ์ดาวหลักจะเป็ผู้สนับสนุน หวังว่านายจะสบายดี จากพี่ชายที่แสนดี] “เนื้อหาในจดหมายมีประมาณนี้ครับ”
“ขอบคุณมาก พี่มาร์ทธาเรียนยังคงเป็ห่วงฉันไม่เปลี่ยนเลยนะ ไว้ว่าง ๆ ไปหาพี่หน่อยดีกว่า ช่วยพิมพ์ตอบไปว่า [ขอบคุณพี่มาร์ทธาเรียน ไว้ว่าง ๆ จะไปหานะ] ให้หน่อยสิ” เอเรวาธอสกล่าวก่อนที่องครักษ์จะเริ่มพิมพ์ตอบกลับไปยังดาวหลัก