เรียกได้ว่าคงหาโอกาสเข้าไปแต่งเติมใบหน้าให้ดูดีเสมอ แต่กับคนนี้ไม่เลย อีกอย่างที่ทำให้เขาสบายใจเวลาอยู่ใกล้ๆ คือความง่าย เริ่มตั้งแต่ อยู่ง่าย กินง่าย ไปง่าย ว่าง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตองใดๆ ให้เสียเวลา
และเขาก็ไม่ต้องมาคอยนึก คอยคิด คอยกังวล เหมือนไปกับคนอื่นด้วย ว่าถึงเวลากิน จะต้องแวะเข้าร้านไหน หรูหรามากพอเพียงใด คนนี้ได้หมด แม้แต่กินไก่ย่างกับข้าวเหนียวในรถ
‘พื้นเพคนไม่เหมือนกัน การกินอยู่ก็ย่อมยากง่ายต่างกันเป็นธรรมดา’
นี่คือข้อแก้ต่างที่เขามีให้สาวคนอื่น มันขึ้นอยู่กับเขา ว่าอยากได้คนง่ายๆ พื้นเพธรรมดา หรืออยากได้คนสูงค่า กินยาก อยู่ยาก คิดหรือทำอะไรก็ยากยุ่งตามกันมา
เขามีเวลาให้ขบคิดได้อีกระยะ ก่อนจะตัดสินใจ ว่าคู่ครองหรือแม่ของลูกจะเป็นใคร และจะยังไม่อยากปักใจ ว่าต้องเป็นคนข้างๆ ให้เร็วนัก
“คุณเกียร์ตื่นนานแล้วเหรอคะ”
คนตื่นทีหลังพยายามข่มความอายเอาไว้ แล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติสุด แม้ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอกรน หรือเผลอทำอะไรตอนหลับไปบ้าง ส่วนคนตื่นก่อน ก็จ้องมองใบหน้าสวยใส แล้วยิ้มให้อย่างคนอารมณ์ดี
“เพิ่งตื่นเองครับ มัทหิวมั้ยครับ นี่บ่ายสามโมงกว่าแล้ว ผมไม่เคยหลับกลางวันยาวขนาดนี้มาก่อนเลย”
“คุณเกียร์ไม่สบายนี่คะ แต่มัทสิคะ ไม่น่าหลับยาวตามด้วยเลย ปกติมัทไม่เคยนอนกลางวันด้วยซ้ำค่ะ”
เขาอยากจะถามออกไปแทบแย่ ว่าเป็นเพราะเธอเองก็มีความสุขเวลาอยู่ใกล้ๆ เขาหรือเปล่า แต่คิดอีกที ก็ยังไม่ควรไปเร็วนัก อยากให้อะไรๆ มั่นใจกว่านี้หน่อย
“ผมสั่งมื้อเที่ยงมาให้เอามั้ยครับ”
“อืม! ป่านนี้ยายคงใกล้กลับจากทำบุญบ้านคุณนายแล้วค่ะ”
อันที่จริงก็อยากจะอยู่กินมื้อเที่ยงกับเขาไม่น้อย แต่เพราะกลัวยายจะว่า เมื่อวานก็กลับค่ำแล้ว วันนี้คงไม่ดีแน่ถ้าเป็นแบบเดิมอีก
“ผมก็ยังไม่หิวเท่าไหร่ งั้นเราไปกินมื้อเที่ยงกับเย็นรวบกันที่บ้านมัทเลยดีมั้ยครับ ไม่ได้คุยกับคุณยายหลายวันแล้ว คิดถึงเหมือนกัน”
คนเสนอความคิดแทบไม่ต้องรอคำตอบด้วยซ้ำ ก็ดีดตัวขึ้นจากชุดรับแขกทันที มัทรีเองก็ต้องรีบลุกตาม แล้วรีบตรงไปเข้าห้องน้ำ ส่วนเขานั้นเข้าไปห้องด้านใน เดาว่าคงเป็นห้องนอนของเขา ไม่นานก็เดินออกมา พร้อมกับโทรตามประมวนด้วย
“ไปกันครับ มวนรอเราอยู่ข้างล่างแล้ว”
“ค่ะ”
มือบางถูกเขาคว้าไปกุมไว้ แล้วพาเดินออกนอกห้องไป และกลายเป็นเป้าสายตาให้คนมอง มากกว่าตอนเข้ามาพร้อมเขาอีก มัทรีไม่รู้ว่าผู้คนเหล่านี้จะคิดยังไง
ดูจากสายตาแล้วบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ แต่จะใส่ใจทำไม ในเมื่อตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลยด้วยซ้ำ และดีใจที่ประมวนขับรถมารับตรงประตูทันที จะได้ไม่ต้องยืนให้ใครต่อใครมองนาน
ตอนขากลับนี้ เจ้าของรถหรูไม่ได้นอนหนุนตัก และไม่ดูหงอยเหมือนตอนมาแล้ว แต่ก็ยังไม่วายถูกแขนของเขา สอดมาหาเอวคอดแล้วกอดไว้อยู่ดี แถมยังนั่งเบียดมาจนเหลือที่ว่างเกินครึ่ง เคราะห์ดีที่ประมวนเป็นคนไม่ค่อยพูด และไม่ได้มองผ่านกระจกมาเบาะหลังด้วยซ้ำ เลยอายน้อยหน่อย
“มัทขอลงตรงตลาดนะคะ ต้องซื้อของไปทำอาหาร คุณเกียร์เข้าไปก่อน เดี๋ยวมัทจะตามไปค่ะ”
พอใกล้จะถึงทางแยกเข้าซอยหมู่บ้าน เลยรีบกระซิบบอกเขาไว้แต่เนิ่นๆ
“ให้ผมไปช่วยถือของก่อนมั้ยครับ ถ้ามัทไม่สะดวกใจค่อยลงตรงใกล้ๆ หน้าทางเข้าหมู่บ้านดีกว่าครับ”
จักรภัทรเองก็รู้สึกไม่ดี ที่ทำหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ แต่ถ้าจะให้เปิดเผยกับยาย ก็เห็นว่ายังไม่ถึงเวลานัก ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาด แล้วจะมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ มัทเดินคนเดียวเร็วกว่า เสร็จแล้วมัทจะนั่งมอเตอร์ไซคล์วินกลับเองค่ะ”
“งั้นมัทเอานี่ไปซื้อของนะครับ ผมเกรงใจ มากินข้าวบ้านมัทฟรีๆ หลายครั้งแล้ว รับไว้นะครับ” เมื่อเห็นคนข้างๆ ทำท่าอิดออด ชายหนุ่มเลยยัดใส่กระเป๋าเป้ให้เลย
“ขอบคุณค่ะ”
มัทรีรีบยกมือไหว้ทันที แม้จะยังไม่ได้นับดู แต่ก็รู้ว่ามีธนบัตรสีเทาหลายใบอยู่ข้างใน และไม่ได้รู้สึกว่าเขาอวดรวยด้วยการเอาเงินฟาดหัวแต่อย่างใด เพราะเขาไม่ใช่คนแบบนั้น
“แล้วพบกันครับ”
“ค่ะ”
หญิงสาวจะยืนรอให้รถของเขาแล่นออกไปก่อน แต่กลับถูกเขาส่งสัญญาณด้วยมือ ว่าให้รีบเข้าตลาดไป เลยต้องทำตาม แล้วพยายามใช้เวลาให้น้อยสุด พอเสร็จก็เรียกมอเตอร์ไซคล์วินทันที
ไปถึงหน้าบ้านกลับไม่มีรถของเขาจอดอยู่ ไม่รู้ว่ายังมาไม่ถึง หรือกลับไปแล้วหรือยังไง หัวใจห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเขาแล้ว สีหน้านั้นก็สลดหอหู่ไม่น้อย แต่ก็เดินเข้าบ้านไปเงียบๆ
“อ้าว! มัทมาแล้ว ได้อะไรเยอะแยะเลย คุณเกียร์มาได้ครู่หนึ่งแล้ว ยายกำลังจะโทรหาพอดี มีอะไรกินบ้างจ๊ะ” แต่กลับเห็นเขานั่งคุยอยู่กับยายในบ้านแทน เลยเดาเอาว่า ประมวนอาจจะขับรถไปหาอะไรกินระหว่างรอก็เป็นได้ ส่วนจะให้ถามนั้น ไม่มีทางกล้าแน่ ยิ่งอยู่ต่อหน้ายายด้วยแล้วยิ่งไม่กล้าใหญ่
“หลายอย่างจ้ะ ยายหิวหรือยังจ๊ะ มัดว่าจะทำปลานึ่ง กับตำน้ำพริกจ้ะ”
“ดีเลย ยายได้กระดูกหมูตุ๋นยาจีน กับกุ้งอบวุ้นเส้นมาจากบ้านคุณนายแน่ะ งั้นมัทรีบทำเลยนะ คุณเกียร์บอกว่ายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย มัวแต่นอนป่วยอยู่”
“จ้ะ”
หลานสาวไม่กล้าอยู่ตรงชุดรับแขกนาน เพราะกลัวยายจะถามนั่นนี่ เลยรีบตรงเข้าครัวแล้วทำอาหารอย่างรวดเร็ว ด้วยรู้ดีว่าเขาหิว ตัวเองก็หิวเหมือนกัน เพราะเมื่อเช้ากินไปนิดเดียว
“กินเยอะๆ นะคะ คนกำลังหายไข้ต้องกินเอาแรงไว้ค่ะ”
พอตั้งโต๊ะเสร็จ ยายบุญมีก็บริการแขกหนุ่มด้วยความเต็มอกเต็มใจ ตักอาหารทุกอย่างให้ ส่วนคนเป็นหลานนั้น ก็มีน้ำส้มคั้นสดๆ มาให้เขาด้วย จะได้ไม่คัดจมูก อิ่มแล้วก็ไม่กล้าอยู่กวนยายกับเขานัก เลยรีบยกของไปเก็บล้าง เสร็จก็เลี่ยงเข้าห้องนอนไป
“มัทเอ๊ย! คุณเกียร์จะกลับแล้วนะ”
พอได้ยินเสียงยายก็รีบออกมา แล้วเดินไปส่งเขาถึงประตูรถเหมือนเคยทำทุกครั้ง แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ ความรักและความคิดถึงที่มีในตัวเขานั้น เพิ่มพูนมากขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยเท่า และนั่นก็ทำให้หญิงสาวหลับยากขึ้นกว่าทุกคืน เพราะทุกห้วงความคิด มีเขาเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น
และมันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากอีกคนนัก ที่รู้ตัวว่าหลับยากขึ้นกว่าเคย แม้การสวดมนต์กับการนั่งวิปัสสนาก็ยังช่วยได้ไม่มาก ยิ่งมีแต่งานรุมเร้าเข้ามา จนปาเข้าสามอาทิตย์แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหญิงสาวผู้มีอิทธิพลต่อจิตใจด้วยแล้ว
ยิ่งรู้สึกว่าอยู่ยากขึ้นหลายเท่า จะไปหาก็ไม่มีทางทำได้ เพราะอยู่ในช่วงมาดูงานในต่างประเทศ จะโทรหาหรือไลน์ นั่นก็ไม่ใช่นิสัยนัก เพราะเขารักที่จะคุยกันแบบเห็นหน้ามากกว่า อีกทั้งงานก็ยุ่งตลอด
เลยจำต้องอดทนรอ จนกระทั่งถึงวันเดินทางกลับ ซึ่งเป็นเช้าวันเสาร์ และเขาก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะเข้าไปทำงานในออฟฟิศต่ออีกแล้ว ร่างกายต้องการนอนพักสักสองสามชั่วโมงก่อน
“เดี๋ยวผมตื่นแล้วจะเซ็นเอกสารให้นะครับคุณอร ตอนนี้ขอนอนก่อนล่ะ ไม่ไหว เพลียมาก ขอบคุณมากนะเน ไปพักเหอะ”
พอถึงบ้านแล้ว ก็หันไปบอกเลขาด้วยท่าทีอ่อนเพลีย ก่อนจะลงรถ แล้วมีเต้ยมารอรับตามเคย เห็นพ่อกับแม่เดินออกมาจากห้องอาหาร ส่วนน้องๆ นั้นไปทำงานแล้วเป็นแน่ เพราะเกือบแปดโมงแล้ว
“เป็นไงบ้างลูก ทำไมดูเหมือนไม่มีแรงเลยล่ะ” จารุณีเห็นท่าทีลูกแล้วก็อดห่วงไม่ได้
“เหนื่อยนิดหน่อยครับคุณแม่”
“แล้วจะกินอะไรก่อนค่อยขึ้นไปนอนมั้ยลูก”
“นั่นสิเกียร์ ดูเพลียๆ นะ” จักรภพเองก็ห่วงลูกไม่น้อย เพราะโหมงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน
“ไม่ดีกว่าครับ ผมกินมาจากบนเครื่องแล้ว ตอนนี้อยากนอนมากกว่า”
“งั้นก็ตามใจจ้ะ เดี๋ยวตอนเที่ยงค่อยมากินข้าวด้วยกัน วันนี้แม่กับพ่อไม่มีแขกมา เราจะได้อยู่กันสามคน คุยกันให้หนำใจไปเลย”
“ครับ”
เพราะกว่าจะได้ขึ้นเครื่อง เขาก็ต้องเคลียร์งานจนไม่มีเวลาพัก เลยไม่ค่อยได้สนใจหรือใส่ใจอะไรมาก นอกจากอยากนอน พอไปถึงห้องก็รีบอาบน้ำแล้วก็หลับเป็นตายเลย ทิ้งให้เต้ยรื้อกระเป๋าอยู่คนเดียว
แถมไม่รู้ว่าเจ้านายอยากให้ปลุกตอนไหนด้วย งานเสร็จก็เลยออกจากห้องไป ส่วนคนอยู่ในห้องก็หลับยาวรวดเดียว สะดุ้งตื่นอีกที ก็ตอนสิบโมงครึ่ง ความคิดถึงคะนึงหาสาวสวยหน้าใส ก็โลดแล่นมาทันที
เมื่อไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้แต่นอนเอาแขนก่ายหน้าผากคิดนั่นนี่ เผื่อจะทำให้ลืมเลือนไปบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล จนต้องคว้ามือถือขึ้นมา
“คุณอรครับ เดี๋ยวช่วยโทรหาพี่ชาติให้ผมที...” พอสั่งงานเลขาแล้ว ก็โทรลงไปหามณฑาต่อ เมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ใจอยากแล้ว ก็รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปชั้นล่างด้วยความอารมณ์ดี
“เกียร์จะไปไหนจ๊ะ ไม่กินข้าวเป็นเพื่อนแม่กับพ่อเหรอจ๊ะ” กำลังจะออกประตูบ้าน แม่เดินมาเห็นก่อน
“กินครับ แต่ผมขอไปรับเพื่อนก่อน คุณแม่กับคุณพ่อรอนะครับ เดี๋ยวผมมา” อันที่จริงแล้วเขาอยากขับรถไปเองมากกว่า แต่พอคิดขึ้นได้ ว่าขากลับจะมีใครนั่งมาด้วย เลยโทรเรียกประมวนมาทำหน้าที่ตามเดิม
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น









































