ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 63 ควบคุม

            “ท่านอ๋องรู้แล้วหรือพ่ะย่ะค่ะว่าเป็นใคร?” ปกติแล้วนิสัยของจิ่งฉือนั้นเป็นคนตรงๆ ทั้งใจร้อน ทั้งขี้โวยวาย “เช่นนั้นกระหม่อมจะไปจับเขามาตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ”

            จี๋โม่หานยกมือขึ้นห้ามเขา “ตอนนี้ทำได้แค่จับตามองอยู่เงียบๆ”

            “เช่นนั้นตอนนี้พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            หลิงชวนกำด้ามกระบี่ที่อยู่ตรงเอว หลังมือมีเส้นเลือดปูดขึ้นมา

            จี๋โม่หานไม่ได้ตอบกลับ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบออกมา “ไปกันเถิด หลิงชวน เข็นข้าออกไปรับแขกที่โถงด้านหน้า”

            ทั้งสี่มองตากัน ไม่ได้พูดอะไรอีก หลิงชวนก็เข็นรถเข็นของจี๋โม่หานไปตามคำสั่ง

            คนของฮ่องเต้มาไวกว่าที่เขาคิด พวกเขาเพิ่งจะมาถึงที่โถงด้านหน้า ที่หน้าประตูก็มีการเคลื่อนไหวแล้ว

            องครักษ์ของจวนองค์ชายสามต่างเตรียมตัวปะทะตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ยังเทียบกับฐานะสูงส่งของอีกฝ่ายไม่ได้

            “ช่วงนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

            ฮ่องเต้เข้ามาจากทางประตู ด้านหลังมีคนติดตามเขามาเป็นกลุ่มใหญ่ องค์ชายห้ากับซูโม่สกุลซูก็เป็นหนึ่งในนั้น หยางจาวราชองครักษ์รักษาพระองค์ก็นำทหารม้าจำนวนร้อยกว่าคนมาปิดล้อมจวนอ๋องไว้

            ทหารม้าทั้งสองฝ่ายต่างหยุดชะงักค้าง

            จี๋โม่หานนั่งอยู่บนรถเข็น สีหน้าเรียบนิ่ง “ทำให้ฝ่าบาทต้องเป็นห่วงแล้ว กระหม่อมไม่เป็นอะไรพ่ะย่ะค่ะ”

            สีหน้าของพวกจื๋อหลันที่อยู่ด้านหลังย่ำแย่กันมาก ท่าทางเตรียมพร้อมจะลงมืออยู่ตลอดเวลา

            ฮ่องเต้เองก็ไม่ได้แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกแล้วตรงเข้าประเด็น “คิดว่าเรื่องเมื่อเช้าเจ้าก็คงจะได้ยินมาแล้วใช่หรือไม่?”

            “ฝ่าบาทมีความคิดว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? เวลากระหม่อมลงมือทำอะไรก็ไม่เคยมีเรื่องที่ต้องมารู้สึกผิดต่อตนเอง ฝ่าบาทโปรดพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

            สองมือของฮ่องเต้ไพล่หลังเอาไว้ แววตาไม่เป็นมิตรมองไปที่จี๋โม่หานเพื่อหาความผิดปกติบนใบหน้า แต่อีกฝ่ายก็มีท่าทางบริสุทธิ์ใจ ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจจริงๆ

            “เรื่องนี้ เจิ้นเองก็ไม่สามารถสรุปได้ ตอนนี้ประชาชนด้านนอกต่างหวาดกลัว เจิ้นที่เป็นกษัตริย์ของแคว้น จะอยู่เฉยๆ แล้วไม่สนใจก็ไม่ได้ จะต้องค้นหาความจริงให้ประชาชนได้รับรู้”

            “พ่ะย่ะค่ะ” จี๋โม่หานเอ่ยเสริม “ดังนั้นฝ่าบาทจะทำเช่นไรกระหม่อมก็ไม่โกรธพ่ะย่ะค่ะ”

            “เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดี” ฮ่องเต้พูดด้วยสีหน้าไม่ดี หากจี๋โม่หานต่อต้าน เขาก็จะไม่ตรวจสอบแล้วจับอีกฝ่ายไปเลย แต่ว่าเขาทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะจี๋โม่หานนั้นให้ความร่วมมือเป็นอย่างมาก ตอนนี้จึงทำให้อารมณ์โกรธของเขาไม่มีที่ระบาย

            “เช่นนั้นกระหม่อมขอล่วงเกินท่านอ๋องแล้ว” หยางจาวเดินขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าว “รบกวนให้กระหม่อมได้พาคนไปตรวจสอบจวนอ๋องด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

            “เชิญตามสบาย” เสียงจี๋โม่หานเย็นเฉียบ พูดไปก็ให้หลิงชวนเข็นเขาไปด้านข้างอย่างใส่ใจเพื่อเปิดทางให้

            หยางจาวโบกมือเรียกราชองครักษ์ร้อยกว่าคนด้านหลังให้บุกเข้าไปในจวนและตรวจสอบทั่วทุกที่ทันที การกระทำของพวกเขาหยาบคาย แม้แต่ดอกไม้ในสวนก็ยังไม่ปล่อยไว้ ถูกพลิกหาทั้งหมด ทุกๆ ที่ที่เดินผ่าน แจกันก็จะถูกคว่ำจนดอกไม้หัก

            พวกหลิงชวนสี่คนยืนอยู่ด้านหลังจี๋โม่หาน ขอบตาพวกเขาแดงก่ำและจ้องไปยังกลุ่มคนที่บุกเข้ามาด้วยสายตาเกลียดชัง กำหมัดแน่นจนหลังมือมีเส้นเลือดปูดขึ้น

            มีเพียงจี๋โม่หานคนเดียวที่สีหน้ายังไม่เปลี่ยน ตั้งแต่ต้นจนจบก็ทำท่าทางนิ่งเฉย

            จี๋โม่หานให้หลิงชวนยกเก้าอี้มาให้ฮ่องเต้กับพวกองค์ชายห้า ทั้งยังสั่งให้ไปต้มชาอย่างดีมาหนึ่งกาเพื่อดื่ม ราวกับไม่มีอะไรให้กังวลว่าจะเจออะไรภายในจวน

            จี๋โม่หานเหมือนกับคนที่ไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ว่าฮ่องเต้กับองค์ชายห้านั้นกลับไม่พอใจขึ้นมาแล้ว

            ทั้งสองคนนั่งขมวดคิ้วแน่นอยู่ตลอด แล้วคอยสังเกตสถานการณ์ของทางด้านราชองครักษ์

            จวนขององค์ชายสามนั้นใหญ่มาก การตรวจสอบครั้งนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องประมาณครึ่งชั่วยามถึงจะจบลง หยางจาวพาทหารหลายคนเดินออกมาจากเรือนหลังด้วยสีหน้าย่ำแย่ ก่อนจะส่ายหน้าให้ฮ่องเต้

            “ฝ่าบาท ไม่มีจุดที่ผิดปกติเลยพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้เพิ่งจะยกแก้วชาไปที่ริมฝีปาก พอได้ยินที่หยางจาวรายงาน มือที่ยกแก้วก็หยุดชะงักไป สีหน้าขรึมขึ้นมาทันที ปลายนิ้วออกแรงกดจนแก้วในมือแทบแตก

            เขาหันหน้าไปมองจี๋โม่หาน ซึ่งอีกฝ่ายก็หน้านิ่ง

            คนที่ไม่อยากจะเชื่อมากกว่าฮ่องเต้ก็คือองค์ชายห้า แผนการใส่ร้ายจี๋โม่หานในครั้งนี้เขามีความมั่นใจมาก เพราะรู้ว่าในจวนของจี๋โม่หานได้มีการฝึกฝนกองกำลังของตนเองขึ้นมา

            นี่เป็นข่าวที่เขาสืบมาได้จากหอเชียนจี้ ข่าวที่ขายออกมาจากหอเชียนจี้นั้นปกติแล้วไม่มีความเท็จ แต่ตอนนี้เหตุใดถึงได้ตรวจสอบแล้วไม่พบอะไรเลย เป็นไปไม่ได้

            องค์ชายห้ากำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

            “หัวหน้าหยาง” ดวงตาองค์ชายห้าขุ่นมัวจ้องไปที่หยางจาวนิ่ง “ได้ตรวจสอบทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด ไม่มีจุดที่เล็ดลอดไปใช่หรือไม่?”

            หยางจาวสบตาเข้ากับดวงตาขององค์ชายห้าก็หดตัวเข้าหากัน เขารีบก้มหน้าลง “องค์ชายห้า กระหม่อมได้ตรวจสอบทุกซอกทุกมุมแล้วจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ไม่มีจุดที่เล็ดลอดไปแม้แต่น้อย”

            จะเป็นไปได้อย่างไร สีหน้าขององค์ชายห้าตกตะลึง เขาไม่เชื่อ สายตาของเขาไปอยู่ที่ใบหน้าของจี๋โม่หาน พยายามจะหาอะไรจากในนั้น แต่ก็ต้องผิดหวัง

            จี๋โม่หานผ่อนคลายแล้วนั่งพิงเก้าอี้ท่าทางสบายๆ สองมือกอดอก “ฝ่าบาท ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

            ฮ่องเต้วางแก้วในมือลงอย่างแรงดัง “ปัง” จนน้ำกระเซ็นออกมาตามแรงที่เขาวาง

            “ในจวนของเจ้าไม่มีอะไรผิดปกติ เช่นนั้นก็ดี”

            เขาพูดจบก็ยืนขึ้น ดวงตากวาดไปมองกลุ่มทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังหยางจาว “แต่ว่าตอนนี้การตรวจสอบเรื่องราวยังไม่ชัดเจน เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอีก เจิ้นจะส่งทหารราชองครักษ์มาอยู่ด้านนอกจวนอ๋อง ช่วงนี้เจ้าก็อย่าเพิ่งออกจากจวน”

            เมื่อเอ่ยคำนี้ออกมา เส้นเลือดที่ขมับของพวกหลิงชวนก็ปูดออกมาพร้อมกับกำหมัดแน่น

            จี๋โม่หานรับคำ “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

            “ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นเจิ้นขอตัวก่อน”

            ฮ่องเต้พูดจบก็สะบัดแขนเสื้อแรงๆ แล้วสาวเท้ายาวๆ เดินออกไปด้านนอกโดยที่ไม่หันกลับมาอีก องค์ชายห้าเองก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่จ้องจี๋โม่หานอย่างไม่พอใจแล้วเดินออกไปด้วย

            “โปรดอภัยที่กระหม่อมไม่สามารถไปส่งได้”

            ทหารม้าด้านนอกประตูเพียงครู่เดียวก็ออกไปจนหมด เหลือแค่คนของทหารราชองครักษ์หลายสิบคนเอาไว้ คนที่เฝ้าอยู่ด้านนอกจวนของจี๋โม่หานก่อนหน้านี้ก็พากันเข้ามา ด้านนอกจวนก็ถูกคนของวังเฝ้าเอาไว้อย่างแน่นหนา

            เมื่อคาดว่าคนในวังต่างเดินกันไปไกลแล้ว จิ่งฉือถึงได้วิ่งเหยาะๆ ไปปิดประตูใหญ่ของจวน

            “องค์ชาย พวกเขากำลังกักบริเวณพวกเรา” จื๋อหลันกัดฟันแน่น ตั้งแต่ต้นเขาก็อดทนมาตลอด

            “ใช่” จิ่งฉือเองก็พูดเสริมทับ “รอจับคนที่ใส่ร้ายท่านอ๋องได้ ข้าจะต้องทำให้เขาไม่ตายดีแน่”

            “เจ้าโมโหอะไร?”

            จี๋โม่หานเลิกคิ้วแล้วเอ่ยปากอย่างเตรียมพร้อม “เรื่องเป็นแบบนี้ก็ดีไม่ใช่หรือ พวกเราอยู่แต่ในจวน ไม่ได้ออกไปไหน ก็ไม่ต้องเจอปัญหาอีกมากมาย”

            “แต่ว่าพวกเราจะรออยู่เช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?” จื๋อหลันพูดอย่างไม่พอใจ “ทั้งๆ ที่ท่านก็รู้ว่าฮ่องเต้นั้นไม่สบาย..”

            จี๋โม่หานยกมือขึ้นหยุดไม่ให้เขาพูดต่อ “ติดตามเปิ่นหวังออกจากจวน จื๋อหลัน หลังจากออกจากจวนแล้วเจ้าไปหาเชียนซวินจือ พาเขาไปเจอข้าที่จิ่นชางเก๋อ”

     

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668