“เ้าคนไร้ยางอาย เ้าล่วงเกินข้า” เมื่อได้เช่นยินนั้นซีว่างรู้สึกไม่ดีมาก ๆ ‘ เหตุใด ไม่ใช่ข้า ที่ได้จับูเาคู่นั้น ’ {ใช่แล้วอย่างที่ท่านอ่าน นี่แหละนิสัยพระเอกเรา }
หญิงสาวนางนี้อายุ 15 ย่าง 16 หน้าตาสะสวย ตัวเล็กกำลังพอดีแขนเรียวยาวระหง
“ แม่นาง ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าเพียงจะล้ม ข้าจึงหาอะไรยึดเหนี่ยวไว้”เฟิงอวิ๋น รีบกล่าวแก้ตัวทันใด กลัวเื่บานปลาย “เ้าจะให้ข้าทำอันใดที่ทำให้เ้าหายโกรธ เพียงแม่นางบอกต่อข้า...ข้ายินดีทำทุกอย่าง”
“ยินดีทำทุกอย่างกับผีเ้าน่ะสิ , เกิดเป็หญิง..โดนล่วงเกินแล้วกล่าวขอโทษมันจะทำให้ข้าหายอับอายได้เช่นไรต่อให้เ้าฆ่าตัวตายต่อหน้าข้า..ก็ไม่อาจกู้ชื่อเสียงของข้ากลับคืนมาได้”หญิงสาวกล่าวด้วยความโมโหโกรธาอย่างมาก ขณะพูดนิ้วเรียวยาวของนางก็ชี้หน้าชายหนุ่ม ขากระทืบลงพื้นตลอดทุกประโยค
< แม่นางหยาง นี่ใช่น้องสาวเ้าเป็แน่..กิริยาท่าทางคล้ายกันยิ่งนักใช่พ่อท่านมาไข่ไว้..ก็เป็ได้ > ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าหญิงสาวเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า
< อ่อ….เ้ากล้านำข้าไปเปรียบกับนางชั้นต่ำนี่ , ดูเหมือนถ้าข้าออกไปได้..คงจะไม่มีภพที่สามสำหรับเ้า!! > หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ แต่ทุกคำแฝงความอาฆาตไว้ทุกตัวอักษร
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่คิดในใจว่า‘ ดูเหมือนนางจะเอาจริง..ข้าล่ะหวั่นใจเสียจริงหากนางออกมาได้..ข้าคงซี้แน่นอน ’
เฟิงอวิ๋นรีบกล่าวตอบหญิงสาวตรงหน้าในทันที “ถ้าข้าทำให้ศักดิ์ศรีท่านมัวหมอง ข้าจะรับผิดชอบท่านเอง ข้าจะแจ้งข่าวไปบอกกับบิดาข้าให้ไปสู่ขอท่านในเร็ววัน..” ชายหนุ่มพูดด้วยสายตาแน่แน่ว
“แต่งกับเ้า? ข้าไม่แต่งเป็สะใภ้ลูกคุณหนูบ้านนอกอย่างเ้าแน่” หญิงสาวทำสายตาเหยียดหยามมองมาที่ชายหนุ่มปรานอุจจาระก้อนหนึ่ง
จิ้นเฟิงเห็นจึงกล่าวด้วยความโมโหแทนพี่ชายของมัน “ เอ๊ะ..พี่สาวนางนี้นั้นก็ไม่ดี..นี่ก็ไม่ยอม ท่านจะเอาอันใดจากพี่ชายข้ากันแน่ มัวแต่ทำตัวเป็ผู้ดี ,กล่าวความ้าของเ้ามา..จะได้แล้วแล้วกันไป ”เด็กน้อยจ้องตาแข็งใส่หญิงสาว พูดจาด้วยความเกรี้ยวกราด “ พี่ชายข้าพูดกับเ้าดี ๆเ้ากลับทำกิริยาเช่นนี้..ชาตินี้ท่านคงไม่มีวันได้ออกเรือนเป็แน่ ”
“ เ้าเด็กนี่ปากดีนัก..ดี !! , งั้นอยากให้ข้าหายโกรธเ้า..เ้าต้องตบปากเด็กนี่จนกว่าข้าจะพอใจ ” หญิงสาวยิ้มกรุ้มกริ่ม มองไปที่คนทั้งจิ้นเฟิงด้วยสายตาอาฆาตพร้อมกับเบ้ปากเล็กน้อย
“แม่นาง ให้ข้าทำอย่างอื่นเถิด ข้า....”เฟิงอวิ๋นกล่าวอ้อนวอนเสียงอ่อนต่อหญิงสาว
หญิงสาวรีบพูดแทรกชายหนุ่มทันใด“ ใช่เ้าที่บอกว่าต่อข้า..เพียงข้า้าสิ่งใดเพียงแค่ข้าบอกต่อเ้า..เ้ายินดีทำทุกอย่างไม่ใช่หรือที่นั่นเกิดเป็บุรุษกล้าผิดคำสัญญาของตนเอง..ก็เอากระโปรงมาสวมเถิด ” หญิงสาวพูดพร้อมทำสายตาเหยียดหยามพร้อมกับจ้องมองไปยังจิ้นเฟิงด้วยความเกลียดชัง
“ เอ๊ะ..พี่สาวนางนี้ พี่ข้ายังไม่บอกเลยว่าจะไม่ทำแค่โดนตบปากมันจะสักแค่ไหนกัน ” จิ้นเฟิงพูดแล้วหันไปมองหน้าเฟิงอวิ๋นก่อนจะบอกกล่าวออกไป “ พี่เฟิง..พี่ทำตามนางบอกเถิด ไม่ต้องห่วงข้า..แค่นี้สบายมากเอาให้สุดแรงไปเลย”
“ ถ้าจะตบมัน มาตบข้าเถิด ” ซีว่างรีบพูดปกป้องน้องชายของตนเอง “ข้าเป็พี่ชายมัน..มันปากไม่ดีเพราะข้าไม่ดูแล จะเป็ไรไหมแม่นาง..ที่จะให้เป็ข้า”
“ ดี!! เอาตามนั้น ” หญิงสาวกล่าวตกลง
เมื่อตกลงได้เช่นนั้นซีว่างจึงเดินไปข้างหน้าเฟิงอวิ๋น “ เป็ข้าเองที่ทำให้เ้า..ต้องเจอเื่แบบนี้” มันกล่าวออกมาก่อนจะยิ้มแล้วจ้องมองไปที่สหายของมัน
“ข้า....” เฟิงอวิ๋นจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แม่สาวน้อยไม่ยอมให้หนุ่มพูดจบ “ยังไม่เริ่มอีก ยิ่งช้าผู้อื่นยิ่งให้เ้าตบนานขึ้นเท่านั้นหนา ”หญิงสาวพูดกดดันด้วยเสียกวน ๆ ต่อชายหนุ่ม
เมื่อได้ยินที่นางพูดซีว่างจึงกล่าวกับ เฟิงอวิ๋นว่า “ เริ่มเลยเถิด..รักข้าเท่าใดตบแรงเท่านั้น ”
เมื่อได้ยินที่สหายพูดเฟิงอวิ๋นจึงกล่าวตอบ พร้อมตบไปเต็มแรง “ งั้นข้าไม่เกรงใจ !! ”
“ เพี้ยะ ! ! ” เสียงตบดังมากเสียงดังเหมือนมีคนเอาแซ่มาเฆี่ยนวัว เมื่อตบเสร็จเฟิงอวิ๋นจึงหันไปถามต่อสาวน้อย“ พอใจท่านแล้วใช่ไหม..แม่นาง ”
หญิงสาวได้ยินจึงกล่าว “ ข้ายังไม่บอกให้เ้าหยุด..เหตุใดเ้าถึงหยุดลงมือ” นางกล่าวด้วยความโมโหทำท่าที่ไม่พอใจต่อเฟิงอวิ๋น
ซีว่างได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวเข้าไปในโลกิญญา <แม่น้างผู้นี้ช่างอำมหิตยิ่งนัก... , เ้าแน่ใจแล้วใช่ไหม..ว่าพ่อเ้าไม่ได้มาไข่ไว้จริงๆ >
ไฟโทสะที่หายไปแล้วชายหนุ่มก็จุดไฟขึ้นมาใหม่< ดูเหมือนเ้ายังไม่เลิกรากับข้า..ผู้อื่นใจดีขึ้นมาหน่อยเ้ากับทำได้ใจ สงสัยเ้าคงได้เป็บุรุษพรหมจรรย์อีกภพหนึ่ง..ไม่ทันได้มีเมียแน่ถ้าข้าหลุดไปได้>
ชายหนุ่มพลันเอามือกุมเป้าก่อนจะเลิกราต่อกับหญิงสาวแล้วกล่าวกับสหายตนว่า
“ทำตามนางบอกเถิด..ข้าไม่เป็ไร” ชายหนุ่มกล่าว แล้วพยักหน้าไปที่เฟิงอวิ๋น
เฟิงอวิ๋นคราวนี้จึงตบแบบไม่ยั้ง ทุกครั้งที่มีเสียง “ เพี้ยะ ” เฟิงอวิ๋นจะกล่าว“ ข้าขอโทษ ” ทุกครั้งที่มือััใบหน้าของสหายตน
ส่วนซีว่างนั้นเพื่อหนึความเ็ป พลันส่งจิตเข้าไปในโลกิญญา เพื่อที่ตนเองจะได้หนีความทรมานอันยาวนานไปได้ แล้วค่อยออกไปรู้สึกเจ็บตัวทีเดียว ให้มันจบ ๆ ไป
มือก็ตบไปเรื่อยๆ แต่หญิงสาวยังไม่มีท่าทีจะพอใจ จนซีว่างคิดในใจ ‘ ถ้าข้ามีโอกาสเ้าจะเป็คนที่ข้าขึ้นครูแน่ ยัยหญิงอำมหิต’ ชายหนุ่มเอามือถูแก้มตนเองถึงเป็ร่างจิตจะไม่มีความรู้สึกทางกายภาพแต่สิ่งที่ตนเห็นทำให้ตนเสียวซ่านไปทั่วทั้งใบหน้า
เมื่อเฟิงอวิ๋นยังไม่หยุดจิ้นเฟิงจึงทนไม่ได้ เข้าไปจับมือเฟิงอวิ๋นไว้ แล้วกล่าวเสียงแข็งกลับหญิงสาว “พอแล้ว..ให้มันจบแค่นี้ มันสมควรที่เ้าจะพอใจแล้วกระมัง”
เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังนั้นซีวิ่งจึงดึงจิตกลับไปที่ร่าง เมื่อมันกลับเข้าร่างของตนแล้ว..ความเ็ปพุ่งเข้ามาทุกส่วนของใบหน้า ตอนนี้ใบหน้าชายหนุ่มบวมปูดเป็ส้มโอยังดีที่ฟันของชายหนุ่มไม่หลุดไปด้วย
“ เห๊อะ..จบก็จบ ” หญิงสาวกล่าวจบ จึงเดินจากไป
‘ ปากข้าไม่รู้สึกอะไรแล้ว ปากข้า โอ๊ย !! ’ชายหนุ่มได้แต่หวีดร้องอยู่ในใจ ไม่กล้าร้องออกมา กลัวว่าสหายตนจะยิ่งรู้สึกผิด
“ เป็อย่างไรบ้างซีว่าง ” เฟิงอวิ๋นรีบเข้ามาดูอาการของชายหนุ่มอย่างเร็วไว
“ อ้าไอเอ็นไอ อีกอรู่เอียวอ็อายแอ้ว ” (ข้าไม่เป็ไรอีกครู่เดียวก็หายแล้ว) ชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่บวม ตอนนี้จึงพูดออกมาไม่เป็ภาษา
“ พาท่านพี่ไปห้องพยาบาลกันก่อนเถิด..แบบนี้คุยกันไปก็ไม่ได้ความกันพอดี ”ก่อนที่ผู้เป็น้องจะประคองพี่ชายของตนเอง แล้วกล่าวกับศิษย์ผู้นำทางว่า “ศิษย์พี่ นำทางข้าที ”
เมื่อถึงห้องพยาบาลรับยามาทานเสร็จ ตอนนี้ชายหนุ่มกลับมาเป็เกือบปกติแล้ว แต่ความเจ็บก็ยังไม่หายไปเท่าไร
“ แม่นางนางนั้นช่างเอาแต่ใจแล้ว ยังอำมหิตยิ่งนัก ”ซีว่างพูดพร้อมเอามือถูใบหน้าตนเอง
ก่อนจะหันไปทางศิษย์พี่ผู้นำทางว่า “ ศิษย์พี่..ข้าอยากทราบว่านางเป็ผู้ใดเหตุใดนางถึงเอาแต่ใจยิ่งนัก ”
“ นางคือ เยว่ รู่..เหลนสาวของเ้าสำนัก ทางที่ดีพวกเ้าควรอยู่ห่าง ๆนางดีกว่า..นางเอาแต่ใจยิ่งนัก ”
‘ มิน่า..นางถึงกล้าทำอะไรตามใจตน ในสำนักแห่งนี้’ ชายหนุ่มคิดในใจ ‘ อย่าให้ข้ามีโอกาสจริงเชียว เ้าได้เป็ครูของข้าเป็แน่’
“ จะว่านางก็ไม่ถูก...จริงอยู่ที่นางเป็คนโมโหร้าย แต่เป็เพราะข้าผิดต่อนางก่อน” เมื่อได้ยินที่เฟิงอวิ๋นพูด จิ้นเฟิง และจีว่างจึงมองหน้ากัน แล้วทำปากว่า ‘ โมโหร้าย ? ’
ก่อนที่จิ้นเฟิงจะกล่าวว่า“ แบบนี้ไม่เรียกว่าโมโหร้ายแล้วข้าอยากรู้นัก..ว่านางถูกเลี้ยงมาอย่างไร ถึงได้อำมหิตถึงเพียงนี้”
เมื่อพวกตนกำลังจะเดินทางไปที่หอพักของตนเองนั้นก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินมาพร้อมหญิงสาวหน้าคุ้นเคย ชายหนุ่มผู้นี้ตัวสูงใหญ่หน้าตาคมคาย ดูแล้วเหมือนขุนนางผู้ใหญ่ที่ฉลาดผู้หนึ่ง อายุ 16 ย่าง 17
ซีว่างลองใช้พลังสังเกตระดับของชายรูปงามนี้จิตโลกาขั้น 2ด้วยอายุเท่านี้ ถือว่ามีพร์ ส่วนผู้เป็น้องอยู่กำเนิดโลกาขั้น 8 ด้วยวัยเท่านี้ถือว่าระดับสามัญยิ่งนัก
ชายหนุ่มมาพร้อมหญิงสาวนางเดิมเยว่ รู่ ชายหนุ่มเข้ามากล่าวทักทายต่อกลุ่มซีว่าง “ คงจะเป็พวกท่านเป็แน่..ข้าสังเกตจากรอยแดงบนแกล้มของท่าน, ข้าต้องขออภัยแทนน้องสาวข้าด้วย นางยังเด็กนักจึงเอาแต่ใจตนเองมากไปหน่อย , ข้ามีนามว่า เยว่ เทียนเป็พี่ชายของนาง ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยความเป็มิตร
“ เ้าทำอันใด เหตุใดยังไม่กล่าวขอโทษพวกเขา ” เยว่เทียนกล่าววาจาดุน้องสาวของตนเอง พร้อมกับทำสีหน้าในเชิงเตือนต่อน้องสาวของตนเอง
“ เหตุใดข้าต้องขอโทษพวกมัน..พวกมันเป็ฝ่ายล่วงเกินข้าก่อนที่ข้าทำไปยังเล็กน้อยยิ่งนัก ” หญิงสาวพูดไปพร้อม กระทืบเท้าไปตามจังหวะการกล่าวของนาง
“ เท่าที่ข้าได้ยินมา..ใช่ว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ตั่งใจไม่ใช่หรอกหรือ ?, คนไม่ตั้งใจ..เพียงกล่าวขอโทษหรือลงโทษเล็กน้อยก็พอ , เหตุใดเ้าถึงทำตัวไม่น่ารักเช่นนี้ ” ชายหนุ่มผู้นี้มีความเป็ผู้ใหญ่ฉลาด แถมยังหน้าตาดี ต่างจากนิสัยของ หญิงสาวที่เอาแต่ใจเป็เด็กยิ่งนัก
“ เป็ข้าที่ผิดเอง..เพราะข้าสะเพร่าเอง ที่นางทำก็เห็นสมควรแล้ว ”เฟิงอวิ๋นรีบกล่าวบอกต่อผู้เป็พี่ของหญิงสาวในทันที
ซีว่างพลันคิดในใจ ‘ ก็คนที่ตบเป็เ้า..ส่วนคนที่โดนตบเป็ข้า..เ้าลองมาเป็ข้าดูไหม!! ’ ชายหนุ่มผู้ชอบคิดเล็กคิดน้อยดั่งหญิงสาวผู้หนึ่งแอบด่าสบถในใจของตนเอง
“ ข้าไม่ได้บอก..ว่าเ้าไม่ผิด , ข้าเพียงแต่บอกสิ่งที่นางทำลงไปนั้น..มันไม่สมควร” ก่อนที่จะมองไปที่หญิงสาวแล้วกล่าวว่า “ถ้าเ้ายังทำตัวเป็เด็ก..ข้าจะกล่าวต่อท่านพ่อ..ให้พาเ้ากลับไป”เมื่อกล่าวจบท่าทีของหญิงสาวเปลี่ยนไปทันที เดินเข้าไปเขย่าแขนพี่ชายตนเองก่อนจะเอ่ยปากขอร้องต่อผู้เป็พี่
“ อย่านะ..อย่าบอกท่านพ่อนะ , ข้าไม่อยากกลับไป..กลับไปท่านพ่อก็ให้ข้าอยู่แต่ข้างใน..ข้าเบื่อจะตายแล้วที่นั่นน่ะ ” หญิงสาวทำเสียงอ้อนวอนต่อชายหนุ่ม
ซีว่างสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ‘ ข้างใน?ที่นั่น? ’ ชายหนุ่มสงสัยในสิ่งที่เยว่รู่กล่าวออกมา
“ เ้ารีบขอโทษ..พวกเขาเหล่านี้เสีย ก่อนที่ข้าจะเก็บความลับนี้.ไม่อยู่ ”เยว่เทียนกล่าวกดดันน้องสาวตน
หญิงสาวเมื่อโดนขู่ดังนั้นจึงเดินมาข้างหน้าของเหล่าชายหนุ่ม พูดเสียงแข็งว่า “ ข้าขอโทษ ”
“ รู่เอ๋อร์..ข้าสอนให้เ้าขอโทษผู้อื่นเช่นนั้นหรือ ? ” เมื่อเห็นกริยาของน้องสาว เยว่เทียวจึงกดดันให้สาวน้อยกล่าวใหม่อีกครั้ง
“ ข้าขอโทษ ” คราวนี้นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดีกว่าคราวก่อนเมื่อได้ยินหญิงสาวกล่าวเช่นนั้น เฟิงอวิ๋นจึงกล่าวกลับนางตอบ “ เป็ข้าเองที่ผิดทำอะไรไม่รอบคอบ..ทำให้แม่หญิงต้องเสียหน้าหากวันหน้ามีเหตุอันใด้าความช่วยเหลือ..เพียงกล่าวต่อข้า..ข้าจะไม่ผิดคำพูดแม้แต่คำเดียว” เฟิงอวิ๋นพูดให้สัตย์สาบานต่อหญิงสาว
“ ชิ !! ” เยว่รู่เบะปากก่อนจะก้าวกลับมายืนข้างพี่ชายตน
“ ข้าแนะนำตัวไปแล้ว ข้ายังไม่ทราบนามพวกท่านเลย พวกท่านมีนามว่า? ” เยว่เทียนกล่าวออกไปเช่นนั้น เพราะมันอยากจะผูกมิตรกับกลุ่มของซีว่าง
“ ข้าจิ้นเฟิง คนหล่อมาดบุรุษผู้นี้ เฟิงอวิ๋น ” จิ้นเฟิงแนะนำตัวต่อเยว่เทียนและเน้นคำว่า ' มาดบุรุษ ' ชัดถ้อยชัดคำก่อนจะกล่าวต่อว่า “ ส่วนคนแก้มบวมผู้นี้ ... ”
“ ข้าชื่อจิ้นว่าง..เป็พี่ชายของเขา” ชายหนุ่มรีบกล่าวตอบออกไป
เฟิงอวิ๋นแล้ว จิ้นอวิ๋น หันมองซีว่างเป็เชิงถาม แต่ชายหนุ่มยังไม่บอกอะไรพวกตน
“ ที่แท้..ท่านสองคนเป็คนของตระกูลจิ้นข้าไม่เคยเห็นคนตระกูลจิ้นที่มีพร์เช่นนี้มาก่อน ”เยว่เทียนกล่าวขณะที่มองจิ้นเฟิง ก่อนจะโค้งหลังคำนับเล็กน้อย
“ ส่วนท่านตระกูลเฟิง , คงจะเป็บุตรชายของเฟิงเจียว..สหายของท่านปู่เป็แน่, ไม่ทราบว่า..พ่อท่านสบายดีใช่หรือไม่ ? ” ชายหนุ่มกล่าวถามต่อเฟิงอวิ๋น
“ พ่อข้าสบายดี , เป็ท่านรู้จักพ่อข้า..ข้าต้องขอคำนับ..แทนพ่อข้า” ชายหนุ่มพลันโค้งหลังกุมมือเชิงคำคำนับทักทายตอบกลับ
“ พวกข้าพึ่งมาถึง..ยังไม่ได้อาบน้ำกินข้าว พวกข้าขอตัวลาก่อนนะท่าน” ซีว่างรีบกล่าวลาก่อนจะให้ศิษย์ผู้นำทาง เดินนำทางต่อไป
เฟิงอวิ๋นและ จิ้นเฟิง สองหนุ่มผู้หัวไว ต่างรีบเดินตามไปก่อนจะกล่าวอำลาต่อพี่น้องตระกูลเยว่
เมื่อมาถึงห้องของจิ้นเฟิงซีว่างจึงบอกต่อคนนำทางว่าให้ส่งแค่นี้ เดียวตนเดินไปหอรวมเองเมื่อศิษย์พี่เดินจากไปชายหนุ่มรีบปิดห้อง แล้วเข้าไปข้างในทั้ง 3 คน
“ เหตุใดท่านถึงบอกแซ่ปลอมแก่พวกเขา ” จิ้นเฟิงกล่าวถาม ด้วยความสงสัย
“ ข้ามีเื่สงสัยต่อพวกมันสองคน ” ซีว่างตอบก่อนที่มันใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็จังหวะขณะที่มันกำลังใช้ความคิด
“ สงสัยเื่ใด ? ” เฟิงอวิ๋นถามต่อ “ข้าก็เห็นพวกเขาทั้งสอง..ปกติดีไม่เป็มีอะไรผิดสังเกต ”
“ ตอนที่สาวอำมหิตนั้นกล่าวต่อพี่ตนเองว่า ‘ ไม่อยากกลับไปในนั้นหรือที่นั่น ’ มันไม่ผิดสังเกตหรอกหรือ ? ” ซีว่างมองสหายทั้งสองคน
“ ผิดสังเกตอันใด..ข้าไม่เห็นจะเข้าใจ ” จิ้นเฟิงสงสัยในคำตอบของซีว่างจึงกล่าวถามต่อชายหนุ่มเพื่อขอคำตอบ
“ พอข้าลองคิดตามแล้ว..จะว่าไปก็ผิดสังเกตจริงตามเ้ากล่าว , เหตุใดถึงไม่บอกว่าเป็บ้านของตน ถ้านั้นเป็ที่ที่พ่อของตนอยู่ ”
“ นั้นแลที่ข้าสงสัย เหตุใดไม่ใช้คำว่าบ้าน ” ซีว่างกล่าวเสริม
“ ข้าว่าพวกท่านคิดมากไป , นางอาจจะกลัวที่ต้องกลับไปแล้วโดนทำโทษก็เป็ได้ ” จิ้นเฟิงตอบพี่ชายของตน
“ แต่เ้าก็อย่าลืมนะ..ว่าตัวตนข้าเป็ผู้ใด , ยืมแซ่เ้ามาใช้..เ้าคงไม่หวงแซ่เ้าใช่หรือไม่? ” ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริงต่อผู้เป็น้องชายของตนเอง
“ เซี่ยวว่างพูดถูก.. , ตำแหน่งของมันนั้น..เป็ความลับจะดีที่สุด” เฟิงอวิ๋นกล่าวเสริมต่อซีว่าง
“ เอาล่ะ ๆ ข้าเหนื่อยมากแล้ว , ข้ากลับห้องที่ไม่ส่วนตัว..ของข้าก่อนดีกว่า, เจอกันตอนเย็น ” ซีว่างกล่าวต่อ เหล่าสหายของตน
เมื่อซีว่างเดินออกจากห้องไปเฟิงอวิ๋นจึงกล่าวหยอกเย้าต่อสหายตน “ ห้องน้ำข้ายังว่างเช่นเดิมขนหมอนเ้ามาได้ทุกเมื่อ.. ”
ซีว่างยกนิ้วที่อยู่ข้างนิ้วชี้ไปให้สหายของตนเองก่อนจะเดินจากไป
เมื่อมาถึงภายในนั้นเป็เหมือนเตียงของทหาร มีซ้ายขวา ว่างเรียงเป็แนวยาว มีช่องไฟไว้ให้ลูกศิษย์เดินขึ้นไปนอนเพียงเท่านั้นตรงสุดทางเดินมีห้องน้ำที่ดูท่าทางมิค่อยสะอาดอยู่
เมื่อเห็นดังนั้นซีว่างจึงเดินหาเตียงที่ว่างแล้ว ล้มลงนอนสักงีบหลังจากเดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เจอเื่มากมายก่ายกอง
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเอนหลังนั้นก็มีเหล่าศิษย์หลายผู้ ล้อมเตียงชายหนุ่มเอาไว้ “ นี่มันผู้มาใหม่นี่หว่า..เ้าไม่รู้หรอกหรือว่าที่แห่งนี้..ต้องมีการรับขวัญเ้าก่อน..เ้าถึงจะนอนลงไปได้”