ย้อนอดีตกลับมารักเธอ

    ตอนที่14 ขายดีอยู่นะ

    ครูอักษรที่อยู่อีกฟากของถนน มองมายังสองแม่ลูกด้วยความไม่พอใจ แต่เธอไม่อาจทำอย่างไรได้ ก็จริงอย่างที่นักเรียนบอก ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของโรงเรียน เธอไม่มีสิทธิไปสั่งไม่ให้ขาย
    ครูอักษรกระทืบเท้าด้วยความโกรธเคือง เผยรอยยิ้มหยัน ดันแว่นกรอบหนาขึ้นมาเล็กน้อย “ก็ดีอยากขายก็ขายไป แต่เมื่อถึงชั่วโมงฉันเธอโดนเล่นแน่! วิชัย!”
    ไม่แปลกที่ครูจะเจ้าคิดเจ้าแค้นนักเรียน เพราะถึงอย่างไรเธอก็แค่มนุษย์คนหนึ่งย่อมมีอารมณ์เป็นธรรมดา หากบอกว่าครูรักลูกศิษย์ทุกคนมันคงเป็นความคิดที่ผิด...เพราะรักก็ต้องมีเกลียดสิจริงมั้ย
    “คิดจะจัดการกับผมเหรอ? ก็มาสิ” ถึงแม้จะไม่เอ่ยเป็นคำพูด แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้เธอคิดอะไรอยู่ เพราะอดีตที่ผ่านมาเธอนั้นถือเป็นครูที่ใจร้ายพอสมควร บาสส่ายศีรษะหันมาปิ้งต่อ
    กลิ่นหมูปิ้งหอมๆในตอนเช้าเรียกลูกค้าได้อย่างดี นักเรียนโรงเรียนดอนมดมีประมาณ 500 คนเห็นจะได้ บาสจะขายหมดเพียงเวลาไม่นานก็ไม่แปลก แต่นี่เป็นวันแรกทุกคนยังไม่รู้ว่าเขาตั้งร้านหมูปิ้ง จำต้องตะเบ็งเสียงนิดหน่อยเพื่อให้นักเรียนรู้
    มอเตอร์ไซค์โซนิคสีแดงเข้มจอดหน้าประตูโรงเรียน หญิงวัยสามสิบปีเป็นคนขับ เด็กน้อยที่กอดอยู่ด้านหลังค่อยๆลงมาจากเบาะ เด็กน้อยคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เธอคืออร
    “แม่คะ แม่ได้กลิ่นอะไรมั้ย”
    ผู้เป็นแม่ทำจมูกฟุดฟิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ได้กลิ่นสิ ดูเหมือนว่าจะมีใครมาย่างอะไรแถวนี้”ว่าแล้วก็หันไปมองรอบๆ อีกฟากถนนมีควันลอยเวิ่น เด็กน้อยร้องเรียกให้ผู้เป็นแม่หันไปดู
    “แม่คะ ดูเหมือนว่าจะมีร้านอะไรบางอย่างมาตั้งขาย ลองเข้าไปดูมั้ยคะ” น้องอรชวนแม่
    “ได้จ้ะลูก” เธอจอดรถไว้แล้วจูงมือน้องอรข้ามถนน ครูอักษรที่ยืนอยู่จะห้ามก็ห้ามไม่ทัน ทำได้เพียงยืนกระทืบเท้าด้วยความโกรธ
    ทันทีที่น้องอรเห็นว่าเป็นใครกำลังปิ้งหมู เธอก็รีบบึ่งเข้าไปหา “พี่บาส กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ”
    บาสสังเกตเห็นรถเมื่อครู่แล้ว เพราะงั้นจึงไม่แปลกใจที่เห็นน้องอรตรงหน้า “พี่กำลังปิ้งหมู”
    “ว้าว ดูน่าทานจังเลยนะคะ” น้องอรว่างั้น ก่อนจะจับแขนผู้เป็นแม่ “แม่คะ หนูอยากลองหมูปิ้งของพี่บาส”
    “ลูกจะกินเหรอ? ปกติลูกไม่ชอบของมันนี่” เธอมองลูกสาวแปลกๆ ปกติน้องอรไม่ชอบอะไรแบบนี้ แต่วันนี้ร้องเรียกที่จะกินหมูปิ้ง สร้างความแปลกใจให้ไม่น้อย
    “นั่นมันเมื่อก่อน” น้องอรบุ้ยปาก “พี่บาสไม้ละเท่าไหร่คะ”“ไม้ละห้าบาทครับน้องอร” “งั้นน้องอรขอสอง ได้มั้ยคะแม่”“ได้จ้า ขอสองไม้นะ”
    “เข้าใจแล้วครับ” น้องอรเป็นผู้หญิงตัวเล็กไม่แปลกที่จะกินแค่สองไม้ ซึ่งต่างจากเปาที่กินถึงแปดไม้ ก็แน่ละหมอนั่นอ้วนเหมือนหมูนี่นา จะกินจุก็ไม่แปลกหรอก
    “นี่จ้ะน้องอร ค่อยๆกินนะ เดี๋ยวลวกปาก”
    “ถ้างั้นพี่บาสก็เป่าให้อรสิคะ” เด็กน้อยยื่นหมูปิ้งให้เขาเป่า
    บาสกำลังจะรับแต่แม่เธอกลับหยิบฉวยกลับไป “พี่เขากำลังยุ่งอยู่ เดี๋ยวแม่เป่าให้นะ”
    “ขอบคุณค่ะ” น้องอรไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วเพราะเธอยังเป็นเด็ก แต่บาสเข้าใจในการกระทำของแม่เธอดี เธอหวงลูกสาวอย่างเห็นได้ชัด
    แม่หน่อยมองสองแม่ลูกยิ้มๆ เธอไม่คิดอะไรมาก เพียงช่วยลูกชายปิ้งหมูไปเรื่อยๆเท่านั้น
    “อร่อยจังเลยค่ะพี่บาส พี่ทำเองหรือเปล่าคะ” ทันทีที่กัดคำแรกเข้าไป ก็ได้รับคำชมจากน้องอร
    “พี่ทำเองครับ ตั้งแต่แล่เนื้อหมูไปจนถึงหมัก...สุดท้ายก็ปิ้ง ทุกขั้นตอนล้วนเป็นพี่ทำเอง อ้อมีแม่และพี่สาวช่วยด้วยนะ”
    “พี่บาสนี่สุดยอดจริงๆ ยังเรียนอยู่แต่ก็ทำหมูปิ้งเป็นด้วย แล้วนี่พี่จะขายทุกวันหรือเปล่า” เด็กสาวกำลังเลียไม้ซึ่งหมดเนื้อไปแล้ว“พี่จะขายทุกวันครับ”“จริงเหรอ! งั้นอรจะมากินทุกๆวัน เป็นลูกค้าประจำเลยดีมั้ย”
    “ดีสิ!” เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เธอชอบหมูปิ้งถึงขนาดสัญญาว่าจะเป็นลูกค้าประจำ หมูปิ้งที่ขายอร่อยขนาดนั้นเชียว? หรือเพราะเหตุผลอื่นกันนะ
    “เอาล่ะน้องอร แม่ว่าเราเข้าไปโรงเรียนกันดีกว่านะคะ นี่ก็เกือบเจ็ดโมงเช้าแล้วด้วย” ผู้เป็นแม่เร่งเร้า อาจเพราะเห็นสายตาของเด็กหนุ่มที่มองมา มันไม่ใช่สายตาของนักเรียน มันเป็นอะไรที่ไม่สามารถอธิบายได้ สัญชาตญาณของความเป็นแม่บอกให้เธอระวัง
    “ค่ะแม่” กินอีกไม้หนึ่งก็หมดแล้ว “งั้นเดี๋ยวค่อยเจอกันที่สนามเด็กเล่นนะคะ ไปแล้วนะ”
    แม่หน่อยมองสองแม่ลูกจากไป ก่อนจะบิดหูลูกชาย “บาส! ลูกสนิทกับเด็กนั่นได้ยังไง บอกแม่มานะ”
    “โอ้ยๆ ปล่อยบาสก่อนสิครับ” แม่หน่อยปล่อยมือออกจากหู บาสหันมามองด้วยรอยยิ้มเจื่อน “เจอที่สนามเด็กเล่น บาสก็แค่ไปโหนบาร์ เจอน้องอรด้วยความบังเอิญ ทำไมเหรอครับ?”
    “ก็ไม่ยังไงหรอก แต่เด็กนั่นดูเหมือนจะชอบลูกนะ” แม่หน่อยมองลูกชายแปลกๆ “อย่าบอกนะว่าลูกเองก็ชอบ....”
    “ใช่ที่ไหนกันล่ะครับ อายุเราห่างกันเกินไป มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้บาสควรมุ่งเน้นไปเรื่องเรียนและการค้าขาย แม่เองก็รู้เรื่องนี้ดีไม่ใช่เหรอ”
    น้องอรเติบโตไปเป็นหญิงสาวสวยงาม เธอเป็นดาราที่อยู่คนละโลกกับเขา ใช่นั่นคือสิ่งที่รู้แม่หน่อยไม่ได้พูดอะไรอีก เเกเพียงพยักหน้าแล้วปิ้งหมูต่อ เมื่อน้องอรเดินเข้าโรงเรียนไป คุณแม่ของเธอก็ขับรถกลับ ก่อนกลับยังไม่ลืมที่จะหันไปมองร้านขายหมูปิ้ง
    ครู่หนึ่งก็มีนักเรียนเดินออกมาจากหมู่บ้าน คราวนี้เดินมาเป็นกลุ่มก้อน แม่หน่อยรู้จักเด็กเหล่านี้ดี ส่วนบาสจำไม่ค่อยได้เเล้วว่าใครเป็นใคร เพียงทักทายพอเป็นพิธีตามแม่หน่อยเท่านั้น
    “ป้าหน่อยขายหมูปิ้งเหรอคะ” เด็กสาวมัดผมแกะถาม เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของบาส ชื่อว่าตาล เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปี 2
    “ใช่จ้ะ แต่จะบอกว่าหมูปิ้งของป้าก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะคนริเริ่มคือคนนั้น” แกส่งสายตาไปที่เจ้าลูกชาย ตาลที่เห็นแบบนั้นก็ร้องอ๋อ
    “ไม่นึกเลยนะคะเนี่ย ว่าพี่บาสจะปิ้งหมูเป็นด้วย”
    “มันก็ไม่ได้ยากอะไรอยู่เเล้ว ว่าแต่จะลองดูสักไม้มั้ย” เขาถาม
    ลูกหวายที่ยืนอยู่ข้างๆสะกิดตาล เธอเป็นเพื่อนสนิท “นี่ๆ มึงว่ามันจะอร่อยเหรอวะ พี่บาสเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง อาหารที่เขาทำก็คง...”ไม่แปลกที่เธอจะคิดแบบนี้ เพราะเมื่อก่อนบาสเป็นแบบนั้นจริงๆ
    “ถ้างั้นลองสักสองไม้ก็พอเนอะ” หลังจากตกลงกันได้ ตาลก็ซื้อไปสองไม้ สองสาวกินกันคนละไม้
    บาสได้ยินการสนทนาทั้งหมด แต่แกล้งเป็นไม่ได้ยิน เขาไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของพวกเธอ เพราะตัวตนในอดีตเป็นแบบนั้นจริงๆ
    “ไม่น่าเชื่อ ว่าคนที่ไม่ได้เรื่องอย่างพี่บาสจะทำหมูปิ้งอร่อย! อุ๊บ แย่แล้วสิเผลอพูดดังไป” ลูกหวายเอามือปิดปากก่อนจะยิ้มหยี๋ๆให้เขา
    “ฮ่าฮ่า ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะโกรธหรอกน่า เป็นไงใช้ได้เลยมั้ย” “ยิ่งกว่าใช้ได้อีกค่ะ จริงๆลูกหวายก็อยากจะกินอีกไม้นะแต่เดี๋ยวน้ำหนักจะเพิ่ม...” นี่เป็นเพียงคำแก้ตัวของเธอเท่านั้น จริงๆ ลูกหวายเป็นผู้หญิงตัวเล็ก แต่ที่ประหยัดเพราะที่บ้านยากจน ซึ่งต่างจากตาลที่มีพ่อเป็นตำรวจ ฐานะจึงดีกว่า
    “พี่บาสขออีกสองไม้ค่ะ” ตาลเป็นคนใจดี เธอไม่อาจเห็นเพื่อนทนหิวได้จึงยื่นให้อีกไม้ มันเป็นเรื่องปกติสำหรับลูกหวายที่จะได้กินของจากเพื่อนสนิทเด็กสาวสองคนกินเสร็จแล้วก็ไปโรงเรียน พวกเธอยังบอกอีกว่าพรุ่งนี้จะมาอุดหนุนอีก
    แม่หน่อยปาดเหงื่อบนหน้าผาก ถึงแม้อากาศช่วงเช้าจะไม่ร้อน แต่การยืนปิ้งนานๆก็ทำให้ควันขึ้นหน้าฮึบๆ จนบาสต้องเข้ามาเปลี่ยน เพราะเกรงว่าแม่หน่อยจะได้รับควันเยอะเกิน
    “แม่ไปนั่งพักก่อนเถอะครับ ที่เหลือเดี๋ยวบาสจัดการเอง”
    แม่หน่อยพยักหน้าก่อนจะนั่งลงข้างรถไส บาสเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกปวดใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น วิธีขายหมูปิ้งในตอนเช้าถือเป็นการสร้างรายได้เร็วที่สุด ถึงแม้จะเหนื่อยหน่อยแต่มันก็คุ้มกับเงินที่ได้เพียวเวลาไม่นานก็ขายไปสี่สิบไม้ ตอนนี้เหลือเพียงสามสิบไม้เท่านั้น
    “เฮ้ยบาส มึงทำอะไรอยู่วะ” เจ้าอ้วนอี๊ดเดินกอดคอมากับเพลิง ทั้งสองวันนี้ตื่นสายเนื่องจากเมื่อวานเล่นน้ำที่ลำคลองจนดึก
    เพลิงเดินมาที่เตาปิ้ง มองหมูที่กำลังเหลืองแล้วถามว่า “เฮ้ยบาส อย่าบอกนะว่ามึง...ขายหมูปิ้ง?”
    “เออดิ” เขาเอาหมูที่ปิ้งสุกแล้ววางไว้บนถาดเงินที่เตรียมไว้ จากนั้นพูดต่อว่า “มึงคิดว่ากูย่างปลาอยู่หรือไง แล้วทำไมวันนี้ถึงตื่นสายวะ ปกติเห็นเข้าโรงเรียนหกโมง”
    “ไม่มีไรว่ะ แค่เหนื่อยจากการเล่นน้ำเลยตื่นสายเท่านั้น” อี๊ดหยิบหมูขึ้นมาหนึ่งไม้ “มึงทำหมดนี่เองเลยเหรอ?”
    “ใช่ กูทำเอง เอ้อจับแล้วต้องเอานะเว้ย ไม้ละห้าบาท”
    “เฮ้ยจริงดิ!! สุดยอดว่ะมึง แต่สำหรับเพื่อนฝูงขอฟรีไม่ได้เหรอ?” อี๊ดกระพริบตาปริบๆ แต่เมื่อเห็นแม่หน่อยที่นั่งอยู่ต้องเปลี่ยนท่าที “สวัสดีครับป้า ผมเอาไม้นี้นะ”
    “จ้าๆ กินให้อร่อยๆนะ” แม่หน่อยรู้จักอี๊ดดี แกจึงไม่ประหลาดใจกับท่าทางที่แสดงออกของเขา
    “เห็นไอ้อี๊ดกินแล้วกูอยากว่ะ ขอไม้นึงนะ” เพลิงหยิบขึ้นมาหนึ่งไม้ก่อนจะนำเข้าปาก
    ทั้งสองคนนี้ได้เงินมาโรงเรียนวันละ 30 ซึ่งมากกว่าบาสสิบบาท พวกเขาสามารถซื้อหมูปิ้งได้เพียงสองไม้เท่านั้น ที่เหลือก็เอาไว้ซื้อขนมกินตอนเที่ยง
    “เป็นไงวะ ฝีมือกูใช้ได้มั้ย” บาสถามอี๊ดกับเพลิงเคี้ยวสักเล็กน้อยก่อนจะตอบ....