วันเวลาผ่านไป มะลินั้นปวดท้องบ่อยๆ จนพระพรายต้องเป็คนทำงานบ้านแทนแม่เอง เพราะเห็นว่าแม่ปวดท้อง ร่วมถึงทำกับข้าวขายข้าวแกงเองด้วย
“ถ้าเหนื่อยก็ปิดร้านเถอะลูก” มะลิบอกลูกชาย
“มะ มะไม่เหนื่อย” พระพรายยิ้มสดใสให้มะลิเหมือนเดิมในวันที่เธอลุกไม่ขึ้น มะลิเป็มะเร็งในตับ ไม่สามารถรักษาได้ แต่ไม่รู้จะอธิบายลูกชายที่มีความคิดเหมือนเด็ก 10 ขวบยังไง
เช้าวันนี้ก็เช่นเคย พระพราย ตื่นั้แ่ตี 3 มาปลุกแม่ไปตลาดด้วยกัน แต่มะลิลุกไม่ขึ้น เพราะปวดท้องมาก
“ปิดร้านเถอะลูก ไม่ต้องขายหรอกวันนี้นะ” มะลิบอกลูกชาย
“ผะ ผมไปคนเดียวได้ครับ” พระพรายยิ้มสดใส
มะลิไม่เคยให้พระพรายออกไปไหนคนเดียวเลย และอีกอย่างพระพราย ขับรถไม่เป็ มะลิจึงบอกให้ลูกชายนั่งแท็กซี่ไป
พระพรายที่ เก่งเื่ตัวเลขมากเรียกว่าเป็อัจฉริยะก็ว่าได้ เขาคำนวณแล้ว ไปแท็กซี่แพงมาก เขาจึงเลือกที่จะเดินไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อที่จะนั่งรถเมล์ไปตลาด แล้วขากลับค่อยนั่งแท็กซี่กลับ
แต่ด้วยความที่พระพรายผอมเพรียว และเขาสวมเสื้อฮูดแล้วเอาฮูดสวมบนหัวด้วยเพราะไม่อยากสบตาใคร ด้วยความหน้าตาสวยเหมือนผู้หญิงมาก รวมทั้งผิวหน้าขาวเนียนใสตามวัยอายุ 20 ทำให้ชาย 3 คนที่เมามาจากร้านเหล้าข้างทางเข้าใจผิด คิดว่าพระพรายเป็ผู้หญิงที่มายืนรอรถเมล์อยู่ตอนตี 4 จึงได้ฉุดพระพรายเข้าข้างทางหวังจะข่มขื่น แต่โชคดีที่มีคนมาช่วยจับ 3 คนขี้เมานั้นไว้ได้ และแจ้งตำรวจ สายตรวจพาพระพรายมาที่สถานีตำรวจ แต่พระพรายก็เอาแต่ก้มหน้า ตัวสั่นเทา
“โทรหาพ่อแม่สิ” ตำรวจพยายามปลอบใจ พระพรายตั้งสติได้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่ทันที
มะลิ ยังลุกไม่ไหว กลัวว่าถ้าไปช้า พระพรายจะกลัวมาก เลยโทรหาสายฟ้าขอความช่วยเหลือให้ไปอยู่เป็เพื่อนพระพรายที่สถานีตำรวจ
สายฟ้า ก็ไม่ว่างกำลังประชุมอยู่ จึงได้โทรหาวายุ เพราะงานของวายุนั้นออกมาข้างนอกได้ตลอดเวลา เพียงแค่เขาแจ้งว่าออกไปพบลูกค้านักลงทุน เพราะเขาเป็ ผู้จัดการกองทุน
“ผมจะไปดูให้ครับ” วายุรับปากผู้เป็พ่อ
“เอ็นดูน้องหน่อยนะลูก ยุ ก็รู้น้องไม่ค่อยปกติปานนี้คงจะกลัวมาก” สายฟ้าเน้นย้ำกับลูกชาย
เมื่อวายุ มาถึง สถานีตำรวจ พระพรายก็ยังไม่ยอมเงยหน้า พูดกับเขา
“พี่ไง วายุ จำได้ไหม” วายุพยายามใจเย็น คุยกับพระพราย หนุ่มน้อยหน้าใส เงยหน้าช้าๆ มองวายุ
“จะ จะจำได้” พระพรายพยักหน้าเบาๆ
“ป้ามะลิ ปวดท้องลุกไม่ไหว ให้พี่มาแทน” วายุ ค่อยๆ พูดกับพระพราย หนุ่มน้อยพยักหน้า
วายุ หันไปถามตำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีชาย3คน เมาฉุดเด็กคนนี้เขาข้างทางนะครับ เพราะคิดว่าเป็ผู้หญิง แต่มีคนแถวนั้นช่วยไว้ได้ทัน” ตำรวจแจ้งวายุ
“ห๊ะ!!” วายะ อุทานขึ้นมาหันไปมองหน้าพระพรายที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา อย่างพิจารณาเมื่อดูดีๆ แล้ว พระพรายก็หน้าเหมือนผู้หญิงจริงๆนั่นแหละ ถ้าไว้ผมยาวก็คือใช่เลย
“เด็กตัดผมสั้นแบบนี้ ยังคิดว่าเป็ผู้หญิงอีกเหรอครับ คงจะเมาจริงๆ” วายุถามตำรวจอีก
“3 คนนั้นให้การว่า ตอนเจอเด็กคนนี้ เขาเอาฮูดใส่หัวครับ เลยไม่เห็นทรงผม” ตำรวจอธิบายต่อ
วายุ เลยจับฮูดของพระพรายใส่หัวของหนุ่มน้อยหน้าใสลองดู แล้วพิจารณาใหม่
“สวยจริงๆ ด้วย” วายุหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พระพราย ยังก้มหน้าไม่กล้าสบตาใคร
“ผมมาแทนแม่เขานะครับ ต้องทำยังไงบ้างครับ” วายุถามตำรวจ พร้อมกับเขียนข้อความบอกตำรวจว่า พระพรายปัญญาอ่อน เพราะไม่อยากพูดต่อหน้าพระพราย
เมื่อตำรวจ เห็นข้อความที่วายุเขียนก็ยิ่งสงสาร ไม่น่าถึงได้แต่ก้มหน้าตัวสั่นไม่ยอมพูดกับใครเลย
“ผมจะจัดการเื่คดีให้ครับ” ตำรวจรับปากวายุ
“ขอบคุณนะครับ” วายุ ยกมือไหว้ตำรวจ
วายุ พาพระพราย ส่งกลับบ้าน มะลิ ที่นั่งรอลูกชายด้วยความกระวนกระวายใจ แต่ก็ยังกุมท้องตัวเองอยู่
เมื่อวายุก้าวเข้ามาในบ้าน เห็นสภาพของมะลิแล้วจึงเอ่ยถาม
“ไหวไหมครับ ผมจะพาไปส่งโรงพยาบาล” วายุถามขึ้นมาทันที
“ขอบใจมากนะลูกที่ไปช่วยน้องนะ ป้าไม่เป็ไรหรอก กินยาแก้ปวดไปแล้วนะ” มะลิ พยายามฝืนยิ้มให้กับวายุ
“ป้าโทรหาผมได้ตลอดเลยนะครับ” วายุ ถามด้วยความห่วงใยจากใจจริง
“ขอบใจมากจ้ะ” มะลิจับมือวายุ ตบหลังมือเบาๆ
พระพรายวางน้ำ ไว้ตรงหน้าของ วายุ
“ป้าโทรหาผมได้ตลอดจริงๆ นะครับ ผมหมายถึงแบบนั้นจริงๆ ผมเป็ห่วงทั้งสองคนมากนะครับ” วายุ ยังเสนอตัว
“ใจดีจริงๆ เลยลูก” มะลิ ยิ้ม เธอพอรู้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาวายุใจดีกับพระพรายมาก เพราะทั้งคู่นั้นอายุไม่ต่างกันมาก ตอนเด็กๆ วายุเห็นว่าพระพรายไม่ได้ไปเรียนมัธยมเหมือนคนอื่นๆ วายุก็จะมาค้างคืน นอนเป็เพื่อนพระพรายประจำ เพื่อให้พระพรายมีเพื่อนเล่น ในวันเสาร์อาทิตย์
“พระพราย นายอยากหัดขับรถไหม” วายุถามขึ้นมา เขาอยากให้พระพรายขับรถเป็ถ้าหากว่า มะลิป่วยกะทันหันจะได้พาไปหาหมอได้ทันที
“อะ อะ อืม” พระพรายพยักหน้า
“ผมจะจัดการเื่ใบรับรองแพทย์ที่ต้องใช้แนบทำใบขับขี่ให้กับพระพรายเอง และก็เื่หัดขับรถ ป้าไม่ต้องห่วงนะ” วายุ ยิ้มให้มะลิอย่างอ่อนโยน
“ขอบใจมากจ้ะ วายุ ใจดีกับพระพรายมาั้แ่เด็กๆ เลย” มะลิ ยิ้มหวานให้วายุ
“ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” วายุ ยกมือไหว้ ก่อนจะเดินออกจากประตูไป
มะลิ ยิ้มกว้าง มองแผ่นหลังของวายุ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง อย่างที่ใครไม่เข้าใจ
แต่ยังไม่ทันที่พระพรายจะได้ไปหัดขับรถ มะลิล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล สายฟ้ากับอรวรรณมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล
“พี่เป็ยังไงคะ” อรวรรณถามด้วยความเป็ห่วง
“พระพรายออกไปหาน้ำมาให้คุณอาสิลูก” มะลิฝืนยิ้มให้ลูกชาย
พระพรายเดินออกจากห้องคนไข้ไปทันที
“หมอบอกว่าพี่อยู่ได้อีกไม่ถึง 3 เดือนแล้ว” มะลิ พยายามจะเข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่โรคร้ายก็ไม่ปราณีเธอเลย
“ผมจะหาหมอดีๆ มารักษาพี่เอง”สายฟ้า ปลอบใจ
“ไม่มีประโยชน์หรอก” มะลิ ถอนหายใจ
“จะว่าพี่เห็นแก่ตัวก็ได้นะ ตอนนี้ พระพรายก็อายุ 20 ปีแล้ว พี่อยากให้พระพรายแต่งงานจะได้มีคนดูแล ก่อนพี่จะตายนะ” มะลิเอ่ยขึ้นเบาๆ
“พี่จะให้แต่งกับใครคะ” อรวรรณ ตั้งใจฟังคนป่วยพูด
“แต่งกับลูกของอรนะ” มะลิ พูดขึ้นมาเบาๆ
“ห๊ะ ยัยน้ำแต่งงานไปแล้วนะคะ ตอนนี้กำลังท้องอ่อนๆ ด้วยพี่ก็รู้” อรวรรณพูดถึงลูกสาว สายน้ำที่มี อายุ 25 ปีของเธอ
“แต่งกับ วายุ นะ” มะลิเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“ห๊ะ !!!” สายฟ้ากับอรวรรณ อุทานขึ้นมาพร้อมกัน
“วายุเรียนจบมาจากเมืองนอกแล้ว ทำงานได้ปีกว่าแล้ว พี่คิดว่าวายุคงจะดูแลพระพรายได้” มะลิ ตอบน้ำเสียงจริงจัง
“ตายุ คงไม่ยอมแน่ๆ ค่ะ จะให้แต่งกับผู้ชายได้ยังไงคะพี่” อรวรรณ พยายามอธิบายอย่างใจเย็น เพราะในบรรดาลูกๆ ของเธอ วายุหน้าตาดีที่สุด ทำงานเก่งที่สุด และ ตอนนี้ก็รวยที่สุด เป็ที่หมายปองของสาวๆ มากมาย
***ขอบคุณที่แวะมาอ่านเื่นี้จ้า****ฝากกดสติกเกอร์คอมเม้นให้ป้าด้วยจ้าที่รัก***ขอบคุณมากจ้า