ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

เล่มที่ 6 ตอนที่ 175 ห้องพระของท่านย่า

        ตู้หมิงเจวียนพูดอย่างชัดเจนนางคิดเพื่อตนเองและคิดเพื่อผลประโยชน์ของผู้ที่ประมูลได้สูตรไปแล้วจะให้ผู้คนต่อว่าอะไรได้อีก พลันได้แต่คร่ำครวญว่านางคิดได้รอบคอบ เพียงแต่นี่ทำให้แผนการของเฉาหยางไม่อาจไปต่อได้อีกครั้ง

        ดังนั้นแล้วนางจะไม่โมโหได้อย่างไรครั้งแล้วครั้งเล่าที่ถูกตู้หมิงเจวียนดักทาง ความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีของนางไม่ยอมให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ตลอดดังนั้นหลังจบงานประมูล นางจึงตัดสินใจมาหาฮ่องเต้เพื่อขอให้หาทางช่วย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็ถูกฮ่องเต้เอ่ยเลี่ยงเสียแล้ว ทำให้นางรู้ได้ทันทีว่าอย่างไรก็คงต้องยอมรับความพ่ายแพ้อีกครั้ง

        ......

        “เสด็จพ่อกล่าวได้ถูกต้อง เมืองหลวงกว้างใหญ่ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าไม่ไว้หน้าลูก ทว่าก็มีหลายคนที่คิดว่าตนเองเก่งกาจแต่ลูกก็ไม่ให้ความสนใจพวกนางหรอกเพคะ ก็แค่พวกกระจอกไม่กี่คนลูกมีปัญญาจัดการพวกนางอยู่แล้วเพคะ”

        เฉาหยางเชิดหหน้าขึ้นเหมือนไม่ได้รู้สึกว่าที่ตนเองพูดนั้นผิดปกติอะไร จากนั้นนางก็จากไปอย่างเร่งรีบ

        ฮ่องเต้มองตามหลังของนางที่จากบางครั้งเขาก็สงสัยว่าเหตุใดคนที่ใจร้อนวู่วามเช่นเฉาหยางถึงเป็นลูกสาวของหมิ่นเอ๋อร์ได้กัน? หมิ่นเอ๋อร์มีนิสัยอ่อนโยนใจดี ไม่ชอบแก่งแย่งชิงดีกับผู้อื่นเป็นที่สุดแต่นิสัยของเฉาหยางกลับตรงกันข้าม กระทั่งมีบางครั้งที่หัวรุนแรงขอเพียงเป็นสิ่งที่ต้องการ ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา

        วันนี้เฉาหยางไม่ได้รับการสนับสนุนจากเขาไม่รู้ว่าลับหลังจะไปทำอะไรอีกบ้าง

        “ส่งคนไปจับตาดู อย่าให้นางก่อเรื่อง”

        ฮ่องเต้เสวียนหวู่ย่อมไม่ปล่อยให้ลูกสาวของตนต้องลำบากเพราะคนอื่นแต่ในเมื่อการประมูลเพิ่งจบลง หากเฉาหยางก่อเรื่องที่ไม่น่าพอใจในตอนนี้ เขาในฐานะฮ่องเต้ก็ไม่อาจปกป้องนางได้เช่นกัน

        ......

        เมื่อชีเหนียงกลับถึงบ้านก็ค่ำมากแล้วทันทีที่กลับถึงบ้านก็เห็นลั่วจิ่งซีที่กำลังตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

        “พี่ใหญ่ ท่านว่าเหตุใดฮูหยินโหวกับเวยหวู่โหวถึงได้แตกต่างกันถึงเพียงนี้? คนหนึ่งเป็นหญิงสูงวัยที่ใจดีอ่อนโยน แต่อีกคนกลับเป็นตาแก่ชั่วร้าย” ลั่วจิ่งซีนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้แล้วย้อนนึกถึงภาพที่ฉินอี๋ถูกเวินจ้านลากออกไปในใจกลับยิ่งรู้สึกว่าเวินจ้านชั่วร้ายถึงที่สุด

        แม้ว่าลั่วจิ่งเฉินจะไม่ได้พูดอะไรแต่เขากลับไม่คิดว่าคนที่มีสถานะอย่างฉินอี๋จะมาใกล้ชิดกับพวกเขาโดยไม่มีสาเหตุโดยเฉพาะสายตาที่แปลกประหลาดนั้นยิ่งทำให้ลั่วจิ่งเฉินกลับรู้สึกว่าในนี้ต้องมีบางสิ่งที่เขาไม่รู้แน่นอน

        ด้านนอกห้องเยี่ยนรั่วเสวี่ยกลับลังเลไม่รู้ว่าควรเข้าไปดีหรือไม่

        “รั่วเสวี่ย เหตุใดจึงไม่เข้าบ้าน?” เมื่อชีเหนียงกลับถึงบ้านก็เห็นเยี่ยนรั่วเสวี่ยยืนอยู่ด้านนอกห้องด้วยใบหน้าลังเล นางจึงเดินเข้าไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเยี่ยนรั่วเสวี่ย “เด็กคนนี้นี่ วันนี้ฝนตกอากาศเย็นนักจะทำร้ายร่างกายตนเองเช่นนี้ไม่ได้เชียว รีบเข้าห้องเถอะ”

        ชีเหนียงกุมมือนางและพานางเข้าห้องเมื่อสองพี่น้องเห็นชีเหนียงก็รีบลุกขึ้น

        “ท่านแม่!”

        “ท่านแม่”

        “พวกเจ้าสองคนนี่จริงๆ เลย นั่งคุยกันอยู่ในห้อง แต่ปล่อยให้รั่วเสวี่ยอยู่ข้างนอกคนเดียวได้อย่างไรเกิดหนาวจนไม่สบายจะทำอย่างไร?”

        หลานไฉ่เตี๋ยที่เข้าห้องมาพอดีเมื่อได้ยินคำพูดของชีเหนียงก็รีบเข้าไปฟ้อง

        “ชีเหนียง เจ้ากลับมาได้เสียที!” พอเห็นชีเหนียงหลานไฉ่เตี๋ยก็รีบมุดเข้ามา เดิมทีชีเหนียงเข้าวัง หลานไฉ่เตี๋ยคิดจะตามไปด้วยแต่การเข้าวังเป็นเรื่องใหญ่ นิสัยของหลานไฉ่เตี๋ยยังไม่สุขุมพอชีเหนียงย่อมไม่มีทางพาหลานไฉ่เตี๋ยไปด้วย

        ตอนนั้นเด็กสาวคนนี้โมโหนางยกใหญ่แต่วันนี้ได้เจอกลับยังหัวเราะหน้าระรื่น แสดงว่าหายโมโหแล้ว

        “เจ้าไม่รู้เลยว่าหลายวันมานี้ พวกเขาทำเกินเหตุนัก โดยเฉพาะวันนี้!” ฮึ่ม หลานไฉ่เตี๋ยมองสองพี่น้องอย่างได้ใจใครใช้ให้พวกเขาไม่ให้นางออกมาต้อนรับแขกนางได้ยินว่าคนเหล่านั้นเป็นท่านโหวอะไรสักอย่าง บุคคลใหญ่โตเช่นนั้นพวกเขากลับขวางนางไม่ให้พบเจอ นางจะต้องฟ้องชีเหนียงให้ได้

        “วันนี้มีบุคคลใหญ่โตมาที่บ้าน ข้าคิดว่าชีเหนียงไม่อยู่บ้านไม่ว่าอย่างไรก็ควรต้องช่วยต้อนรับแต่พวกเขากลับขังข้าไว้ในห้องไม่อนุญาตให้ข้าออกมาเจอแขก!” หลานไฉ่เตี๋ยถือผ้าเช็ดหน้าและชี้ไปทางลั่วจิ่งซี “โดยเฉพาะเขา บอกว่าข้าจะเพิ่มปัญหา! ชีเหนียงเจ้าพูดสิว่าข้าเพิ่มปัญหาอย่างไร?”

        ลั่วจิ่งซีไม่สนใจหลานไฉ่เตี๋ยที่โวยวายไร้เหตุผล “อย่างเจ้าหรือไม่เพิ่มปัญหา พอได้ยินว่าเจ้าแก่นั่นคือท่านโหว ตาก็เป็นประกายหากข้าไม่ขวางเจ้าไว้ เกรงว่าเจ้าคงอยากตามไปเป็นอนุภรรยาให้เขาแล้วกระมัง?”

        หลังจากรู้จักกับหลานไฉ่เตี๋ยมานานลั่วจิ่งซีเองก็รับรู้ได้ว่านางคือคนที่อยู่ไม่สุข ในใจคิดเพียงอยากไต่เต้าขึ้นที่สูงหากไม่ใช่เพราะท่านแม่เป็นคนพานางมาด้วย ลั่วจิ่งซีไม่มีทางเกรงใจนางเช่นนี้อยู่ดีไม่ว่าดีกลับอยากเป็นอนุภรรยาของคนอื่น ไม่รู้จะว่าอย่างไรดีจริงๆ

        “คนย่อมเดินขึ้นที่สูง น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำข้าอยากมีชีวิตที่ดีแล้วอย่างไร? เจ้าคงไม่เคยมีชีวิตที่ยากลำบากมาก่อนย่อมไม่รู้ว่าการเป็นสตรีนั้นเหนื่อยยากเพียงใด!” หลานไฉ่เตี๋ยไม่ได้รู้สึกว่าการที่ตนเองอยากมีชีวิตที่ดีนั้นผิดอะไรอีกอย่าง นางรูปโฉมงดงาม การพึ่งพาใบหน้าจนมีชีวิตที่ดีนั่นก็ถือว่ามาจากความสามารถของตนเองเช่นกัน แล้วผิดตรงไหน?

        ลั่วจิ่งซีแลบลิ้น “ไม่รู้จักยางอายจริงๆ ยังคิดจะแต่งงานอีก! ข้าจะบอกเจ้าให้เจ้าคิดจะไต่เต้าขึ้นที่สูง ข้าไม่สนใจ เพียงแต่เจ้าห้ามพุ่งเป้ามาที่ครอบครัวข้า! ไม่อย่างนั้น ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”

        อายุของเวยหวู่โหวสามารถเป็นปู่ของหลานไฉ่เตี๋ยได้แล้วนางยังกล้าคิดไม่ซื่อ ลั่วจิ่งซีรู้สึกว่าคนแบบนี้ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเงลย

        หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมดชีเหนียงก็พอเข้าใจว่า วันนี้เวยหวู่โหวก็มาที่บ้านอีกแล้วเพียงแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

        ลั่วจิ่งซีต่อว่าหลานไฉ่เตี๋ยจนทำให้หลานไฉ่เตี๋ยไล่ตามเขาตลอด ชีเหนียงเลิกสนใจพวกเขา เพียงแต่ลากเยี่ยนรั่วเสวี่ยมาถามนางว่าเกิดอะไรขึ้น

        ลั่วจิ่งเฉินก็เริ่มเล่าเรื่อง“เมื่อวานคนข้างกายของเวยหวู่โหวมาหาข้าและบอกว่าเวยหวู่โหวต้องการมาบ้านเราดูท่าทางเหมือนไม่อยากให้ใครรู้ พอวันนี้มาถึงก็หาข้ออ้างไปที่เรือนด้านหลัง…”

        เขาเงยหน้ามองเยี่ยนรั่วเสวี่ยเล็กน้อยจึงเห็นว่านางดูประหม่า

        เยี่ยนรั่วเสวี่ยขบริมฝีปากโดยไม่รู้จะพูดอย่างไรดีวันนี้เวยหวู่โหวนำสิ่งที่ท่านพ่อเคยมอบให้มาให้นาง นั่นก็คือปิ่นที่เคยได้รับตอนพิธีปักปิ่นเพียงแต่ปิ่นนั้นมันเหมือนกับที่อยู่บนศีรษะของนางทุกอย่างเธอถือดูอยู่นานก็ไม่พบว่าแตกต่างกันที่ใด

        เวยหวู่โหวก็เชื่อมั่นในตัวนางและทิ้งของไว้โดยบอกว่าอีกไม่กี่วันค่อยมาหานางใหม่อีกครั้ง

        นางรู้ว่าเวลานั้นนางจะต้องไขความลับของปิ่นปักผมให้ได้ท่านพ่อใช้วิธีซับซ้อนเช่นนี้ ก็เพื่อต้องการให้เวยหวู่โหวปกป้องนางเมื่อนึกถึงว่าท่านพ่อวางแผนการนี้พื่อนางก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์

        “ท่านน้าลั่ว! ข้ารู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์นัก!” เยี่ยนรั่วเสวี่ยล้วงปิ่นปักผมสองด้ามออกมาจากอกเสื้อ “ฝั่งซ้ายคือของขวัญที่ท่านพ่อมอบให้ข้าในพิธีปักปิ่นส่วนทางซ้ายคือของที่เวยหวู่โหวนำมาในวันนี้ บอกว่าเป็นของที่ท่านพ่อให้ไว้กับเขาในนี้มีหลักฐานสำคัญ เพียงแต่วันนี้ข้าดูมาทั้งบ่าย แต่ก็ไม่เห็นว่าในนี้มีกลไกอันใดเลยเจ้าค่ะ”

        -----

คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน