ฉันคิดว่าความโหดร้ายจากงานนั้นคือ ‘ที่สุด’ แล้ว แต่...ในความจริงในยังมีเื่ที่ ‘สุดๆ’ กว่านั้นเยอะ ก็นอกจากฉันจะต้องดูแลโคลด์แล้ว ฉันยังต้องย้ายไปอยู่คอนโดของโคลด์ด้วยน่ะสิ!
โคลด์เองก็ใไม่น้อยกับคำสั่งนั้น ตอนแรกฉันรั้นหัวชนฝาว่ายังไงก็ไม่ยอม แต่...มันก็เป็อย่างที่คุยกับเขาไปแล้วนั่นแหละ คือฉันไม่มีทางเลือก!
ฉันรู้ว่าที่คุณอาพูดก็มีเหตุผล แต่ความปลอดภัยของฉันล่ะใครจะรับรองได้ในเมื่อเ้าของห้องคือโคลด์ โคลด์เองก็รับปากแล้วว่าจะไม่ทำ (รับปากอย่างไม่เต็มใจสักนิด T^T)
และในขณะที่ฉันกำลังเดินไปที่สถานีรถไฟเพื่อกลับบ้าน รถยนต์สีแดงคันหรูก็ขับมาจอดดักหน้าฉันไว้
“ขึ้นมา ฉันจะไปส่ง”
“เซน คือว่า...”
“ขึ้นมา!” เขาข่มขู่ก่อนที่ฉันจะปฏิเสธซะอีก พอโกรธขึ้นมานี่ดุไม่ใช่เล่นๆ เลย T^T
“ไปส่งแค่ที่สถานีรถไฟดีกว่าค่ะ ฉันอยากกลับเอง”
ฉันบอกขณะที่ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด เซนไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่มองฉันและออกรถไปเงียบๆ ฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าเซนไม่ค่อยพอใจที่ฉันตกลงรับปากที่จะทำงานนั้น
แต่ว่า...เขาจะมาไม่พอใจอะไรฉันล่ะ ในเมื่อเราก็ไม่ได้เป็อะไรกันนี่นา!
ที่บ้านของฉัน...
“เซนรอข้างนอกก็ได้นะ ^^ บ้านฉันมันแคบ คุณอาจจะอึดอัด”
ตลอดการเดินทางจากบริษัทมาที่บ้านฉันนี่เป็คำแรกที่ฉันพูด เซนก็ยังคงไม่ตอบอะไรแต่จอดรถริมรั้วหน้าบ้าน เขาก้าวลงจากรถราวกับว่าไม่ได้ยินที่ฉันพูดสักคำเดียว
“เซน!”
“รังเกียจถึงขนาดไม่อยากให้ฉันเข้าบ้านเลยหรือไง –_–”
“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ฉันเกรงใจ ถ้าคุณเขาไป...”
“ถ้าไม่รังเกียจก็หยุดพูดได้แล้ว”
เซนเดินนำเข้าไปในบ้านราวกับว่าเขาเป็เ้าของบ้านซะเอง ให้มันได้อย่างนี้สิ!
“เชอะ! ทนร้อน ทนอึดอัดเวลาอยู่ในบ้านไม่ได้ก็อย่ามาโทษฉันแล้วกัน T^T”
ฉันบ่นอุบอิบก่อนจะเดินตามร่างสูงเข้าไป
“ฉันจะไปก็ของก่อน เซนนั่งรอที่นี่ก็แล้วกัน ^_^”
ฉันบอกพร้อมกับเดินไปในห้องนั่งเล่น คุณพ่อกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่ที่มุมประจำ
“พูดอย่างกับฉันซนมากขนาดนั้นแหละ ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ –_–*”
คนที่ไม่ใช่เด็ก...หันไปไหว้คุณพ่อด้วยความเคารพ ในขณะที่คุณพ่อยังทำท่างงๆ ก็ฉันเคยพาผู้ชายเข้าบ้านที่ไหนล่ะ แล้วอยู่ๆ หนุ่มหล่อขั้นรุนแรงอย่างเซนก็เดินมาพร้อมกันด้วยท่าทางสนิท ไม่แปลกที่ท่านจะมองตาไม่กระพริบ
“พ่อค่ะ นี่เซน ^_^ เพื่อนร่วมงานหนูค่ะ” ฉันบอกคุณพ่อขณะค่อยๆ พยุงท่านลุกจากเก้าอี้ทำงาน “นี่คุณพ่อของฉันค่ะเซน”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เซนไหว้พ่อฉันอีกครั้ง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่เข้าถึงยากอย่างเขาจะให้เกียรติคุณพ่อฉันขนาดนี้ “วันนี้ต้องรบกวนด้วยนะครับ ^^”
“ตามสบายเลยเซน ^_^” คุณพ่อยิ้มให้แล้วนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับเซน “บ้านนี้คับแคบไปหน่อย เธออาจจะต้องทำใจหน่อยนะ”
“แต่ก็น่าอยู่และอบอุ่นนะครับ ทำให้ผมอดคิดถึงบ้านไม่ได้เลย”
เซนยิ้มอบอุ่นและรอยยิ้มนั้นก็ทำให้คุณพ่อต้องยิ้มตามไปด้วย มองภายนอกเซนอาจจะดูเป็คนเ็าไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วเขาก็เป็คนที่อ่อนโยนมากนะ
“เอ่อ...หนูมีเื่สำคัญจะต้องบอกคุณพ่อด้วยนะคะ”
ยังไงฉันก็ต้องพูดเื่นี้ ไม่อย่างนั้นการที่ฉันหิ้วกระเป๋าไปอยู่ข้างนอกคงทำให้คุณพ่อเป็ห่วงมาก
“ใน่หนึ่งเดือน...หนูต้องไปค้างที่อพาร์ตเม้นต์ที่ทางบริษัทหาให้น่ะค่ะ เพราะมีงานด่วน บริษัทนี้เป็บริษัทต้นสังกัดของเซนค่ะพ่อ หนูเพิ่งได้งานใหม่ที่นี่ และค่าแรงมากพอที่จะนำมารักษาอาการป่วยของพ่อได้ หนูก็เลยรับงานโดยไม่ได้บอกพ่อเลย”
“งานหนักถึงกลับมาค้างที่บ้านไม่ได้เลยเหรอลูก...”
คุณพ่อมองฉันด้วยความห่วงใย เพราะท่านรู้ว่าฉันไม่ใช่คนแข็งแรงถึงขั้นสู้กับงานหนักๆ ได้เป็เดือนๆ
“เอ่อ...”
ฉันไม่อยากจะโกหกท่านอีกแล้ว...เซนที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นฉันลำบากใจ เขาจึงเอื้อมมือมากุมมือฉันที่วางอยู่บนตักเป็การบอกให้หยุดพูด
“พอดีว่าบริษัทของเรากำลังจะมีโครงการใหญ่ แล้วที่ปรึกษาบริษัทของเรา้าผู้ช่วยที่สามารถทำงานกับเราได้ตลอดเวลา”
“...”
“แล้วพอดีไอรีนนะมีความสามารถตรงกับที่เรา้า เธอเลยได้งานนี้...แต่คุณพ่อไม่ต้องห่วงเื่ความปลอดภัยหรอกครับ ทางบริษัทจะดูแลเป็อย่างดี และผมเองก็จะช่วยดูแลเธออีกแรง ถ้าคุณพ่อมีเื่เร่งด่วนหรือติดต่อไอรีนไม่ได้ ก็โทรหาผมได้ตามนามบัตรนี้นะครับ”
เขาหยิบนามบัตรเล็กๆ ส่งให้คุณพ่อ
“ถ้าเซนรับปากอย่างนี้ฉันก็สบานใจแล้ว ^^ ยังไงพ่อก็ฝากไอรีนด้วยนะ เห็นยัยตัวเล็กสู้คนอย่างนี้ จริงๆ แล้วเป็คนที่ร่างกายอ่อนแอมาก ฉันถึงไม่อยากให้ลูกสาวฉันต้องทำงานหนัก”
“วางใจเถอะครับคุณพ่อ ผมจะดูแลเธอเอง” เซนพูดพร้อมกับกระชับมือที่กุมฉันไว้ ฉันจึงหันไปมองเขาและเขาก็มอบรอยยิ้มอ่อนโยนให้ฉัน
แต่...ั์ตาแพรวพราวนั่นหมายความว่ายังไงกันยะ!
“งั้นหนูไปเก็บของก่อนนะคะ ต้องเริ่มงานพรุ่งนี้แล้ว” ฉันดึงมือออกจากมือเซน
“ไปเถอะลูก เดี๋ยวเซนจะรอนาน...”
ฉันกำลังจะขึ้นไปเก็บของที่ห้องส่วนตัว แต่พอก้าวออกมาจากห้องนั่งเล่นก็เจอกับเอรินที่กำลังดักรออยู่ก่อนแล้ว
ฉันแกล้งทำเป็ไม่สนใจ แต่ยัยนี่ก็คว้าแขนฉันเอาไว้
“คุณเซนเขามาที่นี่ทำไม เขาเกี่ยวข้องกับผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอด้วยงั้นเหรอ –_–”
“ฉันได้งานพิเศษทำในบริษัท LDXN”
“เฮ้! O_O เธอโชคดีขนาดนั้นเลยเหรอ แนะนำฉันให้เขารู้จักด้วยดิ”
“ฉันจะขึ้นไปเก็บของแล้ว –_– ให้เขารอนานๆ คงไม่ดีหรอก”
“เธอจงใจกีดกันฉันหรือไงถึงได้ท่ามากนักน่ะหา?!”
“ฉันไม่ได้จะกีดกันใคร แต่ฉันกับเซนไม่ได้สนิทกันถึงขนาดนั้น แล้วที่เขามารอรับวันนี้เพราะเห็นว่าฉันเดินทางลำบาก”
“ฉันไม่เชื่อ...มองตาก็รู้แล้วว่าเขาคิดยังไงกับเธอ”
“อย่ามาพูดบ้าๆ นะเอริน! ถ้าเซนมาได้ยินจะคิดยังไง อย่าทำให้ฉันลำบากใจและที่ฉันต้องเปลี่ยนงานก็เพราะเธอ!”
ฉันคาดหวังอะไรกับยัยนี่ไม่ได้หรอก เป็พี่น้องกันก็แค่ในนาม...แค่เอรินไม่มาทำให้ฉันต้องวุ่นวายไปมากกว่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
คอนโด...
“เครียดอยู่หรือเปล่า”
เซนเอ่ยถาม ขณะที่เรากำลังเดินตรงไปที่ห้อง 1310
“เครียดมากๆ เลยล่ะ T^T”
ก็ทุกครั้งที่ฉันกับโคลด์เจอกันเคยมีเื่ดีๆ เกิดขึ้นซะที่ไหนล่ะ –_–
“ก็สมควรจะเครียดอยู่หรอก แต่...เส้นการควบคุมอารมณ์ของไอ้โคลด์น่ะจะขาดง่ายๆ เวลามันเมา โอเคว่าเวลาปกติมันก็ดูดุร้ายและใจร้อน แต่ถ้าไม่ดื่มเหล้า เธอยังพอจะคุยกับมันเื่นะ”
“ (._.) ”
“ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันจะปกป้องเธอเอง...ถ้าฉันยังอยู่ข้างๆ เธออย่างนี้ไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอก ต่อให้เป็ไอ้โคลด์ก็เถอะนะ”
ปิ๊ง ป๊อง!
เซนกดออดหน้าห้องและยืนเป็เพื่อนฉัน เซนสบตากับโคลด์นิ่งๆ
“ฉันพาไอรีนมาส่ง ฝากดูแลเธอด้วย”
เซนเดินนำเขาไปในห้องแถมยังจูงมือฉันให้เดินตามเข้าไปด้วย
“แกควรบอกยัยนั่นให้ดูแลฉันมากกว่านะ...มาส่งแล้วก็กลับไปสิ!” โคลด์ท่าทางอารมณ์เสียง่ายเหลือเกิน
“ถ้ามีอะไรก็โทรหาฉันนะ”
เซนดึงมือถือฉันไปเมมเบอร์ของตัวเองลงไปและลองกดโทรออกเป็การแลกเบอร์กัน ไม่สนเลยว่ามีสายตาของใครอีกคนที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
“หวังว่า...แกคงจำคำพูดของคุณเคนได้นะโคลด์” เขาบอกโคลด์ “ถ้าเป็ลูกผู้ชายมากพอก็อย่าทำอะไรที่ผู้หญิงเขาไม่เต็มใจอีก –_–”
เซนยีผมฉันเบาๆ จากนั่นเซนก็เดินออกจากห้องแล้วปิดประตูไว้
“ดีนี่...บริษัทจ้างเธอมาดูแลฉัน แต่กลับไปไหนมาไหนกับผู้ชายอีกคน ถ้าอยากอยู่กับไอ้เซนมันนัก...ทำไมไม่บอกคุณเคนไปเลยล่ะ หึ! ฉันเต็มใจยกเธอให้มันอยู่แล้ว!”
เขาพูดเสร็จก็กลับไปนั่งที่โซฟา นี่สินะคือสิ่งที่ฉันต้องเจอตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนนับจากนี้เป็ต้นไป!