ตอนที4
เมื่อฟางหรงเดินเข้ามาในจวนหลังจากที่ไปสำรวจตลาด สายตาสอดส่องมองออกไปทางด้านสวนดอกไม้ขนาดเล็ก เขาได้ยินเสียงหญิงสาวคุยหยอกล้อกับสาวใช้อย่างสนุกสนานแล้วก็เห็นว่านางนั่งเพลิดเพลินอยู่กับการปลูกดอกไม้ ด้วยความนึกหมั่นไส้ที่เห็นว่าอารมณ์ดีเสียเหลือเกินจึงเดินเข้าไปหาเื่สักหน่อย
“ท่าทางเ้าจะมีความสุขมากเลยนะ และถ้าหากเ้าจะอยู่ที่นี่อย่างสุขสบายคงจะผิดหวัง เนื่องด้วยตัวข้าเองมีอาชีพเป็แค่พ่อค้าธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าเ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อเ้าก็ต้องช่วยข้าทำงานหาเงิน”
คำพูดประชดประชันมีแววข่มขู่อย่างชัดเจนจ้องมองใบหน้างามนั้นอยู่นานอย่างนึกลืมตัว
“ได้ข้าจะทำงาน แล้วงานที่ท่านจะให้ข้าทำนั้นคืองานอะไร”
ชายหนุ่มนึกคิดอยู่นานก่อนที่จะคิดอะไรออก
ที่ตลาด
“นายท่านจะให้นายหญิงยืนขายพุทราเชื่อมจริงๆ เหรอขอรับ”
บ่าวรับใช้ที่ยืนกับเ้านายหนุ่มแอบดูนายหญิงยืนตากแดดขายพุทราเชื่อม บ่าวรับใช้รู้ว่าเ้านายตน้าจะแกล้งนางแต่ก็ไม่คิดว่าจะแกล้งขนาดนี้ ลูกคุณหนูที่อยู่สุขสบายต้องมาทำงานที่ไม่เหมาะสมคิดแล้วก็อดสงสารนางไม่ได้
“ทำไม นี่ข้าพูดเล่นอย่างนั้นหรอกเหรอ” ฟางหรงมองบ่าวรับใช้ตาขวางที่คอยจะขัดเขาเสียทุกเื่
“ก็กิจการท่านที่พึ่งซื้อมาตั้งมากมายแต่ทำไมไม่ให้นายหญิงเข้าไปดูแลแต่กลับให้นายหญิงมาขายพุทราเชื่อม ร้อนก็ร้อนท่านไม่สงสารนายหญิงบ้างเหรอขอรับ”
“ถ้าเ้าสงสาร เ้าก็ไปขายแทนนางแล้วกันดีไหม” ฟางหรงใช้สายตาดุหลินปอที่รู้สึกจะขัดเขาเสียเหลือเกิน ตกลงแล้วใครเป็เ้านายกันแน่เขาหรือนาง
“เอ่อ..ไม่ดีนะขอรับ” หลินปอทำหน้าจ๋อยไม่กล้าสู้หน้าเ้านายขืนพูดแทนนายหญิงอีกมีหวังตนอาจจะต้องไปยืนตากแดดแทนนางเป็แน่
“งั้นก็อย่าพูดมาก ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ”
“ขอรับนายท่าน”
ฟางหรงแค่้าทดสอบนางว่าจะมีความอดทนได้มากแค่ไหน และอีกอย่างจะให้นางอยู่สุขสบายก็ไม่ใช่เื่ต้องให้นางทำงานบ้าง แต่งานนี้อาจจะดูโหดร้ายกับนางเสียหน่อยก็แค่้าฝึกความอดทนให้นางและ้าอยากรู้ว่านางจะแน่แค่ไหนกันเชียว
ทางด้านคุณหนูซินอี๋กับหลิงเอ๋อที่ยืนนิ่งอยู่มองหน้ากันสลับไปมาและมองคนเดินผ่านไปผ่านมาไม่รู้จะเริ่มต้นขายยังไงดี
“คุณหนูท่านจะยืนขายอย่างนี้จริงเหรอให้บ่าวเป็คนทำเถอะ คุณหนูไปนั่งเถอะเ้าค่ะ ร้อนจะแย่อยู่แล้ว เหงื่อท่านเต็มหน้าแล้วเนี่ย”
“ไม่เป็ไรแค่นี้ข้าสบายมาก พุทราเชื่อมจ้า พุทราเชื่อมไหมจ๊ะ”
นางเมื่อคิดว่าถ้าอยู่นิ่งคงขายไม่ได้แน่ จึงฮึดใช้ความกล้าร้องเรียกคนซื้อด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มให้คนเดินผ่านไปผ่านมา และมีแต่คนมองด้วยที่ว่านางนั้นงามเกินกว่าจะมาขายแบบนี้ โดยเฉพาะผู้ชายต่างจ้องตากันเป็มัน แล้วหันมาอุดหนุนนาง จนนางสามารถขายได้หลายไม้ในชั่วพริบตาเดียวก็ใกล้จะหมด
“นายหญิงขายดีมากเลยนะขอรับ” หลินปอที่แอบมองอยู่พูดชมฝีมือการขายของครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จโดยไม่คาดคิดของนายสาว
แต่มีชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆที่กำหมัดแน่น ด้วยที่ว่าเห็นชายอื่นมามองหญิงสาวของตน สายตาพวกนั้นต่างแทะโลมนางทำให้เขาโกรธจัดอยากจะกระชากนางกลับบ้านเสียเต็มทน
และแล้วก็ได้มีชาย3 คน เดินผ่านมาเห็นนางเข้าก็เกิดอยากจะแทะโลมนางด้วยที่ว่าไม่เคยพบเห็นคนที่ขายพุทราเชื่อมงามเหลือเกินมองแล้วเพลิดเพลินตา
“น้องสาว....ถ้าข้าเหมาหมดนี่เ้าจะไปอยู่เป็เพื่อนข้ากินจนหมดได้เหรอไม่”
ซินอี๋เห็นท่าไม่ดีอยากจะเดินหนีแต่ก็โดนขวางไว้สาวใช้เห็นดังนั้นก็รีบไปขวางเพื่อไม่ให้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาประชิดตัวเ้านายได้
“หยุดนะถอยออกไปจากตัวคุณหนูเดี๋ยวนี้” เสียงนางดุมีพลังจ้องมองชายพวกนั้นตาเขม็ง
แต่พวกนั้นกลับไม่กลัว ยังล้อนางเล่นอีก “คุณหนูรึ คุณหนูอะไรกันมาขายของแถมขายพุทราเชื่อม ขายแบบนี้จะรวยได้ยังไง มาเป็เมียข้าดีกว่าได้เยอะกว่าขายพุทราเสียอีก”
พูดแล้วก็หัวเราะชอบใจ ชายใน 3 คนพูดจาแทะโลมนางอย่างถือวิสาสะจะจับแก้มนางต่อ แต่นางก็ปัดมือนั้นออก
“คุณหนูข้าเป็คุณหนูจริงๆนะ พวกเ้าอย่ามายุ่ง” สาวรับใช้ยังคงต่อเถียงกับชาย 3 คนอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ดูท่าทางสาวรับใช้จะแพ้ด้วยที่ว่าชายคนนั้นเริ่มที่จะใช้กำลังกับนาง โดยการจับแขนนางเต็มแรง
“ไปให้พ้น”
ชายคนหนึ่งที่ตัวอ้วนกว่า2 คนได้จับสาวใช้ผลักไปอีกทาง ไม่สนใจไยดีนางว่าจะเป็หญิงด้วยที่ว่าไม่พอใจที่มาขวางทางความสุขของพวกตน
“หลิงเอ๋อ หลิงเอ๋อ เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
นางร้องเรียกสาวใช้และจะวิ่งไปหาก็โดนมือหนาคว้าแขนไว้
“จะไปไหนเหรอแม่นางคนสวยข้ายังไม่ได้ซื้อพุทราเ้าเลย”
“ข้าไม่ขาย ปล่อยข้านะ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”
นางพยายามสะบัดมือใหญ่ให้หลุดแต่ดูเหมือนแรงนางจะน้อยนิด นางมีความกลัวและเรียกชาวบ้านแถวนั้นให้ช่วยแต่กลับไม่มีใครกล้าจะเข้ามายุ่งด้วยที่ว่า ชายพวกนั้น ชี้หน้าหาเื่ แค่ชาวบ้านเห็นหน้าโหดพวกนั้นก็หยุดก้าวเดินที่จะมาช่วย ทำให้นางทุกข์ใจไม่รู้จะหลุดพ้นจากตรงนี้ได้ยังไง
ระหว่างที่พวกมันจะล่วงเกินนางโดยไม่สนใจคนมุงต่อว่าต่างๆนานา แล้วชาวบ้านก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยด้วยที่ว่าเกรงกลัวนักเลงพวกนี้ ใครไปหาเื่พวกนี้มักจะโดนสั่งสอนเจ็บตัวกลับมาก็เลยไม่มีใครกล้ายุ่งได้แต่ยืนมองดู แต่แล้วก็ได้มีฝ่าเท้าไร้เงามาจากไหนไม่รู้ มาเตะถีบพวกมันล้มคนละทิศคนละทาง
“ใครทำข้า ไหนใครทำข้า”
หัวหน้าในกลุ่มนั้นร้องเรียกโวยวายหาคนที่ทำร้ายโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อเห็นคนที่ทำร้ายก็ลุกขึ้นหวังปรี่จะเข้าไปเตะต่อยคืน แต่หารู้ไม่ฝ่าาาเร็วแรงกว่าแรงมือ ชายคนนั้นกลับกระเด็นไปอีกรอบ ชาวบ้านได้แต่ยืนสมน้ำหน้าดูเหตุการณ์นั้นที่มีคนกล้าทำร้ายพวกชายเลวๆพวกนี้แล้ว
“ถ้าไม่อยากตายไสหัวไปซะ” นี่คือคำขาดจากชายหนุ่มรูปร่างงามแต่แฝงด้วยแววตาดุร้ายที่จ้องมองชายพวกนั้น
ชาย 3 คนด้วยความที่สู้ไม่ได้ก็เลยถอยหนี แต่ก็ได้กล่าววาจาว่าจะกลับมาเอาคืนแน่
“เ้าเป็ยังไงบ้าง” น้ำเสียงเรียบเฉยมองหน้าภรรยาของตนที่ดูจะตื่นกลัวไม่ใช่น้อย
“ข้าไม่เป็ไร” แม้ปากบอกไม่เป็ไร แต่ตัวนางนั้นสั่นเทิ้มไปทั้งตัว มีสาวใช้คอยกอดดูแลทำให้นางรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
เมื่อถึงจวนทั้งสาวใช้และเ้านายสาวก็ได้ยืนคอตกมองไปยังชายหนุ่มที่ทำหน้านิ่งเรียบแต่สายตาจ้องมองนาง เหมือนกับว่านางทำอะไรผิด
“วันแรกก็เกิดเื่เลยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางมองหน้าคนที่หาเื่ใส่ตัว แม้ว่าไม่ใช่เป็นางที่เริ่มก่อน แต่เพราะใบหน้านางดันนำพาความซวยมาให้ ถ้าเขาไม่ยืนแอบดูก็คงถึงคราวซวยของนาง
“นายท่าน เื่นี้คุณหนูข้าไม่ได้เป็คนผิดนะเ้าคะ ผู้ชายพวกนั้นมากกว่าที่มาล่วงเกินคุณหนูข้า”
ซินอี๋สะกิดห้ามปรามสาวใช้ ก่อนที่นางจะเอ่ยกล่าวผิดที่ตนเองเป็ต้นเหตุ
“ข้าเป็ฝ่ายผิดเองที่ทำให้กิจการค้าขายวันแรกล้มไม่เป็ท่า ข้ายอมรับผิด”
“อือ..รู้ตัวก็ดี เอาเป็ว่าวันนี้พอแค่นี้คืนนี้ก็ลองคิดดูว่าเ้าจะขายอะไร ข้าจะให้เ้าเป็ฝ่ายเลือกเอง”
สาวใช้นางดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เ้านายหนุ่มทำกับเ้านายสาวเหมือนว่านางเป็แค่คนรับใช้ทั้งที่นางเป็ภรรยาและควรให้เกียรตินางมากกว่านี้
“ข้าไม่เข้าใจคุณหนูเลย ทำไมต้องยอมด้วยละเ้าคะ ท่านเถียงบ้างก็ได้” เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องสาวใช้ก็บ่นทันที ที่คุณหนูทำเป็ไม่โกรธทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดของนาง
“ตอนนี้ข้ามาอาศัยบ้านเขาอยู่ ข้าต้องทำงานแลกกับการมีที่พัก เ้าก็ไม่ต้องเป็ห่วงข้ามากหรอก ข้าคิดว่าข้าเอาตัวรอดได้ และต่อไปข้าต้องไม่อ่อนแอแล้ว ไม่งั้นข้าก็อยู่เป็คนไม่รอดแน่”
เมื่อนางไตร่ตรองรอบคอบแล้วว่านางไม่ควรจะมาอ่อนแอให้สาวใช้ต้องมาปกป้อง เพราะที่นี่ถ้านางไม่อดทนไม่แข็งแกร่งก็อยู่ไม่ได้นั่นคือโลกแห่งความเป็จริง
“โธ่....คุณหนูข้าสงสารคุณหนูนี่เ้าคะ มีอะไรที่คุณหนูหนักใจก็ระบายออกมาให้ข้าฟังบ้างนะ เผื่อข้าจะเป็ที่ระบายของท่านได้”
“ขอบใจที่เ้าสงสารข้า แต่เื่นี้ข้าต้องอดทน เมื่อข้าเลือกไม่ได้ ไหนๆ ก็ออกเรือนกับเขาแล้ว ข้าก็ต้องทำงานไม่ว่าเขาจะทำงานอะไรข้าก็ต้องทำแบบนั้น”
สาวรับใช้ได้แต่แอบสงสารเ้านายสาวอยู่ในใจแม้ไม่สามารถช่วยอะไรนางได้แต่แค่อยู่ข้างๆ นางก็ยังดี
ตอนเช้าซินอี๋ตื่นขึ้นมา ทำธุระเสร็จก็ได้เดินไปบอกสามีของนางสิ่งที่้าจะขายนางคิดเมื่อคืนอยู่นาน และต่อไปก็จะเป็สิ่งที่ท้าทายชีวิตของนาง
“เ้าคิดดีแล้วใช่ไหมว่าเ้าจะขายอะไร”
“ข้าคิดดีแล้ว สิ่งที่ข้าอยากขายและข้าพอจะมีความรู้อยู่บ้างก็คือ ข้าอยากเปิดโรงเตี๊ยม”
น้ำชาที่สามีนางพึ่งดื่มเข้าไปเกือบจะพุ่งออกมาคืน เมื่อสิ่งที่นางบอกนั้นมันใหญ่มาก การเปิดโรงเตี๊ยมต้องมีคนมีฝีมือในการทำอาหารแถมต้องทำบัญชีต้องรู้เื่ราวอีกมากมายภายในร้าน
“ นี่เ้าคิดดีแล้วใช่เหรอไม่”
“ข้าคิดดีแล้ว”
สาวรับใช้เกือบจะหลุดขำ เมื่อได้ยินสิ่งที่เ้านายสาวจะทำทั้งที่นางไม่เคยทำมาก่อนแต่เื่ทำอาหารนางยอมรับว่าเ้านายสาวทำได้อร่อยมาก
เ้านายของนางเื่ทำอาหารไม่เป็รองใคร แต่นางเลือกที่จะเปิดโรงเตี๊ยมเลยซึ่งมันใหญ่มาก แล้วนางจะเริ่มตรงไหนล่ะนางไม่มีประสบการณ์ปวดหัวกับเ้านายสาวเมื่อคิดไม่ออกว่าจะเริ่มยังไง
“นี่เ้า...ข้าไม่เห็นด้วยที่เ้าจะเปิดโรงเตี๊ยม” ฟางหรงมองหน้าอย่างนึกขุ่นเคือง
“ทำไมกัน ไหนท่านบอกข้าว่าให้ข้าเปิดร้านอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอแล้วทำไมท่านมาขัดข้า”
“เ้าก็มักใหญ่ใฝ่สูงเกินไป แล้วที่บอกว่าจะเปิดไม่รู้ว่าเ้าจะทำได้เหรอไม่ เ้ามีประสบการณ์รึ แล้วถ้าทำขาดทุนล่ะใครจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ลงทุนไป”
“ถึงข้าไม่มีประสบการณ์ แต่ข้าคิดว่าเมื่อข้าได้เปิดร้าน ข้าก็จะมีประสบการณ์ทันที”
ฟางหรงถึงขั้นกุมขมับ เพราะเขาก็ทำไม่เป็เหมือนกันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง แม่นางตัวดีก็เล่นจัดใหญ่เชียว
“ว่าไงล่ะท่านจะเปิดให้ไหมที่ข้าเสนอ”
“งั้นเอาอย่างนี้ เ้าไปทำอาหารมาให้ข้ากิน 3 วันนี้ถ้าเ้าทำอาหารได้อร่อยแล้วข้าจะพิจารณาอีกทีว่าจะให้เ้าเปิดได้หรือไม่”
เมื่ออยู่ในสวน “คุณหนูท่านคิดดีแล้วเหรอ ที่ท่านจะเปิดโรงเตี๊ยมนั่นมันใหญ่มากเลยนะ ท่านก็ยังไม่มีประสบการณ์เหมือนอย่างที่นายท่านพูด”
“ตกลงแล้วเ้าอยู่ข้างข้าหรือเ้าอยู่ข้างเขา”
“ข้าก็อยู่ข้างคุณหนูสิเ้าคะ”
“งั้นก็เชื่อใจข้าแล้วกัน”
ระหว่างที่สองสาวคุยกันอยู่ในสวน บ่าวรับใช้ของฟางหรงก็เดินเข้ามาหา
“นายหญิง....นายท่านให้ท่านไปจ่ายตลาดเพื่อทำอาหารเย็นนี้ นี่เป็เงินที่ไปซื้อของขอรับ”
บ่าวรับใช้ยื่นถุงเงินให้ หลิงเอ๋อเข้าไปรับไว้
“งั้นก็ออกไปจ่ายตลาดกันเถอะหลิงเอ๋อ”
นางลุกขึ้นพรวดเมื่อคิดที่จะทำอาหารให้สามีเป็การตัดสินชะตาว่านางจะขายได้ไหม นางคิดว่าจะต้องทำสุดฝีมือเพื่อที่จะได้เปิดโรงเตี๊ยมตามใจปรารถนาของนางและกับข้าวที่นางจะทำต้องเลิศรสให้ชายหนุ่มติดใจ
“เ้าค่ะ”
เมื่อเป็คำสั่งและสามีก็ได้ให้เงินไปซื้อของแล้วนางกับสาวใช้ก็ได้พากันไปยังตลาดเพื่อหาของมาทำอาหารให้คนที่ไม่รู้ว่าฝีมือนางนั้นสุดยอดเพียงใด
ตอนเย็นหลังจากฟางหรงกลับมาจากข้างนอกมาเหนื่อยๆ
“นายท่านอาหารเย็นเสร็จแล้ว ยกขึ้นโต๊ะเลยไหมเ้าคะ”
“ก็ดี ข้าก็หิวแล้ว”
อาหารมีทั้งหมด 5 อย่าง ถูกวางไว้บนโต๊ะ ฟางหรงที่เห็นถึงกับกลืนน้ำลายกลิ่นหอมยั่วมาก ไม่ต่างอะไรกับบ่าวรับใช้อีก 2 คนที่กลืนน้ำลายรอ
ซินอี๋กับสาวใช้ถึงกับกลั้นขำ ด้วยท่าทางนายบ่าวไม่ต่างกัน
“นี่เ้าทำเองรึ”
“เ้าค่ะ”
“อร่อยหรือเปล่าก็ยังไม่รู้แค่ดูภายนอกใช่ว่าจะตัดสินแล้ว” ชายหนุ่มพูดกระแหนหญิงสาวไว้แล้ว ด้วยที่ว่ายังไม่เชื่อจากสิ่งที่เห็น
“งั้นท่านลองชิมเถอะว่าจะอร่อยถูกปากท่านหรือไม่”
ฟางหรงหยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วจัดการสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเมื่ออาหารเข้าปากแค่นั้นแหละ รอยยิ้มปรากฏที่หน้าทันทีด้วยที่ว่าอร่อยไม่แพ้อาหารในวังที่เคยกิน ไม่คิดเลยว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้านั้นทำอาหารอร่อยใช่ย่อย
“อร่อยใช่ไหมเ้าคะ” หญิงสาวยิ้มออกมาจ้องมองคนที่นั่งยิ้มคนเดียวเพราะนางรู้ว่าฝีมือของนางไม่เคยพลาด
“ก็พอกินได้นะ” ชายหนุ่มไม่กล้ายอมรับว่านางมีฝีมือทำอาหาร ด้วยที่ว่าไม่อยากจะแพ้นางก็เลยทำหน้านิ่งเรียบเหมือนอย่างเคย
ซินอี๋ได้แต่กลั้นยิ้มที่คนตรงหน้าไม่ยอมรับว่านางทำอาหารอร่อย ด้วยที่ว่าตอนอยู่ที่จวนนางต้องทำอะไรเองหลายอย่างคนรับใช้ไม่มีใครยอมทำให้ นางจึงได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ระหว่างที่ฟางหรงยืนมองดูดวงดาวอยู่หน้าห้องตัวเอง และด้วยความที่ว่าอยากจะไปหาภรรยาของตน เมื่อคิดถึงใบหน้างามนั้นและการที่ได้ัันางในคืนนั้นเขายังคงไม่ลืม ลืมได้ไงกลิ่นตัวนางหอมขนาดนั้น ลีลาครั้งแรกของนางก็เร่าร้อนแค่คิดก็ขนลุกพลางสุขใจ เมื่อคิดว่านางเป็ภรรยาแล้วนี่ ถ้าสามีอย่างเขาจะเข้าห้องนางก็ไม่ผิด เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ก้าวขาจะไปยังห้องของนางที่อยู่ไม่ไกลกันด้วยใจที่เป็สุขแต่แล้วก็ต้องสะดุดชะงัก
“นายท่านจะไปไหนขอรับ” คนที่ขัดจังหวะคือบ่าวรับใช้คนสนิทนามว่าหลินปอ ที่ยังไม่นอนเมื่อเขามองเห็นว่าเ้านายหนุ่มยืนอยู่หน้าห้องอยู่นานและใบหน้ายิ้มแย้มผิดปกติ
“ข้าจะ...จะไปห้องซินอี๋” ฟางหรงพูดตามตรง แม้ว่าพูดไม่เต็มปากนัก
“แล้วนายท่านจะไปทำไมขอรับ”
“นี่หลินปอ....ข้ากับนางเป็อะไรกัน” ฟางหรงถึงขั้นอารมณ์เสียที่มีคนมาขัดจังหวะความสุขของเขา
“ท่านกับนางเป็สามีภรรยากันขอรับ แต่ท่านบอกว่าเป็แค่ในนามไม่ใช่เหรอขอรับ ท่านบอกข้าว่าท่านจะไม่แตะต้องนางแล้วนี่” หลินปอจำประโยคที่นายท่านพูดกับตนได้ทำให้เขาสามารถพูดมันออกมาได้เต็มปาก
“เ้า....”
ฟางหรงแยกเขี้ยวใส่บ่าวรับใช้ที่พูดมาก พลางจ้องตาเขม็งชี้นิ้วไปยังบ่าวรับใช้ด้วยความโกรธ ก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้าห้องตัวเองอย่างนึกอารมณ์เสีย ใช่เขายอมรับว่าพูดจริงแต่นั่นคำพูดนั้นก็ไม่ได้พูดจริงจังสักหน่อย
“ข้าผิดอะไร” บ่าวรับใช้ยืนงงเกาหัวแกร็กๆ
ทางด้านซินอี๋นั้น ในความนึกคิดของนางยังมีภาพชายหนุ่มที่เคยัันางอยู่ในความนึกคิดเสมอยามจะนอน กลางคืนที่นางนอนอยู่คนเดียวในห้อง ภาพชายหนุ่มก็จะปรากฏตัวขึ้น ทำให้นางนอนไม่หลับด้วยร่างกายที่ร้อนรุ่มยากจะอธิบายได้ แต่เมื่อนึกคิดถึงคำพูด ภรรยาแค่ในนามเท่านั้นห้ามคิดอะไร นางก็ได้แต่พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา