บทนำ
หญิงสาวในป่าร้าง
กลางดึกคืนหนึ่งแสงพระจันทร์ส่องสว่างทั่วป่าร้างช่วยให้ค่ำคืนนี้ไม่มืดมนจนเกินไป อิงฟ้าที่กำลังเดินตามหญิงสาวเข้าไปในป่าจึงคลายความกังวลลงได้บ้าง เมื่อสองสาวเดินเข้ามาได้สักระยะหนึ่งหญิงในชุดเดรสสีแดงก็หยุดลงใกล้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เธอคนนั้นเดินวนไปวนมาอยู่สักพัก ก้มมองพื้นดินอย่างครุ่นคิดแล้วจึงพยักหน้ากับตัวเองพลางชี้มือไปยังตำแหน่งที่เธอ้าเพื่อให้เธออีกคนช่วยเหลือ
อิงฟ้ามองพื้นดินบริเวณนั้นแล้วถอนหายใจ
“ถ้าฉันช่วยต่อไปนี้เธอต้องหยุดตามฉันนะ”
เมื่อผู้ขอความช่วยเหลือพยักหน้าเป็เชิงรับข้อตกลง อิงฟ้าจึงใช้พลั่วที่เตรียมมาด้วยขุดเอาดินส่วนนั้นออก เมื่อดินที่ปกคลุมอยู่ค่อย ๆ ถูกขุดออกไป สิ่งที่อยู่ใต้พื้นดินจึงปรากฏขึ้นมาอย่างช้า ๆ
กึก!
อิงฟ้าหยุดขุดดินเมื่อมั่นใจแล้วว่าพบเจอสิ่งที่ตามหา เธอสวมถุงมือป้องกันก่อนจะก้มลงไปแกะเชือกที่มัดปากกระสอบทรายใบใหญ่นั้น ไม่กล้าเปิดปากกระสอบออกจนหมดเมื่อเห็นกระจุกผมสีดำโผล่พ้นออกมา ด้วยขนาดของกระสอบและกลิ่นเน่าเหม็น ทำให้รู้ได้ว่าภายในมีอะไรถูกยัดไว้อยู่อย่างน่าสงสาร
“ศพของเธอหรือ” อิงฟ้าหันไปขอคำยืนยันจากผู้นำทาง เธอทำใจไว้บ้างแล้วว่าอาจต้องเจอกับเื่พวกนี้จึงไม่ได้แปลกใจมาก เพียงแต่เธอแอบหวังว่ามันจะไม่ใช่เื่ที่เธอคิดไว้
“ใช่...”
ิญญาสาวยืนยันคำตอบทั้งน้ำตา เธอยืนร้องไห้มองดูศพของตัวเองที่ถูกยัดเอาไว้ในกระสอบทรายราวกับเป็สัตว์ ิญญาตนนี้ถูกฆ่าตายและนำมาฝังทิ้งไว้ในป่าโดยไม่มีใครรู้ โชคดีที่เธอเจออิงฟ้า...
ผ่านไปครู่ใหญ่อิงฟ้าเอ่ยกับิญญาสาวอีกครั้ง “ฉันโทรแจ้งตำรวจแล้วนะ อีกสักพักพวกเขาคงมาถึง ฉันต้องรีบกลับแล้ว เธออยู่รอที่นี่อย่าตามฉันมาอีก”
แม้อิงฟ้าจะสงสารที่ต้องทิ้งผีสาวไว้ แต่ถ้าตัวเธออยู่ด้วยคงไม่พ้นกลายเป็ผู้ต้องสงสัยเสียเอง ด้วยไม่มีใครเชื่อว่าเธอสามารถมองเห็นิญญาได้เป็แน่
“ขอบคุณนะ”
“อือ ลาก่อนนะ”
อิงฟ้าก้มลงแกะซิมใหม่ที่ใช้โทรแจ้งตำรวจเมื่อครู่ออกจากโทรศัพท์เครื่องหรูแล้วโยนทิ้งไว้ ก่อนจะเดินออกไปยังทางเดิมที่เข้ามาโดยไม่หันกลับมามองสาวชุดเดรสสีแดงอีกเลย
เวลาหลังจากนั้นไม่นาน ณ โรงแรมหรูกลางกรุงเทพแห่งหนึ่ง ชั้นดาดฟ้าถูกจัดให้เป็ร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์โบฮีเมียน ระเบียงทั้งหมดปกคลุมไปด้วยดอกไม้เลื้อยนานาพันธุ กลิ่นหอมของมันช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้ผู้คนภายในร้านได้เป็อย่างดี ถ้าไม่ติดว่ามีใบหน้าเหงาปนเศร้าของชายหนุ่มรูปงามอยู่ตรงโซนบาร์เสียก่อน
ครืด...ครืด...
เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวช่วยให้ชายรูปงามหลุดออกจากภวังค์ นิ้วเรียวราวกับผู้หญิงกดรับสายอย่างกระตือรือร้นเมื่อเห็นว่าผู้ที่โทรมาเป็ใคร เรียวปากสวยได้รูปตอบรับปลายสายเป็เชิงว่าจะรีบตามไปแล้วกดวางสายลง ดวงตากลมชั้นเดียวมองบาร์เทนเดอร์เป็เชิงรู้กันว่ากำลังจะไปแล้ว
“วันนี้ไม่รอเจอหรือครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มพยักพเยิดไปทางโซฟาว่างสองตัวตรงมุมระเบียงดาดฟ้า เป็มุมเดียวกับที่หนุ่มหน้าตี๋ ทรงพระเอกเกาหลีคนหล่อเพิ่งจะละสายตามาก่อนรับโทรศัพท์ เขารู้ว่าตะวันมักมาอยู่ร้านทุกวันเพื่อแอบมองมุมนั้นเงียบ ๆ
บางวันเจอ บางวันไม่เจอ ซึ่งถ้าวันไหนเจอ บาร์เทนเดอร์คนสนิทจะเห็นว่าวันนั้นมักจะเป็วันที่พิเศษของตะวัน
“ไม่ล่ะ ต้องไปแล้ว” ใจจริงเขาอยากอยู่ต่อ แต่ปลายสายที่โทรมาเร่งให้รีบไปโดยเร็วจึงจำใจต้องละจากตรงนี้ ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าถึงอยู่ต่อวันนี้อาจเสียเที่ยวอยู่ดี ใช่ว่านางฟ้าจะออกมาให้เขาเจอทุกวันเสียหน่อย
ตะวันโบกมือลาบาร์เทนเดอร์แล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นจอดรถของโรงแรม ยืนรอเพียงไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาสวนชายหนุ่มพอดี ด้วยเพราะประตูลิฟต์ปิดลงอัตโนมัติและหญิงสาวเดินออกไปโดยไม่ได้หันกลับมา เธอจึงพลาดเห็นรอยยิ้มดีใจบนใบหน้าของคนแอบรอ เสียงทุ้มพูดกับตัวเองคนเดียวอยู่ในลิฟต์
“อย่างน้อยก็ไม่เสียเที่ยว”