ความสุขสมที่เกิดขึ้นภายในเรือนริมน้ำและห้องอักษรอาจเพียงพอสำหรับบุรุษทั่วไป แต่สำหรับ เฝิงซือเฉิง คหบดีผู้มักใหญ่ใฝ่สูง การแอบซ่อนกินในที่ลับนั้นเป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เขา้า ไป๋ลู่ และ เฝิงหลิน อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยไม่มีเงาของ หลี่เจี๋ย มาคอยขวางหูขวางตาอีกต่อไป
ใน่สัปดาห์ที่ผ่านมา เฝิงซือเฉิงได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวไป๋ลู่และเฝิงหลิน ทั้งสองคนเริ่มแสดงออกถึงความปรารถนาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน พวกนางก็ยังคงต้องแสดงบทบาทเป็ภรรยาและลูกสาวที่ดีต่อหน้าหลี่เจี๋ย สถานการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและอยากจะเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุด
ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด เฝิงซือเฉิงนั่งจ้องมองกระดานหมากรุกที่วางค้างไว้ แสงเทียนสลัวขับเน้นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเขาให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ตรงข้ามเขาคือ ปู่เหวิน ที่ปรึกษาผู้รู้ใจที่กำลังจดบันทึกบางอย่างลงในสมุดเล่มหนา
ปู่เหวินเป็คนที่เฝิงซือเฉิงไว้วางใจมากที่สุด ชายชราผู้นี้เคยรับใช้พ่อของเฝิงซือเฉิงมาก่อน และได้ช่วยเหลือเขาในการจัดการธุรกิจต่างๆ มาตลอด ความซื่อสัตย์และความเฉลียวฉลาดของปู่เหวินทำให้เขากลายเป็เสมือนเงาของเฝิงซือเฉิง คอยช่วยวางแผนและดำเนินการในสิ่งที่้าความลับ
"หลี่เจี๋ยเป็คนดี... แต่เขาอ่อนแอเกินไปสำหรับตระกูลเฝิง" เฝิงซือเฉิงเอ่ยขึ้นพลางเลื่อนขุนบนกระดาน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเ็า "การที่เขาอยู่คฤหาสน์แห่งนี้ นอกจากจะไม่ได้ช่วยงานข้าแล้ว ยังเป็อุปสรรคต่อ 'ความสุข' ของข้าและเมียของเขาเองด้วย"
เฝิงซือเฉิงหยุดพูดชั่วครู่ แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความปรารถนา "ข้าเห็นแล้วว่าไป๋ลู่และเฝิงหลิน้าข้ามากเพียงใด แต่พวกนางยังคงต้องอยู่ในกรอบของศีลธรรมและความเหมาะสม หากไม่มีหลี่เจี๋ย พวกนางจะได้เป็ตัวของตัวเองอย่างแท้จริง"
ปู่เหวินเงยหน้าขึ้น แววตาใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงไฟ ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาแสดงออกถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "นายท่านวางแผนจะจัดการอย่างไรครับ? หากขับไล่ออกไปตรงๆ อาจจะดูไม่งามในสายตาชาวบ้าน และอาจทำให้เกิดข่าวลือที่ไม่ดีต่อชื่อเสียงของตระกูล"
เฝิงซือเฉิงยกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและความชั่วร้าย "ข้าไม่ได้จะขับไล่เขา... แต่ข้าจะ 'ส่งเสริม' เขา" เขาหยุดพูดแล้วหยิบจดหมายฉบับหนึ่งจากลิ้นชัก "ข้ามีกิจการค้าไม้ที่ชายแดนทางเหนือที่กำลังมีปัญหา โรงเลื่อยที่นั่น้าคนดูแล ข้าจะส่งเขาไปดูแลที่นั่นสักปีสองปี ให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะทายาทตระกูลเฝิง"
ปู่เหวินพยักหน้าด้วยความเข้าใจ "แผนการที่ชาญฉลาดครับ นายท่าน ชายแดนทางเหนือนั้นห่างไกลและอันตราย การเดินทางไปกลับใช้เวลานาน หากหลี่เจี๋ยไปแล้ว เขาคงไม่สามารถกลับมาเยี่ยมบ้านได้บ่อยนัก"
"ถูกต้องแล้ว" เฝิงซือเฉิงเอ่ยด้วยความพอใจ "และในระหว่างที่เขาไม่อยู่ ข้าจะได้ 'ดูแล' ไป๋ลู่และเฝิงหลินอย่างใกล้ชิด พวกนางจะได้เรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร และเมื่อเวลาผ่านไป พวกนางจะลืมหลี่เจี๋ยไปเอง"
ปู่เหวินจดบันทึกรายละเอียดต่างๆ ลงในสมุด "ข้าจะจัดเตรียมเอกสารและจดหมายแนะนำให้หลี่เจี๋ยนำไปด้วยครับ และจะติดต่อกับผู้จัดการโรงเลื่อยให้รับรู้ล่วงหน้าด้วย"
"ดีมาก" เฝิงซือเฉิงลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนที่มืดมิด "และอีกสิ่งหนึ่ง... จัดให้มีงานมากๆ ที่โรงเลื่อย ให้หลี่เจี๋ยไม่มีเวลาคิดถึงบ้าน ยิ่งเขาเหนื่อยล้า เขาก็จะยิ่งไม่อยากกลับมา"
ในวันต่อๆ มา เฝิงซือเฉิงเริ่มปูทางสำหรับแผนการของเขา เขาเริ่มพูดคุยกับหลี่เจี๋ยเื่ความรับผิดชอบและการเป็ผู้ใหญ่ โดยค่อยๆ หว่านเมล็ดพันธุ์ความคิดว่าการออกไปทำงานภายนอกจะเป็ประโยชน์ต่อการเติบโตของเขา
ในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มใกล้ชิดกับไป๋ลู่และเฝิงหลินมากขึ้น โดยใช้ข้ออ้างว่า้าให้พวกนางช่วยดูแลงานบ้านในขณะที่หลี่เจี๋ยไม่อยู่ การปฏิสัมพันธ์เหล่านี้ทำให้ทั้งสองคนเริ่มคุ้นเคยกับการอยู่ใกล้ชิดเขามากขึ้น
เฝิงซือเฉิงยังได้จัดการให้มีข่าวลือเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับปัญหาที่โรงเลื่อยชายแดน เพื่อให้ดูเหมือนว่าการส่งหลี่เจี๋ยไปนั้นเป็ความจำเป็เร่งด่วน ไม่ใช่แผนการที่วางไว้ล่วงหน้า
เช้าวันต่อมา เฝิงซือเฉิงเรียกหลี่เจี๋ยเข้ามาพบในห้องโถงใหญ่ โดยมีไป๋ลู่และเฝิงหลินยืนคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกาย บรรยากาศในห้องดูเป็ทางการและสำคัญ หลี่เจี๋ยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเองเดินเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อม สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความเคารพและความพร้อมที่จะรับฟังคำสั่ง
"หลี่เจี๋ย ข้าเห็นว่าเ้าโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ถึงเวลาที่เ้าต้องเรียนรู้งานหนักเสียที" เฝิงซือเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเปี่ยมไปด้วยความเมตตา แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจโต้แย้งได้ "ข้าจะให้เ้าไปคุมโรงเลื่อยที่เมืองชายแดน ที่นั่นงานหนักและอันตราย แต่ถ้าเ้าทำสำเร็จ เ้าจะเป็ที่ยอมรับของทุกคน และจะได้รับมรดกที่สมควรแก่ตำแหน่ง"
เฝิงซือเฉิงหยุดพูดชั่วครู่ แล้วเดินเข้าไปใกล้หลี่เจี๋ยมากขึ้น "นี่ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็โอกาสทองที่ข้ามอบให้ ที่ชายแดนนั้นมีธุรกิจมากมายรอให้คนเก่งไปพัฒนา หากเ้าสามารถจัดการโรงเลื่อยให้เจริญรุ่งเรืองได้ เ้าจะกลายเป็คนสำคัญในตระกูลเฝิง"
หลี่เจี๋ยมีสีหน้าใและกังวล เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องออกจากบ้านไปไกลขนาดนี้ เขามองไปทางไป๋ลู่ด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ ความรักและความผูกพันที่มีต่อภรรยาทำให้เขาไม่อยากจากไป "แต่ท่านพ่อ... ข้าเพิ่งแต่งงานกับไป๋ลู่ได้ไม่นาน ข้าไม่อยากทิ้งเธอไปไกลขนาดนั้น และเฝิงหลินก็ยังเป็เด็ก เธอ้าพี่ชายคอยดูแล"
เฝิงซือเฉิงเห็นความลังเลในสายตาของลูกเลี้ยง เขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์โดยใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เด็ดขาดมากขึ้น "หลี่เจี๋ย เ้าคิดว่าการเป็ผู้ชายที่ดีคือการอยู่แต่ในบ้านเฝ้าภรรยาหรือ? ผู้ชายที่แท้จริงต้องออกไปสร้างชื่อเสียงและความมั่งคั่งให้กับครอบครัว ไป๋ลู่เธอจะภูมิใจในตัวเ้ามากกว่านี้หากเ้าประสบความสำเร็จ"
เขาเดินไปหยิบเอกสารจากโต๊ะมาให้หลี่เจี๋ยดู "ดูสิ นี่คือรายงานผลกำไรของโรงเลื่อยในปีที่แล้ว หากเ้าสามารถเพิ่มผลผลิตได้อีกเพียงร้อยละยี่สิบ เ้าจะได้รับส่วนแบ่งกำไรที่มากพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่ให้ไป๋ลู่ได้"
หลี่เจี๋ยมองเอกสารด้วยความสนใจ แต่ยังคงลังเล "แต่ท่านพ่อ... ข้าไม่มีประสบการณ์ในการจัดการธุรกิจขนาดใหญ่ ข้ากลัวว่าจะทำพลาดและทำให้ตระกูลเสียหาย"
เฝิงซือเฉิงหัวเราะเบาๆ พลางลูบไหล่ลูกเลี้ยง "เ้าไม่ต้องห่วงเื่นั้น ข้าจะส่งปู่เหวินไปช่วยเ้าใน่แรก และจะมีผู้จัดการเก่าคอยแนะนำ เ้าแค่ต้องเรียนรู้และใช้ความสามารถของตัวเอง" เขาหยุดพูดแล้วมองหลี่เจี๋ยตรงๆ "และเื่ไป๋ลู่และเฝิงหลิน ข้าจะดูแลพวกนางอย่างดีที่สุดในฐานะพ่อและหัวหน้าครอบครัว เ้าไปสร้างอนาคตเถิด เมื่อเ้ากลับมา เ้าจะได้เป็ใหญ่ในตระกูลเฝิงอย่างเต็มภาคภูมิ"
ไป๋ลู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้ในใจจะรู้สึกวูบไหวและไม่อยากให้สามีไปไกล แต่เมื่อสบตากับเฝิงซือเฉิงที่ส่งสัญญาณบางอย่างมา เธอเข้าใจทันทีว่าการต่อต้านจะไม่เป็ผลดี เธอจำต้องเอ่ยปากสนับสนุนด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ฟังดูจริงใจ "ท่านพี่... นี่เป็โอกาสดีที่ท่านพ่อมอบให้ ท่านควรจะไปพิสูจน์ตัวเองนะคะ ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่กับหลินเอ๋อร์ และจะดูแลบ้านให้ดีที่สุด"
เฝิงหลินที่ยืนเงียบๆ อยู่ข้างหลังก็เอ่ยเสริม "พี่ชายคะ หลินก็อยากให้พี่ชายได้ออกไปเห็นโลกกว้าง ที่นี่มีท่านพ่อและพี่สะใภ้ดูแล หลินจะไม่เป็อะไรหรอกค่ะ"
เมื่อเห็นว่าทุกคนในครอบครัวต่างสนับสนุน หลี่เจี๋ยจึงไม่สามารถหาเหตุผลมาปฏิเสธได้อีก เขาจำต้องยอมรับคำสั่งด้วยความจำนน "ครับท่านพ่อ หากท่านเห็นว่าข้าควรไป ข้าจะไปครับ แต่ขอให้ท่านดูแลไป๋ลู่และเฝิงหลินให้ดีด้วยนะครับ"
เฝิงซือเฉิงยิ้มด้วยความพอใจ "ดีมาก หลี่เจี๋ย นี่แหละคือลูกชายที่ข้าภูมิใจ เ้าเตรียมตัวได้เลย จะออกเดินทางในอีกสามวัน"
หลังจากที่หลี่เจี๋ยยอมรับคำสั่งแล้ว เฝิงซือเฉิงก็เริ่มดำเนินการขั้นต่อไปทันที เขาจัดงานเลี้ยงส่งลูกเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่ เชิญแขกคนสำคัญในเมืองมาร่วมงาน แต่ในความจริงมันคือการเฉลิมฉลองชัยชนะของเขาเอง การที่ทุกคนมาร่วมงานและให้การสนับสนุนทำให้หลี่เจี๋ยไม่สามารถเปลี่ยนใจได้อีก
ในระหว่างงานเลี้ยง เฝิงซือเฉิงได้พูดคุยกับแขกผู้มีเกียรติเกี่ยวกับความภาคภูมิใจที่มีต่อลูกเลี้ยง และการที่เขาเต็มใจส่งหลี่เจี๋ยไปรับผิดชอบงานสำคัญ คำพูดเหล่านี้ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าการไปของหลี่เจี๋ยเป็เื่ดี และเป็การแสดงออกถึงความไว้วางใจของหัวหน้าครอบครัว
ไป๋ลู่และเฝิงหลินต้องแสดงบทบาทเป็ภรรยาและน้องสาวที่เศร้าโศกแต่เข้าใจในหน้าที่ พวกนางยิ้มและพูดจาอย่างสุภาพกับแขก แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความตื่นเต้นลับๆ เมื่อคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่หลี่เจี๋ยไปแล้ว
ในวันก่อนออกเดินทาง เฝิงซือเฉิงได้จัดการรายละเอียดต่างๆ อย่างพิถีพิถัน เขาให้ปู่เหวินเตรียมเงินทุนและเอกสารสำคัญ รวมทั้งจดหมายแนะนำไปยังเ้าหน้าที่ท้องถิ่นและพ่อค้าคนสำคัญในเมืองชายแดน
"จำไว้ให้ดี หลี่เจี๋ย" เฝิงซือเฉิงกล่าวขณะมอบกระเป๋าเอกสารให้ "เ้าไปแทนตระกูลเฝิง ต้องทำให้เกียรติและรักษาชื่อเสียงของเราไว้ให้ได้ อย่าให้ใครดูถูกว่าลูกของข้าไม่มีความสามารถ"
หลี่เจี๋ยรับกระเป๋าด้วยความระมัดระวัง "ครับท่านพ่อ ข้าจะทำให้ดีที่สุด และจะส่งจดหมายกลับมาบ่อยๆ เพื่อรายงานความคืบหน้า"
"ดีมาก" เฝิงซือเฉิงพยักหน้าด้วยความพอใจ "แต่อย่าเพิ่งรีบกลับมานะ ให้ทำงานจนกว่าจะมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าไม่อยากให้เ้ากลับมาแล้วต้องไปใหม่อีกรอบ"
ในคืนสุดท้ายก่อนที่หลี่เจี๋ยจะออกเดินทาง บรรยากาศในคฤหาสน์ดูเศร้าโศกและเงียบเหงา หลี่เจี๋ยใช้เวลาส่วนใหญ่กับไป๋ลู่ พูดคุยและให้คำมั่นสัญญาต่างๆ เขาบอกกับเธอว่าจะกลับมาโดยเร็วที่สุด และจะนำความสำเร็จมาให้ครอบครัว
เฝิงซือเฉิงสังเกตเห็นความใกล้ชิดระหว่างสามีภรรยาคู่นี้ และรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เขาก็อดทนได้ เพราะรู้ว่านี่จะเป็คืนสุดท้ายที่เขาต้องเห็นภาพแบบนี้
เมื่อเวลาผ่านไปจนดึก เฝิงซือเฉิงได้จัดการให้หลี่เจี๋ยดื่มสุราจนเมามาย โดยอ้างว่าเป็การเลี้ยงส่งและเป็การให้กำลังใจ เขาเทสุราให้หลี่เจี๋ยดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า จนในที่สุดหลี่เจี๋ยก็หลับสนิทไปบนเตียง
เมื่อมั่นใจว่าหลี่เจี๋ยหลับลึกแล้ว เฝิงซือเฉิงจึงแอบเข้าไปในห้องนอน เขาประคองไป๋ลู่ออกมาที่ระเบียงทางเดินที่มืดมิด แสงจันทร์ส่องผ่านใบไผ่ทำให้เงาของทั้งคู่ดูลึกลับและน่าหลงใหล
"เ้าเห็นไหมไป๋ลู่... ข้าจัดการทุกอย่างเพื่อเรา" เฝิงซือเฉิงกระซิบพลางดึงร่างบางเข้ามากอด ความรู้สึกที่เขาเก็บกดมานานหลายเดือนเริ่มปะทุขึ้นมา "ต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครมาขัดจังหวะความสุขของเราอีก เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างเสรี"
ไป๋ลู่ซบลงบนอกของเขา ความรู้สึกผิดต่อสามีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหลงใหลในอำนาจและความมั่นคงที่เฝิงซือเฉิงมอบให้ "ท่านพ่อ... ท่านช่างร้ายกาจนนัก แต่ข้าก็ไม่อาจปฏิเสธท่านได้เลย ข้ารู้ว่าสิ่งที่เราทำนั้นผิด แต่ข้าก็ไม่อยากหยุด"
เฝิงซือเฉิงยกมือลูบแก้มของเธอเบาๆ "ไม่มีอะไรผิดหรอก ไป๋ลู่ ความรักที่แท้จริงไม่สามารถถูกกฎเกณฑ์มาจำกัดได้ เ้าและข้าเป็ของกันและกัน นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด"
ในขณะเดียวกัน เฝิงหลินที่แอบดูอยู่จากมุมมืดก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ทวีคูณ เธอเห็นการกอดกันของพ่อเลี้ยงและพี่สะใภ้ และรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าเมื่อพี่ชายไปแล้ว เธอและพี่สะใภ้จะกลายเป็ "นกในกรงทอง" ของพ่อเลี้ยงอย่างสมบูรณ์ และเธอก็พร้อมที่จะยอมรับชะตากรรมนั้นด้วยความเต็มใจ
เฝิงหลินก้าวออกจากเงามืด "ท่านพ่อคะ... หลินก็อยากได้ความรักจากท่านเหมือนพี่สะใภ้บ้างค่ะ"
เฝิงซือเฉิงหันไปมองลูกสาวด้วยรอยยิ้ม เขาเปิดแขนอีกข้างหนึ่งเพื่อรับเฝิงหลินเข้ามา "แน่นอน หลินเอ๋อร์ เ้าก็เป็ลูกสาวของข้า ข้าจะรักและดูแลเ้าเช่นเดียวกัน"
ทั้งสามคนยืนกอดกันใต้แสงจันทร์ ภาพนี้ดูอบอุ่นและสวยงาม แต่ก็แฝงไปด้วยความผิดศีลธรรมที่ลึกซึ้ง
แผนการของเฝิงซือเฉิงไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เขายังมี "บทเรียน" อีกมากมายที่เตรียมไว้สำหรับไป๋ลู่และเฝิงหลิน เพื่อให้พวกนางลืมเลือนโลกภายนอกและมีชีวิตอยู่เพื่อปรนนิบัติเขาเพียงผู้เดียว
เขาวางแผนจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันของทั้งสองคน ให้พวกนางใช้เวลาส่วนใหญ่กับเขา เขาจะสอนให้พวกนางเรียนรู้ศิลปะการปรนนิบัติ การนวดและการดูแลร่างกาย เพื่อให้พวกนางกลายเป็ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบในสายตาของเขา
นอกจากนี้ เขายังวางแผนจะจำกัดการติดต่อกับโลกภายนอก โดยค่อยๆ ลดจำนวนแขกที่มาเยือน และหาข้ออ้างไม่ให้ไป๋ลู่และเฝิงหลินออกไปข้างนอกบ่อยเกินไป เขา้าให้คฤหาสน์แห่งนี้กลายเป็โลกเล็กๆ ที่มีเพียงเขาและผู้หญิงสองคนที่เขารัก
ส่วนเื่หลี่เจี๋ย เฝิงซือเฉิงได้วางแผนไว้อย่างรอบคอบแล้ว เขาจะให้ปู่เหวินไปช่วยใน่แรกเพื่อให้หลี่เจี๋ยปรับตัวได้ แต่หลังจากนั้นจะค่อยๆ ถอนการสนับสนุน และให้หลี่เจี๋ยต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เพียงลำพัง
เขาคาดหวังว่าหลี่เจี๋ยจะเหนื่อยล้าและท้อแท้จากงานที่หนักหน่วง และในที่สุดจะยอมอยู่ที่ชายแดนไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดจะกลับมาบ้าน หรือหากกลับมา ก็จะเป็เพียงการมาเยี่ยมสั้นๆ เท่านั้น
เมื่อแผนการทั้งหมดสำเร็จลุล่วง เฝิงซือเฉิงจะได้ไป๋ลู่และเฝิงหลินอย่างสมบูรณ์ พวกนางจะเป็ของเขาทั้งกายและใจ และเขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใฝ่ฝันมาตลอด
ในคืนนั้น ขณะที่หลี่เจี๋ยหลับสนิทด้วยฤทธิ์สุรา เฝิงซือเฉิงยืนมองดาวบนท้องฟ้าด้วยความพอใจ เขารู้ว่าอีกไม่นานแผนการของเขาจะเริ่มต้นขึ้น และชีวิตของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล