จิ้งหรีดยืดขาออกมาอีกแล้วและใช้สิ่งนั้นตวัดกวาดข้าง กำแพงซากปรักหักพังซึ่งอยู่ข้างหลังผมที่ก้มตัวหลบอยู่ถูกฟันขาดราวกับเต้าหู้ คมอะไรปานนี้เนี่ย
“【อัคคีเอ๋ยจงมาะุต่อเนื่องสีชาด ไฟเออร์แอโรว์】!”
ลินเซ่โจมตีไปทางจิ้งหรีดด้วยศรเพลิงต่อเนื่องแต่ว่า เ้าจิ้งหรีดกลับไม่หลบงสิ่งนั้น มันรับเอาศรเพลิงเข้าไปในตัวได้แบบสบาย ๆเลย
พริบตาต่อมาศรเพลิงก็ทยอยหายไปอย่างน่าใราวกับถูกจิ้งหรีดดูดเข้าไป
“ดูดกลืนเวทมนตร์!?”
“ฮึ่ม......ถ้างั้น!”
ยาเอะชักดาบออกมาแล้วปล่อยหนึ่งดาบใส่ลำตัวของจิ้งหรีดสิ่งที่การโจมตีนั้นสามารถสร้างได้บนตัวของเ้านั่นมีเพียงรอยแผลที่เล็กมากเลยทีเดียว
“แข็งอะไรปานนั้นเ้าคะ!”
“ไอ้นี่......!”
ต่อมาก็เป็เอลเซ่ที่ปล่อยหมัดตรงใส่ด้านข้างของจิ้งหรีดถึงจะสั่นคลอนเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถสร้างาแขนาดใหญ่ให้มันได้ตามคาด
ขาของจิ้งหรีดยืดออกมาโดยเล็งไปที่เอลเซ่แต่เธอก็หลบได้ก่อนที่จะโดนเสียบแบบหวุดหวิด
“แล้วจะทำไงดีล่ะแบบนี้น่ะ!?”
ดูดกลืนเวทมนตร์ได้ดาบฟันไม่เข้า ทำไงดี......! ......เดี๋ยวก่อนนะ ต่อให้เวทโจมตีไม่มีผลกับมันแต่ถ้าใช้แบบทางอ้อมล่ะ......ลองดูละกัน
“【สลิป】!”
พริบตาที่ผมใช้งานเวทมนตร์ที่ทำให้ล้มคว่ำลงบนพื้นใส่ใต้เท้าของจิ้งหรีดเ้านั่นก็ล้มกลิ้งอย่างรุนแรงทันที แจ๋ว!
“ลินเซ่!อย่าใช้เวทมนตร์โจมตีใส่โดยตรง ถ้าเป็ทางอ้อมยังได้ผลอยู่!”
“อย่างนี้นี่เอง......เข้าใจแล้วค่ะ【น้ำแข็งเอ๋ยจงมาก้อนน้ำแข็งจงใหญ่ขึ้น ไอซ์ร็อค】!”
ลินเซ่ร่ายเวทน้ำแข็งจากนั้นก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นมา้าหัวของจิ้งหรีด แล้วก็ร่วงลงมาทั้งๆ อย่างนั้น บดขยี้ลงบนจิ้งหรีด เยี่ยม! การโจมตีโดยตรงจากเวทมนตร์จะถูกดูดกลืนแต่ถ้าเป็วัตถุที่เวทมนตร์สร้างขึ้นมาดูเหมือนจะไม่สามารถดูพูดกลืนได้
“กี้~~!”
จิ้งหรีดใกลัวส่งเสียงแตก ๆ ราวกับการใส่กุญแจประตูแต่ถึงจะเป็การโจมตีด้วยวัตถุที่สร้างขึ้นมาจากพลังเวทความแข็งของมันก็ทำให้ดูเหมือนไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย
เอลเซ่กระโจนราวกับะุปืนไปทางเ้านั่นที่ชะงักหยุดการเคลื่อนไหวอยู่
“【บูสต์】!......เต็ม พลัง!”
หลังใช้【บูสต์】เวทไร้ธาตุที่ช่วยเพิ่มความสามารถทางร่างกายเธอก็ปล่อยลูกเตะเต็มแรง
โดยเล็งใส่ขาเรียวยาวของจิ้งหรีด
พริบตาต่อมาขาข้างหนึ่งของเ้านั้นก็ถูกทำลายพร้อมกับเสียงราวกับแก้วแตก
“สำเร็จ!”
ไม่ใช่ว่าสร้างาแให้มันไม่ได้อย่างน้อยถ้าสามารถสร้างความเสียหายได้ล่ะก็ เดี๋ยวก็คงจัดการมันได้ล่ะน่า!
“กิ......กี๊~~~~~~!”
อยู่ๆ จิ้งหรีดก็ส่งเสียงโหยหวน แล้วบอลสีแดงที่อยู่ในร่างก็เปล่งแสงจากนั้นขาที่น่าจะพังไปแล้วกลับฟื้นตัวมาอย่างรวดเร็วราวกับมีการตอบสนองต่อสิ่งนั้นเฮ้ โกหกใช่ไหม......
“ฟื้นตัวได้......”
ขาที่งอกมาใหม่พุ่งเข้าจู่โจมเอลเซ่ที่กำลังยืนนิ่งด้วยความอึ้งช่องว่างเพียงพริบตาเดียวที่พลาดจังหวะหนีทำให้ไหล่ขวาของเธอโดนสิ่งนั้นแทงเข้าไปจนลึก
“อึก”
“พี่!”
เอลเซ่ะโไปข้างหลังทันทีเพื่อหลบหลีกการไล่ตามโจมตี เืไหลทะลักออกมาจากหัวไหล่ จนเลอะชุดไปครึ่งตัวจากนั้นเธอก็เข่าทรุดพร้อมกับเหงื่อเย็นเฉียบที่ไหลริน
“ยาเอะ!ลินเซ่! ฝากหยุดขามันที!”
หลังทั้งสองคนพยักหน้ายาเอะก็เข้าไปก่อกวนมันด้วยความเร็วส่วนลินเซ่เริ่มปล่อยก้อนน้ำแข็งให้ร่วงลงมาอีกครั้งผมอาศัยช่องว่างที่ตอนที่ความระวังของจิ้งหรีดเพ่งไปทางทั้งสองคนวิ่งไปหาเอลเซ่แล้วใช้เวทรักษาให้ เมื่อถูกแสงอันอ่อนโยนปกคลุม ปากแผลที่ไหล่ก็ค่อย ๆ สมานแล้วในที่สุดเืก็หยุดไหล
“ขอบใจนะ......ไม่เป็ไรแล้วล่ะ......”
ไม่เป็ไรได้ไงถึงปากแผลจะปิดแล้ว แต่ความเสียหายยังไม่น่าจะหายไปซะหน่อย
มีความสามารถฟื้นตัวดูดกลืนเวทมนตร์ได้ ระดับความแข็งที่ผิดปกติ......จะจัดการมันยังไงดี......? ไม่มีจุดอ่อนอยู่บ้างเลยเหรอ?
“ไม่ว่าร่างกายจะพังไปแค่ไหนก็ฟื้นตัวได้แบบนี้จะทำอะไรมันไม่ได้เลยรึไงเนี่ย......!”
“......จะว่าไป......ตอนที่เจอเ้านั้นร่างกายมันก็พังอยู่นี่นา......ทำได้ยังไงกันนะ......?”
ถ้าจำไม่ผิด......มันดูดกลืนเวทมนตร์ของลินเซ่เข้าไปจากนั้นก็ฟื้นตัว...... จำเป็ต้องใช้พลังเวทในการฟื้นตัวสินะ จะว่าไปเมื่อตอนนั้นลูกบอลในตัวมันก็ส่องแสงด้วยนี่นา ไม่แน่ว่าบอลสีแดงที่อยู่ในตัวนั่นอาจจะเป็ “แก่น” ของมันก็ได้......
“เอลเซ่แป๊ปนะ......”
ผมบอกเื่ที่นึกขึ้นมาได้ให้เอลเซ่ฟัง
“เอ๋? จะทำแบบนั้นได้เหรอ!?”
“ไม่รู้สิ......แต่ก็คุ้มค่าที่จะลองทดสอบดูนะ”
“......เข้าใจแล้ว”
ฟู่หลังปรับลมหายใจ ผมก็รวบรวมพลังเวทเล็งไปทางจิ้งหรีด แล้วนึกถึงภาพของวัตถุนั้น เพราะร่างกายโปร่งใสก็เลยมองเห็นชัดเจนเลย!
“【แอปพอร์ต】!”
ในมือของผมมีบอลคริสตัลสีแดงขนาดประมาณลูกซอฟต์บอลที่เปล่งแสงราง ๆ ปรากฏขึ้นมา ดีล่ะสำเร็จแล้ว!
“เอลเซ่!”
“【บูสต์】!”
พอผมโยนบอลลูกนั้นทิ้งกำปั้นของเอลเซ่ที่เพิ่มพลังขึ้นแล้วก็ทุบลงมาทันทีวัตถุนั้นซึ่งถูกทุบอยู่ระหว่างพื้นดินกับกำปั้นแตกกระจายเป็ชิ้น ๆ ดังเพล้ง
“เท่านี้ก็......เป็ไงบ้าง!?”
จิ้งหรีดที่โดนดึงแก่นออกไปหยุดเคลื่อนไหวแล้วไม่นานต่อมาก็เกิดรอยร้าวทั่วร่าง แล้วก็พังทลายสัตว์อสูรคริสตัลสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ ในที่สุดก็ถูกจัดการแล้ว
พวกผมใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งระมัดระวังว่ามันคงไม่ฟื้นตัวกลับมาอีกหรอกนะแต่ไม่ว่าจะรอเท่าไหร่สัตว์อสูรคริสตัลก็ไม่คืนชีพ
“ฟู่────……”
หลังความตึงเครียดและความกดดันคลายออกผมก็ล้มลงนั่งบนพื้น ผมลองทำสิ่งที่นึกขึ้นมาได้ แล้วก็โชคดีที่ไปได้สวย ถ้า【แอปพอร์ต】ใช้ไม่ได้ผลขึ้นมาจะทำไงดี......ผมจึงคิดว่าถ้าใช้งานโดยไม่ให้มันดูดกลืนทัน อาจจะสามารถดึงแก่นออกมาจากตัวมันได้
เมื่อเห็นแบบนั้นจากทางด้านข้างเอลเซ่กับยาเอะจึงนั่งลงบ้าง ส่วนลินเซ่หยิบเศษของสัตว์อรูสขึ้นมาแล้วตรวจสบอะไรบางอย่าง
“ไม่แน่ว่าสิ่งนี้อาจจะวัตถุที่คล้าย ๆ กับหินเวทก็ได้ค่ะ......”
“หินเวท?”
“ลักษณะเด่นของหินเวทคือการขยาย สะสม และปลดปล่อยพลังเวท สัตว์อสูรตัวนี้ดูดกลืนเวทมนตร์ของผู้อื่นแล้วเปลี่ยนมาเป็ความสามารถในการฟื้นตัว......ไม่สิบางทีความสามารถในการป้องกันนั่นก็ด้วย......คิดว่าคงใช้พลังเวทเหมือนกัน ขยายสะสม และปลดปล่อย มันคล้ายกับลักษณะเด่นของหินเวทเลยค่ะ”
บางทีเ้านั่นคงไม่สามารถสร้างพลังเวทขึ้นมาได้ด้วยตัวเองสินะ......? เพราะงั้นถึงได้หยุดนิ่งไม่ไหวติงอยู่ในโบราณสถาน?แต่ว่าภายในอากาศจะมีพลังเวทปะปนอยู่เต็มไปหมดแปลว่าห้องของโบราณสถานที่มีผนึกติดอยู่นั่นคงมีผลปิดกั้นพลังเวทหรืออะไรบางอย่างล่ะมั้ง......ให้ตายสิ เต็มไปด้วยปริศนาจริงๆ
“เื่นี้เอาไปรายงานที่กิลด์ด้วยน่าจะดีกว่ารึเปล่าเ้าคะ......?”
“ไม่ล่ะโบราณสถานใต้ดิน......และถ้าคิดถึงว่าที่นี่คือเมืองหลวงในอดีตด้วยแล้วเอาเป็คนที่รู้เื่เกี่ยวกับหน่วยงานต่าง ๆ ของอาณาจักรจะดีกว่าลองไปคุยกับท่านดยุคกันเถอะ”
งี้นี่เองแบบนั้นคงจะดีกว่าล่ะมั้ง
รีบไปคฤหาสน์ดยุคเลยละกัน
“【เกท】”
“งั้นรึอดีตเมืองหลวงมีโบราณสถานแบบนั้น......”
ดยุคเอนหลังกับพนักพิงเก้าอี้พลางกอดอกราวกับครุ่นคิดอะไรอยู่ส่วนซูกับท่านเอเลนออกไปข้างนอก เสียดายเหมือนกันแฮะที่ไม่อยู่บ้านพวกผมถูกพามายังห้องรับแขก แล้วก็เล่าเื่ในครั้งนี้ให้ดยุคฟัง
“เข้าใจแล้วเื่นี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์ก็ได้เดี๋ยวจะส่งหน่วยสำรวจของทางอาณาจักรออกไปลองตรวจสอบดู แน่นอนว่า เ้าสัตว์อสูรนั่นก็ด้วย”
“อ๊ะ......ทางซากโบราณสถานใต้ดินมันถล่มไปแล้วน่ะครับอาจจะตรวจสอบยากอยู่......”
“อะไรนะ? งั้นเหรอ......ถึงจะรู้สึกสนใจว่าจิตรกรรมฝาผนังนั่นมีอะไรเขียนไว้บ้างก็เถอะ......”
ดยุคทำไหล่ตกด้วยความเสียดายทำเื่ไม่ดีลงไปแล้วสินะ...... ไม่สิ คนที่ทำลายโบราณสถานนั่นไม่ใช่พวกผมซะหน่อย
“อ๊ะแต่ถ้าเป็ภาพของจิตรกรรมฝาผนังนั่นผมถ่ายมานะครับ อาจจะพอรู้อะไรบ้างก็ได้”
“ภาพ?”
ผมเปิดภาพจากแอปฯกล้องของสมาร์ทโฟนขึ้นมาบนจอแล้วเอาให้ดยุคดู
“นะนี่มันอะไรกัน!?”
“เวทไร้ธาตุของผมที่สามารถบันทึกภาพได้น่ะครับ”
“โฮะโฮ่~...... สุดยอดไม่เปลี่ยนเลยนะเธอเนี่ย......”
พอผมโกหกหน้าตายแบบง่ายๆ ดยุคก็เงียบไป ขอโทษ และขออภัยครับ จะให้อธิบายมันยุ่งยากน่ะ
“ถ้ามีเวลาผมจะคัดลอกแล้วส่งมาให้นะครับ”
“ฝากด้วยนะเพราะไม่แน่ว่ามันอาจจะมีการย้ายเมืองหลวงปริศนาเมื่อพันปีก่อนบันทึกไว้ก็ได้”
อ๊ะทางอาณาจักรเองก็ไม่รู้หรอกเหรอว่าทำไมถึงต้องย้ายเมืองหลวง ปกติแล้วคิดว่าเื่แบบนี้จะมีเหลืออยู่ในบันทึกของทางอาณาจักรซะอีก ไม่สิบางทีอาจจะเป็ไปตามที่ดยุคพูดจิตรกรรมฝาผนังนั่นอาจมีสาเหตุของการย้ายเมืองหลวงบันทึกไว้ก็ได้และอาจมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสัตว์อสูรคริสตัลตัวนั้นเขียนไว้ด้วยก็ได้
จุดอ่อนของสัตว์อสูรนั่นก็รู้แล้วต่อให้คราวหน้าต้องสู้กันอีกก็คิดว่าคงเอาชนะได้
แต่ว่ารู้สึกคาใจแฮะ สาเหตุที่อดีตเมืองหลวงกลายเป็ซากปรักหักพังโทรม ๆ แบบนั้นอดคิดไม่ได้เลยว่ามันเป็เพราะสัตว์อสูรตัวนั้น
พวกผมออกมาจากคฤหาสน์โดยฝากให้ดยุคจัดการเื่ที่เหลือพร้อมโอบกอดความรู้สึกคลุมเครือเอาไว้