เคยโดนโจรขึ้นบ้านหรือไม่ครับ?
ผมมีประสบการณ์ตรงจะเล่าให้ฟัง
เมื่อเร็วๆ นี้ผมเพิ่งโดนโจรขึ้น
บ้านผมอยู่ข้างวัดดังสมัยโบราณจังหวัดที่ผมอยู่เป็จังหวัดเก่าแก่ของไทย พิษณุโลก
พระพิมพ์และเครื่องรางของขลังที่นี่ ดังไกลระดับโลกสนนราคากันสูงขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นจึงมีคนท้องถิ่นหรือคนทั่วไปแวะเวียนมาตามหาส่องพระ
แต่บ้างก็มาในรูปแบบขโมย
จำได้ั้แ่ผมเด็ก มีโจรขึ้นบ้านเป็สิบๆ หนที่บ้านผมติดทั้งกล้องวงจรปิด เปิดไฟสว่างจ้า และระบบรัดกุมเขียนป้ายชัดว่าเ้าของบ้านมีปืน พร้อมยิงผู้บุกรุกขโมยของ
่หลังๆ สร่างซาไปเยอะ
โจรมืออาชีพ ที่บ้านจับส่งตำรวจหมดจนสามารถชี้เป้าชี้ตัวได้เพียงเห็นหลังตะคุ่มไวๆ พวกนี้ก็เลยไม่กล้า
แต่กระนั้นก็ยังมีโจรหน้าใหม่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ
ผมไปหัดศิลปะการป้องกันตัว มวยไทย และยิงปืน ไว้ต่อสู้กับโจร
แต่ใครจะรู้ว่าในคืนหนึ่ง ที่โจรขึ้นบ้านผมกลับไม่ต้องใช้มันเลย
เนื่องด้วยโจรผู้ร้ายคนนั้น… ไม่ได้หมายทรัพย์
เขา้าอย่างอื่น ซึ่งผมเต็มใจให้
ใช่ครับ ผมหลงรักโจร
นี่เป็เื่ราวของผมที่จะเล่าให้ฟัง ผู้ร้าย…หมายรัก
กลางดึกคืนหนึ่ง ผมได้ยินเสียงตะกุกตะกักอย่างเคย
ผมค่อยๆ ออกจากห้อง พร้อมอาวุธปืน
คืนนี้พ่อกับแม่ไปธุระ ผมอยู่บ้านคนเดียว
ผมไม่มีปัญหากับการต่อสู้กับโจรเพียงลำพังเพราะผมมีประสบการณ์และความเคยชิน
ผมก้าวลงบันได ตัวชิดผนัง มองผ่านเงาตะคุ่ม
ร่างผู้ชาย ตัวผมบาง กำลังคว้าเครื่องรางชนิดหนึ่งขึ้นมาส่อง
ท่าทางเขา หันรีหันขวาง ตื่นกลัว เหมือนไม่ใช่มืออาชีพ
ผมค่อยๆ กวาดสายตาไปทั่ว ประเมินดูว่า มันมากันกี่คน
แล้วก็พบว่า โจรกระจอกใจกล้า คนนี้ มันไม่มีทีมบุกมาปล้นแค่คนเดียว
และมันคงเป็มือสมัครเล่น เพราะของที่มันสนใจเทียบกับชิ้นอื่นทั่วไปแล้ว ราคาห่างชั้นกันเยอะ
“ปั๊วะ” ผมตรงไป เอาด้ามปืนตบที่ท้ายทอยทำให้มันล้มฟุบไป ก่อนจะเหยียบหลังแล้วจ่อปลายกระบอกปืน
มันหันหน้ามา ผมเปิดไฟมือถือ ดึงหมวกไอ้โม่งออก
ใบหน้าของมันละอ่อนใส ผิวขาวเนียนดูออร่าทะลุราตรี คิ้วเข้มดวงตาขี้เล่นเปล่งประกาย อายุมันไม่น่าจะเกินยี่สิบต้นๆ
น่าเสียดาย ชีวิตเพิ่งก้าวเข้าสู่่วัยรุ่น
“ทำไมทำงี้ล่ะน้อง” ผมถาม
“หน้าตาก็ดีไม่น่ามาขโมยกันเลย”ผมยังละสายตาจากมันไม่ได้
มันร้องโอดโอย กองลงพังพาบ
ผมเข้าไปกระชากคอเสื้อ
“ของซื้อของขายนะโว๊ย”
มันมองผม ั์ตาสั่นระริกเหมือนลูกนก เหมือนจะใ ร้องไห้
ผมคิดในใจ โจรที่ไหนเป็งิวะ ไม่สู้ ไม่ขัดขืน ไม่วิ่งหนีเอาแต่เบ้ปากร้องไห้
“อย่าทำอะไรผมเลยนะพี่ อย่าจับผมส่งตำรวจเลยผมขอล่ะ ปล่อยผมไปเถอะ”
“พูดง่ายๆ” ผมตะคอกใส่มัน
ก่อนจะลดเสียงตัวเองลงมา เพราะกลัวมันจะสั่นกลัวไปกว่านี้
“ปล่อยไปให้กลับมาขโมยอีกหรอ?” ผมยื่นหน้าไปถามมัน จนปลายจมูกเราชิดกัน
มันส่ายหน้า แต่ทำให้่ปลายงุ้มของจมูกผมััปลายจมูกรูปหยดน้ำ ซ้ำดั้งโด่งเป็สันคมของมัน
สายตาของผมที่ขึงขัง มองสายตามันที่ดูอ่อนเยาว์ลงเรื่อยๆสายตานั้นดุจลูกกวางเวลาเจอราชสีห์ขย้ำ
ถ้าผมขยุ้มกัดมันให้แหลกเหลวก็ทำได้ แต่ดูโหดร้ายไป
เพราะเ้าลูกกวางตัวนี้ มันดูน่าสงสารมันดูหลงทางเข้ามามากกว่าเป็โจร
ผมตัดสินใจเหน็บปืนไว้ด้านหลัง แค่ชาร์ทตัวมันไว้ด้วยการรวบแขนทั้งสองข้างมาไว้ตรงกลางด้านหลัง
ผมยื่นหน้าไปคุย ขณะที่มันต้องตะแคงหน้า แหงนศีรษะคุยกับผม
“กูไม่ได้โง่นะ จะจับส่งตำรวจล่ะไปนอนคุกสักสองสามคืนจะได้เข็ด วันหน้าวันหลัง จะได้ไม่ทำอีก”
ทีนี้มันร้องออเซาะเสียงดัง เสียงนี้โหยหวนเหมือนใพยายามดิ้น เอาตัวและมือหลุดการจับกุม
ร่างของมัน ผอมบาง เล็กลีนต่างกับผมที่เล่นเวทดัชนีความหนามวลกายต่างกันสามเท่า
อีกทั้งผมมีปืน จึงยอมชะล่าใจ ปล่อยมือให้มันดิ้นไป
พอมันดิ้นหลุด พลิกตัว ผมก็เอาฝ่าเท้าเหยียบที่หน้าอกแล้วกดกะบังมันไว้ ให้มันหายใจติดขัด
มันมองหน้าผม แต่สายตาของมันไม่ได้มองแบบจองเวร
เอาเหมือนเดิม จอมโจรกระจอกรวบมือตัวเองมาพนมแล้วไหว้เสียงร้องไห้เหมือนเดิม
“ผมขอโทษวันหลังผมจะไม่ทำแบบนี้อีก”
“โจรที่ไหน เวลาถูกจับได้ก็พูดแบบนี้”
“แต่ผมไม่ใช่โจรทั่วไปนะครับ” มันเถียง
ผมกวาดสายตาไป มือมันกำของที่ขโมยแน่น
ผมเอื้อมไปแกะมือมัน มือนั้นเรียวบางแค่ััก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง
“จะเป็มืออาชีพหรือสมัครเล่นถ้าขโมยของคนอื่นเขา ยังไงก็เป็โจรล่ะวะ” ผมบอกมันไป
ก่อนยึดของคืนมา เป็เครื่องรางของขลังสายตะกรุด
“ฮือๆ” มันร้องไห้ “ผมไม่อยากติดคุกจะให้ทำอะไรผมก็ยอมน๊าาพี่ฮือๆๆๆๆ”
โจรหนุ่มละอ่อน เพิ่งก้าวสู่วัยเจริญพันธุ์ ร้องไห้เหมือนเด็ก
ผมเห็นแล้วสงสาร แว๊บแรกกะจะไม่เอาเื่ราว
แต่พอสำรวจร่างมันอย่างละเอียด ร่างบางที่อยู่ปลายเท้ามีกล้ามเนื้อมัดเล็กแบบธรรมชาติ เกร็งกระตุกเป็ระยะจากการสะอื้น
มันทำให้ผม นึกสนุก อยากทำอะไรกับมันเกินกว่าจะปล่อยไปง่ายๆ
“ให้ทำอะไรก็ยอมงั้นเหรอวะ” ผมถามก่อนง้างตีน
แต่ทันใดนั้น สายตาน่าสงสารก็เปลี่ยนเป็สายตาเ้าเล่ห์แสนกล
มันปัดปลายเท้าผมออก ยกดันไปด้านหลัง จนผมเสียหลักล้มคว่ำหัวชนตู้กระจกแตก!
แล้วมันก็ดีดตัว พยายามจะหนีออกไปทางหน้าต่าง
ผมเืขึ้นหน้า ลุกมาคว้าตัวมันไว้ทัน
“หน็อยแน่ เผลอหน่อยจะรีบหนีเลยงั้นเหรอ”
ผมะโตะครุบมันจากด้านหลัง ทำให้มันล้มลงกับพื้นตัวผมด้านหน้ากดทับมันไว้จากด้านหลัง
มันดิ้น ทำให้ร่างกายภายนอกของเราเสียดสีกัน ยิ่งขัดขืนยิ่งใกล้ ยิ่งดิ้น ยิ่งเข้าล็อก
ให้ตาย เป็การจับโจรที่ถึงเนื้อถึงตัวสุดๆ เลยก็ว่าได้
“ทำข้าวของเสียหายแบบนี้ คงปล่อยไปไม่ได้ง่ายๆซะแล้ว”
ผมพูดกรอกหู จังหวะมันหัน ทำให้แก้มกับแก้มของผมกับมันชนกัน
ัันั้น เย็นะเื และสร้างความวาร์ปให้ผม อย่างไม่เคยเป็มาก่อน
ผมมองตาสีสนิม ที่มีั์ตาระริกของมัน
ไม่น่าเชื่อว่าผม จะชอบโจรคนนี้
ผมสูดลมหายใจเรียกสมาธิ แต่ยิ่งกลายเป็เื่ใหญ่
เพราะกลิ่นตัวของมัน หอมอ่อนๆ ดีเหลือเกิน
ผมทนไม่ไหว ฟุบหน้าไปกับซอกคอ แล้วไล้ปลายจมูกไปมา หายใจรดมัน
มันนิ่ง ไม่ขัดขืน
คราวต่อไป ผมทำแรงขึ้น ซุกไรหนวดกับซอกคอ ถูไถอย่างหื่นทีนี้มันทนไม่ไหว เริ่มดิ้น
ผมเริ่มไม่สนว่ามันจะเป็ใคร มาทำอะไรที่นี่
ผมจับมันพลิกตัว ให้ตาต่อตาประสานกัน โดยที่ผมอยู่บนตัวมันมันอยู่ข้างล่าง
มันดิ้นรนขัดขืน ไม่กล้าแม้แต่จะจ้องตา
ผมเลยกางแขนมันขึงไว้ทั้งสองข้าง อกเราชนกันลำตัวเราก็แนบชิดสนิทกันอยู่ ทั้งข้างบนและข้างล่าง
มันพยายามพลิกสะโพก ยกขาขึ้นเตะ
ผมยิ้มในใจ ก่อนกดสะโพกตัวเองแน่น
“จะทำอะไรผม” แววตามันตื่นกลัว
ผมกัดริมฝีปากล่างยั่ว “ไหนบอกว่าให้ทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น”
“แต่ไม่ใช่แบบนี้”
มันขัดขืน แหงนหน้าไปทางอื่น
สันกรามและซอกคอของมัน เย้ายวนผมเหลือเกิน
ความ้ามันเรียกร้องให้ผมซุกหน้าลงไป
ผมเริ่มล็อกและกอดมันไว้แน่น
มันก็พยายามดิ้นแต่ก็สู้แรงผมซึ่งใช้ทั้งร่างกดทับมันไว้ไม่ไหว
ผมหอมมันเหมือนเด็กชายหอมเด็กหญิงอย่างเอ็นดู
ความซ้ำและลีลาเป็มิตร ทำให้ท่าทีขัดขืนอ่อนลง
ผมได้ัักับเรือนร่างของมันเต็มๆ
โจรละอ่อนคนนี้ มันมีกล้ามเนื้อพองาม หน้าอกกำยำแบะเป็ร่องชัดทั้งซ้ายขวา แตะอุ่นพอดีมือ
ลำตัวแคบลงมา เพราะเอวเล็ก โชคดีที่หน้าท้องเป็ลอน
“แข็งแรงเหมือนกันนี่หว่า เห็นตัวชะอ้อนชะแอ้น”