เปาเฟิงผงกศรีษะอย่างขอบคุณ
“การประมือครั้งนี้ทําให้ข้าได้ประโยชน์มากมายจริงๆ’’
เกรงว่าหากเขาไม่ได้ประมือกับหลินเจาแล้วทุกอย่างคงจะไม่ก้าวหน้าว่องไวเช่นนี้ โดยเฉพาะนทีแห่งความละเอียดอ่อน ยามนี้ความเข้าใจของเขาได้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้วยิ่งเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกราวผสานฟ้าดินอันลึกลํ้าทุกๆอย่างกลับกลายเป็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้หากไม่ให้ขอบคุณแล้วจะให้ทําอันใด?
ขอบคุณจริงๆ!
“เป็ไปไม่ได้ตลอดที่ผ่านมามิมีใครสามารถมองออก เหตุใดท่านจึงมองออกกัน?’’ท้ายที่สุดเมื่อได้รับคําตอบ แม้จะยังไม่อยากเชื่ออยู่บ้างทว่าหลินเจากลับหายใไปบ้างแล้ว จึงถามออกไปด้วยความสับสน
ตลอดที่ผ่านมาตัวเขามิได้แตกต่างจากเด็กคนอื่นมากนักโดยเฉพาะพร์ระดับกลาง มันเป็สิ่งที่ทําให้เขาต้องถูกดูถูกและทนทุกข์มาตลอดแต่ในคืนหนึ่งโชคชะตาของเขาก็ต้องเปลี่ยนไป
นิมิตฝันแปลกประหลาดที่ไม่คุ้นเคยได้ปรากฏขึ้นทําให้เขาค่อยๆได้รับความทรงจําอันแสนเลือนลางทีละนิด พริบตา พอเขารู้สึกตัวอีกทีเขาก็ได้ฝึกฝนสิ่งที่อยู่ในความทรงจําจนกลายเป็อัจฉริยะไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
และนี่คือเหตุผลที่ทําให้เขาสามารถไต่เต้าจากจุดที่ตกตํ่าที่สุดให้ขึ้นมายังระดับนี้ได้!
หลินเจาจึงสงสัยและสับสนตลอดที่ผ่านมานอกจากจะมิมีผู้ใดมองออกแล้ว ก็ยังมิมีบันทึกเกี่ยวกับมันทั้งนี้เขาสามารถรู้ได้อย่างดีเลยว่ามันเป็อะไรที่ฝึกฝนยากมาก เกรงว่าหากไร้ซึ่งความทรงจําลึกลับแล้วก็คงยากที่จะสําเร็จมัน
แต่นี่เด็กหนุ่มแซ่เปากลับค่อยๆเรียนรู้มันจนเข้าใกล้ความสําเร็จของเขาขึ้นเรื่อยๆ?
นี่มัน...เป็ไปได้อย่างไร?
“สิ่งนี้ย่อมมิอาจกล่าวได้’’เปาเฟิงส่ายหัวตอบออกไป ความสามารถของปัญญาเวทย์เป็อะไรที่ลึกลับมากซึ่งถ้ามันหลุดออกไป ความฉิบหายและอันตรายนับไม่ถ้วนคงได้มาเยือนเขาอย่างแน่นอน
ดังนั้นแม้จะรู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายที่ทําให้เขาได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วเขาก็ไม่สามารถเปิดเผยสิ่งนี้ได้
หลินเจาที่ได้ยินก็พยักหน้ายอมรับไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธอะไร เขารู้ดีว่าสิ่งนี้ย่อมเป็ความลับของเด็กหนุ่มเฉกเช่นกับความลับของเขา ดังนั้นหากอีกฝ่ายไม่้าเปิดเผยมันเขาก็จะไม่คาดคั้นอันใดอีก
เพียงสบตา...เปาเฟิงก็เริ่มประมือกับหลินเจาต่อ
ทุกๆครั้งที่ได้ประมือรากฐานระดับสามของเด็กหนุ่มแซ่เปาได้ปรับปรุงทีละเล็กทีละน้อย ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไปความแข็งแกร่งของเขาก็ค่อยๆถูกทําให้สมบูรณ์
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็เพราะหลินเจาหากมิได้ประมือกับผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงเช่นนี้ การปรับปรุงรากฐานตัวเองให้สมบูรณ์ย่อมเชื่องช้าแน่นอนว่าเฉินเมิ่งิก็มีส่วนด้วยเช่นกันนอกจากจะเป็ผู้ที่อยู่ในระดับครึ่งก้าวััชีวิตแล้วยังเป็อัจฉริยะของจักรวรรดิประกายอรุณอีกด้วยจึงไม่แปลกเลยที่รากฐานของสองคนนี้จะแข็งแกร่งและมั่นคงกว่าใครๆ
เหตุนี้เองด้วยปัญญาเวทย์เปาเฟิงจึงพัฒนาการฝึกฝนทุกอย่างของเขาด้วยความรวดเร็วที่น่าอัศจรรย์บอกได้ว่าตอนนี้แม้จะเป็สี่อัจฉริยะแห่งนภาครามมัดรวมกันเข้ามาพวกมันก็ยังต้องพ่ายให้แก่เขาในกระบวนท่าเดียว
ดั่งเวลาพัดผ่าน…
การประมือของเด็กหนุ่มทั้งสองคนได้ครบหนึ่งร้อยกระบวนท่าเป็ที่เรียบร้อย
ราวกับรู้ใจเด็กหนุ่มแซ่เปาและเด็กหนุ่มแซ่หลินหยุดมือลงโดยมิได้นัดหมายก่อนมองหน้ากันและกันด้วยความรู้สึกยากจะหยั่งถึง
หลินเจาััได้ว่าทุกๆครั้งที่เขาเพิ่มความลึกลํ้าราวผสานฟ้าดินเข้าไปมิเพียงจะมิอาจเอาชัยได้ ทว่ามันยังกลับเป็สิ่งที่ทําให้การเรียนรู้ของคู่ต่อสู้ของเขารวดเร็วขึ้นไม่เพียงเท่านั้นนอกจากอีกฝ่ายจะค่อยๆเข้าใกล้สิ่งที่เขาฝึกอยู่แล้วอีกฝ่ายยังได้แผดความรู้สึกบางอย่างออกมา
แข็งแกร่งขึ้น!เฉียบคมขึ้น! หนักแน่นขึ้น!
สมบูรณ์ขึ้น!
ความรู้สึกเหล่านี้ย่อมหมายความแล้วว่าคู่ต่อสู้ของเขาได้พัฒนาตัวเองไปในระหว่างต่อสู้ดังนั้นเขาจึงรู้สึกตกตะลึงกับเื่นี้เป็อย่างมาก
เป็ไปได้อย่างไร?
เหตุใดเด็กหนุ่มแซ่เปาผู้นี้ถึงพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้?
‘แม้ความสามารถในการเรียนรู้ของเขาจะน่ากลัวแต่หากข้าชักนําเอาความสามารถโดยสมบูรณ์ของมันออกมา…’ ความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาแต่หลินเจาก็มิกล้าฟันธงว่าเขาจะเอาชัยได้ดีไม่ดีมันอาจเป็ตัวช่วยให้คู่ต่อสู้ของเขาเรียนรู้ได้ไวขึ้นไปอีกอย่างไรก็ตามเขาก็เชื่อมั่นโดยแท้จริงว่าโอกาสที่เขาจะเอาชนะในสภาวะที่สมบูรณ์ได้นั้นสูงเป็อย่างมาก
เปาเฟิงก็คิดในสิ่งที่คล้ายกันเขามองว่าหากความลึกลํ้าราวผสานฟ้าดินของหลินเจาเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆแม้ความเร็วในการเรียนรู้ของเขาจะมากเพียงใด มันย่อมไม่อาจเรียนรู้และรับมือได้ทันดังนั้นโอกาสที่เขาจะพ่ายแพ้จึงมีค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามหากมองอีกมุมหนึ่ง นทีแห่งความละเอียดอ่อนของเขาก็ค่อยๆเริ่มสมบูรณ์ขึ้นไปทีละนิดแล้วดังนั้นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นย่อมไม่แน่นอน
ประหนึ่งเข้าใจกันเด็กหนุ่มแซ่เปาและเด็กหนุ่มแซ่หลินถามขึ้นโดยพร้อมเพรียง
“เอาเป็ว่าการประมือครั้งนี้ผลเป็เสมอเป็อย่างไร?’’
“ตกลง!’’ทั้งสองหัวเราะพร้อมกันอย่างประหลาดใจ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่กล้าฟันธงว่าใครจะชนะดังนั้นการประมือต่อไปจึงไม่เกิดประโยชน์อันใด
แน่นอนว่าเปาเฟิงรู้สึกเสียดายเล็กน้อยเพราะเขาค่อยๆเข้าใกล้ความรู้สึกราวผสานฟ้าดินได้มากขึ้นแล้วแต่เขาก็รู้ดีว่าการประมือครั้งนี้มิได้เป็ธรรมต่อหลินเจาอย่างมากเพราะอีกฝ่ายมิได้ใช้วิชาทั้งหมดอย่างหมัดพยัคฆ์ทลายฟ้า
ดังนั้นแม้จะเอาชนะได้ย่อมไร้ซึ่งความหมายของชัยชนะที่แท้จริง!
หลินเจาก็ทราบดีตรงส่วนนี้เช่นกันเขาจึงเห็นด้วยกับการที่ผลตัดสินระหว่างเขาและอีกฝ่ายจะถูกเลื่อนออกไปก่อน ดังนั้นเมื่อพวกเขาประมือกันอีกครั้ง
ชัยชนะที่มิอาจรู้ได้ในครั้งนี้จะถูกตัดสิน!
พอเห็นเด็กหนุ่มทั้งสองคนเคารพอีกฝ่ายด้วยผลเสมอองค์ชายสองและเฉินเมิ่งิก็สงสัย ในความคิดของพวกเขาหากสองคนนี้ยังคงสู้กันต่อ ผลแพ้ชนะย่อมตัดสินในไม่ช้า
แล้วเหตุใดถึงได้ยอมเสมอ?
หรือว่าแท้จริงแล้วทั้งสองคนจะไม่อาจหยั่งถึงในความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย?
แน่นอนว่าเฉินเมิ่งิและองค์ชายสองไม่กล้าคาดเดาเลยเพราะหากเป็เช่นนั้นจริงๆ มันจะหมายความเลยว่าสองคนนี้ยังมีไพ่ตายที่เก็บเอาไว้
ความแข็งแกร่งที่ยังไม่ถูกเปิดเผย!
ดั่งเวลาพัดผ่าน…
เปาเฟิงหลินเจา องค์ชายสอง เฉินเมิ่งิ พวกเขาทั้งสี่คนได้ร่วมสนทนาและจิบชาด้วยกัน
องค์ชายสองได้เชื้อเชิญหลินเจามาเป็คนใต้อาณัติเพราะเล็งเห็นความสามารถที่แฝงอยู่ แต่หลินเจามีเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วจึงได้ปฏิเสธไป
ขณะเดียวกันเปาเฟิงก็ได้ให้คําตอบที่องค์ชายสองรอคอยซึ่งเป็การเข้าร่วมกับองค์ชายสองในฐานะพันธมิตร อีกฝ่ายจึงดีใจเป็อย่างมาก
แน่นอนว่าเื่นี้ก็ทําเอาหลินเจาตกตะลึงไปเหมือนกันส่วนเฉินเมิ่งิตลอดการสนทนา เขาเป็เพียงผู้เดียวที่มิกล่าวอันใด
ไม่ช้าเฉินเมิ่งิและองค์ชายสองก็ปลีกตัวออกไป
“ในอนาคตยามที่พวกเราพบกันอีกครั้งผลตัดสินในครั้งนี้จะต้องปรากฏ!’’ หลินเจาเอ่ยขึ้นแล้วอําลาก่อนจากไป
มองอีกฝ่ายที่จากไปเปาเฟิงก็หัวเราะออกมา ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาจะได้เจอกันอีกเมื่อใดและก็ไม่มีทางรู้เช่นกันว่าผลตัดสินจะปรากฏหรือไม่
“ยามนี้หากสี่ตระกูลใหญ่้าเล่นงานหลินเจาพวกมันย่อมไม่กล้าที่จะส่งคนติดตามมากมายมิเช่นนั้นคงได้เป็ที่หัวร่อของคนทั้งเมืองเป็แน่อย่างไรก็ตามต่อให้พวกมันยกไปทั้งตระกูล ก็ไม่แน่ว่าจะฆ่าเขาได้ เฮ้อในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเขาถึงได้กล้าเข้าร่วมงานชุมนุมทั้งยังเผยวิชาพื้นฐานที่แข็งแกร่งเหนือจินตนาการออกมาอีก’’
เปาเฟิงถอนหายใจคืนนี้นอกจากจะได้รับประโยชน์มากมายแล้ว เขายังได้รับประสบการณ์ที่ดีอีกดังนั้นเขาจึงรู้สึกขอบคุณเด็กหนุ่มธรรมดาสามัญชนผู้นี้เป็อย่างมาก
ครู่ต่อมาเปาเฟิงแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยรอยยิ้ม เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันปรากฏขึ้นในหัวของเขา
เส้นทางแห่งการฝึกตน?
สักวัน...ข้าจะไปถึงจุดที่สูงที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดให้ดู!