บทที่ 6 ถึงผมเป็คนมีคุณธรรม ก็ใช่ว่าจะมาลักไก่กันได้
เสิ่นทิงหงห่มผ้านวมที่อ่อนนุ่มอยู่แต่กลับรู้สึกไม่สบายใจ เธอมีของมากมายอยู่ในมือแล้ว แต่กลับไม่สามารถนำออกมาให้พ่อแม่พี่ชายใช้ได้
เื่การแยกบ้านนี้ต้องเร่งทำให้ไวแล้วสิ เธอไม่อยากให้คนที่ทำไม่ดีมาเอาเปรียบได้ โดยเฉพาะคนที่เป็คนฆ่าร่างเดิมอย่างเสิ่นปี้เหลียน
เสิ่นทิงหงไม่อาจปล่อยเื่นี้ไปเพียงเพราะว่าตัวเองไม่ใช่เ้าของร่างเดิม ในเมื่อยืมร่างคนอื่นมาใช้แล้ว ความแค้นนี้ก็คือความแค้นของตัวเองเช่นกัน เธอจะต้องแก้แค้นอย่างแน่นอน
นี่คือผลประโยชน์ของเธอเอง เพราะงั้นสักเหมาก็อย่าหวังจะได้ไป
พอคิดไปคิดมา เสิ่นทิงหงก็ค่อย ๆ รู้สึกว่าเปลือกตาหนักขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็ผล็อยหลับไป
เช้าวันถัดมา พอเสิ่นทิงหงได้ยินเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว และความครึกครื้นที่ดังมากจากลานบ้าน เธอก็ไม่สามารถนอนต่อไปได้อีก
พอตื่นขึ้นมาแต่งตัวเรียบร้อย เสิ่นทิงหงก็ลองลุกขึ้นจากเตียงมายืดเส้นยืดสายสักหน่อย วันนี้อาการดีขึ้นมากจริง ๆ และเธอก็ไม่รู้สึกปวดหัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
จากนั้นเสิ่นทิงหงจึงเดินออกจากห้อง เวลานี้เพิ่งจะตีห้าเท่านั้น ฟ้าไม่ทันสาง พอหกโมงเช้าก็ต้องลงมาทำงานแล้ว ดังนั้นโดยปกติแล้วไม่มีใครสามารถี้เีได้ แต่เด็กสาวกลับเป็ข้อยกเว้น
หลิวเยว่ที่กำลังฆ่าปลาอยู่พอเห็นลูกสาวเดินออกมาก็ะโบอกไปว่า “นี่ บรรพบุรุษตัวน้อยของแม่ ออกมาทำไมเนี่ย รีบกลับเข้าไปนอนพักเลยไป เป็แผลที่หัวแท้ ๆ ถ้าเป็หวัดขึ้นมาจะทำไง?”
เวลานี้จางซู่ฉินได้เริ่มทำงานตามกิจวัตรปกติแล้วเช่นกัน จึงเอ่ยออกมาบ้าง “โอ้ย ไม่พูดเกินจริงไปหน่อยเหรอ ร้อนออกอย่างนี้มีลมที่ไหนกันล่ะ”
หลิวเยว่โยนปลาในมือลงในอ่าง “จางซู่ฉิน ไม่มีเื่ดี ๆ จะพูดแล้วรึไง? ไม่ว่าฉันจะพูดอะไร เธอถึงได้คอยกระแนะกระแหนตลอด เป็ปล่องไฟเหรอย่ะ ถึงได้ทั้งดำทั้งพ่นควันทั้งวัน”
จางซู่ฉิน “...”
“แม่คะ ที่ป้าสะใภ้เขาพูดก็ไม่ผิดนะคะ มันไม่มีลมจริง ๆ นี่นา หนูอยากออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกบ้าง ถ้าอุดอู้อยู่แต่ในบ้านต้องเบื่อตายแน่ ๆ เลย”
หลิวเยว่รู้สึกไม่ค่อยพอใจที่ลูกตัวเองช่วยพูดให้จางซู่ฉิน แต่ก็ได้ยินเสิ่นทิงหงพูดต่อ
“แต่ว่าป้าสะใภ้คะ ที่แม่ฉันพูดก็ไม่ได้เกินไปเลยนะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะฉันดวงแข็ง เกรงว่าคงไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้แน่ เื่นี้รอมีเวลาแล้วมาคุยกันสักหน่อยเถอะค่ะ เื่ค่าชดเชยก็ต้องมาคุยกันด้วย ถ้าตกลงกันไม่ได้ ฉันก็จะกลับไปอยู่ที่บ้านคุณยาย อย่างน้อยที่บ้านนั้น พวกคุณลุงก็ไม่มีใครที่อยู่ดี ๆ จะมาเอาชีวิตฉัน นี่เป็การฆาตกรรมเชียวนะ ฉันไม่กล้าอยู่ร่วมกับพวกฆาตกรหรอก”
ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น แค่คำว่า ‘ฆาตกร’ นี้ก็พอที่จะทำให้เสิ่นต้าลี่กับจางซู่ฉินใจนหน้าซีดขาวแล้ว
พวกคนทำผิดที่ถูกปล่อยตัวออกมาภายหลังมีผลลัพธ์ยังไงบ้าง พวกเขาล้วนเห็นมาแล้ว สมัยนี้ถ้าเกิดเข้าไปพัวพันกับพวกฆาตกร ชีวิตนี้คงจบเห่แน่
สีหน้าของเสิ่นต้าลี่แย่มาก “หลานเอ๋ย เื่นี้เป็ปี้เหลียนที่ทำไม่ถูกจริง ๆ หลานควรดูแลอาการาเ็ของตัวเองให้ดี ๆ นะ เดี๋ยวลุงให้ป้าสะใภ้ใหญ่รีบไปซื้อไก่มาสักสองตัวไว้สำหรับกินบำรุง เราครอบครัวเดียวกัน พูดออกไปก็มีแต่จะเสียหน้ากันหมด จริงไหม?”
จางซู่ฉินไม่กล้าพูดต่อ เสิ่นทิงหงในตอนนี้ถึงจะไม่ปากจัดเหมือนเก่า แต่ทุกคำพูดกลับทิ่มแทงทำร้ายกันได้
ยิ่งไปกว่านั้น พูดไปพูดมาก็ชอบยกเอาลุงทั้งสามคนจากบ้านแม่ขึ้นมาหาเื่ พี่ชายหลิวเยว่ทั้งสามเองต่างก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร เรียกว่าเป็อันธพาลก็ยังได้ ถ้าทั้งสามคนบุกมาถึงหน้าประตูจริง ๆ คงไม่พ้นเกิดเื่วิวาทกันแน่
แล้วบ้านแม่ตัวเองก็คงไม่ยอมออกหน้ามาช่วยเหมือนบ้านแม่หลิวเยว่ด้วย
หลิวเยว่เห็นลูกสาวพูดไม่กี่คำก็สะกดพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่ไว้ได้ พลางรู้สึกภูมิใจมาก เห็นรึยังล่ะ ลูกสาวที่ฉลาดแบบนี้ เป็เธอเองที่เลี้ยงดูมากับมือ
หลิวเยว่บรรจงจัดการกับปลาในมือที่ยังจัดการไม่เสร็จพวกนั้นต่อไป
วันปกติหลิวเยว่จะไม่ใส่เครื่องเทศลงไป แต่เพื่อให้วันนี้เสิ่นทิงหงได้กินอาหารอร่อยขึ้นหน่อยจึงเต็มใจที่จะใส่ลงไปเล็กน้อย
แน่นอนว่าของพวกนี้เป็ของของเธอเอง ไม่อย่างนั้นพี่สะใภ้ใจแคบสองคนนั้นคงดีดดิ้นไปมาแล้ว
กลิ่นหอมยั่วยวนชวนน้ำลายสอ แม้ปลาจี้จะไม่ค่อยมีเนื้อ แต่พอเอามาทำน้ำแกงกลับมีกลิ่นหอมกรุ่น ในโลกก่อนเสิ่นทิงหงก็ชอบซดน้ำแกงปลาจี้ที่มีมันขาว ๆ แบบนี้ รสชาติมันอร่อยเหาะแล้วยังมีคุณค่าทางโภชนาการด้วย
คนอื่นยังไม่เท่าไหร่ อย่างน้อยก็รู้ว่าน้ำแกงนี้ทำขึ้นมาให้เสิ่นทิงหงบำรุงร่างกาย แถมปลาก็เป็ของที่เสิ่นทิงอู่กับเสิ่นทิงเหวินจับมาเอง แต่กลิ่นหอมนี้ดันทำให้เสิ่นปี้เหลียนรู้สึกหิวแทบแย่
แต่เธอไม่กล้าไปหาหลิวเยว่ เลยไปหาจางซู่ฉินแทน “แม่ หนูก็อยากกินน้ำแกงปลาบ้างอะ”
“แกเลิกฝันไปได้เลย นั่นเป็ของที่พี่ชายคนอื่นหามาได้ ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา” ถึงจางซู่ฉินจะพูดออกมาแบบนี้ แต่สายตากลับจ้องไปยังห้องครัว น้ำเสียงที่พูดก็ดูแปลกประหลาด จริง ๆ แล้วไม่ใช่คำพูดน่าฟังอะไรเท่าไหร่
ทันใดนั้นเสิ่นทิงอู่ก็ส่งเสียงพูดขึ้นมาว่า “ใช่ซี๊ เื่ที่เธอผลักน้องสาวของเราล้มลงยังไม่ทันได้คิดบัญชีเลย ตอนนี้ยังคิดจะมาแย่งน้ำแกงปลาของน้องเราอีกเรอะ ตัวเองอยากกินก็ไปพูดกับพี่ใหญ่ดูสิ ให้พี่ใหญ่เขาเป็คนลงไปจับปลาเองในแม่น้ำก็ได้แล้วนี่”
จางซู่ฉินถึงกับหายใจไม่ออก เ้าเด็กเถรตรงคนนี้ ทำไมถึงได้น่ารำคาญนักนะ
“โธ่เอ๋ย เ้าหนูอู่ เธอยังไม่รู้อะไร พี่ชายเธอจะไปมีความสามารถนี้ได้ยังไง!? เธอต่างหากที่เก่งกว่าในด้านนี้ ดูซิ วันนี้แดดแรงออกอย่างนี้ พวกเราเองก็ไม่ได้กินเนื้อมาหลายวัน รอเลิกงานอีกสักพัก เธอไม่ลองลงแม่น้ำไปจับดูอีกสักหน่อยล่ะ เท่านี้นีเอ๋อร์ก็ไม่โดนแย่งแล้ว”
จางซู่ฉินเป็คนจำพวกจำแต่เื่ได้กินไม่จำเื่โดนตี จริง ๆ เวลานี้ยังจะคิดเื่แบบนี้ออกมาได้ ถึงวันนี้จะไม่ได้กินน้ำแกงปลาจี้ก็ไม่เป็ไร แต่ถ้าเกิดจับปลาขึ้นมาได้อีกสักหน่อย แล้วจะไม่มีส่วนแบ่งของตัวเองได้ยังไงล่ะ
“ป้าสะใภ้ใหญ่ครับ พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ เพียงเพราะเห็นว่าผมเป็คนมีคุณธรรม แล้วจะมาลักไก่ผมแบบนี้ไม่ได้นะ”
เสิ่นทิงอู่ไม่พอใจ “อีกอย่างนะ ใช่ว่าป้าจะไม่มีลูกชาย เื่อะไรมาใช้ให้ผมทำ เด็กคนอื่น ๆ ต่างโชคดีจับขึ้นมาได้ ทำไมพี่ชายใหญ่กลับทำไม่ได้ขึ้นมาล่ะ”
เสิ่นโหย่วเหวยถูกลากเข้ามาอยู่ในหัวข้อสนทนาก็รีบก้มงุด เขาไม่อยากลงไปจับปลาหลังเลิกงานอีก ถึงน้ำในแม่น้ำจะไม่ได้ลึกอะไร แต่ถ้าเกิดลื่นล้มตกลงไปขึ้นมาจะทำยังไง
แม่ของเขาเอาแต่คิดเื่ปลาจี้นี่ทั้งวัน ก็แค่ปลาจี้ไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง มันมีอะไรน่าสนใจกันนักหนา!
“เ้าหนูอู่พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกสิ ถึงพวกเราจะไม่กิน อย่างน้อยก็ควรมีให้คุณปู่คุณย่าท่านกินบ้าง ทำงานหนักทุกวันแบบนี้เหนื่อยกันขนาดไหนรู้บ้างไหม?”
จางซู่ฉินเห็นว่าหลิวเยว่ยังไม่ออกมาจากครัว ก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงอะไร ทั้งยังพูดพล่ามต่อไปไม่หยุด
“เอาละ ทุกคนพูดให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ ถ้ามีใจกตัญญูกันนัก ทำไมไม่ลงไปจับปลาในแม่น้ำกันขึ้นมาให้ปู่ย่าเองล่ะ มัวแต่พูดพร่ำกันอยู่ได้”
คนที่พูดก็คือหลี่ต้าฮวา มองไปยังลูกสะใภ้ใหญ่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจ สร้างเื่มากกว่าคนอื่นวันเว้นวัน ถ้าไม่มีเธอสักคนบ้านนี้คงมีเื่ทะเลาะเบาะแว้งกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแหละ
“ใช่ไหมล่ะป้าสะใภ้ใหญ่ คุณปู่คุณย่าก็ไม่ใช่คุณปู่คุณย่าของเราสองคนสักหน่อย บ้านตัวเองก็ใช่ว่าจะไม่มีทายาท เื่อะไรมาสั่งสอนลูกหลานบ้านอื่น อีกอย่างฉันก็ไม่ได้บอกว่าน้ำแกงปลาในวันนี้ทำไว้กินคนเดียวเสียหน่อย” เสิ่นทิงหงพูดขึ้นมาอย่างถูกเวลาจริง ๆ