นักแสดงที่รับบท ไลอ้อนคิง พุ่งออกมาที่เวที ะโไปมา จนมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของเิเิ พูดดัดเสียงให้ดูน่ากลัว
” Children,are you afraid that I eat you?(สาวน้อย ฉันจะกินเธอ เธอกลัวหรือเปล่า!)”
“อี๋”
เิเิ เห็นคนรอบๆ มองมาที่ตัวเองเป็สายตาเดียว ก็อายม้วนหลบอยู่ในอกของจางฮ่าน พูดอย่างอายๆ
” I’ m not afraid , because I have Daddy。(หนูไม่กลัวหรอก เพราะพ่ออยู่กับหนู)”
ไลอ้อนคิง ไม่หยุดแค่นั้น พลางพูดต่อ
“โฮก.... ถ้าอย่างนั้นฉันจะกินพ่อของเธอเข้าไปด้วยเลย”
“ไม่เอา” เิเิ กอดจางฮ่านไว้แน่น ทำท่าทำทางปกป้อง
จางฮ่านหัวเราะเบาๆ กระซิบข้างหูเิเิ
เิเิ ทำตาม เงยหน้าขึ้นมากะพริบตามองไปที่ ไลอ้อนคิง แล้วะโออกไปว่า
“หื่อ เ้า เ้ามดปลวก ยังกล้าออกมาเที่ยวข่มขู่ชาวบ้านต่อหน้าเรา? เชื่อมั้ยว่า Daddy โบกมือเบาๆ ก็ซัดเ้ากระเด็นแล้ว”
ผู้คนรอบด้านพากันมองเห็นความน่ารักของเิเิ ก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
ทว่าเขาคิดว่านี่เป็มุกตลกของเิเิที่พูดออกมาเพื่อระงับความกลัว ไม่รู้ว่านี่เป็สิ่งที่จางฮ่านปลูกฝังให้เิเิ
“ฮ่าๆ ๆ ช่างเป็เ้าหญิงที่น่ารักอะไรขนาดนี้”
ไลอ้อนคิงพูดเสร็จ ก็วนไปเล่นกับเด็กคนอื่นต่อ
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง การแสดงก็สิ้นสุดลง หลังจากเล่นมาตลอดเวลาสามชั่วโมง จางฮ่านกลัวว่าเิเิจะเหนื่อย ก็พาเิเิไปพักกินข้าวที่ร้านอาหาร
เวลาบ่ายสอง จางลี่พาทุกคนเข้าไปด่านของเื่ toy story
โชว์แรกคือ พวกทหาระโร่ม คนที่กลัวความสูงอย่างเิเิพอเห็นก็อดกลัวไม่ได้ พอออกมาจากตรงนั้น ก็เข้าแถวเพื่อเล่นหมาสปริงในด่านต่อไป เิเิ รู้สึกไม่สนุกกับด่านนี้แล้ว ก็เลยพากันออกมาด่านต่อไป ด่านของโลกจินตนาการ
เิเิ รู้สึกสนุกเมื่ออยู่ในโลกจินตนาการ โดยเฉพาะตอนที่เล่นเรือลอยฟ้า ทำให้เิเิ อดที่จะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้
จางฮ่านเห็นความน่ารักของลูกสาว ก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้
หากเป็สมัยก่อน เด็กขี้อายอย่างเิเิ คงเล่นสนุกแบบนี้ไม่ได้แน่ แต่ตอนนี้เธอที่ได้จางฮ่านฝึกความกล้าให้ เธอจึงมีความกล้าเพิ่มขึ้นมาก
จางฮ่านคงจะสอนเธอให้เป็อย่างที่เขา้าได้ในไม่ช้า
เสร็จจากโลกจินตนาการก็เป็เวลาสี่โมงเย็น ด้วยการนำของจางลี่ พวกเขาจึงไม่พลาดจุดสำคัญอะไรเลย
ด่านต่อไปคือโลกอนาคต เล่นเสร็จก็กลับไปที่ร้านขายของที่ระลึก เครื่องเล่นอะไรที่เล่นได้ก็เล่นหมดแล้ว ฟ้าก็เริ่มมืด ไฟที่ดิสนี่แลนด์ก็ค่อยๆ สว่างขึ้นทีละดวง ดิสนี่แลนด์ในตอนกลางคืนให้ทัศนียภาพอีกแบบหนึ่ง
พวกเขาเดินเล่นกันต่อ ซื้อของที่ระลึกเรียบร้อย จางลี่ก็พาสองพ่อลูกไปที่ปราสาทของเ้าหญิงนิทรา บนนั้นเป็จุดชมดอกไม้ไฟที่ดีที่สุดของดิสนี่แลนด์
ดูดอกไม้ไฟเสร็จ เหมือนฝันสลายกลายเป็ควัน การเที่ยวของวันนั้นก็สิ้นสุดลง
กลับถึงโรงแรม จางฮ่านก็พาเ้าหญิงตัวน้อยที่เล่นเหนื่อยมาทั้งวันเข้านอน อีกด้านหนึ่งที่ห้องนั่งเล่น จางลี่ก็จัดการเก็บเสื้อผ้าเป็ที่เรียบร้อย
“พี่ ฉันไปทำงานแล้วนะ” จางลี่บอกเขา
“อือ ไปสิ” จางฮ่านโบกมือเป็การบอกว่าเขารับรู้แล้ว
จางลี่รู้สึกเหมือนมีอะไรผิดจากที่เธอคาดไว้
พี่ชายของเธอเป็คนหัวรั้น งานดีเจเล่นในผับเป็งานที่เขาไม่เคยมองว่ามันดี จางลี่ยังกลัวอยู่หน่อยๆ ว่าจะโดนเทศน์ชุดใหญ่
“เดี๋ยวก่อน” อยู่ๆ จางฮ่านก็ทักขึ้นมา จางลี่เริ่มใจคอไม่ดี ยืนฟังที่จางฮ่านพูด “ทำงานในที่แบบนั้นเธอต้องรู้จักระวังตัวหน่อยนะ หน้าตาเธอไม่ใช่ว่าขี้เหร่ ถ้ามีใครมาทำรุ่มร่ามก็เตะผ่าหมากไปเลย เกิดอะไรขึ้นพี่ออกหน้ารับเอง”
ประโยคที่ซึ้งๆ พอโดนคำว่า ‘เธอก็ไม่ได้ขี้เหร่ ‘ทำเอาหมดอารมณ์ซึ้งไปซะอย่างนั้น
จางลี่จ้องตาขวาง “จางฮ่าน อะไรคือฉันไม่ใช่ว่าขี้เหร่? นายหมายความว่ายังไง? ฉันเป็ดีเจสาวที่ร้อนแรงที่สุดเชียวนะ”
“หือ?” จางฮ่านอึ้งไปพักหนึ่งก็หัวเราะขึ้นมา “ก็ได้ ก็ได้ ก็ได้ เธอสวยก็ได้ พอใจยัง”
“ฮึ่ย พวกตาถั่ว” จางลี่มองค้อน กำลังจะออกไปทำงานก็นึกขึ้นได้ “ใช่แล้ว พี่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ จะใช้เงินมือเติบแบบนี้ต่อไปไม่ได้ โรงแรมนี่คืนล่ะแสนแปด แพงไปนะ ไม่ใช่ว่าพี่มีห้องอยู่ที่เซียงเจียงหรอกเหรอ ตอนนั้นหมดเงินตกแต่งห้องไปตั้งสองล้านกว่า หรูไม่แพ้ที่นี่หรอก”
“ฉันรู้” จางฮ่านพยักหน้า “ห้องนั้นไม่ใช่ว่าไม่มีคนไปอยู่ตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่หรือไง ฉันจะให้คนไปทำความสะอาดซะก่อน”
“พี่รู้ก็ดีแล้ว ถ้างั้นฉันไปทำงานแล้วนะ” จางลี่พูดเสร็จก็รีบออกไป
เดินๆ ไปเธอก็ยิ้มขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว
เห็นจางฮ่านเข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง คนเป็น้องสาวอย่างเธอเองก็ดีใจไปด้วย
จางฮ่านทิ้งตัวลงบนโซฟา หยิบรีโมตขึ้นมาเปิดโทรทัศน์
โทรทัศน์ฉายเื่ 《2012วันโลกาพินาศ》
หนังเื่นี้เป็มหากาพย์หนังภัยพิบัติเื่หนึ่ง ชาติก่อนจางฮ่านดูเื่นี้ไม่ต่ำกว่าห้ารอบ กระนั้นก็ตาม ตอนที่เขาเห็นดารานำชายที่รู้สึกว่าไม่คุ้นหน้าก็ทำท่าใ
ดารานำไม่ใช่ จอห์น คูแซค หรอกรึ ทำไมเป็อีกคนไปล่ะ
จางฮ่านลุกไปเปิดคอม หาข้อมูลของ จอห์น คูแซค
ค้นหาอยู่พักหนึ่ง ไม่มีข้อมูลของ จอห์น คูแซค
ไม่มีข้อมูลของคนคนนี้?
จางฮ่านหน้านิ่วคิ้วขมวด รัวนิ้วบนแป้นพิมพ์ เข้าไปดูข้อมูลวงการบันเทิงหลายบริษัท
ท่าทางของจางฮ่านดูงงหนักขึ้นเรื่อยๆ
เขาพบว่าไม่ใช่แค่ จอห์น คูแซค ที่ไม่มีข้อมูล แม้กระทั่งดาราที่ชื่อคุ้นหูหลายๆ คนก็หาข้อมูลไม่พบ
ไม่ว่าจะเป็ดาราดังฮอลลีวูด ดาราจีนหลายคนที่กำลังดังในตอนชาติที่แล้วของเขา ก็ไม่พบข้อมูล
อีกทั้งยังมีหนังหลายเื่ที่ไม่มีการถ่ายทำ แม้ว่าในวงการบันเทิงขนาดใหญ่ คนพวกนี้จะมีบทบาทไม่มาก แต่เื่พวกนี้ก็ยืนยันได้ว่าบางอย่างมีปัญหา
สมดุลของโลกนี้อยู่ๆ ก็เปลี่ยนไป
“ใช่แล้ว” จางฮ่านนึกอะไรขึ้นมาได้ “ชาติที่แล้วจื่อเหยียนก็ไม่มีตัวตน แต่พอมาชาตินี้เธอก็มีตัวตนขึ้นมา แถมเรายังมีลูก เราน่าจะเอะใจได้ตั้งนานแล้ว”
หรือสมดุลของโลกเปลี่ยนไปเพราะการกลับมามีตัวตนของเรา? ยังไงตัวเราก็เป็ถึง หานหยางเซียน เซียนลงมาบนโลกจะมีผลกระทบอะไรขึ้นมาก็คงไม่ใช่เื่แปลก
พอนึกๆ ไป จางฮ่านก็ยิ้มพลางส่ายหน้า
“อะไรจะมีหรือไม่มีก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรา หน้าที่ของเราตอนนี้คือเป็พ่อที่ดีก็เท่านั้น”
พ่อที่ดี?
สำหรับเิเิแล้ว เขาทำหน้าที่พ่อได้ดีทีเดียว แต่หากคำสอนที่สืบทอดต่อกันมาในตระกูลถูกผู้คนล่วงรู้เข้าล่ะก็ คงจะเกิดการแย่งชิงขึ้นอีกเป็แน่
รักลูกไม่ใช่เื่ผิด แต่มีใครที่ไหนสอนลูกสาวตัวเองเอะอะอะไรก็’ เ้าพวกมดปลวก’ ในสายตาคนทั่วไปมองว่ามันเป็เื่ใหญ่ทีเดียว แต่เขาไม่ได้คิดแบบคนทั่วไป มองว่ามันเป็การปกป้องลูกสาวของเขา
“ตึงๆ ๆ ๆ ”
เขาคิดๆ อยู่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ใครกันมาเอาป่านนี้? นี่จะสามทุ่มอยู่แล้ว หรือจะเป็บริการพิเศษ?
จางฮ่านเดินไปเปิดประตู
ก็ถึงกับตะลึงที่เห็นสาวสวยหุ่นเซ็กซี่เย้ายวน ยืนอยู่ที่ด้านนอกประตู
เธอสวมเสื้อโค้ต fendi ขนสัตว์สีขาว ใส่รองเท้าแก้วส้นสูง ขาเรียวขาวของเธอยิ่งดึงดูดยิ่งกว่าชุดที่เธอสวมใส่
นาฬิกา cartier สีขาวอยู่ที่มือซ้ายของเธอ มือขวาถือกระเป๋าหนังจระเข้แขวนยี่ห้อ hermes รุ่น constance
แต่งตัวได้ดูดีทีเดียว อดีตลูกเศรษฐีอย่างจางฮ่าน ดูแวบเดียวก็สามารถประเมินราคาของพวกนี้ออกมาได้
fendi หนึ่งแสน รองเท้าห้าหมื่น นาฬิกาแสนห้า กระเป๋าหนังจระเข้สี่แสน รวมราคาแล้วไม่ถึงล้าน
แต่เอ...ขาเรียวๆ คู่นี้ราคาเท่าไหร่น้อ
สายตาของจางฮ่านไม่หยุดจ้องอยู่ที่ขาคู่นั้น
“ดูพอหรือยัง?”
เสียงเ็าดังขึ้น
แน่นอนว่าคนที่มาไม่ใช่บริการพิเศษถึงที่ แต่เป็แม่ของเิเิ จื่อเหยียน
จางฮ่านพอได้ยินเสียงก็เบ้ปาก ชำเลืองดูขาสวยๆ อีกรอบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา “คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”
“หา?” จื่อเหยียนทำหน้างง
ท่าทางเธอดูเหมือน เิเิ ในเวอร์ชันที่โตเป็สาวทำท่างง ท่าทางเธอในตอนนี้ไม่หลงเหลือความเ็าอยู่เลย กลับกันเธอดูน่ารักขึ้นมาทันที
ไม่ทันขาดคำ เธอก็กลับมาดูเ็าอย่างที่เคย
“คุณว่าฉันมาได้ยังไง?” จื่อเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม “ฉันมารับลูกสาวของฉันน่ะสิ”
พูดจบก็เดินอ้อมจางฮ่านเข้าไปในห้อง กวาดสายมองดูรอบห้อง “Emily ล่ะ?”
พอจางฮ่านได้ยินก็ทำท่างงๆ ปิดประตูห้อง “ข้อหนึ่งเธอไม่ได้ชื่อ Emily เธอชื่อ จางหยู่เิ ชื่อเล่นชื่อ เิเิ ข้อสองเธอกำลังนอนหลับอยู่ คุณพูดให้เบาๆ หน่อย”
แต่เดิมจื่อเหยียนไปเมืองหลวงเสียเที่ยวก็โมโหอยู่แล้ว พอมาได้ยินที่จางฮ่านพูดในตอนนี้ก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีก เธอถอดแว่นจ้องตาถมึงทึงไปที่จางฮ่าน “คุณนึกจะเปลี่ยนชื่อให้เธอก็เปลี่ยน ถือดีอะไร?”
“ถือสิทธิ์ที่ผมเป็พ่อยังไงล่ะ ผมแซ่จาง เธอก็ต้องแซ่จาง”
พอพูดเื่นี้ขึ้นมา จางฮ่านก็กระฟัดกระเฟียดขึ้นมาทันที แต่ไหนแต่ไรมา มีลูกที่ไหนไม่ใช้แซ่เดียวกับพ่อ?
ไฟในใจที่สุมในอกของจื่อเหยียนยิ่งลุกโหมขึ้นมาอีก เธอเดินตรงไปข้างหน้าจางฮ่าน พูดเสียงแข็ง “ฉันเป็แม่ของเธอ ฉันอุ้มท้องเธอมา คลอดเธอเลี้ยงเธอมาจนถึงทุกวันนี้ ฉันยอมให้เธอได้เจอคุณก็ดีแค่ไหนแล้ว คุณถือดีอะไรเปลี่ยนชื่อให้เธอตามใจชอบ? แล้วทำไมคุณจะมาเซียงเจียงคุณถึงไม่ยอมบอกกับฉันก่อน? คุณยังเห็นฉันอยู่ในสายตาบ้างมั้ย? ตอนนี้มาอ้างสิทธิ์ความเป็พ่อ แค่คุณดูแลเธอไม่กี่วันนี่นะ เคยมีสักวันมั้ยที่คุณดูแลฉัน?”
เื่นี้บอกให้รู้ว่า อย่าได้ไปทะเลาะกับผู้หญิงเด็ดขาด
คำพูดแค่ไม่กี่ประโยคนี้ทำเอาจางฮ่านปากสั่นไม่หยุด ในใจก็คิดว่า ที่จื่อเหยียนพูดมานั้นไม่มีอะไรผิดซักข้อ
ไม้แข็งไม่ได้ลองไม้อ่อนดูบ้าง จางฮ่านพูดเสียงอ่อนลง
“นั่งให้หายเมื่อยซะก่อน เดี๋ยวผมไปเอาน้ำให้ดื่ม”
“ฮึ ค่อยพูดจาเหมือนคนขึ้นมาหน่อย” จื่อเหยียน มองค้อนพลางเดินไปนั่งที่โซฟา
หลังจากเอาน้ำให้จื่อเหยียน จางฮ่านก็นั่งลงฝั่งตรงข้าม มองจื่อเหยียนอย่างละเอียดอีกครั้ง
ที่แท้แก้มใสๆ คิ้วโก่งๆ จมูกจิ้มลิ้ม ั์ตากลมใส และ ปากเรียวบางของเิเินั้นถอดแบบมาจากจื่อเหยียนเกือบทั้งหมด
จบตอน