“...หากเจ้าทำสำเร็จ ข้าจะมอบ ‘แก่นแท้จิตวิญญาณกระบี่พิฆาตสวรรค์’ ให้แก่เจ้า!”
สิ้นคำของโม่เสวียน กระแสลมรอบข้างพลันหมุนวนรุนแรงขึ้นชั่วขณะ ราวกับว่าแม้แต่เศษศาสตราวุธที่อยู่ภายนอกกระท่อมก็ยังรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของชื่อนี้หลินซานนิ่งเงียบ นัยน์ตาสีดำขลับฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง ‘แก่นแท้จิตวิญญาณกระบี่พิฆาตสวรรค์’ คือหัวใจสำคัญของกระบี่ยักษ์ระดับปฐพีที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางยอดเขา หากปราศจากสิ่งนี้ ต่อให้เขาใช้หอคอยบรรพกาลฝืนดูดกลืน ร่างกายของเขาก็จะถูกไอศาสตราฉีกกระชากจนแหลกเหลว แต่หากได้มันมาครอบครอง... กระบี่ระดับปฐพีเล่มนั้นก็เปรียบเสมือนของเล่นในกำมือเขา!
“ผู้อาวุโสโม่ ข้อเสนอของท่านน่าสนใจยิ่งนัก” หลินซานกระชับปีกหมวกฟาง “แต่ข้าไม่เชื่อว่าจะมีมื้ออาหารฟรีในใต้หล้า ท่านแค้นเคืองสิ่งใดในนิกายมหาบรรพต ถึงต้องการให้ข้าเหยียบย่ำงานประลองนี้?”
โม่เสวียนแค่นเสียงหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม แววตาแฝงความเคียดแค้นดุจปีศาจร้าย “ในอดีต ข้าคือ ‘เจ้าหอศาสตราสายใน’ ผู้รุ่งโรจน์ที่สุด ทว่ากลับถูกไอ้สารเลวสุนัขรับใช้อย่างประมุขหอศาสตราคนปัจจุบัน สมคบคิดกับผู้อาวุโสคุมกฎหักหลังมันกลั่นแกล้งข้าจนเส้นชีพจรวิญญาณพิการ และถูกเนรเทศมาเฝ้าสุสานขยะแห่งนี้ชั่วชีวิต! พวกมันแย่งชิงเกียรติยศและตำราหลอมสร้างของข้าไป...”
ชายชรากำหมัดแน่นจนข้อต่อส่งเสียงลั่น “พวกมันคิดว่าตัวเองคือนักหลอมสร้างที่เก่งที่สุดในใต้หล้า ข้าจึงต้องการให้เจ้า... ศิษย์สายนอกที่สวมผ้าป่านซอมซ่อ ใช้ศาสตร์การหลอมสร้างที่เหนือชั้นกว่า บดขยี้อัจฉริยะทุกตัวของพวกมันในงานประลอง! ตบหน้าพวกมันให้แหลกยับเยินต่อหน้าผู้คนนับหมื่น!”
หลินซานเหยียดยิ้มเย็นชา ความแค้นของโม่เสวียนช่างคล้ายคลึงกับหนี้เลือดที่เขาต้องชำระกับหลินเทียนและตระกูลหลินสายหลักอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“ตกลง ข้ารับข้อเสนอ” หลินซานประสานมือ “แต่การจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ด้วยระดับพลังลมปราณรวบรวมขั้นที่สี่และเศษเหล็กบนยอดเขานี้ คงตึงมือเกินไปหน่อย”
โม่เสวียนจ้องมองหลินซาน นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความพึงใจ มันสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง เคร้ง! วัตถุชิ้นหนึ่งพลันตกลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ แผ่กลิ่นอายโลหะโบราณที่แหลมคมจนแทบจะบาดผิวหนัง
มันคือ ‘ผลึกเหล็กกล้าไหลสวรรค์’ ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก แผ่ประกายแสงสีรุ้งจางๆ ออกมาอย่างประณีต!
“นี่คือแร่วิเศษระดับมนุษย์ขั้นสูงสุดที่ข้าซ่อนเอาไว้ก่อนถูกเนรเทศ” โม่เสวียนกล่าวเสียงเรียบ “มันเพียงพอจะให้เจ้านำไปหลอมเป็นอาวุธคู่กายชั้นยอด... หลินซาน อย่าทำให้ข้าผิดหวัง หากเจ้าตายก่อนงานประลอง ข้าจะใช้หัวของเจ้ามาทำเป็นถ้วยเหล้า!”
สิ้นประโยค ร่างของโม่เสวียนก็เลือนหายไปท่ามกลางหมอกดำอย่างเงียบงัน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายหนาวเหน็บที่ค่อยๆ จางไปหลินซานสืบเท้าเข้าไปหยิบผลึกเหล็กกล้าไหลสวรรค์ขึ้นมา แววตาทอประกายกระหายการสร้างสรรค์อย่างขีดสุด
‘ได้เวลาแล้ว...’
เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ เพ่งกระแสจิตเข้าสู่หอคอยบรรพกาลกลืนสวรรค์ชั้นที่ 2 ทันที!
[ เปิดใช้งาน: เตาหลอมมารเก้าตะวัน! ] [ เริ่มต้นกระบวนการหลอมสร้างอาวุธระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด: ‘ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่า’! ]
ฟู่!!!!
เปลวไฟสีดำอมม่วงอันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นภายในจิตวิญญาณของหลินซาน มันคืออัคคีจากเตาหลอมมารเก้าตะวันที่มีอุณหภูมิและเจตจำนงในการบดขยี้ทุกกฎเกณฑ์ หลินซานโยนผลึกเหล็กกล้าไหลสวรรค์เข้าไปเป็นแกนกลาง พร้อมกับสะบัดมือดึงเอา ‘พลังงานดิบและเจตนาฆ่าของเฉินฟู่และพวกพ้อง’ ที่แฝงอยู่ในหอคอยออกมาเป็นเชื้อเพลิงร่วม!
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังปลดปล่อยปราณมารสีดำออกไปนอกกระท่อม กวาดต้อนเอาไอศาสตราที่ดุร้ายจากเศษกระบี่หักนับร้อยชิ้นรอบๆ ไหลทะลักเข้ามาสมทบในกระท่อมไม้ดุจแม่น้ำคืนรัง!
ครืนนนนน!
กระบวนการขึ้นรูปทำไปด้วยความรวดเร็วและบ้าคลั่ง ภายใต้เปลวไฟสีดำ โลหะไหลสวรรค์ถูกบีบอัดสิบเท่า... ร้อยเท่า! จนกลายเป็นใบดาบเรียวยาวสีดำขลับประทับด้วยลวดลายอักขระมารสีโลหิตที่แลดูน่าขนลุก ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความสง่างามที่น่าสะพรึงกลัวผ่านไปสามชั่วยาม ในยามที่รุ่งอรุณแรกกำลังจะแตะขอบฟ้า...
โฮกกกกก!
เสียงกรีดร้องแหลมเล็กของวิญญาณอาฆาตดังกึกก้องในห้องไม้ เปลวไฟสีดำดับลง เผยให้เห็นดาบยาวเล่มหนึ่งลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าหลินซาน ตัวดาบสีดำสนิทราวกับกลืนกินแสงสว่าง รอบๆ ใบดาบมีไอสีเลือดบางเบาไหลเวียน คล้ายกับเสียงกระซิบของปีศาจร้ายที่คอยทวงชีวิต
[ หลอมรวมสำเร็จ: ได้รับ ‘ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่า’ (ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด)! ] [ คุณสมบัติพิเศษ: ทุกครั้งที่ดาบนี้ฟันโดนศัตรู มันจะดูดกลืนเศษเสี้ยววิญญาณและปราณโลหิตของอีกฝ่ายมาฟื้นฟูผู้ใช้ และมีโอกาส 30% ที่จะสร้างความเสียหายทางจิตวิญญาณโดยตรง! ]
หลินซานยื่นมือขวาออกไปคว้าด้ามดาบ ทันทีที่นิ้วมือสัมผัส ความรู้สึกเชื่อมต่ออันเหนียวแน่นและทรงพลังแล่นพล่านเข้าสู่แขนขวาของเขาโดยตรง ดาบเล่มนี้คือผลงานชิ้นเอกที่เขาใช้ความรู้และระบบแฮ็กหลอมขึ้นมาด้วยตัวเอง!
เขาสอดดาบสีดำเข้าฝักไม้ที่เตรียมไว้สะพายเฉียงไว้ที่แผ่นหลัง กระชับหมวกฟาง ดึง ‘โอสถซ่อนชีพจร’ มาปิดกั้นพลังงานจากดาบจนดูเหมือนดาบเหล็กธรรมดาเล่มหนึ่ง
‘หลี่เหวิน... อัจฉริยะตระกูลหลิน... และพวกหอศาสตรา’
หลินซานเดินออกมายืนหน้ากระท่อมไม้ มองลงไปยังเบื้องล่างของหุบเขาที่คลาคล่ำไปด้วยศัตรูมากมาย แววตาของเขาเยือกเย็นราวกับคมดาบในฝัก
“เตรียมคอของพวกเจ้าไว้รองรับดาบเล่มนี้ให้ดีเถิด”