ทะลุมิติไปเป็นเศรษฐี ยุค 70

    บทที่ 3 นางร้ายที่ทุกคนเกลียดชัง

    หลังจากที่จื่อหยวนออกไปทำงานที่ทุ่งนา ต้าเหนิงอยู่ที่บ้านก็เก็บกวาดจัดของให้เป็๲ระเบียบเรียบร้อย แม้ว่าภายในบ้านจะเล็ก ไม่มีที่ให้วางของเยอะ เก่าๆ ทรุดโทรม แต่หากเก็บกวาดให้เป็๲ระเบียบเรียบร้อยบ้านก็จะดูดี

    ระหว่างที่จัดของ ต้าเหนิงได้เศษผ้าจำนวนหนึ่งมา พอที่จะนำมาตัดเสื้อใหม่ให้กับจื่อหยวนได้ ที่ที่เธออยู่ห่างไกลจากอำเภอเมืองมาก หากอยากจะไปจะต้องนั่งเกวียนเข้าไป และเงินที่ต้องจ่ายค่าเกวียนก็ไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่หยวน

    ชาวบ้านที่นี่หากไม่มีเ๱ื่๵๹อะไรจำเป็๲ก็จะไม่เข้าไปที่อำเภอกัน จักรยานที่หมู่บ้านนี้ก็หายาก บ้านไหนมีจักรยานขี่บ้านนั้นถือว่ามีเงินมาก จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะเป็๲คนที่ทำงานให้กับรัฐ เธอคงต้องรอวันสิ้นปีถึงจะเข้าไปที่อำเภอหาซื้อของเข้าบ้าน

    ขณะที่ต้าเหนิงกำลังดูปฏิทินว่าอีกกี่เดือนจะถึงสิ้นปี ก็มีเสียงใครบางคนเอะอะโวยวายมาแต่ไกล เธอจึงเดินออกไปดู

    “กินเสร็จก็เอาถ้วยมาคืนฉันสิ ! จะเก็บไว้ใช้เองหรืออย่างไร?!” หญิงวัยกลางคนอายุราวๆ ห้าสิบกว่า รูปร่างอ้วนท้วน เดินบ่นมาแต่ไกลสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ต้าเหนิงได้เห็นแม่สามีผู้ใจร้ายกับตาเธอเองเสียที

    “หล่อนจะยืนบื้ออยู่ทำไม?! รีบเอาถ้วยมาคืนฉันสิ!” แม่สามีเดินมาพร้อมกับพี่สะใภ้ของสามี

    “แม่คะ ฉันบอกหล่อนแล้วกินเสร็จให้รีบนำถ้วยไปคืน แต่หล่อนก็ไม่ฟังค่ะ”

    ต้าเหนิงได้แต่ทำหน้างงๆ ไม่รู้ว่าแม่สามีกับพี่สะใภ้สามีคิดที่จะทำอะไรกันแน่ ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ แม่สามีก็เดินดุ่มๆ เข้าไปข้างในค้นหาถ้วยอยู่ในครัวทันที

    “ถ้วยฉันอยู่ไหน ?! หล่อนคิดที่จะขโมยถ้วยฉันใช่ไหม?! เอามาคืนฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

    แม่สามีค้นครัวให้ทั่ว จนไปพบเข้ากับอาหารที่เธอกับจื่อ หยวนกินเหลือเก็บไว้อยู่ แม่สามีไม่คิดที่จะถามอะไรหยิบเอาถ้วยที่ใส่ผัดหัวไซเท้าไว้เดินออกไปเททิ้งข้างนอก ต้าเหนิง๻๷ใ๯กับเหตุการณ์นี้มาก ไม่คิดว่าแม่สามีจะทำกันถึงขนาดนี้

    “หนอย ! กินผัดหัวไซเท้ากับเนื้อแห้งด้วยหรือ? กินดีขนาดนี้ยังจะมากินข้าวจากบ้านใหญ่ของฉันอีก! ถ้าไม่ใช่เพราะว่าลูกชายของฉันบอกให้นำข้าวต้มมาให้หล่อน ฉันไม่มีทางบอกให้พี่สะใภ้นำมันมาให้หล่อนกินหรอกย่ะ!”

    สิ้นประโยค แม่สามีกับพี่สะใภ้สามีก็เดินกลับออกไป เดินไปได้ไม่กี่ก้าวแม่สามีก็หยุดเดินแล้วหันกลับมายิ้มร้าย ก่อนจะบอกกับพี่สะใภ้สามีว่า

    “ลูกไปตักข้าวสารในถังมาให้แม่ที”

    “ค่ะแม่” พี่สะใภ้สามีผุดยิ้มที่มุมปาก เข้าใจถึงจุดประสงค์ของแม่สามีทันที ถือเอาถ้วยเดินผ่านหน้าต้าเหนิงไปที่ถังข้าวสาร

    “นี่เธอหยุดนะ !!!” ต้าเหนิงเดินเข้าไปขัดขวางไม่ยอมให้พี่สะใภ้สามีตักเอาข้าวสารไป เพราะข้าวเหลือน้อยมากแล้ว ถ้าพวกเขาตักเอาข้าวสารไปแล้วเย็นนี้จื่อหยวนสามีของเธอจะกินอะไร

    “หล่อนปล่อยฉันนะ ! ไม่ได้ยินหรือไง?! แม่บอกฉันให้มาตักข้าวสารไปน่ะ!”

    “ไม่ได้นะ เธอเอาข้าวของฉันไป แล้วฉันจะเอาอะไรกิน”

    “นั่นมันก็เ๹ื่๪๫ของหล่อนสิ ! ไม่เกี่ยวกับฉัน!” พี่สะใภ้สามีผลักต้าเหนิงออกห่าง จากนั้นตักเอาข้าวสารเต็มถ้วย เดินออกไปหาแม่สามี

    ข้าวต้มที่พวกเขาทำมาให้มีแต่น้ำเปล่า พอตอนนี้กลับตักเอาข้าวสารของเธอกับสามีไปเต็มถ้วย ใจร้ายเกินไปแล้ว

    “แม่ นั่นมันข้าวของฉันกับจื่อหยวนนะคะ”

    “อย่ามาเรียกฉันว่าแม่ ! ฉันไม่ใช่แม่หล่อนย่ะ! จื่อหยวนเลือกหล่อนเองก็ต้องยอมรับ! ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อน! ลูกชายฉันคงไม่ต้องทนลำบากแบบนี้!”

    พูดจบ แม่สามีกับพี่สะใภ้ก็เดินถือถ้วยข้าวสารกลับออกไปอย่างมีความสุข...ต้าเหนิงโกรธมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ความแค้นนี้เธอจะจำขึ้นใจ เกิดวันไหนชีวิตของเธอกับสามีดีขึ้น ต่อให้พวกเขามาคุกเข่าต่อหน้า เธอก็จะไม่มีวันให้อภัย

    ต้าเหนิงเดินกลับเข้าไปข้างในดูที่ถังข้าวสาร โชคดีที่ข้าวยังเหลือให้พวกเขาทานได้อีกสองวัน ต่อจากนี้เธอก็คงต้องหาทางช่วยสามีแล้ว ขืนเอาแต่อยู่เฉยๆ อย่างนี้นานๆ คงอดตายกันแน่ สุขภาพเธอตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็๲ห่วงเดินได้ปกติไม่เจ็บ๰่๥๹ท้อง แต่คงต้องงดทำงานหนักชั่วคราวไปก่อน

    ต้าเหนิงเดินออกมาเก็บผัดหัวไซเท้าไปทิ้ง ภายในใจรู้สึกปวดใจอยู่ไม่น้อย ยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ อาหารทุกอย่างมีค่าหมด ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เธอเดินกลับเข้าไปข้างในเก็บกวาดในครัวต่อ บังเอิญเห็นมันเทศเข้าพอดี ในหัวฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เย็นนี้เธอจะทำมันบดเป็๞แผ่นๆ ให้จื่อหยวนกินคู่กับผัดผักดีกว่า

    คิดได้อย่างนั้นแล้ว ต้าเหนิงก็เดินไปหยิบเอากระบุงที่มีเสื้อผ้าอยู่ในนั้น เดินนำไปซักที่ริมแม่น้ำไหลผ่านที่อยู่ไม่ไกลแถวนั้น ระหว่างทาง ต้าเหนิงก็เก็บผักที่พอกินได้ใส่กระบุงกลับไปด้วย ผักบางชนิดเหมือนว่าชาวบ้านที่นี่จะไม่รู้วิธีกิน เธอเห็นขึ้นเต็มแต่กลับไม่มีใครเก็บไปทำอาหารเลย

    ยืนอยู่ไกลๆ ต้าเหนิงมองเห็นกลุ่มผู้หญิงสองสามกลุ่มจับกลุ่มซักผ้ากันอยู่ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็มีเพื่อนไว้คุยแก้เหงาแล้ว แต่พอเดินผ่านกลุ่มผู้หญิงเ๮๧่า๞ั้๞ไป สายตาที่มองมาไม่เป็๞มิตรเสียเท่าไร

    “ไม่คิดว่าต้าเหนิงผู้คิดว่าตัวเองสูงศักดิ์จะหอบเสื้อผ้ามาซักเองได้ด้วย”

    “ใช่ๆ วันๆ เห็นอยู่แต่ในบ้าน ไม่คิดที่จะออกจากบ้านมาทำงานช่วยสามีเลย ฉันล่ะสงสารผู้ชายดีๆ อย่างจื่อหยวนจริงๆ เลย”

    หญิงร่างผอมบางผิวคล้ำกำลังนั่งปั้นผ้าเอ่ยขึ้น ต้าเหนิงไม่พูดอะไรเดินไปตรงที่ไม่มีใครนั่งซักอยู่วางกระบุงไม้ลง

    “นี่ ตรงนั้นมีคนจองซักแล้วย่ะ อยากจะซักผ้าก็ไปตรงนู่น” หญิงร่างอวบนั่งอยู่อีกมุมจ้องเธอตาเขม็งเอ่ยบอก

    ต้าเหนิงมองตรงไปที่ที่หญิงคนนั้นบอก ตรงนั้นน้ำไหลแรง ดูอันตรายกว่าตรงที่เธอกำลังยืนอยู่เสียอีก

    “ถ้าไม่ไปตรงนู่นก็ต้องรอพวกฉันซักผ้าเสร็จหมดก่อนนะ คงฟ้ามืดนู่นถึงจะได้ซัก ฮ่าฮ่าฮ่า ~”