“ดีมาก งั้นเราเข้าไปด้วย เอ็งจะได้คอยกันท่า”พลเอกณรงค์ฤทธิ์สั่งลูกน้อง แล้วเปิดประตูลงจากรถ ก้าวอาดๆ เข้าไปในบ้านของอดีตน้องเมียพร้อมกับคนขับรถ
“ต๊ายคุณพี่!” จิตตรีพอรู้จากคนรับใช้ว่าอดีตพี่เขยมาหาเธอก็รีบออกไปต้อนรับหน้าบานเป็กระด้งเลยเชียวล่ะ “สวัสดีค่ะคุณพี่แหมน้องล่ะดีใจจริงๆ ค่ะที่คุณพี่อุตส่าห์มาเยี่ยมถึงบ้านเชิญข้างในก่อนค่ะคุณพี่”
จิตตรีจะเข้าไปเกาะแขนแต่พลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับจ้องหน้าอดีตน้องเมียด้วยสายตาดุดันถมึงทึง “ฮึ่ม!”
จิตตรีรู้สึกหนาวะเืในอก เธอรีบยิ้มหวานสู้ทันที“คุณพี่มาหาน้องถึงบ้าน คุณพี่มีอะไรให้น้องรับใช้หรือคะคุณพี่?”
แล้วเธอก็มองคนขับรถด้วยสีหน้าไม่พอใจ‘หนอย! จะตามประกบไปถึงไหนยะ’
เธอรีบปรับสีหน้าแล้วพูดกับอดีตพี่เขยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า“คุณพี่มาเหนื่อยๆ เชิญข้างในก่อนนะคะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองเฉยไม่คิดจะเข้าบ้านตามคำเชิญ เขาข่มอารมณ์แล้วพูดกับจิตตรีว่า “คุณจิตตรีที่ผมมาวันนี้เพราะผมรู้ว่าคุณเป็คนจ้างไอ้สมชายให้ไปปล่อยข่าวลือว่าผมมีอะไรกับคุณพิมพิรา”
“อะไรนะคะคุณพี่!” จิตตรีใหน้าซีดเผือด ‘แย่ล่ะซิ! คุณพี่รู้ได้ยังไงวะ อีตุ๊ดนั่นมันเสือกปากโป้งแน่ๆ เลย หนอยอีสมชาย! มึงคงแค้นที่กูไม่จ่ายอีกหมื่นนึงให้มึงแน่ๆ มึงเลยปากโป้งบอกคุณพี่ซะเลยหนอยอีกระเทยควาย!เจอตัวเมื่อไหร่กูจะตบให้เืกลบปากเลยมึง!’
เธอรีบปฏิเสธแสร้งทำหน้าตาไม่รู้เื่“คุณพี่เอาอะไรมาพูดคะ จิตตรีไม่เห็นจะรู้เื่เลย”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์จ้องจิตตรีด้วยสายตาดุดัน“คุณจะบอกว่าไม่รู้เื่ก็ไม่เป็ไร แต่ถ้ามีครั้งหน้าล่ะก็...ผมเอาเื่แน่คุณจำไว้ให้ดีก็แล้วกันครับคุณจิตตรี ถ้าขืนคุณยังยุ่งวุ่นวายกับผมอีกต่อไปผมไม่ไว้หน้าคุณแน่!”
แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับ จิตตรีรีบเข้าไปเกาะแขนบีบน้ำตา“คุณพี่คะ ข่าวลืออะไร น้องไม่รู้เื่เลยนะคะ จู่ๆ คุณพี่ก็มาต่อว่าน้องอย่างนี้ทั้งๆที่น้องไม่ได้ทำได้ยังไงคะ คุณพี่ปรับปรำน้องอยู่นะคะ น้องอยู่ของน้องดีๆ คุณพี่มาถึงก็มาว่าน้องฉอดๆอย่างนี้น้องไม่ยอมนะคะคุณพี่”
“อย่ามายุ่งกับผม แล้วก็เลิกตามผมซักทีถ้าคุณยังมียางอายอยู่บ้าง อย่าให้ผมต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้เลยคุณจิตตรี” พลเอกณรงค์ฤทธิ์แกะมือจิตตรีออกอย่างรังเกียจแล้วก็เดินออกจากบ้านอดีตน้องเมียทันที
“กรี๊ดดดด...” จิตตรีกรี๊ดลั่นบ้าน เดือนรีบหลบไปทันที เมื่อเห็นเ้านายอาละวาดขว้างปาข้าวของกระจุยกระจายกระถางต้นไม้ใบเล็กใบน้อยที่อยู่ใกล้มือถูกหยิบขึ้นมาขว้างปาระบายอารมณ์จนแตกกระจายเพล้ง!...เพล้ง!...เพล้ง!...เพล้ง!...เพล้ง!...
เดือนมองแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า“เฮ้อ...กูเหนื่อยอีกแล้วซิ ต้องมาคอยตามเก็บตามกวาดกันอีกแล้ว”
หลังจากที่สมชายขอเรียกประชุมเฉพาะกิจแก้ข่าวให้พิมพิราแล้วพร้อมกับยืดอกรับว่า ‘ทำไปเพราะถูกจ้างวาน’
ทำให้คนในบริษัทเลิกซุบซิบนินทาเลิกมองพิมพิราด้วยสายตารังเกียจแต่ก็ยังมีบางคนที่ยังแอบนินทาพิมพิราอยู่เช่นพวกของเกศเกล้า เพราะเกศเกล้าชอบชัยชนะจึงทำให้เธอเกลียดขี้หน้าพิมพิราเมื่อข่าวลือเงียบหายไปบรรยากาศในการทำงานก็กลับเป็ปกติดังเดิม
หลังจากนั้นสมชายก็ถูกเพื่อนร่วมงานแอนตี้แต่ก็ยังมีเพื่อนบางคนที่ยอมให้อภัยดังเช่นแก้วสมชายดีใจจนร้องไห้โฮอย่างไม่อายสายตาใครจนแก้วต้องรีบลากตัวให้ไปร้องไห้ต่อในห้องน้ำชาย
ยิ่งนานวัน พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็ยิ่งเห็นว่าพิมพิรามีนิสัยคล้ายๆคุณหญิงจิตตรา แต่ที่แตกต่างกันก็คือพิมพิรากล้าที่จะพูด กล้าที่จะต่อว่าดังเช่นในขณะนี้ “ท่านคะ ในเมื่อท่านกลัวว่าจะไปไม่ทันแล้วทำไมท่านไม่รีบออกจากออฟฟิตล่ะคะ?พอตอนนี้จะมาเร่งให้น้านพซิ่ง คงต้องเหาะไปแล้วล่ะค่ะ”
เธอว่าให้ เมื่อท่านประธานเอาแต่เร่งให้น้านพขับรถเร็วๆเพื่อไปให้ทันนัด พลเอกณรงค์ฤทธิ์หันขวับ! ไปมองอย่างไม่พอใจ แต่พอสบตากับดวงตาคู่สวยปากที่กำลังขยับจะพูดก็หุบลงทันที เพราะแม่เลขาตัวดีหันไปสั่งกับคนขับรถว่า “น้านพเดี๋ยวจอดตรงวินมอไซต์ข้างหน้าเลยนะคะเพราะเดี๋ยวพะพิมกับท่านจะนั่งมอไซด์รับจ้างไปค่ะ”
เธอสั่งฉับ! พร้อมกับยัดแฟ้มใส่กระเป๋าสะพายใบใหญ่อย่างเตรียมพร้อมพลเอกณรงค์ฤทธิ์ได้แต่อ้าปากหวอ “อะไรนะ!นี่จะให้ผมนั่งรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างไปเหรอ...”
‘เอ่อ...คุณเธอคิดได้ไงเนี่ย!’ เขาอึ้ง! ตะลึงงันไป คิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ นพรีบเปิดไฟเลี้ยวแล้วเบนรถชิดริมทางเท้าซึ่งมีรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างจอดอยู่สามสี่คัน พิมพิราก็รีบลงจากรถพร้อมกับหันมาเร่งท่านประธานเหย็งๆหน้าเฉย “ท่านคะ รีบๆ ลงมาซิคะเดี๋ยวก็ไปไม่ทันกันพอดี”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ทำหน้างงๆ ‘ตกลงใครเป็เ้านายกันแน่ฟร่ะ!’
“นี่คุณพะพิม คุณจะให้ผมนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างจริงๆเหรอครับ?” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าแม่เลขาหน้าหวานจะกล้าให้เขาใช้บริการมอเตอร์ไซต์รับจ้างจริงๆดังที่เธอพูด
“ก็จริงซิคะท่าน รถติดขนาดนี้ถ้าท่านอยากจะไปให้ทันก็มีแต่มอไซด์เท่านั้นแหละค่ะที่ทำได้ รีบๆ ลงมาเถอะค่ะ” พิมพิราบอกหน้าเฉยแถมยังเร่งอีกต่างหากแต่พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็ยังนั่งเฉย จนพิมพิราบอกด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ท่านคะถ้าไปไม่ทันก็อย่ามาโทษคนอื่นล่ะกันค่ะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองนาฬิกาข้อมือตัวเอง‘เฮ้อ...ระยะทางกับเวลามันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน...’
ทำให้เขาตัดสินใจทำตามที่เลขาบอกเพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเวลานัดจริงๆ เขาก้าวลงจากรถเบนซ์ด้วยสีหน้าปลงๆ แล้วพิมพิราก็จัดการเ้ากี้เ้าการให้เขาขึ้นคล่อมมอเตอร์ไซต์รับจ้างพร้อมกับเอาหมวกกันน็อคมาสวมให้
“พี่คะพาไปส่งที่โรงแรม......นะคะซิ่งเลยนะพี่” เธอสั่งพร้อมกับยิ้มหวานให้หนุ่มมอเตอร์ไซต์รับจ้าง
“ครับ” วินมอเตอร์ไซต์พยักหน้าให้แล้วก็รีบออกรถพาลูกค้าไปส่งตามคำสั่งทันที
“เหวอ!” พลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบเกาะรถมอเตอร์ไซต์อย่างเหนียวแน่นเพราะกลัวตกแถมวินมอเตอร์ไซต์ก็ซิ่งได้สะใจขาโจ๋ จนเขาแอบภาวนาอยู่ในใจ ‘อย่าไปชนรถชนใครที่ไหนนะเฟ้ย! ตูยังไม่อยากลงไปวัดพื้นถนนเล่น’
เมื่อถึงโรงแรม เขาก็ควักตังค์จ่ายค่าโดยสารบวกทิปให้ไปอีกร้อยบาทวินมอเตอร์ไซต์รีบบอกพร้อมกับยื่นแบงค์ร้อยคืนให้ “พี่ให้ตังค์ผมมาเกินครับ”
“เอาไปเถอะพี่ให้ทิป” พลเอกณรงค์ฤทธิ์บอกวินมอเตอร์ไซต์รีบขอบคุณอย่างดีใจ “ขอบคุณครับพี่ โอกาสหน้ามาใช้บริการอีกนะครับ”
แล้ววินมอเตอร์ไซต์ก็ขี่รถจากไป พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองตามหลังไปอย่างสยอง‘ไม่มีครั้งต่อไปหรอกไอ้น้อง แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวพี่ก็เข็ดจนตายแล้วเฟ้ย!ง
เมื่อพิมพิราตามไปถึง พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็เดินไปจ่ายค่าโดยสารให้เมื่อวินมอเตอร์ไซต์ไปแล้วเขาก็มองเธอด้วยสายตาดุๆ
แต่ก่อนที่พลเอกณรงค์ฤทธิ์จะทันได้ต่อว่าแม่เลขาหน้าหวานพิมพิราก็รีบชิงพูดขึ้นซะก่อนว่า “ท่านคะ เหลืออีกสิบนาทีค่ะท่าน รีบไปกันเถอะค่ะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก้มมองนาฬิกาแล้วรีบเดินเข้าไปข้างในทันที‘ฮึ่ม! ฝากไว้ก่อนเถอะคุณพะพิมหาเื่ให้ผมหัวใจจะวายตาย!’
นับั้แ่พลเอกณรงค์ฤทธิ์ได้มีประสบการณ์นั่งวินมอเตอร์ไซต์เป็ครั้งแรกในชีวิตเขาก็ยังไม่มีโอกาสเฉ่งแม่เลขาตัวแสบเลย เพราะมัวแต่ทำงานที่กระทรวงกว่าจะมีเวลาว่างเข้าบริษัทก็ผ่านไปเป็อาทิตย์กว่า ครั้นพอเข้าออฟฟิต ก็เจองานกองท่วมหัวทำให้ท่านประธานอย่างเขาต้องรีบสะสางงานจนลืมไปแล้วกว่าจะเสร็จงานก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน
“ขอบคุณครับคุณพะพิมที่อยู่ช่วยงานจนดึก”พลเอกณรงค์ฤทธิ์บอกด้วยสีหน้าอ่อนล้านิดๆ ก็อายุปูนนี้แล้ว ยังต้องมานั่งทำงานหลังขดหลังแข็งั้แ่เช้ายันมืดถ้าไม่เหน็ดไม่เหนื่อยกะเขาเลยก็ต้องเรียกว่าซุปเปอร์แมนแล้วล่ะ
พิมพิรายิ้มรับด้วยสีหน้าอ่อนล้าเช่นกันก็ในเมื่อเ้านายเธอสู้งานขนาดนี้ เธอจะมัวี้เีอยู่ได้ยังไงไม่งั้นเสียชื่อเกียรตินิยมอันดับหนึ่งน่ะซิ
“ไม่เป็ไรค่ะท่านเพราะยังไงพะพิมก็ได้โอทีอยู่แล้วล่ะค่ะ นี่ขนาดคิดคร่าวๆ แล้วนะคะ พะพิมว่าเดือนนี้พะพิมได้โอทีมากกว่าเงินเดือนแน่ๆคะท่าน ส่วนเดือนที่แล้วก็ได้น้อยกว่าเงินเดือนแค่สองร้อยเองค่ะนี่ถ้าได้โอทีแบบนี้ทุกเดือนๆ ล่ะก็...พะพิมคงมีเงินเหลือเยอะแยะเลยล่ะค่ะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์เลยมองใบหน้าหวานๆ เขม็ง‘เอ...พูดแบบนี้หาว่าเราใช้งานหนักทางอ้อมรึเปล่าหว่า...’
เสียงหวานๆ ยังคงพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“แล้วถ้าเหลือเยอะๆ นะคะพะพิมจะได้มีโอกาสพาพ่อกับแม่ไปเยี่ยมน้องที่อังกฤษปลายปีนี้ตอน่ปีใหม่ซักทีค่ะ”
เขามองใบหน้ายิ้มแป้นของเลขาซึ่งดูจะชอบซะอีกที่ได้โอทีเยอะๆเขาจึงปัดความคิดเมื่อกี้ออกไปจากหัวสมองทันที
“นี่ก็ดึกแล้วผมว่าเรากลับกันซักทีพรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ ป่านนี้นพคงนั่งสัปหงกแย่แล้วล่ะ”
“ค่ะท่าน” พิมพิรารีบเรียงแฟ้มเก็บให้เรียบร้อยเมื่อเสร็จแล้วพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็ช่วยเลขาปิดไฟในห้องจนถึงดวงสุดท้ายข้างประตู ครั้นออกไปหน้าห้องทั้งคู่ก็เห็นคนขับรถนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะเลขา น้ำลายไหลยืดเป็ทาง พิมพิราเดินไปปลุก“น้านพคะ น้านพตื่นเถอะค่ะท่านจะกลับบ้านแล้ว”
นายนพงัวเงียตื่น เงยหน้าขึ้นมาน้ำลายไหลย้อยจนพลเอกณรงค์ฤทธิ์ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะเดินเข้าไปตบบ่า“นพไปล้างหน้าล้างตาไป๊ นอนน้ำลายไหลหมดหล่อแล้ว”
“คร้าบท่าน”นพยานคางรับคำสั่งอย่างงัวเงียแล้วก็ลุกเดินเซๆไปล้างหน้าในห้องน้ำ พิมพิราจึงใช้เวลา่ที่คนขับรถไปเข้าห้องน้ำเก็บโต๊ะทำงานของตัวเองให้เรียบร้อย เมื่อน้านพออกมา เธอก็พร้อมจะกลับบ้านแล้ว
“ดึกขนาดนี้เดี๋ยวให้นพไปส่งนะครับคุณพะพิม”พลเอกณรงค์ฤทธิ์บอกอย่างเอื้ออารี พิมพิรารีบไหว้ขอบคุณ “ขอบคุณค่ะท่าน”
แล้วทั้งสามคนก็ออกจากออฟฟิต
หลังจากนั้นไม่นานรถเบนซ์คันงามก็มาจอดหน้าอพาร์ทเม้นต์ที่พักของเลขาสาวพิมพิราสะพายกระเป๋าลงจากรถแล้วหันไปไหว้ท่านประธาน “ขอบคุณค่ะท่าน”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์พยักหน้ายิ้มให้ แล้วพิมพิมราก็มองเลยไปทางคนขับรถ“ขอบคุณค่ะน้านพ”
เมื่อร่ำลาเสร็จแล้วพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็หันไปพยักหน้าให้คนขับรถนพจึงขับรถออกไปโดยที่เลขายังยืนส่งเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ก่อนที่รถจะพ้นประตูรั้วพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็หันไปเห็นโทรศัพท์มือถือของเลขาหล่นอยู่ที่เบาะหลังเขาจึงบอกกับนพว่า“นพจอดรถก่อน คุณพะพิมทำโทรศัพท์ตกไว้แน่ะ”
“ครับท่าน” นายนพหยุดรถทันที แต่เพราะมีรถเก๋งตามหลังมาคนขับรถเก๋งจึงบีบแตรไล่ ปี๊นๆ
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็ตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถือของเลขามาพร้อมกับสั่งคนขับรถว่า“งั้นฉันเอามือถือไปให้คุณพะพิมเอง แล้วเดี๋ยวนพขับรถเลยไปก่อนนะ”
แล้วเขาก็เปิดประตูรถลงมาพร้อมกับเอ่ยขอโทษรถคันหลัง“ขอโทษครับ”
นพรีบขับรถออกไปเปิดทางให้รถเก๋ง พอรถเก๋งไปแล้วเขาก็ถอยรถเลี้ยวกลับเข้าไปอีกครั้งพลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบเดินจ้ำอ้าวไปหาพิมพิราซึ่งกำลังจะเดินเข้าไปในอพาร์ทเม้นต์พร้อมกับร้องเรียก“คุณพะพิมครับ คุณทำมือถือตกครับ”
พิมพิราได้ยินเสียงเ้านายเรียกหล่อนรีบหันกลับไปทันที“คะท่าน”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์เดินไปถึงตัวพิมพิราเขาก็รีบยื่นโทรศัพท์ให้เธอ “คุณทำมือถือตกไว้ในรถครับ”
“อุ้ยตายจริง”พิมพิรายื่นมือไปรับโทรศัพท์คืนพร้อมกับรีบยกมือไหว้ขอบคุณ “ขอบคุณมากค่ะท่าน”
“ไม่เป็ไรครับ งั้นผมไปล่ะครับ”เขาบอกพร้อมกับยิ้มให้ พิมพิรายิ้มแล้วหย่อนโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋า พลเอกณรงค์ฤทธิ์หมุนตัวกลับเดินตรงไปที่รถของเขา แต่ยังไม่ทันจะถึงรถ ก็มีเด็กผู้ชายอายุราวเจ็บขวบวิ่งผ่านหน้าเขาไป
“แน่จริงก็ปาให้ถูกซิวะ” เด็กชายคนนั้นะโบอกเด็กผู้ชายอีกคนอายุราวห้าขวบที่วิ่งตามมาเด็กชายที่วิ่งตามหลังรีบปาถุงน้ำใส่เด็กชายคนแรก โพล๊ะ!
“เฮ้ย!” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ใเมื่อถุงน้ำที่เด็กชายปาเล่นกัน ดันพลาดมาถูกเขาเต็มๆ
“ว๊าย!” พิมพิราก็ใเช่นกันเพราะเธอยังยืนรอส่งท่านประธานอยู่ เธอรีบเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่เมื่อเข้าไปใกล้เขาเธอรีบอุดปากอุดจมูกตัวเองแน่นเพราะได้กลิ่นเหม็นฉึ่ง “ตายแล้วท่าน! ทำไมมันเหม็นแบบนี้ล่ะคะ?”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ตัวเปียกเหม็นฉึ่งไปหมดเขาหันขวับไปมองเด็กชายทั้งสองคนตาขวาง เด็กทั้งสองคนหน้าเจื่อน มองตอบด้วยความหวั่นกลัว“คือ...อึก...อึก...”
นพรีบลงจากรถไปหาเ้านายหน้าตาตื่นพอเดินไปใกล้ ก็ต้องรีบยกมือปิดปากปิดจมูกตัวเองไปด้วยอีกคน ยามรักษาการณ์รีบวิ่งเข้ามาขอโทษหน้าซีดเป็ไก่ต้ม“ตายห่า! ขอโทษครับคุณ ต้องขอโทษด้วยครับที่ลูกของผมมันซนไปหน่อย”
‘ซนไปหน่อยเรอะ! อย่างนี้มันไม่เรียกว่าซนไปหน่อยแล้วล่ะนี่มันต้องเรียกว่าซนนรกแตกต่างหากล่ะเฟ้ย!’ พลเอกณรงค์ฤทธิ์ยืนเอามือปิดจมูกตัวเองจ้องหน้ายามเขม็งยามรีบวิ่งไปลากลูกชายมาขอโทษทันที “ไอ้เอก ไอ้อ๋อง รีบขอโทษคุณลุงเขาซะเลยนะเอ็งเสือกเล่นพิเรนทร์บ้าอะไรกันห๊าไอ้ลูกเวร! ดูซิทำคุณลุงเขาเปียกไปหมดแล้ว”
ไอ้เปียกน่ะไม่เท่าไหร่หรอกแต่เหม็นนี่ซิ! มันโคตรเหม็นสุดๆ ไปเลย
เด็กชายทั้งสองรีบยกมือไหว้พร้อมกับขอโทษทันทีเพราะกลัวพ่อจะตี“ขอโทษครับคุณลุง”
ทั้งสองคนพูดพร้อมๆ กันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้จนพลเอกณรงค์ฤทธิ์นึกสงสาร
“เอาเถอะๆ ช่างมันเถอะทีหลังอย่าเล่นอย่างนี้อีกนะไอ้หนู” พลเอกณรงค์ฤทธิ์บอกเด็กชายทั้งสองคนแล้วก็หันไปพูดกับยามผู้เป็พ่อเด็กว่า“ช่างมันเถอะ ผมถือว่าฟาดเคราะห์ไปล่ะกัน”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆครับที่ไม่เอาเื่”ยามรีบขอบคุณไหว้ปะหลกๆ “เอ็งสองคนมานี่เลยนะ ไปหาแม่เอ็งเลยไป๊ดึกป่านนี้ยังเสือกมาวิ่งเล่นกันอยู่ได้ ทีหลังพ่อไม่ตามใจพวกเอ็งแล้วไปเข้านอนเลยนะ หนอย!เห็นว่าพรุ่งนี้เป็วันหยุดไม่ต้องไปโรงเรียนเลยปล่อยให้นอนดึกหน่อยเดียวเสือกก่อเื่ให้พ่ออีกแล้วไอ้ตัวซน!”
แล้วเขาก็ลากแขนเ้าตัวต้นเหตุทั้งสองคนไปส่งให้ภรรยาที่ห้องพัก“แม่ไอ้หนูจัดการกับไอ้เอกไอ้อ๋องที มันเสือกเล่นพิเรนทร์เอาฉี่ไปปาใส่กันจนไปโดนคุณเขานั่นน่ะ”
แม่ของเด็กทั้งสองรีบเปิดประตูห้องออกมาทันทีพอได้ยินสามีบอกเช่นนั้นเธอก็ลากตัวลูกชายทั้งสองเข้าห้องไปตีทำโทษซะคนละหลายๆ ที เด็กทั้งสองร้องไห้“แง๊---”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์หันมาก้มมองตัวเองหน้าหงิกเพราะไม่รู้จะทำยังไงดี‘จะกลับบ้านไปทั้งๆ อย่างนี้ล่ะก็...คงได้พากันกลั้นใจตายก่อนจะถึงบ้านแหงๆ’
พิมพิราดูสีหน้าท่านประธานก็พอจะรู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่เธอจึงรีบบอกว่า “พะพิมว่าเชิญท่านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพะพิมก่อนเถอะค่ะขืนกลับไปทั้งๆ อย่างนี้นะคะ พะพิมว่าท่านกับน้านพคงต้องนั่งอุดจมูกไม่ต้องหายใจกันแล้วล่ะค่ะ”
“ขอบคุณครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ถอนหายใจโล่งอก‘เฮ้อ...รอดตายแล้วเฟ้ย!’
นพยิ้มดีใจ ‘เย้!...ไม่ต้องทนเหม็นแล้ว...เย้ๆๆๆ’
แล้วพิมพิราก็หันไปบอกกับนพว่า “น้านพช่วยไปหยิบเสื้อผ้าท่านในรถให้หน่อยค่ะ”
“ครับคุณพะพิม” นพรีบวิ่งไปเปิดท้ายรถหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆที่นิ่มนวลจัดเสื้อผ้าลำลองและชุดกีฬาใส่เอาไว้เผื่อเวลาเ้านายไปฟิตเนสมาส่งให้กับคุณเลขา
พิมพิรารับกระเป๋ามาถือไว้แล้วหันไปบอกกับท่านประธานทั้งๆที่อุดจมูกว่า “เชิญค่ะท่าน”
จากนั้นเธอก็รีบเดินนำหน้า พาท่านประธานไปที่ห้องตัวเองส่วนนพก็เดินกลับไปรอเ้านายที่รถ
เมื่อถึงหน้าห้อง พิมพิราก็รีบไขกุญแจเปิดประตูห้องแล้วเอื้อมมือไปเปิดไฟ ครั้นไฟในห้องสว่างเธอก็หันไปเชิญเ้านาย “ท่านคะเชิญค่ะ”
เธอเดินนำเข้าไปในห้องวางกระเป๋าไว้ข้างๆ ชั้นวางรองเท้า แล้วเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าวางไว้บนชั้นอย่างเป็ระเบียบพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก้มลงถอดรองเท้าถุงเท้าของตัวเองถอดวางไว้หน้าห้อง พิมพิราเดินไปเปิดไฟห้องน้ำ“เชิญค่ะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปในห้องตรงเข้าห้องน้ำไปล้างมือแล้วเดินออกมาเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรีบด่วน หยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำเดินลิ่วกลับเข้าห้องน้ำไปทันทีพิมพิราเดินไปหยิบถุงพลาสติกหูหิ้วใบใหญ่ซึ่งเป็ถุงใส่ของจากซุปเปอร์มาเก็ตที่พับเอาไว้มายื่นส่งให้เ้านาย“ท่านคะ เอาไว้ใส่เสื้อผ้าค่ะท่าน”
“ขอบคุณครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองอย่างเข้าใจรับถุงใบนั้นไปแล้วก็ปิดประตูห้องน้ำเขาอาบน้ำชำระล้างตัวเองั้แ่หัวจรดเท้า สระผมแล้วสระผมอีก ฟอกสบู่แล้วฟอกสบู่อีกจนหมดกลิ่นฉี่เหม็นๆ
ระหว่างที่รอ พิมพิราก็เอารองเท้าของเ้านายที่เปื้อนฉี่นิดหน่อยแต่กลิ่นเหม็นสุดๆ ใส่ถุงพลาสติดผูกปากจนแน่นวางไว้ที่เดิม แล้วเธอก็เดินไปเปิดแอร์แล้วก็หันไปเปิดตู้เย็นหยิบนมกล่องออกมานั่งดื่มอยู่ตรงหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์จนกระทั่งพลเอกณรงค์ฤทธิ์ออกจากห้องน้ำเธอก็ลุกไปรินน้ำเย็นๆ มาให้ “ท่านคะน้ำค่ะ”
“ขอบคุณครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์เอาผ้าขนหนูพาดบ่าแล้วก็รับแก้วน้ำไปถือไว้พิมพิรารีบเลื่อนเก้าอี้หน้าโต๊ะคอมไปให้เ้านายนั่ง แล้วเธอก็ถอยไปลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งแทนพลเอกณรงค์ฤทธิ์นั่งลงแล้วมองสำรวจไปรอบๆ ห้องขนาดเล็กที่เลขาสาวอาศัยอยู่
ภายในห้องพักเล็กๆ มีเตียงนอนวางชิดผนังห้องด้านติดกับประตูหันปลายเตียงไปทางประตูห้องคลุมผ้าเอาไว้เป็ระเบียบเรียบร้อย ข้างๆ หัวเตียงก็เป็โต๊ะคอมพิวเตอร์ที่เลขาสาวนั่งอยู่บนโต๊ะคอมฯ มีรูปภาพใส่กรอบวางอยู่ซัก 5 รูปเห็นจะได้ เขาอยากจะเดินไปหยิบดูแต่ยังก่อนเพราะเดี๋ยวเ้าของห้องจะหาว่าเขาไม่มีมารยาทไปยุ่มย่ามกับของๆ เธอ
ส่วนทางด้านปลายเตียงก็มีชั้นวางรองเท้าวางชิดติดผนังอยู่ข้างประตูห้องพอดีแล้วก็มีทีวีขนาดยี่สิบนิ้ววางอยู่บนชั้นวางทีวี ภายในชั้นเรียงหนังสือและแผ่นซีดีเอาไว้เป็ระเบียบถัดจากชั้นวางทีวีก็เป็ตู้เย็นขนาดกลาง ตรงกลางห้องมีโต๊ะพับญี่ปุ่นตั้งอยู่ รอบๆโต๊ะมีเบาะนั่งสีเขียวสดใสเข้าชุดกับหมอนอิงใบใหญ่ ส่วนตรงหน้าห้องน้ำก็เป็ตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งสีเดียวกันกับเตียงนอนข้างๆ ห้องน้ำมีประตูอีกบานซึ่งน่าจะเป็ระเบียงห้องถัดจากประตูระเบียงก็เป็หน้าต่างบานใหญ่ปิดไว้ด้วยผ้าม่านสีเขียว ข้างๆ หน้าต่างมีพัดลมตั้งพื้นอยู่ตัวนึง
พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองไปมองมาพร้อมกับดื่มน้ำไปด้วย‘โห...สะอาดหมดจดเป็ระเบียบเรียบร้อยดีจัง’
จนน้ำหมดแก้วเขาก็ขอตัวกลับ “ขอบคุณครับคุณพะพิมผมคงต้องกลับแล้วล่ะครับ มารบกวนคุณซะนาน”
“ไม่เป็ไรค่ะท่าน” พิมพิรายิ้มให้พลเอกณรงค์ฤทธิ์ลุกไปวางแก้วน้ำไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง แล้วเขาก็เดินไปหยิบถุงใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำรวมทั้งอุปกรณ์อาบน้ำและผ้าขนหนูพอเก็บของเสร็จสรรพเขาก็เดินออกไป “ขอบคุณมากนะครับ อ้อไม่ต้องลงไปส่งผมหรอกนะครับ ดึกมากแล้วคุณจะได้พักผ่อนซักที”
“ค่ะท่าน” พิมพิราพยักหน้ารับ พลเอกณรงค์ฤทธิ์หิ้วกระเป๋าเปิดประตูห้องเดินออกไปเมื่อพ้นประตูไปเขาก็หันไปบอกว่า “ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ปิดประตูล็อคห้องให้ดีๆ นะครับราตรีสวัสดิ์ครับคุณพะพิม”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะท่าน” พิมพิรายิ้มให้แล้วปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย พลเอกณรงค์ฤทธิ์รอจนได้ยินเสียงลงกลอนประตูแล้วเขาก็หิ้วถุงรองเท้าหน้าห้องเดินเท้าเปล่าลงไปข้างล่าง พิมพิราเดินไปคว้าผ้าขนหนูที่ตากไว้ที่ระเบียงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำบ้างพอออกมาเธอก็สวมชุดนอนเดินไปปิดไฟแล้วนอนหลับอย่างอ่อนล้า
ณ บริษัทฯ พลเอกณรงค์ฤทธิ์เปิดประตูห้องออกมาไม่เห็นพิมพิราอยู่ที่โต๊ะเขาก็ถามนพว่า “นพ คุณพะพิมล่ะ”
นพรีบเงยหน้าจากหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะหันไปตอบว่า“คุณพะพิมไปฝ่ายบุคคลครับท่าน”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ